email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#เดย์เจ้าเอย 16

ชื่อตอน : #เดย์เจ้าเอย 16

คำค้น : เดย์เจ้าเอย แนวมหาลัย nana nanaกะหอยทาก น่ารัก หวาน อบอุ่น ผ่อนคลาย ฟิน จิกหมอน feelgood ฟีลกู๊ด

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2562 17:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เดย์เจ้าเอย 16
แบบอักษร

#เดย์เจ้าเอย 16 

 

 

 

                “เดี๋ยวพี่สอน จูบบ่อยๆก็จูบเป็นเองแหละ” สิ้นเสียงนุ่มพี่เดย์รั้งท้ายทอยให้ฉันและเขาขยับใกล้กันมากขึ้น ลมหายใจอุ่นๆที่สัมผัสได้ทำให้หัวใจฉันเริ่มเต้นรัวแรงอีกครั้ง ริมฝีปากร้อนฉกจูบบดแนบลงบนริมฝีปากฉันก่อนจะขบเม้มเบาๆอยู่นานนาทีแรกมีเพียงสัมผัสที่แผ่วเบานุ่มนวลแต่จากนั้นเรียวลิ้นร้อนชื้อกลับแทรกเข้ามาในโพรงปากกวาดชิมทุกหยาดหยดด้วยความกระหาย

                “พะ พอแล้ว” เสียงห้ามยังสั่นเครือรู้สึกวูบโหวงในท้องจนกลัวว่าตัวเองจะไม่สบายเอา

                “พอก็ได้” พี่เดย์หลุดขำเมื่อพบว่าฉันหลบสายตาเขาเป็นพัลวัน ก็มันเขินนี่จะให้จ้องมองเขายังไงไหว

                “เย็นนี้เราออกไปทานข้าวข้างนอกไหมคะ”

                “ข้างนอกเหรอ ก็ได้นะ อยากไปทานไหน” มือร้อนประคองแก้มฉันไว้ทั้งสองข้าง จ้องฉันไม่ยอมละสายตาไปไหนสักวิ คิดว่าถ้าเป็นปลากัดคงท้องไปหลายรอบแล้วล่ะจ้องบ่อยซะขนาดนี้

                “ร้านอาหารใกล้ๆนี่ก็ได้ค่ะ เดินไป”

                “เอางั้นก็ได้ พี่ขอไปใส่เสื้อก่อน” พี่เดย์อุ้มฉันลงจากตักก่อนจะวางลงบนโซฟา ไม่นานเราทั้งสองก็เดินออกจากห้องระหว่างรอลิฟต์ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมายืนรอเข้าลิฟต์อยู่ข้างๆเธอสวยมากเลยนะไม่สิ ดูน่ารักบอบบางมากๆเลยแล้วข้างๆเธอยังมีเด็กผู้ชายตัวเล็กยืนอยู่ข้างๆ เด็กชายตัวเล็กเงยหน้ามองฉันก่อนจะฉีกยิ้มหวานส่งมาให้ ฉันยิ้มขำส่งยิ้มกลับให้เด็กคนนั้นรู้สึกถูกชะตายังไงไม่รู้สิ

                “ชื่ออะไรครับ” ฉันขยับปากถามเด็กชายตัวน้อยแบบไร้เสียง น้องเขาก็อ่านปากตามก่อนจะตอบกลับมาแบบเดียวกับที่ฉันถามนั่นคือขยับปากตอบแบบไร้เสียง

                “ซันไชน์ครับ” ซันไชน์อย่างนั้นเหรอ ชื่อน่ารักจัง ฉันยิ้มก่อนจะบอกน้องไปเหมือนกันว่าฉันชื่ออะไร เราคุยกระซิบกันอยู่นานกระทั่งรับรู้ว่ากำลังมีคนมองฉันละสายตาจากเด็กตัวน้อยก็เจอเข้ากับสายตาเอ็นดูของพี่เดย์ที่จ้องฉันอยู่ส่วนสายตาอีกคู่เป็นของผู้หญิงคนนั้นเธอกำลังมองฉันด้วยสายตาที่ทั้งเอ็นดูและขอบคุณ แต่ฉันนี่สิอายๆยังไงไม่รู้ที่ต้องมาเล่นอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น

