ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ข้าไม่ใช่พี่ชายเจ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ข้าไม่ใช่พี่ชายเจ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 10:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ข้าไม่ใช่พี่ชายเจ้า
แบบอักษร

 

 

               

       หยางเฟยหรงนั่งมองแม่นางน้อยทานอาหารอย่างเงียบๆ

 

              ไม่รู้ว่านางหิวโซหรืออย่างไร แต่ดูเหมือนว่านางจะหยิบจะจับสิ่งใดเข้าปากก็รู้สึกเอร็ดอร่อยไปเสียทุกอย่าง เพราะตั้งแต่อาหารถูกนำมาวางเรียงกันบนโต๊ะ ก็ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มนั้นอีกเลย

 

              มือข้างหนึ่งของนางถือหมั่นโถวเอาไว้ ในขณะที่มืออีกข้างก็ง่วนอยู่กับการใช้ตะเกียบคีบขาหมูพะโล้เข้าปาก สลับกับการยกถ้วยชาร้อนๆ ขึ้นจิบเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย

 

              ใบหน้าเรียบเฉยของแม่ทัพหนุ่มปรากฏรอยยิ้มจางๆ ขึ้นมา เพราะเพียงแค่ได้มองดูแม่นางน้อยผู้นี้ทานอาหาร ก็คล้ายว่าเขาจะอารมณ์ดีขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

 

              เขาอดทนรอจนกระทั่งพายุแห่งความหิวโหยบรรเทาลง จึงได้เอ่ยปากถามนางในเรื่องที่สงสัยทันที

 

              “ทำไมเจ้ากับพี่ชายถึงถูกนักฆ่าตามล่าได้ล่ะ” คำถามของเขา ทำเอาคนกำลังกินข้าวอร่อยต้องหยุดชะงักทั้งปากและมือ

 

นางวางตะเกียบลง ก่อนจะพูดกับเขาด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง

“พวกเราเป็นทายาทตระกูลขุนนางใหญ่แห่งแคว้นหนิงอัน ข้าและพี่ชายมีความจำเป็นบางอย่างต้องเดินทางมายังแคว้นลู่แห่งนี้ นึกไม่ถึงเลยว่านักฆ่าของตระกูลที่เป็นปรปักษ์กันจะกล้าตามมาราวีถึงที่นี่”

หยางเฟยหรงมองใบหน้าหวานอย่างชั่งใจ ซึ่งนัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้ของนางมิได้เลี่ยงหลบ ไม่ได้แสดงกิริยามีพิรุธ เช่นนั้น เรื่องที่นางเล่ามาก็น่าจะเป็นความจริง

สองสายตาสบประสานกันโดยไม่ได้ตั้งใจ พลันความรู้สึกประหลาดก็ผุดขึ้นในใจคนทั้งคู่ โดยเฉพาะจอมทัพไร้ใจแห่งแคว้นลู่ซึ่งไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน

สงสัยว่าสุราในไหนี้คงจะแรงเกินไป...

หากสตรีผู้นั้นก็เป็นฝ่ายหลุบตาลงต่ำ ก่อนจะเสมองไปยังอาหารหน้าตาน่าทานที่ยังเหลืออยู่เต็มโต๊ะ ราวกับว่าหิวเสียเต็มประดา

ก็บุรุษตรงหน้าแตกต่างจากที่นางจินตนาการไว้มากมายนัก เพราะนอกจากเขาจะไม่ใช่ชายกักขฬะตัวใหญ่ยักษ์ที่ดีแต่รังแกผู้หญิง หากชายผู้นี้กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศอันล้นเหลือ โดยเฉพาะนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น...นัยน์ตาที่นางไม่อาจทนประสานสายตาได้แม้เพียงชั่วอึดใจ

สวรรค์...นี่นางจะกล้าสังหารเขาอย่างที่เคยสาบานเอาไว้ได้จริงหรือ!

