facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : จุดเริ่มต้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จุดเริ่มต้น
แบบอักษร

จุดเริ่มต้น

 

 

ปัง!

 

เสียงของกระสุนปืนดังก้องไปรอบบริเวณซึ่งไม่ได้ดังขึ้นเพียงนัดเดียวแต่ดังต่อเนื่องนับสิบนัดจากการปะทะกันของฝ่ายตำรวจสังกัดกองปราบปรามยาเสพติดและผู้ร้ายซึ่งเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่

 

กว่าจะสืบสวนและลักลอบติดต่อล่อซื้อยาเสพติดจำนวนมากมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายดังนั้นไม่อาจให้อีกฝ่ายหลบหนีไปได้อย่างเด็ดขาด

 

(หัวหน้าให้พวกเราเข้าไปสมทบเลยไหม) เสียงจากเครื่องมือสื่อสารที่ติดไว้ดังขึ้นหลังได้ยินเสียงสาดกระสุนใส่กันดังต่อเนื่อง

 

“ยังไม่ต้องเข้ามา กระจายกำลังโดยรอบเน้นบริเวณประตูโดยเฉพาะประตูหลัง อีกไม่นานพวกนั้นต้องถอยหนีแน่ ถึงตอนนั้นจับกุมอย่าให้หนีไปได้แม้แต่คนเดียว” ผมซึ่งเป็นหัวหน้าในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ส่งเสียงตอบกลับปลายสัญญาณ

 

(รับทราบ)

 

สิ้นเสียงจากปลายสัญญาณผมบุกขึ้นหน้าพุ่งตัวเข้าใส่หนึ่งในคนร้ายที่ถือปืนเตรียมยิงมาด้วยการปัดปืนนั้นทิ้งก่อนจะเสยหมัดใส่ใบหน้านั้นเต็มแรงสลับตวัดเตะก้านคอฝ่ายศัตรูที่วิ่งเข้ามาสบทมในชั่วพริบตา

 

จริงอยู่โดยรอบยังคงปะทะกันด้วยกระสุนแต่ใช่ว่าตัวผมต้องถือปืนเข้าร่วมด้วย ราคาของกระสุนแต่ละนัดไม่ใช่ถูกทางที่ดีควรจะเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นมากกว่าอย่างเช่นตอนนี้ที่ตรงหน้าผมถัดไปประมาณสิบเมตรมีกระบอกปืนกำลังเล็งตรงมาหมายจะปลิดชีพผมโดยไม่รู้ตัว

 

ปัง!

 

น่าเสียดายที่กระสุนนั้นไม่เฉี่ยวโดนแม้แต่ชายแขนเสื้อ ผมเบี่ยงตัวเพียงเล็กน้อยสามารถหลบกระสุนนั้นได้ในขณะเดียวกันก็ชักปืนก็มาเล็งและยิงสวนกลับในเสี้ยววินาทีส่งผลให้ร่างนั้นหงายหลังลงไปกองบนพื้นในวินาทีต่อมา

 

การบุกล้อมเข้าจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่จำเป็นต้องจับกุมตัวหัวหน้ามาให้ได้ ผมจึงวางกองกำลังไว้ด้านนอกสำหรับสะกัดจับเนื่องจากรู้ดีว่าเมื่อสถานการณ์เริ่มไม่ดีอีกฝ่ายต้องหาทางหลบหนีอย่างแน่นอน และก็เป็นไปตามคาดสายตาผมหันไปเห็นแผ่นหลังของเป้าหมายกำลังวิ่งหลบออกไปพร้อมกับคนคุ้มกันอีกหลายคน จากที่มองไม่น่าหลุดการจับกุมไปได้แต่ก็ไม่ควรประมาท

 

“เก่ง สั่งการต่อด้วย” ผมหันไปบอกชายวัยกลางคนที่วิ่งมาจากด้านหลัง เขาเป็นรองหัวหน้าของชุดภารกิจนี้

 

“จะตามไป?” เก่งหันมาถาม

 

“ใช่” พยักหน้าเสร็จผมก็เตรียมจะไล่ตามคนร้ายออกไปทว่าในจังหวะที่กำลังวิ่งสายตาผมเหลือบไปเห็นวัตถุระเบิดที่ติดตั้งไว้กับลังไม้ในมุมอับสายตา

 

ดวงตาสีน้ำตาลของผมสอดส่ายซ้ายขวาก่อนจะพบกับระเบิดอีกหลายลูกซึ่งถูกติดตั้งไว้อีกหลายอัน คิ้วสองข้างขมวดทันควันพร้อมสัญญาตญาณที่ร้องเตือนถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

 

แย่แล้ว!

