ศรีมณีเองจ้า

ชื่อตอน : Back to square one (END)

คำค้น : ศรีมณี,นิยายyaoi,เมียหลวง,ท้องได้,มีลูก,คอสโม่,มิเกล,ครูส,END

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.8k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2562 03:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Back to square one (END)
แบบอักษร

 

I will keep the stories  

that you inspire in my memories. 

ฉันจะเก็บเรื่องราวดีๆของคุณ 

ไว้ในความทรงจำของฉัน 

 

 

 

 

“ จะปลูกอะไรต่อดีน้า “   

 

ผมยิ้มให้กับตัวเองที่กำลังยืนมองสวยดอกไม้ขนาดย่อมๆหน้าบ้านของตัวเอง ตอนนี้ผมน่าจะปลูกประมาณ 5 สายพันธุ์ได้แล้วมั่ง  

 

มี 

  

ดอกกุหลาบ  

ดอกชบา 

ดอกคลิเวีย 

ดอกจัสมิน 

ดอกโพรเทีย 

จริงสิมีอิกอันด้วย พวกพันธุ์กล้วยไม้อะไรแบบนี้  

 

พอพวกมันถูกมาปลูกรวมๆกันแบบนี้ก็สวยดีนะสดใสดีถ้ามีอยู่สีเดียวเกรงว่าหน้าบ้านผมจะดูหน้าเบื่อไปเสียหน่อย  

 

นี่ก็ผ่านมาประมาณ 8 เดือนได้แล้วที่ผมอยู่ที่นี่แล้วผมก็มี ความสุขมายเลยละ…. ผมมีความสุขจริงๆนะที่ได้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้  

มันอาจจะไม่ได้ธรรมชาติจัดๆเหมือนที่ผมต้องการแต่มันก็ไม่เลวแถมเพื่อนบ้านยังเป็นเพื่อนบ้านที่ดีอิกต่างหาก  

แต่อจจะไม่เยอะมากเพราะที่นี่อยู่ไกลจากกรุงเทพพอสมควร แต่ผมไม่บอกหรอกนะว่าที่ไหน คิก~  

 

ผมอยากปลูกต้นไม้เพิ่มจัง ความจริงแล้วผมไม่ได้ปลูกมันตั้งแต่แรกหรอกนะผมแค่ไปซื้อมันมาตอนที่มันโตแล้วนิดหน่อยขืนถ้ามาปลูกตั้งแต่เป็นเมล็ดละก็นอกจากจะใช้เวลานานเกินไปแล้วเผลอๆไม่โตด้วยซ้ำเกรงว่าจะตายซะก่อน  

 

ผมไม่ได้เก่งถึงขนาดจะทำทถกเรื่องได้ซะหน่อย มันก็ต้องมีบางเรื่องแหล่ะที่เราจะไม่เก่งบ้างถ้าต้องมานั่งเก่งทุกเรื่องแบบนั้นคงจะเหนื่อยแย่  

 

จะว่าไปแล้วผมยังไม่มีอาชีพเลยคนแบบผมควรทำอะไรดีละ จะให้ไปนั่งรวมทำงานกับคนในบริษัทก็คงไม่ไหว ผมขนมขายดีไหมนะ เอาเป็นว่าผมค่อยคิดทีหลังแล้วกัน 

 

ผมไม่ได้ร้อนเงินขนาดนั้นเงินที่มีตอนนี้ก็เยอะอยู่มากโขเลยละ ขออยู่สบายๆแบบนี้สักพักละกัน สบายทั่งตัว สบายทั่งใจ  

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !!  

 

 

ผมไม่จำเป็นต้องตะโกนถามหรอกครับว่าใครเพราะคนที่มาหาผมน่ะมีอยู่ไม่กี่คนหรอกโลกใบนี้  

 

 

“ อาทิตย์นี้มากี่รอบแล้วเนี้ย วี พี่ว่าน “  

“ แล้วกูมาไม่ได้รึไงละ “  

“ เอามาสิ ยืนเป็นผีเฝ้าประตูไปได้ “  

 

 

ผมเดินเข้าห้องครัวไปเตรียมน้ำชากับขนมกินเล่นเล็กๆน้อยๆ ดูท่าแล้วน่าจะหิวกันน่าดูเลยละ  

