อัพทุกวันอาทิตย์ ฝากติดตามด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ตอนที่ 10 หุบเขาหยางซาน 1

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 หุบเขาหยางซาน 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 106

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2562 06:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 หุบเขาหยางซาน 1
แบบอักษร

เสียงฝีเท้าของม้าที่เร่งขึ้น บ่งบอกถึงความร้อนใจของติงจื่อเฉิง ยิ่งใกล้หุบเขามากขึ้นเท่าไหร่ เขายิ่งกระตุ้นม้าของเขาให้เร็วมากขึ้น

ชินอ๋องนั้นถือบังเหียนม้าเงอะๆเงิ้นๆ แต่ก็สามารถบังคับม้าไปในทิศทางที่ต้องการได้ดีพอสมควร แต่ก็ไม่สามารถที่จะไล่ตามติงจื่อเฉิงได้ทันแม้สักครึ่งหนึ่ง

ฝุ่นผงที่ตลบอบอวลอยู่ด้านหน้านั้น บ่งบอกว่าม้าของติงจื่อเฉิงนั้นเพิ่งผ่านไปได้ไม่ไกลมากนัก คณะเดินทางที่กำลังเหนื่อยล้ามาทั้งวันไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากขอพัก เพราะพวกเขาเห็นสีหน้าของชินอ๋องที่เต็มไปด้วยเหงื่อราวกับหยาดฝน แต่เขาไม่ย่อท้อที่จะหยุดพักเพราะต้องตามติงจื่อเฉิงให้ทัน

เหวินจวี้รีบยื่นกระบอกน้ำที่เตรียมมาให้เจ้านายอย่างเร่งรีบ ในช่วงที่ชินอ๋องหยุดม้าเพื่อดูทาง รอยเท้าม้าของติงจื่อเฉิงหายไปในบริเวณก่อนขึ้นเขาหยางซาน จึงทำให้เขากังวลใจมากขึ้น

“เราพักค้างคืนกันที่นี่เถิดพ่ะย่ะค่ะ ด้านข้างมีเสียงน้ำไหล หม่อมฉันส่งคนไปดูมีลำธารไม่ใหญ่มากนัก แต่มีพื้นที่เพียงพอที่จะพักคืนนี้”

ชินอ๋องดื่มน้ำแล้วพยักหน้าเป็นการตกลง ‘คนถ่อยวรยุทธดีขนาดนั้น ต่อให้อยู่คนเดียวคงจะไม่เป็นอะไรหรอก’

 

ลำธารด้านข้างนั้นไหลเอื่อยๆไม่เย็นมากนัก ชินอ๋องเอามือลูบผิวน้ำเบาๆ จากที่เขาเดินทางมาทั้งวันก็เกิดอยากจะแช่น้ำชำระล้างร่างกายสักหน่อย เขาเดินอ้อมโขดหินไปทางด้านหลัง ที่พอจะมีแอ่งน้ำให้ได้ลงแช่น้ำสักหน่อย

อากาศที่ใกล้หุบเขา เขาเคยคิดว่ามันน่าจะเย็นลง แต่ที่กลับผิดถนัด มันกลับอบอ้าวมากขึ้นจนแทบจะหายใจลำบาก ควันละอองเล็กๆลอยไปทั่วชินอ๋องเริ่มปลดสายคาด ‘ทำไมหายใจยากขนาดนี้นะ’

“ฮุบ”

ผ้าบางเปียกๆถูกอุดเข้าที่จมูกของชินอ๋อง ในขณะที่ที่กำลังเปลื้องอาภรณ์ สัญชาตญาณของเขาดิ้นสุดแรง แต่พอแผ่นหลังที่แนบชิด กลิ่นเหงื่อที่คุ้นเคยกับน้ำเสียงแหบพร่ากะซิบขึ้น

“อยู่เฉยๆ แล้วรีบไปจากตรงนี้ อันตราย”

“หมายความว่าอย่างไรที่ว่าอันตราย”

 

“อู๋ซัวซี เราต้องรีบขึ้นเขาเดี๋ยวนี้”

ติงจื่อเฉิงกระตุ้นพร้อมดึงเขาให้ขึ้นจากแอ่งน้ำ แต่ชินอ๋องกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย

“เจ้าต้องบอกข้า ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“หุบเขาที่นี้มีแต่สัตว์ประหลาด เป็นปีศาจที่บำเพ็ญเพียรมาแก่กล้า หากเราไม่ขึ้นเขาให้พ้นเขตมันตอนนี้ เจ้ากับข้าจะตายกันหมด ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรสัตว์ทุกตัวย่อมมีอาณาเขตของมัน หากไม่ขึ้นเขาเสียตอนนี้ก็ต้องลงเขาไปซึ่งข้าไม่มีวันยอม”