 

“หัวหน้า?” เก่งที่กำลังสั่งการกับลูกน้องมีท่าทีฉงนเมื่อเห็นผมยืนนิ่งอยู่

 

“รีบถอนกำลังออกไปเร็ว!” ผมตะโกนลั่นหลังจากเห็นตัวเลขบนหน้าปัดซึ่งกำลังนับถอยหลังด้วยหน่วยวินาทีจากยี่สิบ...สิบเก้า...

 

“ระเบิด? ถอนกำลัง!” เก่งเบนสายตามองเพียงครู่เดียวก็รีบสั่งถอนกำลัง

 

เป็นไปได้ว่าระเบิดได้ถูกติดตั้งไว้ก่อนหน้านี้แล้วเผื่อในกรณีที่เป็นการล่อซื้อจะได้กดปุ่มระเบิดจัดการปิดฉากทุกอย่าง

 

บ้าจริง!

 

ผมน่าจะรอบคอบกว่านี้

 

ไม่มีเวลาให้มานั่งเสียใจกับความผิดพลาด ตอนนี้ต้องถอนกำลังออกไปให้เร็วที่สุด ในฐานะที่เป็นหัวหน้าผมไม่อาจวิ่งออกไปก่อนโดยทิ้งลูกน้องไว้ด้านหลังได้ มีลูกน้องหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะเมื่อครู่ผมไม่รอช้าเข้าไปช่วยพยุงออกมาทีละสองคนสลับกับหันไปมองเวลาระเบิดที่นับถอยหลังเข้าสู่เลขตัวเดียว

 

ยังช่วยได้อีก

 

ผมตัดสินใจวิ่งกลับเข้าไปท่ามกลางเสียงตะโกนเรียกของรองหัวหน้าหรือเก่ง ด้านในเหลือลูกน้องอีกสองคนที่ได้รับบาดเจ็บที่ขาทำให้เคลื่อนไหวได้ช้า เมื่อได้ผมเข้าไปช่วยพยุงความเร็วก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยแต่ด้วยเวลาไม่กี่วินาทีที่เหลือกับระยะทางที่ต้องไปมองอย่างไรก็หวิดจะไม่ทันดังนั้นผมจึงตัดสินใจที่จะเหวี่ยงคนเจ็บด้วยแรงทั้งหมดที่มีออกไปในจังหวะเดียวกับที่ระเบิดนับถอยหลังถึงศูนย์

 

บึ้ม!!

 

แรงระเบิดอันรุนแรงเข้าปะทะร่างผมเต็มๆ ความรู้สึกเจ็บแล่นไปทั่วทั้งร่างเพียงพริบตาเดียวก่อนทุกอย่างก็หายวับไป

 

หากถามว่าเสียใจไหมที่ช่วยให้คนอื่นรอดแต่ตัวเองดันไม่รอด ถ้าตอบว่าไม่ก็คงไม่ใช่ ไม่ว่าใครก็อยากมีขีวิตอยู่ด้วยกันทั้งนั้นเพียงแต่เหตุผลในการมีชีวิตของผมอาจไม่มากเท่าลูกน้องคนอื่นๆ เนื่องจากผมไม่มีครอบครัวให้เฝ้าคิดถึง ไม่มีคนรักที่เฝ้ารอยคอย ไม่มีอะไรนอกจากงานและเพื่อนฝูง

 

บางทีหลังจากนี้ผมอาจได้ไปเกิดใหม่และมีครอบครัวรวมไปถึงคนรักก็เป็นได้ อย่างไรผมก็ใช้ชีวิตมาร่วมสามสิบห้าปีแล้ว เสียดายก็เพียงแค่ไม่มีโอกาสได้รู้ตอนจบของภาพยนต์ที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรกเท่านั้นเอง

 

สติอันพร่าเลือนถูกความเจ็บปวดกระตุ้นให้ฟื้นคืน เสียงของไม้ยามกระทบกับผิวกายสร้างความเจ็บปวดให้อย่างที่ไม่เคยรู้สึก ร่างกายหนักอึ้งไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะพยุงตัว แขนสองข้างถูกตรึงด้วยกำไลเหล็กโซ่ตรวนแขวนห้อยอยู่กลางลาน

 

ใครสักคนซึ่งอยู่ด้านหลังออกแรงเหวี่ยงไม้นั้นฟาดลงมายังแผ่นหลังผมโดยไม่ออมแรง ภายในปากสัมผัสได้ถึงรสคาวของเลือด ผมพยายามจะลืมตาขึ้นทว่าร่างกายกลับไม่ทำตามคำสั่งจึงทำได้เพียงอยู่นิ่งๆ รอรับแรงส่งจากด้านหลังครั้งแล้วครั้งเล่า