 

ผมไม่ใช่คนที่ชอบทานขนมอะไรขนาดนั้นหรอกนะแต่ที่มีติดบ้านเอาไว้ก็เผื่อมีแขกมาส่วนนึงแต่อิกส่วนนึงก็คือผมซื้อมันมาติดห้องครัวเอาไว้จนเป็นนิสัยแล้วน่ะสิ  

 

มิเกลชอบกินขนมพวกนี้ผมจำได้ดี ผมจำได้ทุกอย่างว่ามิเกลชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้าง ผมไม่เคยหยุดคิดถึงมิเกลเลยสักวินาทีแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับผมคงเป็นความรู้สึกมากกว่า  

 

เวลาที่ผมคิดถึงมิเกลผมไม่เจ็บปวดอิกต่อไปแล้ว ผมมีความสุขเวลาผมคิดถึงมิเกลทีไรผมมีความสุขทุกที  

 

ผมจำได้ว่าการที่ผมได้ให้กำเนิดเด็กคนนึงออกมา ได้เลี้ยงดูเขา ได้สร้างความสุขด้วยกันถึงแม้จะมีหลายเรื่องก็เถอะที่ผมยังไม่ได้ทำกับมิเกล  

แต่ไม่เป็นไรผมจะทำเอง อะไรที่ผมยังไม่เคยทำผมก็จะทำเอง ผมจะทำด้วยตัวเองผมจะไม่เอาใครมาเป็นข้ออ้างอิกแล้ว  

 

แต่ผมไม่สามารถสลัดความเสียใจของผมออกไปได้จนหมดหรอก แน่นอนสิเขาเป็นลูกของผมนะ ผมของผมทั่งคนเลยนะผมจะไม่เสียใจได้ยังไง 

 

เพียงแต่ว่ามันถึงเวลาแล้วที่ผมต้องออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองจริงๆสักทีสลัดทิ้งอดีตไว้ข้างหลังก้าวเดินต่อไป ไม่ใช่แค่ตัวผมเอง เพื่อตัวของมิเกลด้วย  

 

ผมรู้ว่ามิเกลรักผมมากแค่ไหนมิเกลคงไม่อยากเห็นผมอยู่ในสภาพร้องไห้เหมือนผีบ้าแบบนั้นหรอก ถ้ามิเกลยังอยู่กับผมเขาคงพูดกับผมว่า  

 

 

“ หม่าม๊าอย่าร้องไห้สิฮับ มิเกลไม่ชอบเลย “ 

“ หม่าม๊า โอ๋น้า ฮึบฮึบ “  

 

แถมตบท้ายด้วยการร้องไห้ไปกับผมแน่ๆ จริงๆแล้วผมพูดผิดไปอย่างนึงไม่ใช่ถ้ามิเกลยังอยู่ แต่มิเกลยังอยู่ต่างหากละอยู่รอบๆห้องนอนของผม ผมรอบๆห้องอ่านหนังสือ อยู่รอบบ้านเลยต่างหากและที่สำคัญเขายังอยู่ ในใจผมเสมอ  

 

 

“ ขอบคุณค้าบบบ “ 

“ พอเลย รู้แล้วว่าหิว “  

 

 

ผมผลักหัวไอวีออกห่างจากเอวของผม ทำตัวเหมือนแมวกระโจนใส่อาหารไปได้น่ารำคาญจริงๆ  

 

 

“ คอส “ 

“ ครับ? “   

 

 

ผมนั่งลงตูดยังไม่ทันแตะโซฟาพี่ว่านก็เรียกผม มันอาจจะดูแปลกที่ผมกับพี่ว่านยังสามารถมานั่งมองหน้ากันได้แบบนี้ มันก็แปลกจริงๆนั่นแหล่ะ  

 

 

“  เดี๋ยว แปปนึง “  

 

 

ผมเลิกคิ้วมองท่าทางของไอวีที่พยามหยิบจานคุกกี้แล้วกะดึ๊บๆออกไปจากบริเวณโซนนั่งเล่น  

 

เอาละ พอเห็นแบบนี้แล้วผมพอรู้แล้วละว่าเรื่องอะไรก็คงจะเป็นเรื่องเดิมๆ 

 

