ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๕-๒ :: วังฟ้าวิมานสวรรค์

ชื่อตอน : บทที่ ๕-๒ :: วังฟ้าวิมานสวรรค์

คำค้น : นิยายจีน นิยายจีนโบราณ จีนโบราณ เทพเซียน เทพ เซียน สวรรค์ ปีศาจ จอมมาร

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 13:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๕-๒ :: วังฟ้าวิมานสวรรค์
แบบอักษร

 

โดยธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปแล้วบุรุษผู้ที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ใหญ่โตไปจนถึงขั้นสมาชิกราชวงศ์ จะมีวังและตำหนักใหญ่โต ยามเมื่อตบแต่งภรรยาก็จะสร้างตำหนักเล็กแบ่งแยกออกไปตามจำนวนภรรยา ขนาดใหญ่เล็กลดหลั่นกันลงไปตามตำแหน่ง หากยามราตรีผู้เป็นสามีต้องการพำนักกับภรรยาคนใดก็จะเดินทางไปพำนักยังตำหนักหลังนั้น ธรรมเนียมนี้บนพิภพสวรรค์นับว่านิยมเช่นกัน เว้นแต่เพียงวังนิรันดร์จันทราแห่งมหาเทวะสงคราม  

องค์เทวะประทับยังตำหนักใหญ่นามเหิงเยว่ หลังจากที่เทวีหลิงเหลียนพิธีอภิเษกให้องค์มหาเทวะสงคราม และถือกำเนิดใหม่จากมหาปัทมาสบัลลังก์แห่งองค์ยูไลแดนสุขาวดี มหาเทวะก็นำพาเทวีผู้เป็นชายามาเข้าหอที่ตำหนักแห่งนี้ โดยไม่คิดให้เทวีหลิงเหลียนแยกออกไปพำนักยังตำหนักอื่นใด ทั้งๆ ที่วังนิรันดร์จันทรามีตำหนักน้อยใหญ่มากมาย สำหรับบุตรฝาแฝดทั้งสองหมิงลู่และซิ่นหนี่ว์พำนักยังตำหนักหลังถัดๆ ไปแบ่งแยกออกอย่างชัดเจน  

“เสี่ยวเหลียน เจ้ายังไม่เข้าด้านในอีกหรือ ค่ำแล้วนั่งอยู่ตรงนี้ลมแรงยิ่ง” มหาเทวะสงครามหานตงเดินเข้ามาโอบไหล่ภรรยาที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ในศาลาริมสระพุทธบงกช 

“ข้ายังอดเป็นห่วงกังวลเรื่องซิ่นหนี่ว์ไม่ได้ ลูกไม่เคยจากอกข้าไปที่ใด แล้วครั้งนี้ต้องลงไปเผชิญวิบากกรรมทั้งหก ลูกจะต้องทนทุกข์ปานใดก็สุดรู้” เทวีหลิงเหลียนเอ่ยเศร้าสร้อย 

“เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป นอกจากอสุนีเทพที่ตามลงไปถือกำเนิดเป็นมนุษย์เป็นเพื่อนซิ่นหนี่ว์แล้ว ตัวข้าและหมิงลู่ก็จะคอยตามเฝ้าดูลูกไม่ห่าง อีกทั้งเทียนตี้ เฟยหลง ท่านอาจารย์ชงหยวน และบิดาบุญธรรมทั้งสามก็รับปากจะช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลซิ่นหนี่ว์ให้ ที่สำคัญหากซิ่นหนี่ว์ผ่านวิบากกรรมในครั้งนี้ได้ นางจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่านี้” 

มหาเทวะสงครามพยายามร่ายคำปลอบโยนภรรยา  

“ข้ารู้ แต่ข้าก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดี เป็นเพราะท่านผู้เดียวที่ทำให้บุตรสาวของข้าต้องเป็นแบบนี้”  

เทวีโฉมสะคราญอดค่อนขอดสามีเสียไม่ได้ 

“เจ้าโกรธข้าหรือเสี่ยวเหลียน” 

“แล้วข้าสมควรโกรธท่านหรือไม่ ข้ามีบุตรฝาแฝดบุรุษหนึ่งสตรีหนึ่ง ท่านฝึกฝนการรบทัพทำศึกสงครามแต่เพียงบุตรชายก็แล้วไปเถิด แต่นี่ท่านยังสอนให้บุตรสาวรักการรบการทำศึกสงครามอีกด้วย ตอนนี้มิต่างอันใดกับข้ามีบุตรชายสองคน ซิ่นหนี่ว์สมควรเป็นสตรีที่เรียบร้อยอ่อนหวาน แต่ท่านเลี้ยงนางให้ห้าวหาญแกร่งกร้าวประหนึ่งบุตรชาย ทำเรื่องเสี่ยงอันตรายให้ข้าเป็นห่วงกังวลไม่เว้นแต่ละวัน คราวนี้เป็นอย่างไรห้าวหาญเกินสตรีถึงขั้นเป็นอมตะชนไปเสียแล้ว” 

“โธ่ เสี่ยวเหลียนไยเจ้าโทษข้าอย่างนี้เล่า ข้าเป็นถึงมหาเทวะสงคราม ข้าก็ปรารถนาจะให้บุตรและธิดามีวิชาต่อสู้อันเก่งกาจติดกาย เพียงแต่ซิ่นหนี่ว์มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ล้ำลึกเกินสตรีปกติทั่วไป”  

เมื่อถูกภรรยาต่อว่าต่อขานก็ให้องค์เทวะสีหน้าสลดลงพลัน รีบเข้าไปโอบกอดอธิบาย หากแต่ภรรยาก็ยังนิ่งเงียบจนองค์เทวะใจหาย  