“เจ้าจะกลับแคว้นหนิงอันหรือไม่” เขาถามพลางรินสุราขึ้นดื่มอีกหนึ่งจอก นัยน์ตาสีนิลยังคงจับจ้องไปยังดวงหน้าหวานอย่างเผลอไผล ซึ่งท่าทีผ่อนคลายของเขาทำให้นางเริ่มรู้สึกบรรเทาความตึงเครียดลง

“ข้ายังกลับไปที่นั่นไม่ได้ คงต้องกบดานอยู่ในแคว้นลู่สักพัก หรือไม่ก็อาจจะเดินทางไปแคว้นซือจิ้งต่อไป” นางเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

“ถ้าเช่นนั้น...ไปอยู่กับข้าก่อนดีหรือไม่”หยางเฟยหรงไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรเขาถึงได้เอ่ยวาจาเช่นนั้น ก็นั่นมันเหมือนการเชิญชวนนางให้ไปเป็นผู้หญิงของเขาหรือไม่ใช่...

สุราในไหนี้ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน!

ใบหน้าหวานร้อนผะผ่าวขึ้นมาทั้งๆ ที่อากาศรอบกายแสนจะหนาวเหน็บ มือเล็กยกถ้วยชาขึ้นมาจิบเล็กน้อย ก่อนเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงแผ่ว

“ท่านไม่จำเป็นต้องทำตามคำขอของพี่ชายข้า คนใกล้ตายย่อมกล่าววาจาเลอะเลือน”

“แต่ถ้าไม่ทำตาม ก็จะถือว่าข้าเป็นคนตระบัดสัตย์ เกียรติของบุรุษขึ้นอยู่กับสัจจะ ข้าจึงยึดถือมันยิ่งกว่าสิ่งใด” หยางเฟยหรงยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะอันที่จริงเขาเกือบจะลืมเรื่องที่ไป๋ลู่ฝากฝังนางไว้กับเขาไปแล้วเสียด้วยซ้ำ โชคช่างเข้าข้างเขาจริงๆ ที่นางเป็นฝ่ายเอ่ยถึงเรื่องนั้นขึ้นมาก่อน

ยิ่งเห็นนางเม้มปากแน่นคล้ายกำลังข่มอารมณ์บางอย่าง ในใจของหยางเฟยหรงก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เพราะในเมื่อนางเป็นคนดื้อรั้น เขาก็จำต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อยในการกำราบนางให้ยอมจำนน

นางนิ่งคิดอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะพูดในสิ่งที่ทำให้เขาต้องกุมขมับ

“ข้าจะยอมไปกับท่าน ถ้าท่านรับปากข้ามาสามข้อ ข้อแรก ข้าจะไปอยู่กับท่านในฐานะน้องสาว ข้อสอง ข้ามีอิสระ อยากไปไหนก็ย่อมได้ ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตท่านก่อน และข้อสาม เราจะไม่ก้าวก่ายกันและกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม”

เพียงวูบหนึ่งที่นัยน์ตาสีนิลฉายแววไม่พอใจ หากเมื่อได้คิดดูดีๆ แล้ว ข้อเสนอของนางก็ใช่ว่าจะยากเย็นเข็ญใจนี่นะ

“ได้ ข้าตกลง”

ริมฝีปากจิ้มลิ้มแย้มยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ นัยน์ตาวาวใสเป็นประกายวิบวับอย่างคนกำลังสมหวัง ซึ่งรอยยิ้มเบ่งบานราวกับบุปผาแรกแย้มนั้นทำให้หัวใจของคนมองต้องกระตุกวูบ

จอมทัพไร้พ่ายจึงรีบเบนสายตาหนีไปทางอื่น ก่อนที่หัวใจของเขาจะถูกเสน่ห์ของนางทำให้สั่นคลอนมากไปกว่านี้...