“ พี่ ขอโทษจริงๆนะเรื่องวันนั้น “ 

“ พอเถอะครับ เลิกพูดถึงเรื่องนั้นได้แล้ว ตัวผมในตอนนี้น่ะ มีความสุขแล้วครับ ผมมีความสุขทุกๆวันตลอด8เดือนที่ผ่านมา “  

“ ยินดีด้วยนะที่ได้เจอความสุขอิกครั้ง “  

 

 

ผมยิ้มตอบกลับไปให้พี่ว่าน พี่ว่านเป็นคนที่ดีคนนึงอาจจะไม่ได้ดีทั่งหมดแต่ก็ดีใรฐานะมนุษย์คนนึง คนเราไม่มีทางถึงจนถึงสิบหรอกนะครับผมเข้าใจเรื่องนี้ดี ถ้าเราดี 1 2 3 4 5 อย่าน้อยๆ 6 7 8 9 10 เราอาจจะไม่ดีก็ได้ เราไม่สามาถรู้ได้หรอกว่าเรามีอะไรดีบ้างหรือไม่ดีตรงไหนบ้าง  

 

คนเราไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเราทำไม่ดีใส่ใครไปบ้างเรื่องบางเรื่องที่เราทำปกติอาจจะทำให้ใครคนนึงไม่พอใจ อาจทำให้เขาเสียใจเราไม่มีทางได้รับรู้ พอเรามารู้อิกทีก็ต่างคนต่างเสียสิ่งสำคัญไปซะแล้ว ตัวอย่างก็มีให้เห็นๆกันอยู่ รวมถึงตัวผมด้วยน่ะนะ  

 

ผมทิ้งอดีตไว้ข้างหลังก็จริงแต่ผมไม่เคยลืมมันเลย ผมไม่เคยลืมมันเลยสักเรื่องเดียว ผมไม่เคยลืมความเจ็บปวดที่เคยได้รับ ผมไม่เคยลืมความรู้สึกที่ต้องสุญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไป ผมไม่เคยลืมความทุขทรมารในการใช้ชีวิต  

 

ผมไม่เคยลืมว่าผมเคยอยากตายทุกๆวัน อยากให้ใครสักคนมาฆ่าผมให้ตายๆไปซะ ต้องนอนร้องไห้มานานเท่าไหร่ แค้นถึงขนาดจะกลายเป็นบ้า  

 

 

และก่อนช่วงเวลานั้นผมมีความสุขมากแค่ไหน ผมเคยได้รับความสุขอะไรบ้างผมไม่เคยลืมเลยจริงๆ 

 

 

 

“ มีอิกเรื่อง “ 

“ อะไรหรอครับพูดมาได้เลย แต่ขอไม่เป็นเรื่องอดีตก็พอ “  

 

 

ผมยิ้มให้กับพี่ว่านอิกครั้ง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นคนยิ้มบ่อยแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ 

“ เรื่องที่พี่เคยพูดว่า อยากดูแลคอสพี่ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ.. “ 

“ พี่ว่าน ตอนนี้ผมมีความสุขแล้วครับ “ 

“ งั้น..หรอ มีความสุขแล้วสินะ “  

“ ครับ “  

 

 

  

ผมไม่ได้โกหกเพื่อที่จะปฏิเสธเขาหรอกนะครับแต่มันคือความจริงที่ผมมีความสุข ผมไม่ต้องการอะไรอิกแล้ว  

ตอนนี้ผมยังไม่มีเป้าหมายอะไรทั่งนั้น ผมแค่อยากมีความสุขแบบนี้ต่อไปเลื่อยๆไปก่อนส่วนเรื่องอืนนั้นผมยังไม่ทันได้คิดเลย  

 

 

 

“ พี่ว่าพี่ขอตัวกลับก่อนดีกว่า สงสัยต้องกลับไปทำใจยาวๆเลยมั่งเนี้ย “ 

“ เดี๋ยวผมเดินไปส่งนะ “  

 

 

 

ผมลุกขึนเดินตามพี่ว่านออกไปผมเห็นไอวีสตาร์รถรอไว้อยู่แล้ว ไอวีดูเหมือนโง่แต่จริงๆก็ฉลาดพอตัวเลยนะโดยเฉพาะเรื่องไวต่อสถานการ์ณ 

