ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ❣ 01

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2562 20:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
❣ 01
แบบอักษร

-01- 

We share something so common, but still so rare 

 

 

 

“แล้วยังไง” เสียงทุ้มหวานเอ่ยถามออกมาจากเจ้าของใบหน้าหล่อจัด คนถูกถามถอนหายใจยาวกำลังจะวางคางลงบนโต๊ะกาแฟแต่ถูกสายตาดุของเพื่อนเลยทำได้แต่ยิ้มแห้งโชว์ฟันกระต่ายของตนเองแล้วขยับตัวขึ้นนั่งหลังตรง

“ก็ไม่ยังไง” คนฟังถอนหายใจคืน

“เอาดีๆ สิจิงตอบเขาไปว่ายังไง รอหรือไม่รอ” พอถูกต้อนจิงก็พองลมเต็มแก้มมองเพื่อนตาละห้อยพอเห็นว่าอีกฝ่ายมองด้วยสายตาดุก็อ้อมแอ้มตอบกลับไป

“เราบอกว่าจะไม่รอ” คนฟังเลิกคิ้วก่อนจะขมวดหัวคิ้วเข้าหากัน

“เพราะ?” จิงยิ้มบางเป็นยิ้มที่ดูเศร้าและเหนื่อยล้าในคราวเดียวกัน

“การรอมันทรมานนะพีท” พีทมองเพื่อนด้วยสายตาอ่านยากก่อนเสียงทุ้มนุ่มจะเอ่ยตอบกลับไป

“อย่าเอาอดีตมาตัดสินทุกอย่างสิ บางทีกับบางคนการรอก็ไม่ได้ทรมานเกินไปหรอกนะกลับกันอาจจะทำให้รู้ว่ารักกันมากแค่ไหนก็ได้” จิงยิ้มโชว์ฟันกระต่ายของตนเองเอ่ยล้อเพื่อน

“ก็อย่าเอาความรักของนายมาตัดสินเหมือนกันนั่นแหละ” พอถูกตอกกลับใบหน้าหล่อจัดก็ออกอาการขัดเขิน จิงยิ้มขำยักไหล่ยกมือยอมแพ้เมื่อเพื่อนทำท่าจะว่าขึ้นมาอีกรอบ

“เราไม่ได้รักเขามากขนาดนั้นด้วยแหละไม่เหมือนนายกับน้องคิว” พีทนิ่งฟังเพื่อนร่วมงานพ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่พีทรับรู้ถึงความเศร้าของอีกฝ่าย

“มันเป็นเพราะความรักครั้งเก่าของนายด้วยหรือเปล่าจิง” จิงนิ่งแต่การหลบสายตานั้นเป็นคำตอบให้พีทได้อย่างดี คนตัวขาวถอนหายใจก่อนจะเอื้อมมือไปบีบมือเพื่อนเพื่อให้กำลังใจ

“เราอาจจะเพิ่งมาสนิทกันตอนทำงาน เราไม่รู้ว่าความรักครั้งนั้นนายเจ็บมามากแค่ไหนแต่เราก็ยังอยากจะบอกนายว่าลองให้โอกาสดูสักครั้งเถอะนะ ทุกอย่างมันไม่ได้แย่ขนาดนั้น” จิงขบริมฝีปากแน่น ที่ผ่านมาเขาบอกกับตัวเองเสมอว่าเขาก้าวผ่านอดีตที่แสนเจ็บปวดนั้นมานานแล้วแต่พอเหตุการณ์มันเกิดขึ้นซ้ำเดิมเขาก็อดคิดไม่ได้เลยว่าที่ผ่านมาเขาผ่านมันมาแล้วหรือแค่ฝังตัวเองไว้ที่เดิมแล้วหลอกตัวเองมาตลอด

“เรากลัว”

“เราก็เคยกลัวแต่เราก็ผ่านมาได้ นายต้องกล้าที่จะเสี่ยงสุดท้ายมันอาจจะเจ็บแต่เราจะไม่ตาย นายยังมีเรามีคนที่รักนายอีกเยอะแยะแค่คนๆ นั้นไม่รักนายไม่ได้หมายความว่าคนทั้งโลกจะไม่รักนายนะจิง” เจ้าของใบหน้าหล่อที่มีฟันกระต่ายเป็นเอกลักษณ์ยิ้มกว้างบีบมือเพื่อนคืน

“ขอบคุณนะพีทแต่กับคนนี้เราขอปล่อยมือแล้วกันอย่างที่เราบอกนาย เราไม่ได้รักเขาขนาดนั้น” พีทยิ้มบางก่อนจะตีมือเพื่อนเบาๆ