“เสี่ยวเอ้อ! คิดเงินค่าอาหาร แล้วก็หาที่พักให้ข้าห้องหนึ่งด้วย” สิ้นเสียงของเขา เสี่ยวเอ้อก็รีบกุลีกุจอเข้ามาคิดเงินให้ แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนไม่พอใจกับคำพูดของเขาอยู่ไม่น้อย

“เสี่ยวเอ้อ หาห้องให้ข้าอีกห้องหนึ่งด้วยสิ” นางรีบพูดแทรกขึ้นมา เพราะเกรงว่าจะได้นอนห้องเดียวกับเขา ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับทำให้นางต้องผิดหวัง

“ตอนนี้ดึกมากแล้ว ห้องพักจึงเหลือห้องสุดท้ายแล้วขอรับฮูหยิน เชิญท่านปรับความเข้าใจกับนายท่านได้ตามสบาย”

คำพูดทิ้งท้ายของเสี่ยวเอ้อทำให้บุรุษหน้าตายหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ในขณะที่อีกฝ่ายกลับทำหน้างอง้ำ เพราะนอกจากจะถูกกล่าวหาว่าเป็นสตรีที่แต่งงานแล้ว นางยังถูกผู้อื่นเข้าใจผิดอีกว่าเป็นฮูหยินที่กำลังเล่นบทพ่อแง่แม่งอนกับผู้เป็นสามีอีกด้วย

เจ้าเสี่ยวเอ้อสู่รู้คนนั้น มันน่าตายนัก!

“จะหยุดหัวเราะได้หรือยัง” นางเค้นเสียงพูดลอดไรฟัน ในใจนึกอยากไปจากตรงนี้เต็มแก่

“คนเป็นน้องสาวพูดจากับพี่ชายเช่นนี้น่ะหรือ...” เขายังเอ่ยวาจายั่วเย้านางไม่หยุด หากเมื่อได้เห็นแววตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเข้า เสียงหัวเราะก็เงียบลง “ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรกันแน่”

แม่นางน้อยยังคงมีสีหน้าบูดบึ้ง หากแก้มที่กลายเป็นสีแดงปลั่งเพราะอากาศที่หนาวเย็นนั้น ทำให้ใบหน้าหวานยิ่งน่าเอ็นดู

“ข้าชื่อชิง แซ่ไป๋”

“ไป๋ชิง...” เขาพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยนามของนางออกมา ก่อนจะยิ้มให้นางทั้งปากและนัยน์ตา จากนั้นจึงเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้นางต้องตกใจ

“จำไว้...ข้ามีนามว่า หยางเฟยหรง”

 

ล่วงเข้ายามจื่อ (23.00-24.59 น.) เจ้าของร่างบางยังนอนไม่หลับ นางพลิกกายไปมาบนเตียงไม้ฉำฉาของโรงเตี๊ยม พร้อมกับครุ่นคิดถึงเรื่องเลวร้ายที่ได้ประสบพบเจอมาทั้งวัน

นึกไม่ถึงเลยว่านักฆ่าเงาจะสะกดรอยตามนางมาถึงที่นี่ จนเป็นเหตุให้ไป๋ลู่ต้องเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องนาง

เป็นเช่นนี้แล้ว นางก็ทำได้เพียงหนีให้ห่างจากแคว้นหนิงอันต่อไป เพื่อไม่ให้การพลีชีพของเขาต้องสูญเปล่า

วนเวียนครุ่นคิดเรื่องนี้ได้ไม่นาน ไป๋ชิงก็วกกลับมาคิดถึงเรื่องที่จะต้องเผชิญในไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้...

ชายผู้นั้นมีนามว่า ‘หยางเฟยหรง’

ยิ่งได้เห็นป้ายหยกที่ห้อยไว้กับกระบี่ของเขาแล้ว ไป๋ชิงยิ่งมั่นใจว่าบุรุษผู้นี้ต้องเป็นหนึ่งในยอดขุนพลแห่งแคว้นลู่เป็นแน่ เพียงแต่นาง นึกไม่ถึงเลยว่าชายผู้ได้รับสมญานาม  ‘ จอมทัพไร้พ่าย ’  จะมีรูปลักษณ์สง่างามสมชายชาตรีเช่นนี้

ทั้งๆ ที่ไป๋ชิงเคยได้พานพบ ทั้งยังเคยใกล้ชิดกับชายรูปงามมาแล้วมากมาย จนนางเผลอคิดไปว่าชาตินี้คงจะหาบุรุษใดที่ทำให้หัวใจของนางหวั่นไหวไม่ได้อีกแล้ว หากเพียงได้สบตากับเจ้าของนัยน์ตาสีนิลคู่นั้น พลันหัวใจดวงน้อยก็เกิดความรู้สึกวาบหวิวได้อย่างน่าประหลาด

หรือนี่จะเป็นอาการวูบไหวอย่างเช่นที่พี่ใหญ่กับพี่รองเคยเล่าให้ฟัง...