“แล้วเจ้าจะปล่อยพวกเขาไว้เช่นนั้นหรอติงจื่อเฉิงไม่มีทางหรอก”

“เจ้าจะเบี้ยวข้าหรอ อู๋ซัวซี”

“ข้าจะไปกับเจ้าจื่อเฉิง แต่ถ้ามันอันตรายขนาดนี้ ข้าไม่ยอมให้คนในจวนต้องสละชีวิต ข้าจะให้พวกเขารีบลงเขาไปเดี๋ยวนี้”

ชินอ๋องสะบัดมือเขาแล้วรีบตรงไปที่ เหวินจวี้และพวกพักแรมอยู่

“กระบี่ที่เจ้าฆ่าคนมันมากกว่าพวกที่พักแรมอยู่ตรงนั้นหลายพันเท่านัก”

คำพูดของติงจื่อเฉิงทำให้ชินอ๋องชะงักลง

“หากข้าทำบาปไว้มาก ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่มีสิทธิ์ช่วยชีวิตคนไม่ใช่หรอ”

สายตาของชินอ๋องชั่วครู่ทอดลงพื้นเศร้าลง รอยยิ้มเล็กๆที่มีแต่ความบริสุทธิ์ใจ ทำให้ติงจื่อเฉิงที่กำลังดื้อรั้นอ่อนลงแล้วปล่อยมือเขาไป ‘อ่อนปวกเปียก แค่ขี่ม้าก็แทบจะไม่ไหว แต่กลับกล้าหาญกลับไปในที่ที่ข้าเตือนว่าเจ้าจะตายงั้นรึ...?’

ติงจื่อเฉิงที่หันหลังกำลังจะขึ้นเขา นึกถึงนัยน์ตาที่จริงใจของชินอ๋องแล้วก็พลันเปลี่ยนใจหยุดก้าวเท้าลง แล้วหันหลังออกวิ่งตามชินอ๋องไป ‘งูพิษอย่างเจ้า วุ่นวายไม่เลิกจริงๆ’

 

ริมลำธาร ผีเสื้อสีดำบินมาอย่างรวดเร็วโจมตีเหวินจวี้และพวกจนแทบสิ้นกำลัง พอชินอ๋องไปถึงสถานการ์ณก็เลวร้ายลงจนเขาแทบจะจะแก้ไขอะไรไม่ได้อีก

กระบี่แต่ละคนกวัดแกว่งจนแทบจะหมดแรง ชินอ๋องเองก็พยายามสุดความสามารถที่ช่วยทุกคนเอาไว้ เหวินจวี้เมื่อเห็นชินอ๋อง เขาก็เปลี่ยนตำแหน่งมาคอยปกป้องเจ้านายไว้ ผีเสื้อที่โจมตีตัวไม่ใหญ่มากนัก แต่กลับสามารถพุ่งชนให้คนที่ต่อสู้บาดเจ็บสูญเสียพลังลมปราณทีละเล็กทีละน้อย

“เหวินจวี้ กันคนลงเขาไปเดี๋ยวนี้”

“แต่ชินอ๋อง”

“นี่คือคำสั่ง..!!”

“ไม่พ่ะย่ะค่ะ พระองค์อาจเกิดอันตรายได้”

 

“โอย ! เจ้านี่ก็ตัวโตแล้วยังจะห่วงกันขนาดนี้อีก ทำตามคำสั่งซ่ะ ข้าจะปกป้องเขาเอง”

ติงจื่อเฉิงที่ตามมาด้านหลัง ดึงตัวชินอ๋องเหวี่ยงไปหลบที่หลังเขา แล้วพยักหน้าให้เหวินจวี้รีบเร่งทำตามที่ชินอ๋องออกคำสั่งไว้

พอผู้คนแบ่งเป็นสองฝ่าย ผีเสื้อทีบินวนก็แบ่งตามไปด้วย

“วิ่ง”

ติงจื่อเฉิงกันฝูงผีเสื้อเอาไว้ แล้วไล่ให้ชินอ๋องวิ่งนำหน้าไปก่อน

ทางขึ้นเขาที่รกร้างแทบจะเดินไม่ได้ แต่ชินอ๋องก็พยายามฝ่าไปเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับติงจื่อเฉิงมากนัก จนเนื้อตัวเขาถูกหนามจากต้นไม้บาดไปทั่ว