 

อะไร

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้น

 

ผมพยายามใช้สมองที่ปวดหนึบคิดวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้า ผมไม่น่าจะมีชีวิตอยู่แล้วนี่ อันตราที่จะรอดชีวิตจากการถูกระเบิดแทบจะเป็นศูนย์ผมจึงไม่คาดหวังว่าตัวเองจะมีชีวิต

 

แต่ในตอนนี้ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตัวเองยังไม่ตาย

 

คนที่ตายไม่อาจรู้สึกเจ็บ

 

มีเพียงคนที่มีชีวิตอยู่เท่านั้นที่รู้สึกเจ็บแบบนี้

 

ผ่านไปสักพักใหญ่แรงฟาดจากด้านหลังก็หยุดลง ตอนนี้แผ่นหลังผมชาจนไม่รับรู้ถึงความรู้สึกใดๆ ให้เดาจากกลิ่นคาวเลือดที่ลอยมาเตะจมูกนี่คงไม่พ้นเป็นเลือดจากบาดแผลบนแผ่นหลัง

 

“หลี่หวังหมิ่นเจ้าจะยอมรับความผิดที่ก่อได้รึยัง หลักฐานการกระทำผิดของเจ้ามีไม่รู้ตั้งเท่าไรหากไม่อยากถูกโบยตายตอนนี้ก็รีบยอมรับซะว่าเจ้ามีใจคิดล่วงเกินพระชายาของท่านอ๋องเชิงเทียน!” เสียงแหบพล่าตวาดก้องดังขึ้นเบื้องหน้า

 

“...อื้อ” แค่จะปรือตามองยังทำไม่ได้เลย

 

หนัก

 

ทำไมถึงได้รู้สึกว่าร่างกายหนักถึงเพียงนี้นะ

 

ผมพยายามจับใจความคำพูดที่ได้ยินแม้คำพูดนั้นจะยิ่งทำให้เกิดความคราแครงมากกว่าเดิมก็ตาม

 

หลี่หวังหมิ่นคือใคร

 

ทำผิดอะไร...ล่วงเกินพระชายาของท่านอ๋อง?

 

ทำไมถึงได้ฟังดูจีนๆ แบบนี้เล่า

 

“หลี่หวังหมิ่นยอมรับสารภาพโทษประหารด้วยแยกร่างลดเหลือตัดหัวเสียบประจาน จับไปขังคุกไว้อีกสี่วันรอประหาร!” สิ้นเสียงนั้นกำไลเหล็กโซ่ตรวนซึ่งตรึงมือผมไว้ก็ถูกปลดออก

 

เดี๋ยว...ผมไปยอมรับสารภาพตอนไหน

 

แล้วประหารที่ว่านั่นคืออะไร

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย

 

ใครสักคนช่วยอธิบายสถานการณ์ให้ผมฟังหน่อยได้ไหม

 

ร่างกายทั้งเจ็บ ทั้งชาและทั้งหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็น แม้จะมีสติอยู่ทว่าไม่สามารถเปล่งคำพูดอะไรออกไปได้ รับรู้เพียงสัมผัสของการโดดจับลากไปตามพื้นก่อนจะเหวี่ยงร่างผมเข้าไปด้านในพื้นที่แคบๆ ตามมาด้วยเสียงปิดประตูลงกลอนจากด้านนอก

 

บริเวณที่ถูกเหวี่ยงมาคือบนกองหญ้า...ไม่สิ...พอลองปรือตามองเหมือนจะเป็นกองฟางซะมากกว่า ปลายเท้าสัมผัสโดยสิ่งที่น่าจะเป็นผ้าหนึ่งผืน แผ่นหลังซึ่งถูกทารุณมาอย่างยาวนานเมื่อโดนส่วนแหลมๆ ของฟางความเจ็บปวดก็แล่นไปทั่วร่างจนผมต้องฝืนขยับตัวนอนคว่ำหน้าลงกับฟางเหล่านั้น

 

ภายในหัวบัดนี้มีเสียงวิ๋งๆ ดังก้องอยู่แทบจะรวบรวมความคิดไม่ได้เลย ที่รู้แน่ๆ ตอนนี้คือผมยังไม่ตาย

 

ด้วยความปวดร้าวทั่วทั้งร่างดึงสติผมให้หายไปในเวลาไม่นาน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงประตูเปิดและปิดในเวลาในอันเร็ว

 