                “เอ่อ ขอโทษค่ะ” ฉันเอ่ยบอกพี่สาวของเด็กคนนั้นไป เธอส่ายหน้าพรางยิ้มส่งมาให้

                “ไม่เป็นไรค่ะ”

                “พักอยู่ที่นี่เหรอคะ คือ เอ่อ แบบว่าถ้าอยากเล่นกับน้อง” ฉันเหลือบตามองซันไชน์เล็กน้อยก็พบว่าน้องเองก็มองฉันอยู่เช่นเดียวกัน

                “พักที่นี่ค่ะ เดี๋ยวถ้าทำขนมเสร็จจะให้ไชน์เอาไปฝากนะคะ” เธอยิ้มแล้วน่ารักจัง

                “ขอบคุณค่ะ ชื่อเจ้าเอยค่ะ อยู่ห้อง...ห้องไหนนะคะ” ฉันหันไปมองพี่เดย์ทันทีเมื่อจำเลขห้องไม่ได้

                “1509 ครับ” พี่เดย์ยกแขนโอบเอวฉันไว้พรางรั้งเข้าไปยืนชิดกับเขา

                “ค่ะ ตรงข้ามกันเลย เดี๋ยวจะให้ไชน์เอาไปให้นะคะ แต่วันนี้ขอตัวก่อนนะคะไนช์ลาพี่ๆเขาสิลูก”

                “ครับม้า ผมไปละนะพี่คนสวยบ้ายบาย” ฉันโบกมือลากเด็กชายตัวน้อยก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ พี่เดย์เดินอยู่ข้างๆและไม่ยอมปล่อยแขนออกจากเอวฉันเลย

                “ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยคะ” เมื่อเห็นว่าใบหน้าหล่อกำลังเคร่งเครียดด้วยเรื่องอะไรไม่รู้และเขายังเผลอทำหน้าคิดหนักแบบนั้นฉันเองก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้

                “เปล่าครับ แล้วตกลงแข่งวันไหนนะแบดมินตันน่ะ”

 

                ตอนนี้ผ่านมาเกือบเดือนแล้วที่มีกีฬารับน้อง วันฉันแข่งแบดมินตันรอบจริงเพื่อนๆมาให้กำลังใจกันเต็มไปหมดและฉันก็คว้าเหรียญทองมาฝากเพื่อนๆชาวคณะได้สำเร็จ อ้อ และฉันเองก็งอนพี่เดย์นิดหน่อยที่วันนั้นเขาไม่ได้มาให้กำลังใจฉันแต่พอรู้ว่าเขาติดพรีเซ้นต์งานฉันก็หายโกรธแล้วล่ะเพราะเมื่อเขาพรีเซ้นต์งานเสร็จก็รีบมาหาที่สนามแข่งทันทีแม้จะเป็นช่วงที่จบการแข่งขันแล้วก็ตาม อีกอย่างถึงแม้จะแข่งชิงจบไปแล้วแต่เรายังเหลือการประกวดขบวนซึ่งตั้งแต่ต้นเทอมพี่ๆบอกให้ฉันนั่งเสลี่ยงฉันเองก็ไม่มีปัญหาเลยตกลงไป แต่พอถึงวันจริงๆปัญหาคือพี่เดย์ไม่ยอมให้มาคนเดียวเขาเป็นคนมารับมาส่งทั้งตอนลองชุดและลองตั้งขบวน และวันจริงเขาก็ตื่นมาส่งตั้งแต่ตีสามคอยส่งข้าวส่งขนมมาให้ โพธิ์แต่งหน้าทำผมช่วยรุ่นพี่คนอื่นๆ ยัยวิสากำลังนั่งหลับอยู่ข้างๆฉันเพราะวิสาก็ต้องนั่งเสลี่ยงเหมือนกัน ส่วนอชิถือพานพุ่มยัยนั่นเลยไม่ต้องทำอะไรมากแค่แต่งหน้าและใส่ชุดนิสิตพิธีการแค่นั้น แต่ฉันกับวิสานี่สิงานหนักจริงๆ

                “ง่วงไหม” พี่เดย์เดินเข้ามาใกล้มือยื่นแก้วโกโก้เย็นมาให้ อ้อ ก่อนน้านี้เขาบอกว่าจะเข้าไปช่วยเพื่อนที่คณะเขานี่นาทำไมถึงมาอยู่นี่ได้ล่ะ

                “นิดหน่อยค่ะ ไหนบอกจะไปหาเพื่อน”