ติงตื่อเฉิงที่จัดการฝูงผีเสื้อตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว ก็รีบนำหน้าชินอ๋องเพื่อหาที่ปลอดภัยซ่อนตัว ทางลำธารที่เขาทั้งสองเดินตามมา ปรากฏน้ำตกสายใหญ่อยู่ด้านหน้า

“รอข้าสักครู่”

ติงจื่อเฉิงพูดขึ้น

ชินอ๋องพยักหน้าเมื่อเขาจะออกหาที่ที่ปลอดภัย ด้วยความกระหายเขารีบก้มหน้าลงลำธารรีบดื่มน้ำ แล้วนำกระบอกไม้ไผ่ที่เหวินจวี้ยื่นให้แต่แรก ตักน้ำเอาไว้เพื่อฉุกเฉิน

“ด้านหลังน้ำตกมีถ้ำอยู่ หากเราพักที่นั่นสักคืน ผีเสื้อไม่น่าบินผ่านน้ำตกไปได้”

 

 

เมื่อทั้งสองปีนเข้ามาภายในถ้ำไม่ได้ใหญ่มากนัก ติงจื่อเฉิงใช้พลังจุดไฟจากกองหญ้า และกิ่งไม้แห้งที่หักอยู่ด้านใน

“พวกเขาจะปลอดภัยดีหรือไม่นะ..?”

“ห่วงชีวิตตัวเองเถอะ พวกเหวินจวี้พอลงเขาได้ สัตว์พวกนั้นก็จะหยุดตามไปเอง แต่เจ้ากับข้าสิชินอ๋องจะอยู่หรือตายก็ต้องวัดกัน”

ติงจื่อเฉิงตอบแกมประชดประชัน เขาปรายตามองร่างกายของชินอ๋องที่เป็นแผลเล็กๆไปทั่ว ในขณะที่เขาพากระโดดปีนขึ้นน้ำตก ละอองน้ำก็กระเซ็นโดนเสื้อผ้าให้เปียกไปหมด ‘สภาพตัวเองยังจะไม่รอด ยังจะห่วงคนอื่นอีกไร้สาระสิ้นดี’

 

“ถอดชุดเจ้ามาผิงไฟก่อนจะได้แห้งทันก่อนอากาศเย็นลง”

ติงจื่ิอเฉิงพูดขึ้นเมื่อเห็นชินอ๋องเริ่มหนาวสั่น แต่ชินอ๋องกลับส่ายหน้าเป็นการปฎิเสธ เขาเลยหงุดหงิดเควี้ยงกิ่งไม้เล็กๆเข้ากองไฟอย่างหัวเสียที่พยายามหวังดี แต่เขากลับไม่ทำตาม

ชินอ๋องลูบตัวที่เปียกเบาๆ ‘มันหนาวก็จริง แต่ชุดนอกข้าหลุดไปตั้งแต่ที่ลำธารด้านล่าง หากแก้ตรงนี้ก็เปลือยหมด’

“หนาวตายก็ช่าง!!”

เสียงบ่นลอยๆของติงจื่อเฉิง ทำให้ชินอ๋องหันกลับไปมองชายที่อยู่ตรงข้ามเขาอีกครั้ง โทนเสียงที่เสียดสีประชดประชัน แต่ทำไมชินอ๋องกลับรู้สึกสงบใจมากขึ้น

เขาคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา ติงจื่อเฉิงมีโอกาสที่จะขึ้นเขาไปโดยไม่บาดเจ็บสักนิด แต่เขาเลือกที่จะวกกลับมา ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร คนถ่อยที่ไร้มารยาทคนนี้คงไม่ทิ้งเขาไปแน่นอน

พอนึกได้เช่นนั้นรอยยิ้มบางๆของชินอ๋องก็ยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“ยิ้มงั้นรึ..?”

ติงจื่อเฉิงคิ้วขมวด เตรียมที่จะต่อว่าอีกรอบ ‘ไม่ให้ลงไปตีนเขาไปช่วยคนอื่นก็จะไป บอกให้เอาชุดมาผิงไฟก็ไม่ทำ แต่นี่กลับมานั่งยิ้ม’

“เอาเถอะๆ อย่าว่าข้ามากนักเลย สำนึกผิดไม่ทันแล้ว”

ชินอ๋องรีบหันหลังลงนอนกับพื้น

ไฟที่เขาเติมค่อยๆแผ่ซ่านความอบอุ่นมายังที่ที่ชินอ๋องนอนอยู่ เพียงแค่เขาอยู่ที่ตรงนั้นก็อุ่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด ความรู้สึกที่รับรู้ได้แต่ไม่เข้าใจมันช่างอึดอัดสำหรับชินอ๋องจริงๆ

.......................

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น