email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#เดย์เจ้าเอย 18

ชื่อตอน : #เดย์เจ้าเอย 18

คำค้น : เดย์เจ้าเอย แนวมหาลัย nana nanaกะหอยทาก น่ารัก หวาน อบอุ่น ผ่อนคลาย ฟิน จิกหมอน feelgood ฟีลกู๊ด

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2562 09:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เดย์เจ้าเอย 18
แบบอักษร

#เดย์เจ้าเอย 18 

 

 

                (งั้นเหรอ พี่คงต้องไปให้ป้าสอนแล้วล่ะ) จะให้ป้าสอนทำไมกัน

                “พี่ทานข้าวหรือยัง”

                (ทานแล้วครับ)

                “พี่จะนอนเลยไหม”

                (เดี๋ยวรอหนูอาบน้ำก่อนแล้วค่อยนอนพร้อมกัน)

                “งั้นหนูขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวรีบกลับมา”

                (ครับ) ฉันแยกไปอาบน้ำโดยที่ไม่ได้วางสายส่วนพี่เดย์ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังทำอะไรกันแน่ วันนี้ใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าปกติไม่รู้ว่าคนที่ถือสายรอหลับไปก่อนหรือยัง ก็วันนี้กลับบ้านนี่นามันก็จะสบายใจและอาบน้ำให้เย็นฉ่ำน่ะสิ กว่าจะแต่งตัวเสร็จก็กินเวลานานเกือบสี่สิบนาที

                “พี่คะยังอยู่ไหม” ฉันเอ่ยถามปลายสายที่ตอนนี้ไม่มั่นใจว่าเขายังอยู่ไหม ก็เล่นหายไปนานขนาดนี้บางทีสายอาจจะหลุดไปไงเลยต้องถามก่อน

                (อยู่ครับ แต่งตัวเสร็จยัง)

                “เสร็จแล้วค่ะ ที่จริงพี่นอนเลยก็ได้นะมันดึกแล้ว”

                (นอนพร้อมกัน ไม่ต้องวางสายด้วยนะ)

                “ได้ค่ะ พี่นอนเลยนะหนูก็จะนอนแล้ว ฝันดีค่ะ”

                (ฝันดีครับไอ้ดื้อของพี่) ใครดื้อกันเล่า! งอแงได้แค่ในใจเท่านั้นแหละ ขืนพูดออกไปจริงๆยาวแน่ไม่ต้องนอนกันพอดี

               

                เทศกาลสอบที่เกิดขึ้นทำให้ฉันกับพี่เดย์คุยกันน้อยลงเพราะต่างฝ่ายต่างต้องรีบเร่งอ่านหนังสือทำให้ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาหัวใจฉันห่อเหี่ยวเล็กน้อย ตื่นเช้าอ่านหนังสือตกบ่ายออกไปติวกับเพื่อนกลับมาอีกทีก็ดึกส่วนพี่เดย์ก็อ่านหนังสืออยู่ห้องเขาไม่ได้ส่งข้อความหรือโทรหาเลยสักสายในช่วงที่ฉันออกไปติวข้างนอกกับเพื่อน เลยทำให้ทั้งฉันและเขาเหมือนมีกำแพงกั้นไว้บางๆทั้งที่ก็เจอกันทุกวันจากทีแรกทักทายบ้างแบบเร่งรีบจนตอนนี้เราทั้งสองแทบจะไม่คุยกันเลย เวลาฉันจะคุยด้วยเขาก็มักจะทำตัววุ่นวายจนฉันเริ่มใจเสียและน้อยใจเขา เรื่องที่ฉันกับเขาไม่คุยกันจนกลายเป็นหมางเมินยังไม่มีใครรู้ ฉันสอบทั้งหมดห้าวันและวันนี้ก็ย่างกลายมาจนถึงวันสุดท้ายทำเอาเหนื่อยจนสาหัสอยู่ไม่น้อยทั้งต้องอ่านทำความเข้าใจกว่าจะสอบแต่ละวิชา

                “สอบเสร็จแล้วจะไปไหนกัน” โพธิ์ถามก่อนเราจะเข้าห้องสอบ

                “น่าจะกลับเลยอ่ะ” วิสาตอบ

                “กลับด้วยๆ กลับกับวิ” ใช่แล้วล่ะ ฉันมาค้างกับวิตั้งแต่สอบวันแรกมัน ยังไงดีล่ะ ฉันทนไม่ได้หรอกที่จะต้องเห็นพี่เดย์เมินฉันแบบนั้น เคยจินตนาการไว้ว่าถ้าเกิดกลับมาแล้วเขาจำฉันไม่ได้และมีแฟนแล้วฉันจะเป็นยังไงตอนนั้นยังปลอบใจตัวเองให้ปล่อยวางและเริ่มใหม่แต่ตอนนี้มันทำไม่ได้ เพราะฉันถลำตัวเข้าไปลึกเกินจะถอนตัวแล้ว