                “ไปมาแล้ว พวกมันใช้ไปซื้อของกินน่ะซื้อให้พวกมันเสร็จเลยแวะเข้ามาหา”

                “จะว่าไปชุดโป้หรือเปล่า พามาลองชุดก็ไม่ยอมให้ดู” อีกเรื่องคือเขาหวง ใช่ไหมนะ เอาเป็นว่าฉันจะคิดว่าเขาหวงแล้วกันนะ ที่เขาตามเทียวรับเทียวส่งเป็นเพราะหวงเรื่องชุด

                “ก็มันเขินนี่ ชุดไม่โป้หรอกค่ะสบายใจได้ อ้อ พี่เดย์โทรศัพท์หนูแบตหมดแล้วอ่ะยังไม่ตอบไลน์แม่เลย”

                “เดี๋ยวพี่ชาร์ตให้” การที่พี่เดย์เดินเข้าออกภายในห้องแต่งตัวคณะฉันแบบนี้ไม่ยักจะมีคนห้ามเขา แต่ตรงกันข้ามรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันกลับกรี๊ดกร๊าดเขาใหญ่ ยกเว้นเพียงแต่พี่องุ่นที่หลบหน้าหลบตาทั้งฉันและพี่เดย์

                “น้องเอยแต่งหน้าลูก” รุ่นพี่ปีสามเรียกให้ไปแต่งหน้าแล้ว

                “ค่ะพี่” ฉันขยับเดินไปยังจุดที่โพธิ์นั่งอยู่ มันกวักมือเรียกให้ฉันเดินเข้าไปหาฉันนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามมันก่อนจะถูกบรรเลงศิลปะขนานสูงลงบนใบหน้า

                “อ้าว พี่เดย์สวัสดีค่ะ”

                “สวัสดีครับ” ฉันหลับตาอยู่น่ะเลยไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำหน้ายังไงอยู่โพธิ์ถึงได้หัวเราะคิกคักแบบนั้น มันน่าหมั่นไส้มากนักเชียว

                “เดี๋ยวโพธิ์จะแต่งให้สวยที่สุดเลยค่ะ” เสียงเพื่อนฉัน

                “อย่าเลยครับ เดี๋ยวมีคนมาชอบเยอะ” พี่เดย์

                “ฮาๆๆ ตามรับตามส่งทุกวันแบบนี้ใครจะกล้ามาจีบล่ะคะ”

                “ก็ไม่แน่ ทุกวันนี้ยังมีคนส่งข้อความหาไม่หยุด ดีที่เพื่อนเราไม่ได้สนใจพี่เลยจัดการเองทุกราย” อ้อ เรื่องนี้พอจะรู้ เขาคงหมายถึงพวกผู้ชายที่ส่งข้อความและคอมเม้นเต๊าะแต๊ะฉันเวลาอัพรูปหรือโพสอะไรลงในโซเชียลนั่นแหละ ฉันน่ะไม่ได้สนใจมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้วและจะเป็นพี่เดย์เองที่คอยจัดการลบแชทและบล็อกคนพวกนั้น

                “มันไม่ได้อะไรกับใครอยู่แล้วพี่ วันๆในหัวมันมีแค่ขนมอ่ะ”

                “พี่เชื่อ เออจริง พี่ต้องไปแล้วล่ะยังไงก็ฝากดูด้วยนะ”

                “ได้ค่ะ”

                “เจ้าเอยครับ”

                “คะ?” แหม นึกว่าจะลืมฉันไปแล้วเสียอีกเห็นคุยกันถูกคอเลยนะ

                “พี่ต้องไปคณะนะครับ เดี๋ยวเจอกันตอนเดินขบวนเลยนะขนมพี่วางไว้ที่นั่งหนูนะ โทรศัพท์เอาของพี่ไว้ใช้ของหนูพี่จะเอาไปชาร์ตให้”

                “พี่เอาโทรศัพท์พี่ไปเลย หนูไม่ได้ใช้อยู่แล้ว”

                “แต่...”