 

 

“ พี่ไปก่อนนะ “ 

“ เดินทางปลอดภัยนะครับ “   

 

 

ผมโบกมือลาไอวีกลับพี่ว่านก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้านแต่เสียงของพี่ว่านก็ทำให้ผมต้องกลับหลังหันไปอิกครั้ง  

 

 

ผมสีสวยดีนะคอส เหมาะกับคอสมากเลย “ 

“ ขอบคุณมากนะครับ “ 

 

 

 

 

ผมจับผมเรียวยาวของตัวเองขึนมาดูเมื่อก่อนนี้มันเป็นสีดำสนิทแต่ตอนนี้มันกลับถูกเปลี่ยนเป็นสีเทาขาวๆด้วยฝี่มือของผมเอง  

 

ผมชอบตัวเองที่กล้าจะทำอะไรก็ตามที่ตัวเองอยากทำเริ้มจากการย้อมสีผมก่อนเลย ผมอยากทำมันมาตั้งนานแล้วจนวันนี้พอได้ทำ มันทั้งสวยและดูดี สำหรับผมมากเลยครับ  

 

 

ผมยืนมองรถของไอวีกับพี่ว่านขับออกจากถนนหน้าบ้านผมไปจนสุดตา การมีมิตรภาพที่ดีก็สำคัญเหมือนกันนะ  

 

 

 

 

“ นี่เจ้!!! มายืนยิ้มอะไรอยู่คนเดียวตรงนี้ “ 

 

 

 

 

 ( - -*)  ไอเด็กบ้านี่  

 

 

 

 

ผมเคยพูดใช่ไหมว่าผมมีเพื่อนบ้านที่ดีแต่ผมของยกเว้นไอเด็กบ้านี่ไว้สักคน  

 

 

 

“ ผมรู้ว่าผมหล่อแต่ไม่จำเป็นต้องมองเหมือนอยากจะกินผมขนาดนั้นก็ได้เจ้ “ 

“ อย่ามาหลงตัวเองแถวนี้ แล้วก็หยุดเรียกฉันว่าเจ้ด้วย!!! “  

 

 

โอเค ผมยอมรับก็ได้ว่าไอเด็กบ้านั่นหล่อจริงๆ ดวงตาคมกริบที่รับกับคิ้วดกหนา ไหนจมูกโด่งได้รูปเหมือนเจ้าชายนั่นอิก ริมฝี่ปากเป็นกระจับ ความสูงที่เกินตัวเด็ก 19 ไปอิก  

 

 

เห็นแล้วมันน่าหงิดหงิดที่ผมเถียงอะไรออกไปไม่ได้  

 

 

 

“ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาช่วยปลูกต้นไม้นะ “ 

“ ไม่ต้องเลย หยุดความคิดไว้เดี๋ยวนี้เลยนะถ้าพูดเรื่องนี่อิกละก็ จะตบปากให้! “  

 

 

 

 

มาป่วนมากกว่าจะมาช่วยน่ะสิ ถ้าไม่ติดว่าปุ๋ยกับอุปกรณ์ที่บ้านเด็กนั่นขายมันราคาถูกกว่าที่ตลาดมากๆ แถมพ่อกับแม่เด็กคนนั้นก็ใจดีช่วยผมทำความสะอาดบ้าน ช่วยเหลือผู้อาศัยใหม่แบบผมเป็นอย่างดีละก็ จะตีให้หลังลาย!!  

 

 

 

“ เจ้!!! “ 

“ หุบปาก! “  

 

 

 

ผมตะโกนกลับแล้วก็เดินเข้าบ้านทันที ดูเหมือนความสุขของผมจะมีตัวป่วนแล้วสิน่าโมโหจริงๆ 

 

 

ผมหยิบรูปมิเกลขึนที่วางอยู่ตรงตู้หนังสือมาดูอิกครั้งก่อนที่จะระบายยิ้มออกมาผมอยากจะบอกมิเกลเหลือเกิน ว่าตอนนี้แม่มีความสุขมากขนาดไหน แม่มีความสุขมากๆครับ 

 

ถึงแม้ว่าส่วนนึงของความสุขแม่จะไม่ได้อยู่ที่นี่แต่มันเป็นแค่ความสุขเล็กๆเท่านั้นต่อไปนี้แม่จะรอความสุขเล็กๆนั่นส่วนใหม่อิกครั้ง  