พอได้พักสักหน่อยผมสามารถลืมตาขึ้นได้เต็มๆ ตาต่างจากก่อนหน้านี้ที่แค่ปรือตายังยากลำบาก มองซ้ายขวาเพียงครั้งเดียวผมก็สามารถสรุปได้ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในคุกหรือห้องขังแคบๆ ไม่มีแม้แต่หน้าต่างระบายอากาศ บาดแผลบริเวณแผ่นหลังยังคงเจ็บแต่ผมก็ฝืนข่มความเจ็บนั้นขยับตัวที่สัมผัสได้ถึงความหนังอึ้งแปลกๆ ไปบริเวณหน้ากรงขังซึ่งมีชามอาหารที่ดูแล้วคงจะผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานกับถ้วยน้ำที่ทำจากไม้วางอยู่บนถาดไม้เก่าๆ

 

อาหารในถ้วยเป็นน้ำข้นๆ สีออกขาวขุ่นมองด้วยตาดูคล้ายกับซุปข้น ยามนี้ท้องของผมแสบไม่แพ้กับแผลบริเวณแผ่นหลัง พูดง่ายๆ คือผมหิวมากจึงจำต้องหาอะไรลงท้องก่อนค่อยคิดเรื่องอื่นอีกที

 

รสชาติของอาหารไม่อาจเรียกว่าอร่อยตรงกันข้ามออกจะไร้รสชาติด้วยซ้ำไป ทั้งชามมีแครอตอยู่ห้าชิ้นกับมันอีกสามชิ้น ไม่มีทั้งเนื้อหรือแม้แต่ข้าว ต่อให้ยกทั้งชามนั้นกลืนลงคอก็ไม่รู้สึกว่าอิ่มแม้แต่นิด

 

ผมพยายามสะกดจิตตัวเองว่าอิ่มแล้วเอื้อมมือไปหยิบถ้วยน้ำหมายจะยกขึ้นดื่มทว่าภาพเงาซึ่งสะท้อนอยู่เหนือน้ำทำเอาดวงตาสองข้างของผมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด

 

พอจะเดาได้อยู่หรอกว่าตัวเองคงไม่ได้อยู่ในร่างเดิม ไม่มีทางที่โดนระเบิดขนาดนั้นร่างจะไม่สลายหรือไหม้เกรียม สมมติฐานเดียวที่พอจะคิดออกคือการย้ายร่างเหมือนในนิยายซึ่งมีอยู่เกลื่อน

 

จากนิยายที่เคยอ่านส่วนมากจะสลับมาอยู่ในร่างของบุรุษรูปร่างบอบบางหน้าตางดงามไม่ก็เป็นตัวร้ายในหนังสือสักเล่มหรือกลายเป็นจักรพรรดิสักพระองค์ใช้ชีวิตอยู่ต่อด้วยความยากลำบากในช่วงแรกและปิดท้ายด้วยการมีความสุขในร่างใหม่แต่สภาพผมที่เห็นผ่านเงาสะท้อนของน้ำนี่คืออะไร

 

ใบหน้าอ้วนฉุอันเต็มไปด้วยชั้นของไขมันโดยเฉพาะบริเวณแก้มที่ย้อยลงมาทั้งสองข้าง ดวงตาในตอนแรกที่ปรือไม่ขึ้นผมคิดว่าคงเพราะอาการเหนื่อยล้าบวกกับความเจ็บปวดแต่ในความจริงนั้นไม่ใช่เลย ด้วยไขมันบริเวณเปลือกตานั้นมีมากเกินไปทำให้การจะลืมตาแต่ละทีต้องใช้พลังงานอย่างมาก ตอนนี้เองผมเลื่อนสายตาไล่มองแขนขาอวบๆ ของตัวเองด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก

 

ก็ว่าอยู่ทำไมร่างมันหนักแปลกๆ

 

หนักไขมันนี่เอง!

 

ผมนั่งจมอยู่กับภาพของชายรูปร่างอ้วนท้วนที่สะท้อนอยู่เหนือน้ำหลายสิบนาที ริมฝีปากอันหนักอึ้งอ้าออกและเปร่งประโยคแรกออกมาด้วยน้ำเสียงเดือดดาล...

 

“ไอ้อ้วนนี่ใครกัน!!”

...............................................................

เปิดเรื่องมาก็จะสั้นๆ หน่อย

เป็นบทนำให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกับนายเอกของเรากัน

สำหรับพระเอกนั้น...จะออกมาในตอนหน้าซึ่งจะเป็นใครลองเดากันดูก็ได้น้าา

แจ้งอีกรอบ เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นที่เราคิดว่าคงมีไม่กี่ตอนก็จบแล้ว

เป็นความอยากแต่งล้วนๆ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า

บ๊ายบายค่าา

nicedog

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪

ความคิดเห็น