                “ถ้ามีอะไรจะได้โทรหาไงคะ” ฉันบอกไปตามจริง

                “เอางั้นก็ได้ครับ พี่ไปแล้วนะเจอกันครับ” มือร้อนวาบที่ไหล่ฉันเบาๆก่อนที่ความอบอุ่นนั้นจะหายไป พร้อมกับเสียงแซวของโพธิ์ช่างแต่งหน้ากิตติมศักดิ์

                “แหมๆ หวานกันจริงหวานกันจังนะ”

                “อะไรเล่า”

                “ก็ตามเทียวรับเทียวส่ง ซื้อข้าวซื้อขนมมาให้ขนาดนี้ก็อิจฉาอยู่นะ”

                “อย่าแซวน่า มันเขินไม่รู้หรือไง”

                “ฮาๆๆ น่าจะชินได้แล้วนะ โดนพวกฉันแซว ทุกวันสามเวลาหลังอาหารแบบนี้

                “แหม มันชินได้ที่ไหนกันล่ะ”

                นัดแต่งหน้าตั้งแต่ตีสาม ตั้งขบวนและเริ่มเดินตอนสิบโมงฉันน่ะนั่งบนเสลี่ยงแทบจะขยับไปไหนไม่ได้ แต่แอบสงสารเพื่อนผู้ชายสี่คนที่ต้องมาแบกฉันนี่แหละ ฮื่อ ฉันเกรงใจพวกเขาจริงๆนะ แม้จะไม่ได้หนักมากมายแต่พอต้องแบกไปนานๆฉันเชื่อว่าพวกเขาต้องเหนื่อยมากแน่ๆเลย

                “ไอ้เจ้าเอยยิ้มนะเว้ย อย่ามาทำหน้าจะร้องไห้แบบนั้น” เพื่อนที่แบกเสลี่ยงบอกฉันเสียงเข้ม คนนี้เคยทำงานกลุ่มด้วยกันน่ะเลยรู้จักกันบ้าง

                “ยิ้มเดี๋ยวนี้นะ อย่ามาทำให้พวกฉันเหนื่อยฟรี”

                “จริงๆ ถ้ารู้สึกผิดนู่นเลย ยิ้มหวานๆอ้อนกรรมการให้ขบวนเราชนะ”

                “จะ จะพยายามนะ” ฉันบอกเพื่อนเสียงแผ่วเสียงประกาศอะไรไม่รู้ดังลั่นไปหมดฉันไม่ได้สนใจมากเท่าไหร่แต่แล้วสายตาฉันก็ประทะเข้ากับร่างสูงของพี่เดย์ที่ตอนนี้เปลี่ยนจากสวมเสื้อยืดกางเกงยีนมาใส่เป็นชุดนิสิตผมหน้าของเขาที่ยาวถูกมัดจุกขึ้นบนคอเขากำลังสะพายกล้องตัวโตไว้ กล้องตัวนี้เป็นตัวที่เห็นอยู่ในตู้โชว์ของเขาในห้องนอน เมื่อเช้ายังไม่เห็นเขาเอามาเลยเขากลับไปเอากล้องอย่างนั้นเหรอ พี่เดย์ถ่ายรูปเพื่อนฉันทั้งสองที่เดินอยู่ในขบวนด้านหน้าจากนั้นก็เปลี่ยนเป้าหมายตรงมายังฉันแล้วก็รัวถ่ายไม่หยุด จนได้ยินพิธีกรภาคสนามเอ่ยแซวนั่นแหละ ความเขินพุ่งปี๊ดจนถึงจุดสูงสุดไปเลย

                “พี่อ่ะ ถ่ายเยอะเกินไปแล้ว” ฉันกระซิบบอกเขา

                “ก็สวย”

                “ไม่เอาเขิน”

                “น้ำครับ” น้ำดื่มขวดเล็กที่อยู่กระเป๋ากางเกงด้านหลังของเขาถูกยื่นมาให้ฉันบนเสลี่ยง พอรับมาเขาก็รัวถ่ายรูปฉันไม่หยุดเลยกระทั่งเข้าไปในสนามและต้องลงจากเสลี่ยงเพื่อเดินผ่านประธานตอนนั้นแหละถึงไม่เห็นพี่เดย์แต่พอมาถึงจุดที่ต้องยืนเพื่อรอเปิดพิธีพี่เดย์ก็กลับมาพร้อมกับร่มคันหนึ่งและน้ำเย็นข้างๆกันนั้นคือโพธิ์ที่สะพายกระเป๋าเครื่องสำอางคู่กาย

                “ร้อนไหมครับ”