“เอาเถอะเราเคารพการตัดสินใจของนาย”

“ขอบคุณครับหัวหน้า” พีทถลึงตาใส่คนที่ทำหน้าทะเล้นแล้วส่ายหน้าระอา จริงจังได้ไม่เท่าไหร่ทำเป็นเล่นอีกแล้ว จิงเห็นเพื่อนหน้าทำหน้าเบื่อใส่ตนเองก็รีบยิ้มประจบ

“เอาน่าๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเดี๋ยวแก่เร็วนะ”

“ก็ 28 แล้วไหมล่ะ”

“28 แล้วหล่อขนาดนี้ทำได้ไงเนี่ย” จิงแกล้งเพื่อนเลยโดนคนตรงข้ามตีไหล่เบาๆ

“ส่องกระจกดูหน้าตัวเองสิแล้วบอกว่า 28 แล้วหล่อขนาดนี้ทำได้ยังไง” จิงยิ้มกว้างยืดตัวด้วยความภูมิใจเจ้าของส่วนสูง 183 เซนติเมตรตบอกตัวเองแล้วยกมือลูบใบหน้าด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ในความคิดของพีท

“ก็ธรรมดานะ คึ! นายอย่าทำหน้าเบื่อใส่เราสิกินขนมๆ นี่ของโปรดนายไม่ใช่หรอแล้วเด็กนายแลนด์กี่โมง” จิงยิ้มทะเล้นเลื่อนจานขนมไปตรงหน้าเพื่อนแล้วเอ่ยถามถึงแฟนเด็กของเจ้าตัว

“ดูเรด้าร์แปบ” พีทว่าแล้วก็กดโทรศัพท์เข้าไปดูในแอปก่อนจะเงยหน้าตอบเพื่อน

“อีกประมาณครึ่งชั่วโมง” จิงพยักหน้ารับ

“ดีๆ นั่งเป็นเพื่อนเราก่อนเอ้อแล้วทำไมไม่บินไปรับเลยล่ะ” คนถูกถามยิ้มบางแล้วส่ายหน้า

“คิวบอกว่าให้พักผ่อนช่วงปีแรกเราเคยทำนะปีหลังๆ รู้เลยว่าไม่ไหวขอรอรับที่สนามบินพอ”

“สังขารไม่เที่ยง”

“เดี๋ยวเถอะ เราก็อายุเท่ากันมั้ย” พีทถลึงตาใส่เพื่อนตัวดีที่หัวเราะคิกคักเมื่อได้ล้อกันเรื่องอายุ

“เอาน่าๆ อย่าเพิ่งโมโหสิเอ้อเรามีเมนูใหม่มานำเสนอรอแปบนะวิ่งไปหาแอลก่อน” ว่าแล้วร่างสูงโปร่งก็รีบวิ่งเข้าไปด้านหลังร้านที่มีเพื่อนตัวเล็กของตัวเองกำลังอบขนมอยู่ ร้านนี้เป็นร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่เขากับเพื่อนหุ้นกันเปิดขึ้นมา อย่างว่าแหละอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นอาชีพที่เพดานอายุจำกัดจะให้ทำจนเกษียณมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเขาจึงหาอาชีพเสริมทำ ไม่แปลกหรอกเพื่อนร่วมงานคนอื่นก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นแล้วแต่ว่าใครจะถนัดแบบไหน

“แอลๆ นูเทลล่ามาร์เบิ้ลแอลทำเสร็จยังอ่ะเราจะเอาไปให้พีทชิม” จิงชะโงกหน้าเข้ามาในห้องครัวเอ่ยถามเพื่อนตัวเล็กที่เป็นหุ้นส่วนหลักของร้านนี้ คนตัวเล็กที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาอบหันมายิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ บุ้ยหน้าไปทางโต๊ะ จิงยิ้มกว้างกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยกถาดขนมขึ้นมาดม

“หอมมาก ฮืออยากกินแล้วๆ”

“ระวังร่วงแล้วจะอดกินนะจิง ซนจังวะอายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ” คนถูกว่าเรื่องอายุหน้างอก่อนจะวางถาดขนมลงบนโต๊ะให้เพื่อนตัวเล็กตัดเป็นชิ้นใส่จานส่งให้

“เอาไปชิมพร้อมพีทไป”

“ครับๆ เดี๋ยวมาบอกนะ”