 

ส่วนที่ขาดหายไปเพียงเล็กน้อยของผม ผมหวังว่าจะมีใครสักใครมามอบให้ผมด้วยความจริงใจอิกสักครั้ง  

 

อาจจะไม่ใช่ในเร็ววันนี้แต่มันก็คงเป็นในสักวันที่ผมยอมเปิดรับส่วนใหม่นั้นเข้ามาจริงๆ  

 

 

 

 

 

 

 

 

ภายในห้องทำงานขนาดใหญ้ที่มีบรรยากาศอึมครึมแบบนี้ทุกวันไม่มีใครกล้าเข้ามาเท่าไหร่นักแต่กลับมีเจ้าหญิงตัวน้อยมานอยหลับที่โซฟาทุกวัน  

 

 

นี่อาจจะเป็นความสุขเล็กๆของผมที่ทำให้ผมมีชีวิตอยู่ได้ในทุกๆวัน ผมกลับมาทำงานในบริษัทอิกครั้งการกลับมาของผมครั้งนี้ไม่ใช่ว่าผมต้องการเงิน 

 

เพียงแต่ว่าผมไม่รู้ว่าผมจะทำอะไรเป้าหมายในชีวิตของผมมันไม่มีอิกแล้วไม่ใช่ว่าผมไม่เคยคิดเป้าหมายชีวิตของตัว  

 

ผมคิดมันตลอด คิดมันทุกวันว่าผมจะทำยังไงแต่มันช่างหน้าเศร้าเพราะเป้าหมายของผมอนาคตของผม 

 

ผมไม่คิดถึงวันที่ไม่มีคอสเลย ทุกๆอย่างมันมีคอสอยู่ด้วยตลอด แต่พอวันนี้ ตอนนี้มันไม่มีอยู่อิกแล้วผมเลยไม่รู้ว่าต้องใช้ชีวิตยังไง  

 

อยู่ๆผมก็กลายเป็นคนไม่มีเป้าหมายไปซะอย่างงั้น 8 เดือนแล้วสิเนอะ ผมเหมือนตกนรกทั่งเป็นจริงๆก็ 8 เดือนแล้ว  

 

ถ้าความคิดถึงมันฆ่าคนได้ผมคงตายไปนานแล้ว ผมไม่คิดว่าความคิดถึง ความโหยหามันจะทรมาณขนาดนี้  

 

 

 

“ เอกสารครับคุณผู้ชาย “ 

 

 

 

ผมหยิบเอกสารจากมือวินมาเซ็นรับอย่างลวกๆ ผมทำงานหนักทุกๆวันไม่ได้นอนได้วันก็มี เพราะไม่รู้ผมจะนอนไปทำไมเพราะสุดท้ายผมก็ต้องตื่นขึนมาทุกๆสิบนาที  

 

ผมทนไม่ไหวหรอกแบบนั้นมันทรมาณเกินไป ผมไม่มีความสุขเลยจริงๆ ผมต้องทำยังไง ต้องทำไงผมถึงจะหลุดพ้นออกไปได้  

 

ผมอยากเป็นอิสระจากความทุขทรมาณนี้ ผมโหยหาอิสระทั่งๆที่ไม่มีใครกักขังผมเอาไว้ 

 

 

“ บางทีถ้าคุณผู้หญิงรู้ว่าคุณผู้ชายเป็นคนสั่งให้ผมพาคุณผู้หญิงออกไป คุณผู้หญิงอาจจะใจอ่อนก็ได้นะครับ “  

 

 

 

 

 

ผมได้แต่เค้นยิ้มให้กับคำพูดของวิน ไม่มีประโยชน์ผมรู้ดี ต่อให้ผมก้มขอร้องอ้อนวอนหรือเอามีดแทงคอตัวเอง 

 

 

คอสก็ไม่มีวันกลับมาเป็นของผมอิกแล้ว ไม่มีวัน ต่อให้ผมพยามแค่ไหนสุดท้ายแล้วผีเสื้อที่แสนสวยงามแบบคอสก็ต้องบินหนีปีศาจร้ายอย่างผมไปอยู่ดี  