                “นิดหน่อยค่ะ” แต่ในใจอยากจะบอกว่าทั้งร้อนทั้งง่วงเลยล่ะ ตั้งแต่สิบโมงยันบ่ายสาม ขบวนอะไรมันจะยิ่งใหญ่ขนาดนั้นถามจริง

                “อ่ะน้ำ”

                “ขอบคุณค่ะ”

                “ชะนีซับหน้าหน่อย” โพธิ์ยื่นมามือก่อนจะซับหน้าให้อย่างเบามือและเปลี่ยนเวียนไปดูแลคนอื่นๆส่วนพี่เดย์ยืนปักหลักอยู่ข้างๆฉันช่วยกางร่มให้ อีกไม่นานพิธีก็จะเสร็จและเราก็จะได้กลับบ้านแล้ว ฉันคิดถึงเตียงนอนนุ่มๆอยากจะนอนมากจริงๆ

                “โอ้โห ไอ้เอยของพวกพี่ทำไมวันนี้แกสวยจังวะ” เสียงพี่ฟาสร้องทักเมื่อพี่เดย์กำลังพาเดินไปที่ซุ้มของคณะพี่เดย์เพื่อจะเอากระเป๋าสะพาย

                “อ้าว ก่อนหน้านี้ไม่สวยเหรอคะ” ฉันแกล้งถามกลับไปพร้อมกับทำหน้างอนๆส่งผลให้อีกฝ่ายเริ่มเลิกลักลนกันไปหมด

                “ไม่ๆ คือ ไอ้เดย์มึงอย่ามาจ้องพวกกูแบบนั้นนะ” พี่เดย์เริ่มแผ่รังสีอะไรบางอย่างออกมาแล้วล่ะ ทั้งที่ตอนถ่ายรูปให้ฉันกับเพื่อนก็ยังดูอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ

                “ฮาๆๆ หนูแกล้งเล่นน่า”

                “โอ๊ย หัวใจจะวายมาๆถ่ายรูปกับพวกพี่หน่อย” พี่พาร์คเดินเข้ามากอดคอถ่ายรูป เมื่อพอใจพี่พาร์คก็เดินไปแย่งกล้องพี่เดย์มาคล้องคอและผลักพี่เดย์มายืนข้างๆฉัน

                “ถ่ายคู่กับน้องมันหน่อย กูเห็นถ่ายแต่รูปน้องกับเพื่อน เฮ้ย เฟิร์นๆมาซับหน้าให้เดย์มันหน่อย”

                “เออๆ” มีรุ่นพี่เดินเดินเข้ามาซับหน้าพี่เดย์และตบแป้งบางๆ จากคนที่หล่ออยู่แล้วคราวนี้กลับดูมีออร่ามากกว่าเดิมหลายสิบเท่า พี่พาร์คถ่ายรูปคู่ของฉันกับพี่เดย์ไปหลายรูปนอกจากนี้เขายังหาอุปกรณ์เสริมหามุมหาสถานที่ถ่ายรูปให้เราไม่หยุดยิ่งใกล้พระอาทิตย์ตกแบบนี้พี่พาร์คยิ่งชอบบอกว่ามันสวยและโรแมนติก เราไม่ได้สนใจว่าคนรอบข้างจะถ่ายรูปเราไปทำอะไรไม่ได้สนใจว่าพวกเขาจะพูดถึงเราแบบไหนเพราะสุดท้ายแล้วคนที่เราควรจะแคร์คือคนที่ยืนอยู่ข้างๆฉันนี่ไง

ผู้ชายที่ชื่อเดย์...

========================================= 

ยาวๆจุกๆไปเลยจ้าพี่จ๋า เขินพี่เดย์มาก เขินแบบไม่เคยเขินมาก่อน ได้แต่ถามตัวเองในใจวนไปมาทำไมน่ารักแบบนี้ อิจฉาน้องที่มีพี่เดย์เป็นของตัวเอง แล้วยังอิจฉาพี่เดย์ที่มีน้องเป็นของตัวเอง โอ๊ย ย้องแย้งมากจ้า 

ปล.มีใครพอแนะนำคนวาดปก(ราคาไม่สูง)บ้างไหมคะ อยากให้อีบุ๊คเรื่องนี้เป็นรูปปกพี่เดยืกับน้องเอยมาก  

ปล.2 ช่วงนี้อากาศค่อนข้างเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ เป็นห่วงเด้อ  

ความคิดเห็น