“อื้อ” ร่างโปร่งเดินฮัมเพลงถือจานเค้กออกมาด้วยรอยยิ้มพีทเห็นเพื่อนสวมวิญญาณเด็กสามขวบแล้วก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูก่อนจะกล่าวเตือน

“เดินระวังด้วยล่ะเดี๋ยวเราจะไม่ได้กินเค้ก” จิงหน้างอก่อนจะแกล้งทำเป็นเดินย่องเข้ามาหาเพื่อนเรียกรอยยิ้มจากทั้งพนักงานร้านตัวเองกับลูกค้าที่นั่งอยู่ได้ไม่น้อย

“อายเขาไหมนั่น” พีทว่าแต่มีหรือคนทำจะอาย จิงยิ้มจนตาปิดแล้วส่ายหน้า

“อายทำไมเราน่ารัก” พีทหัวเราะขำส่ายหน้าระอา

“เอาเถอะ เอาที่เพื่อนสบายใจนะ”

“ไม่พูดแล้วชิมๆ” จิงเลื่อนจานขนมมาตรงกลางก่อนที่จะใช้ส้อมจิ้มเข้าปาก ใบหน้าหล่อน่ารักเคี้ยวช้าๆ ทำหน้าพริ้มจนพีทอดขำไม่ได้

“อร่อยนะ แต่ต้องขนาดนั้นเลยหรอ” จิงพยักหน้าเร็วๆ

“ขนาดนี้แหละ แอลทำอร่อยมากอร่อยสมกับที่เราช่วยคิดเลย”

“อ่ะครับพ่อคนเก่งเดี๋ยวเราไปรับคิวก่อนนะเดี๋ยวแวะรับเด็กๆ เข้ามาเล่นที่ร้านด้วย” พีทยกนาฬิกาขึ้นดูก่อนจะเอ่ยบอกเพื่อน จิงพยักหน้ายิ้มกว้าง

“อื้อกำลังคิดถึงเลยงั้นเดี๋ยวเรากลับคอนโดแปบไปเอาเลโก้ที่ซื้อไว้มาให้” จิงบอกก่อนทั้งสองจะเดินออกจากร้านพร้อมกันและแยกกันไป จิงนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างกลับมาที่คอนโดตัวเองที่อยู่ไม่ไกลจากร้านกำลังจะกดลิฟท์ก็เจอเพื่อนร่วมงานสาวจึงหยุดทักพอเป็นพิธี

“เออเขาบอกว่าF/O* ที่มาใหม่หล่อม๊ากแกเจอยังจิงจบจากนอกมาด้วยนะ” จิงเลิกคิ้วแล้วส่ายหน้า เขาไม่ค่อยรู้หรอกใครมาใหม่ใครหน้าเก่าจิงเป็นพวกพอบินไฟล์ทนั้นค่อยรู้จักเป็นพอ

“แกนี่ไม่ตามเลย หล่อมากเพิ่งจบมาหมาดๆ วัยขบเผาะด้วย” จิงขำกับท่าทางเพื่อนสาวแล้วส่ายหน้าไม่ใส่ใจ

“ครับๆ หล่อๆ งั้นเราไปก่อนนะพอดีแวะกลับมาเอาของเดี๋ยวกลับไปที่ร้านต่อ”

“อื้อโอเคไว้ไปอุดหนุนนะ”

“ขอบคุณครับ” จิงโบกมือลาเพื่อนร่วมงานก่อนจะขึ้นไปหยิบของเล่นให้หลานแล้วสวมวิญญาณสก๊อยซ้อนวินมอเตอร์ไซต์กลับมายังร้าน

“หอบอะไรกลับมาเยอะแยะ” แอลที่กลับออกมาดูหน้าร้านเอ่ยถาม จิงยิ้มกว้างเอาถุงที่บรรจุเลโก้กล่องใหญ่มาเก็บไว้ใต้เคาท์เตอร์

“เอามาให้หลานพีทบอกจะพามาเล่น” แอลยิ้ม

“แทนที่จะพาคิวกลับไปพักผ่อน” จิงฟังเพื่อนตัวเล็กบ่นแล้วหัวเราะเบาๆ

“พีทอยู่ไหนคิวอยู่นั่นแล้วก็นะเลี้ยงกันจนคิดว่าเป็นลูกตัวเองไปแล้วกลับมาจะไปรับมาอยู่ด้วยกันก็ไม่แปลกหรอก” จิงเอ่ยบอก หลานที่เขาพูดถึงคือลูกของเจ้านายคิวที่เป็นคนรักเก่าของพีท งงในความสัมพันธ์นี้ไหมแรกๆ พวกเขาก็งงแต่สักพักก็จะชินแล้วก็เข้าใจไปเอง