 

 

เพราะผมเองมันเกิดจากตัวผมเองทั่งหมดเลย ผมน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ผมนึกย้อนไปในสิ่งที่ผมทำกับคอสถ้ามาเทียบกับผมแล้วมันดูน้อยลงไปเลยกับความทรมาณในครั้งนี้  

 

 

ถึงแม้ว่าครั้งนี้ใจผมแทบขาดแล้วก็ตาม  

 

 

 

“ คุณผู้ชายไม่รักคุณผู้หญิงแล้วหรอครับ “ 

“ รักสิ รักมากกว่าอะไรทั่งหมด ถ้ามีโอกาสได้อยู่ด้วยสัก10นาที ขอแลกกับชีวิตของฉันฉันยอม “ 

“ แต่ทำไมถึงทำแบบนี่ละครับ “ 

“ ฉันรักคอส แต่คอสไม่ใช่ของฉัน “  

 

 

 

ผมตอบครูสออกไปทั่งน้ำตา ผมพยามแล้วพยามที่จะกลับมาเริ้มใหม่อิกครั้งแต่มันทำไม่ได้ มันไม่มีวันนั้นเลยผมมองไม่เห็นวันนั้นเลยครับ มันมืดไปหมด มืดพอๆกับความตาย  

 

 

“ นี่เป็นเอกสารฉบับสุดท้ายที่คุณผู้ชายต้องเซ็นวันนี้ครับ “  

 

 

 

ผมรับมันมาด้วยมือที่สั่นเทา มันทรมาณผมไม่รู้จะสือคำไหนออกมานอกจากคำนี้ ผมเจ็บปวดกับมันมากๆ เวรกรรมที่ผมได้สร้างเอาไว้ได้กลับมาหาผมแล้ว  

 

 

 

ใบสำคัญการหย่า  

 

 

 

มือที่สั่นเทาของผมหยิบปากกาขึนมาจ่อในช่องที่เว้นว่างเอาไว้สำหรับลายเซ็นของผม อิกช่องนึงได้เติมเต็มด้วยลายเซ็นของคนที่ผมรักกมากกว่าชีวิตไปแล้ว  

 

 

ผมอยากรู้จักว่าคอสคิดอะไรอยู่ จะมือสั่นเหมือนผมไหมนะ จะทรมาณเหมือนผมรึป่าว จะเจ็บปวดกับมันไหม  

 

 

 

 

“ ฮึก “  

 

 

 

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลทะลักออกมาจากดวงตาของผมมันหยดลงใบเอกสารเป็นดวงๆ หัวใจของผมตอนนี้ที่มันเจ็บแสนสาหัส เจ็บซะจนพูดไม่ออก  

 

 

หมุกปากกาที่ผมกดเอาไว้ได้ซึมออกมาเป็นจุดใหญ้ มันอยากสำหรับผมเหลือเกินผมพร้อมที่จะยอมรับมันแล้วจริงๆหรอ  

 

 

 

 

“ ทำในสิ่งที่อยากจะทำสิครับ “  

 

 

 

 

ใช่ มันไม่ได้อยู่ที่ผม ผมควรจะทำตามสิ่งที่มันควรจะเป็น ต่อให้ผมไม่พร้อมผมก็ต้องพร้อม ต่อให้ผมต้องเจ็บปวดมากกว่านี้ถ้าเห็นคนที่ผมรักมีความสุข ผมยอม  

 

 

 

 

 

ผมเซ็นลายเซ้นของตัวเองลงไปที่ช่องนั้น ยินยอม  

 

 

 

 

 

ให้ตายสิผมน่าจะคิดแบบนี้ได้ตั้งนานแล้ว ยินด้วยนะที่รักกับอิสระ ครูสจะพยามหลุดพ้นปาบของตัวเองไปให้เหมือนกัน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จบแล้วค่ะ ยังเหลือตอนพิเศษอิกตอนสองตอนนะคะ

ปล. ศรียังไม่ตรวจคำผิด

ขอบคุณทุกคนที่อดทนรออ่านนิยายของศรีที่เป็นนักเขียนดองงานมือวางอันดับ1

ขอบคุณมากจ้า รัก

อย่าลืมติดตามนิยายศรีด้วยน้า  

ความคิดเห็น