“ยังไม่ง่วงหรือ” น้ำเสียงทุ้มที่ดังใกล้เข้ามาทำให้ไป๋ชิงหลุดออกจากห้วงความคิดเหล่านั้น นางรีบลุกจากเตียงแล้วไปนั่งที่โต๊ะกลางห้องทันที

“ข้ายังไม่ง่วง เชิญท่านพักผ่อนตามสบาย”

ได้ยินดังนั้น หยางเฟยหรงก็เหยียดยิ้ม เพราะท่าทีหลุกหลิกของนาง ประกอบกับอาการระแวดระวังคอยจับตาดูเขาทุกฝีก้าว มันได้ลบภาพลักษณ์หญิงสาวจิตใจห้าวหาญที่นางพยายามสร้างเอาไว้จนไม่มีเหลือ

หากเขาก็ไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใดให้นางต้องรู้สึกลำบากใจ ใช่...ถึงแม้ตัวตนของเขาจะห่างไกลจากคำว่าสุภาพชนสักแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ชั่วร้ายเลวทรามมากพอที่จะข่มเหงน้ำใจสตรีที่เพิ่งสูญเสียพี่ชายไปได้

แม้ว่าโฉมสะคราญที่จำต้องร่วมเตียงกันในคืนนี้จะน่าจับกดลงบนฟูกมากมายเพียงใดก็ตาม...

“จะนอนเมื่อไรก็ดับไฟตะเกียงด้วยแล้วกัน ข้าชอบนอนในห้องมืดสนิท” หยางเฟยหรงเอ่ยเพียงเท่านั้น ก่อนจะล้มตัวลงนอนตะแคงหันหน้าเข้าข้างฝา โดยเหลือพื้นที่ข้างๆ เอาไว้ให้อย่างจงใจ

ไป๋ชิงได้แต่เม้มริมฝีปากเอาไว้จนกลายเป็นเส้นตรง นี่นางกลายเป็นคนรับใช้ของเขาตั้งแต่เมื่อไรกัน!

แต่ถึงกระนั้น นางก็ไม่ได้โวยวายอะไร มือเล็กโอบกอดร่างบอบบางของตนเอาไว้เพราะเริ่มรู้สึกเหน็บหนาวมากขึ้นทุกที

ในขณะที่นางกำลังเผชิญกับความทรมานเพราะอากาศหนาวอยู่นั้น ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพหนุ่มกลับซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นสบายอย่างน่าอิจฉา นัยน์ตาวาวใสเผลอจับจ้องอยู่กับแผ่นหลังกว้างและลาดไหล่ที่โผล่พ้นผ้าห่มขึ้นมาอย่างมิอาจละสายตาได้

ผู้ชายแคว้นลู่จะสูงใหญ่กำยำเช่นบุรุษผู้นี้ทุกคนเลยหรือเปล่า...

คิดอะไรเพลินๆ เพียงไม่นาน เสียงกรนก็ดังออกมาจากเจ้าของร่างสูงเบาๆ ประกอบกับลมหายใจที่เข้าและออกอย่างเป็นจังหวะด้วยแล้ว ทำให้ไป๋ชิงมั่นใจว่าแม่ทัพหนุ่มคงจะหลับลึกไปแล้วอย่างแน่นอน

ร่างบางค่อยๆ จรดฝีเท้าไปดับไฟในตะเกียง จากนั้นจึงล้มตัวลงนอนบนฟูกข้างๆ หยางเฟยหรง ซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกันอย่างแผ่วเบา

นางพริ้มตาลงด้วยความสบายใจ ริมฝีปากจิ้มลิ้มมีรอยยิ้มแตะแต้มอยู่จางๆ ไม่ช้าไม่นาน เจ้าของร่างบางก็เข้าสู่ห้วงนิทรา...