“นั่นสินะเด็กๆ ก็น่ารักขนาดนั้นแล้วซื้อมาเหมือนกันหรือเปล่าถ้าไม่เหมือนเดี๋ยวตัวแสบได้โวยวายเอานะ” แอลเอ่ยถามพาลคิดไปถึงหลานตัวแสบคนเล็กที่ถ้าพี่ชายได้อะไรตัวเองก็ต้องได้แบบเดียวกัน คราวก่อนจิงเคยซื้อของเล่นมาสองแบบให้เลือกคนละอันเจ้าตัวแสบร้องโวยวายบ้านแทบแตกเพราะอยากได้เหมือนพี่ชายพอพี่ชายสละของตัวเองให้ก็ไม่เอาบอกว่าไม่เหมือนเอากับเขาสิ

“เหมือนๆ รอบนี้เหมือนเป๊ะเราเข็ดแล้ว” จิงทำท่าสลัดขนก่อนจะมองรอบร้านแล้วยิ้มกริ่ม

“พอออกมานั่งหน้าร้านลูกค้าหนุ่มๆ เพียบเลยนะโดนขายขนมจีบบ้างหรือเปล่าเนี่ยบอกเรามานะ” จิงแกล้งทำเสียงดุเพื่อนตัวเล็กส่ายหน้าระอาแล้วตีแขนเพื่อนเบาๆ

“อะไรเล่าเราเป็นผู้ชายนะจิง” จิงทำหน้าไม่เชื่อก่อนจะหันไปถามเด็กในร้านแทน

“ว่าไงหนิงมีคนมาจีบแอลมันป่าว” เด็กหนุ่มยิ้มกว้างพยักหน้ารัวแล้วชูนิ้วสามนิ้ว

“สามคนครับพี่จิง” จิงกลับมามองดุใส่เพื่อนที่อมลมเต็มแก้ม

“แต่เราไม่ได้ให้นะ เราบอกพวกเขาไปแล้วว่าเราเป็นผู้ชายแมนทั้งแท่ง!” จิงยิ้มแห้งมองเพื่อนที่บอกว่าตัวเองแมนทั้งแท่งแล้วพยักหน้าเออออ รู้ว่าเพื่อนชอบผู้หญิง(หรือเปล่า)แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวแค่นี้ หน้าตาน่ารักแบบนี้จะไปปกป้องใครเขาได้

“ทำหน้าอย่างนี้อยากโดนดีใช่ไหมฮะ!” คนตัวเล็กถลึงตาดุจิงเลยรีบชูมือสองข้างยอมแพ้

“ป่าวครับป่าว เชื่อเพื่อนแล้วครับ” เถียงกันได้สักพักประตูร้านก็เปิดพร้อมกับหนุ่มหล่อสองคนและเด็กผู้ชายน่ารักอีกสองคนวิ่งเข้าร้านมา

“น้าแอล น้าจิงสวัสดีคับ!!!” เด็กชายวัยประมาณหกขวบวิ่งเข้ามายกมือไหว้ก้มหัวจะแทบติดพื้นก่อนจะเด้งตัวขึ้นมายิ้มกว้างท่าทางทะเล้น ผิดกับพี่ชายวัยประมาณเก้าขวบที่เดินจูงมือมาพร้อมกับพีทยกมือไหว้พวกเขาอย่างสวยงาม

“สวัสดีครับสุดหล่อมากอดกันก่อนเร็ว” จิงย่อตัวไปรับเด็กชายเข้ามาในอ้อมกอดก่อนจะหอมแก้มซ้ายขวาจนพอใจก็ผละมากอดพี่ชายบ้าง

“พี่แอลพี่จิงสวัสดีครับ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ดูคล้ำไปบ้างจากครั้งสุดท้ายที่เจอกันเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม แอลยิ้มทักทายก่อนจะหายเข้าไปเอาขนมหลังร้านมาให้พวกเด็กๆ จิงเดินนำทั้งหมดมายังโต๊ะด้านในที่จัดไว้เฉพาะเวลาพวกเขาเข้ามาดูร้าน

“เป็นไงบ้างคิวเดินทางเหนื่อยไหม” เขาเอ่ยถามแฟนเด็กของเพื่อนที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานทางภาคใต้ หนุ่มหล่อยิ้มรับก่อนจะหันไปหาคนรักของตัวเอง