                “จะไปเอาของแล้วกลับคอนโดใช่ไหม” อชิหรี่ตาถามอย่างจับผิด นี่นอกจากเห็นผีได้แล้วยังอ่านใจคนได้อีกหรือไงกัน

                “ใช่ๆ”

                “งั้นสอบเสร็จเจอกันข้างหน้านะ” เมื่อตกลงกันเสร็จเราทั้งสี่ก็เข้าห้องสอบฉันใช้เวลาทำข้อสอบหนึ่งชั่วโมงจากนั้นก็ออกมารอเพื่อนที่หน้าห้องสอบรอได้ไม่นานทุกคนก็ออกมาและเรากำลังแยกย้ายกลับ ชุดที่ฉันเอามาไว้ห้องวิสามีไม่มากและทุกชุดถูกซักไว้หมดแล้ว ฉันจัดการพับเก็บใส่กระเป๋าและบอกลาเพื่อน

                “ไม่ให้ไปส่งจริงๆเหรอ?” โพธิ์ถามอีกครั้งเมื่อมาส่งที่หน้าคอนโด

                “ไม่เป็นไร สอบมาเหนื่อยๆแกพักเถอะ”

                “ก็ได้ ถึงบ้านแล้วโทรมาเข้าใจไหม”

                “รับทราบ! โอ๊ะ รถมาแล้วไปละนะ เจอกัน” ฉันยิ้มโบกมือลาให้เพื่อน สองคนนั้นโบกมือลาแต่ก็ยังมองมาอย่างเป็นห่วงเช่นเดิม

                “ไปสนามบิน...ค่ะ”

                รอไม่นานก็ถึงสนามบินดังที่ตั้งใจไว้ เช็คอินเสร็จก็เช็คของอีกนิดหน่อยพาสปอร์ตพร้อม กระเป๋าก็มีแค่กระเป๋าเป้ใบเดียวเสื้อผ้าอีกสองชุดเดี๋ยวค่อยไปซื้อกระเป๋าเดินทางเพิ่มจากที่นู่นแล้วกัน ชุดนิสิตที่สวมอยู่ก็ปลดเข็มปลดตราต่างๆใส่ในกระเป๋าสะพายและหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับไว้ เวลาอีกสองชั่วโมงถึงเวลาเครื่องออก ดังนั้นฉันจึงเดินไปหาร้านอาหารทานรอระหว่างขึ้นเครื่อง หิวมากจริงๆตั้งแต่เที่ยงแล้วยังไม่ได้ทานอะไรเลย เมื่อถึงเวลาเครื่องออกฉันก็ขึ้นเครื่อง แอบตื่นเต้นยังไงไม่รู้ที่จะต้องไปเผชิญโลกกว้างคนเดียวแบบนี้ พอเข้าไปนั่งบนที่นั่งฉันก็หลับไปทันที เก็บพลังงานไปเดินเที่ยวกันค่ะ

                เกือบสี่ชั่วโมงการเดินทางถึงสิ้นสุดลงฉันทำตามขั้นตอนที่ดูจากการรีวิวซื้อตั๋วรถและบัตรอะไรต่างๆจากนั้นก็ถึงเวลาเดินทางไปยังโรงแรมที่จองเอาไว้ ตั้งแต่ลงจากเครื่องและเปิดโทรศัพท์ทั้งข้อความทั้งสายที่ไม่ได้รับเด้งขึ้นไม่หยุดจนต้องปิดเสียงการแจ้งเตือนเอาไว้ หัวใจฉันกระตุกไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นทั้งข้อความและเบอร์ของพี่เดย์ที่พยายามติดต่อฉันเข้ามา เมื่อถึงโรงแรมฉันถึงได้ตอบข้อความเพื่อนในกลุ่มว่ามาเที่ยวเดี๋ยวกลับและบอกแม่ว่าถึงโรงแรมแล้ว ฉันน่ะบอกแม่ไว้แล้วว่าจะมาเที่ยว แม่ได้ได้ห้ามเพราะฉันอ้อนไว้เยอะ