“เจ้าต้องเชื่อมั่นในตัวลูก ซิ่นหนี่ว์เฉลียวฉลาดและเก่งกาจมิเป็นสองรองผู้ใด ซ้ำตอนนี้นางยังเป็นอมตะ ไม่ว่าอันตรายใดก็กร้ำกรายนางไม่ได้...อย่าโกรธข้าเลยเสี่ยวเหลียน ข้าเองก็เป็นห่วงกังวลไม่ต่างจากเจ้า อดีตที่ผ่านไปแล้วข้าไม่อาจกลับไปแก้ไขสิ่งใดได้ แต่กาลข้างหน้าต่อไปข้าจะปกป้องดูแลลูกอย่างดี นะ เจ้าอย่าโกรธข้าเลย” 

คราวนี้เทวีหลิงเหลียนพยักหน้ารับเล็กน้อย สิ่งที่สามีปลอบใจนั้นก็มิใช่นางจะไม่รับรู้ นางเพียงหวังว่าเมื่อผ่านพ้นวิบากกรรมในครั้งนี้ ซิ่นหนี่ว์จะได้เลิกซุกซนและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่านี้เสียที 

“ข้าไม่โกรธท่านแล้วก็ได้ แต่ท่านเลี้ยงบุตรสาวแกร่งกร้าวเกินหญิงถึงเพียงนี้ จะมีบุรุษใดอยากตบแต่งกับบุตรสาวของเรา” 

“เป็นเช่นนี้สิดียิ่ง ข้าไม่อยากให้ซิ่นหนี่ว์แต่งงานให้ผู้ใดเลยสักนิด ข้าอยากให้บุตรสาวอยู่กับข้าและเจ้าที่วังนิรันดร์จันทราไปนานแสนนาน บุตรสาวเพียงคนเดียวข้าเลี้ยงดูไหวอยู่แล้ว”  

เทวีหลิงเหลียนส่ายศีรษะให้กับบิดาเทวะผู้หวงบุตรสาว ก่อนที่ร่างระเหิดระหงของเทวีเลอโฉมจะลุกขึ้นหันหลังแล้วเดินออกนอกตำหนักไป ร้อนให้ผู้เป็นสามีต้องเอื้อมหัตถ์รั้งแขนเรียวของนางเอาไว้ 

“แล้วนั่นเจ้าจะไปที่ใดเสี่ยวเหลียน นี่ค่ำมากแล้วหนา” 

“อีกไม่กี่วันลูกจะลงไปโลกมนุษย์แล้ว ซิ่นหนี่ว์จากอกข้าไปครานี้ข้าคงคิดถึงนัก คืนนี้ข้าจะไปนอนกับลูกที่ตำหนักเอ้อเทียน” 

“อ้าว แล้วข้าเล่าเสี่ยวเหลียน” องค์เทวะใจหายใบหน้ามืดครึ้มลงทันที นางก็รู้ว่าตั้งแต่เข้าหอกันมา ทุกราตรีเขาต้องนอนแนบเนื้อภรรยา แล้วหากค่ำคืนนี้ไม่มีนางนอนให้เขากกกอด แล้วเขาจะนอนหลับลงได้อย่างไร 

“ท่านก็นอนที่ตำหนักเหิงเยว่เหมือนเดิมนั่นเล่า จะร้องตกใจไปไย”  

“ข้าต้องนอนกับเจ้าทุกคืนเจ้าก็รู้” องค์เทวะแย้งน้ำเสียงออดอ้อน 

“เช่นนั้นคืนนี้ก็ถือว่าให้ท่านลองหัดนอนคนเดียวดูเสียเลย” 

เทวีหลิงเหลียนยังติดขุ่นเคืองสามีอยู่เล็กน้อย เลยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแกล้งเขา 

“โธ่...เสี่ยวเหลียน เจ้าใจร้ายกับสามีเกินไปแล้ว” 

“เอาล่ะๆ หากไม่อยากนอนคนเดียว ท่านก็ตามมานอนด้วยกันที่ตำหนักของลูกเถิด แล้วก็เลิกทำหน้าตาออดอ้อนเช่นนั้นได้แล้ว ท่านน่ะปีนี้อายุปาไปเกือบสี่แสนปีเป็นเทวะผู้เฒ่าแล้ว” 

“ผู้เฒ่าแล้วเจ้ารักหรือไม่” 

เทวีหลิงเหลียนมิได้ตอบคำ ได้แต่อมยิ้มแล้วเดินจากไป  

เมื่อภรรยายอมถอยให้ก้าวหนึ่งแล้ว มหาเทวะก็มิคิดหาญกล้าเรียกร้องสิ่งใดอีก ไม่ว่าจะเป็นที่ใดขอแค่เขามีนางแนบเนื้อเคียงกายก็พอ ตั้งแต่แต่งงานกันมา เขาไม่เคยเถียงนางชนะเลยสักครั้ง แล้วก็ไม่กล้าทำให้นางโกรธด้วย ไม่เห็นสนุกสักนิด ได้แต่ตามใจนาง ตามใจลูกๆ ก็เท่านั้น  

คิดได้เช่นนั้นแล้วร่างสูงใหญ่องอาจของมหาเทวะผู้มีเรือนเกศาสีเงินประกายครามพร่างพราว อันเป็นเอกลักษณ์แห่งเผ่าเทพจิ้งจอกบรรพกาล ก็รีบก้าวเท้าเดินตามหลังภรรยาไปโดยพลัน... 

 

***ใครรอพระเอกอยู่ ตอนหน้าท่านจอมมารจะมาแล้วนะเออ >< 

ความคิดเห็น