กลายเป็นว่าเสียงกรนเมื่อครู่กลับหายไปราวกับว่ามันเป็นเรื่องโกหก

หยางเฟยหรงค่อยๆ พลิกตัวมาจ้องมองคนที่นอนอยู่ข้างๆ กันอย่างช้าๆ เพราะเกรงว่าจะทำให้นางตกใจตื่น

ใช่...เมื่อครู่นี้เขาแกล้งหลับ มิเช่นนั้นคนดื้อรั้นอย่างนางคงไม่มีวันนอนร่วมเตียงกับเขาแน่ๆ แต่ไป๋ชิงคงจะลืมไปว่าบุรุษเพศเช่นเขาก็มีมารยาเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นเช่นกัน

ยิ่งได้มาเห็นเรือนร่างบอบบางราวกับจะเปราะแตกได้โดยง่ายกำลังสั่นงันงกเพราะความหนาวเหน็บเช่นนั้น หัวใจของแม่ทัพหนุ่มยิ่งสั่นไหว

ความรู้สึกนี้คืออะไร เหตุใดจึงมิเคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน...

“ข้าเกรงว่าเจ้าจะหนาวตาย อย่าได้สำคัญตัวผิด” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ก่อนจะรั้งร่างบางหอมกรุ่นเข้ามาแนบกาย ถ่ายทอดไออุ่นจากเรือนกายแกร่งผ่านการโอบกอดนางไว้

“พี่รอง...ข้าหนาว” ในครั้งแรก หยางเฟยหรงรู้สึกตกใจเมื่อได้ยินเสียงหวานใสพึมพำออกมาเช่นนั้น หากเมื่อมองดูดีๆ แล้วก็พบว่าไป๋ชิงเพียงแค่นอนละเมอ แต่ที่ผิดคาดก็คือเรือนร่างบอบบางทว่านุ่มนิ่มกำลังบดเบียดเข้ามาหา พร้อมกับซุกใบหน้าลงกับแผงอกกว้างอย่างน่าตกใจ

ผิดแล้วแม่นางน้อย...ข้าไม่ใช่พี่ชายของเจ้า

หยางเฟยหรงคร่ำครวญอยู่ในใจ มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังบอบบางของนางอย่างแผ่วเบา กลิ่นกายอ่อนละมุนราวบุปผาแรกแย้มกำลังล่อลวงให้เขาเกิดความสับสน

ขอดอมดมดูสักนิด คงไม่เป็นไร...

คิดได้ดังนั้น ปลายจมูกโด่งก็ถูกฝังลงไปบนขมับของหญิงสาว หยางเฟยหรงสูดลมหายใจลึกเข้าอย่างมิอาจควบคุม ซึ่งเพียงเท่านั้นก็ปลุกปั่นให้ความปรารถนาของเขาลุกโชน

นี่เขาคงไม่ได้แนบชิดกับอิสตรีนานเกินไปใช่ไหม จึงได้ถูกเสน่ห์ของนางมอมเมาได้ง่ายดายถึงเพียงนี้...

ท่ามกลางความมืดมิดในยามราตรี หากนัยน์ตาของจอมทัพผู้เคยชินกับความมืดทำให้เขาเห็นความงามกระจ่างของโฉมสะคราญในอ้อมแขนได้อย่างถนัดชัดเจน

หยางเฟยหรงกลืนน้ำลายด้วยความยากเย็น พยายามอย่างหนักที่จะสงบจิตสงบใจ หากอำนาจแห่งความปรารถนากลับอยู่เหนือทุกสิ่ง

ใบหน้าหล่อเหลาจึงค่อยๆ เคลื่อนเข้าหาใบหน้างดงามของไป๋ชิงทีละนิด...

กรี๊ดดดดดด อิพี่จิทำไรน้อง // ปิดตา

อ้อ ขอออกตัวว่าอาจจะหาสาระอะไรมิได้จากนิยายเรื่องนี้นะคะ สายฟิน ปลอดดราม่าเชิญตามมารัวๆ 5555

++ รักคนอ่าน ++ 

นับดาว 

ความคิดเห็น