                “ตอบยังไงดีนะ” เมื่อถึงข้อความของพี่เดย์ที่รัวส่งมาเกือบร้อยข้อความทำให้ฉันเกิดความลังเลไม่รู้ว่าควรจะตอบเขายังไง เมื่อยังไม่รู้จะตอบอะไรเลยล็อคหน้าจอโทรศัพท์ไว้ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำอาบน้ำและพักผ่อน ตอนบ่ายค่อยออกไปเดินเล่น ฉันแค่อยากมาพักผ่อนไม่ได้ตั้งใจจะมาเที่ยวตามที่เที่ยวสำคัญทุกอย่างแต่อยากค่อยๆเที่ยวไปไม่ฝืนและไม่เหนื่อยตัวเอง

ถ้าฝืนแล้วเกิดป่วยขึ้นมาความสนุกคงติดลบกันพอดี ค่อยเป็นค่อยไปนี่แหละดี

                “บ้าจริง! โทรมาทำไมเยอะแยะ” อาบน้ำแค่ไม่กี่นาทีก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อสายที่ไม่ได้รับจากพี่เดย์พุ่งขึ้นเป็นสามสิบสายจากที่ก่อนหน้านี้แจ้งเตือนหายไปเพราะฉันกดดูแล้ว ฉันสะดุ้งตกใจอีกครั้งเมื่อพี่เดย์โทรกลับเข้ามาลังเลอยู่นานก่อนจะตัดสินใจรับสายเขา

                “ค ค่ะ”

                (อยู่ไหน!!) เสียงตวาดดังขึ้นจากปลายสาย กระตุ้นต่อมน้ำตาฉันให้ทำงานได้อย่างดี ไม่ได้โกรธหรือโมโหแต่ฉันคิดถึงเขา คิดถึงเสียงของเขา ฉันไม่ได้ยินเสียงเขานานแค่ไหนแล้วนะ คิดถึงจัง

                (ถามว่าอยู่ไหน! จะไปไหนทำไมไม่เคยบอกชอบนักเหรอทำให้เป็นห่วง คิดจะหายไปก็ไปเลยอย่างนี้เหรอ) ไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนั้นนะ ฮึก ฉันไม่ได้อยากทำให้เขาเป็นห่วง

                “ฮึก” อยากจะแก้ตัวแต่มีเพียงเสียงสะอื้นที่ส่งไปยังอีกฝ่าย

                (ตกลงอยู่ไหน) ปลายสายถามเสียงอ่อนลง แต่ก็รู้ว่าเขายังหงุดหงิดอยู่

                (เจ้าเอย! ถามว่าอยู่ไหน//เดย์ จะไปต่อกันไหม) เสียงผู้หญิงคนนั้นมันคืออะไรกันนะ เขาไปเที่ยวอย่างนั้นเหรอ นั่นสินะเขาอาจจะยังไม่ได้กลับห้อง เขาเองยังไปเที่ยวได้เลยฉันเองก็ไปเที่ยวได้ บางทีที่เขารู้ว่าฉันยังไม่กลับห้องเป็นเพราะรู้จากเพื่อนฉัน

                “...” ฉันเงียบเม้มริมฝีปากแน่น ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอยู่แบบนั้น เจ็บดีจัง เจ็บที่หัวใจแบบนี้น่ะ

                (เจ้าเอย จะไม่บอกใช่ไหม)

                “มะ ไม่ต้องรู้หรอกเดี๋ยวก็กลับ” ใช่กลับ กลับไปอยู่บ้านฉันอ่ะนะ พอแล้วกับเรื่องที่เหมือนความฝันมันจะเป็นไปได้จริงๆเหรอไม่เจอกันตั้งสิบปีแล้วเขายังเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีแบบนั้นเขาจะรอฉันจริงๆเหรอ ตลกจัง ฉันนี่ยังจะหลอกตัวเองอีกนานแค่ไหนกัน

                (อยู่ไหน จะไปรับกลับพร้อมกัน) หึหึ ตลกจังเขาจะมาทำไม

                “ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ ขอวางสายนะคะ”

                (เดี๋ยว! เจ้าเอย) ฉันไม่ฟังอะไรอีกแล้ว ทนฟังเสียงเขาไม่ไหวหรอก ทำไมมันถึงเหนื่อยแบบนี้นะ เหนื่อยแบบที่ไม่เคยเหนื่อยมาก่อน ฉันทิ้งตัวนอนบนเตียงนอนปล่อยให้น้ำตาไหลอยู่แบบนั้นและหลับไปด้วยความอ่อนเพลียในที่สุด

 

 

=========================== 

วิ่งหลยรีดเดอร์ก่อนนะ ไม่ได้งอนแล้วทำให้ดราม่านเลยนะจริงจริ๊งงงงงง 

ความคิดเห็น