“เห็นพีทก็หายเหนื่อยแล้วครับ” ผลก็คือโดนแฟนตีส่วนคนฟังก็ได้แต่กลอกตาเหม็นเบื่อกับความรักที่ไม่เคยลดลงของเพื่อนเลยสักนิด จิงกับพีทเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มหาลัยห่างหายกันไปช่วงหนึ่งเพราะทำงานคนละที่ก่อนที่จะมาเจอกันอีกครั้งเพราะเขาทั้งคู่ย้ายที่ทำงานมาเจอกัน

“เบื่อคนรักกัน”

“พี่ก็มีมาเบื่อพวกผมทำไม” คิวถามเพราะไม่รู้ว่าจิงเพิ่งเลิกกับแฟน พีทส่งสายตาขอโทษมาให้จิงโบกมือขำแล้วเป็นฝ่ายบอกกับคิวเอง

“เลิกแล้วสิถ้าไม่เลิกจะมาเบื่อคู่นายทำไม” คิวตาโตหันไปมองคนรักพอได้รับรอยยิ้มบางจึงหันกลับมาเอ่ยขอโทษ

“ขอโทษครับพี่จิง ผมไม่รู้” จิงส่ายหน้าขำ

“ไม่รู้ก็ไม่ผิดไม่ต้องขอโทษหรอกเพิ่งเลิกกันเมื่อวานเอง”

“พี่ไหวไหม” คิวถามด้วยความเป็นห่วง จิงได้ฟังก็หัวเราะแล้วพยักหน้า

“ไหวๆ คือทำใจไว้บ้างแล้วแต่ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าเสียใจ”

“ครับ”

“ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว เด็กๆ น้าจิงมีของเล่นมาให้ด้วยรอแปบนะครับ” จิงก้มลงไปหอมแก้มหลานคนเล็กแล้วขยี้ผมหลานคนโตด้วยความเอ็นดูก่อนจะลุกไปหยิบกล่องของเล่นมาให้

“ขอบคุณครับน้าจิง” ฟายาหลานคนโตยกมือไหว้ก่อนจะรับกล่องไปด้วยรอยยิ้มสวย ผิดกับฟรอสเตอร์หลานคนเล็กที่กระโดดยิ้มกว้างดีใจกอดกล่องแน่น

“ขอบคุณคับน้าจิงสุดหล่อของพี่ฟรอส” จิงหัวเราะขำแล้วคว้าตัวเจ้าตัวแสบมาฟัดแก้มฟัดพุงพอดีกับแอลยกถาดขนมและน้ำออกมาพีทจึงลุกขึ้นไปช่วย

“ขนมใหม่กำลังจะวางขายเด็กๆ ชิมให้น้าแอลหน่อยได้ไหมครับว่าอร่อยไหม” แอลนั่งลงแล้วอุ้มฟายามานั่งตัก เด็กน้อยทั้งสองพยักหน้ารับก่อนจะตักขนมเข้าปาก

“อร่อยสุดๆ ไปเล้ย” ฟรอสเตอร์ชูนิ้วโป้งสุดแขน

“อร่อยมากครับน้าแอล ขายดีแน่ๆ ครับ” แอลยิ้มกว้างจนตาปิดเพราะคำชมของหลานตัวน้อย ก่อนที่พวกเขาจะเปลี่ยนเรื่องเอ่ยถามสารทุกข์สุขดิบกัน

“เออตอนไปรับคิวเราเจอพวกพี่ผึ้งกรี๊ดกร๊าดกันเรื่องF/Oที่มาใหม่” พีทบอกกับจิง คนฟังได้ยินแล้วก็รีบพยักหน้ารับ

“เจอแจนที่คอนโดก็พูดถึงสงสัยจะหล่อจริงๆ นั่นแหละ” พีทพยักหน้าแล้วหันไปอมยิ้มใส่คิวที่เริ่มทำหน้านิ่วคิ้วขมวด จิงเองก็หัวเราะขำกับความหวงแฟนของแฟนเพื่อน

“ไม่ต้องหึงๆ เดี๋ยวพี่ดูให้” พีทหันมาเย้าเพื่อน

“ดูเราหรือดูF/O”

“อันนี้ต้องดูหน้าก่อนนะ ถ้าตรงสเปคเดี๋ยวดูอย่างหลังให้” พีทหัวเราะขำ

“พรุ่งนี้หยุดล่ะสิ” จิงตักเค้กป้อนฟรอสเตอร์แล้วหันไปถามเพื่อน พีทพยักหน้าเป็นคำตอบ

“รอบนี้ได้หยุดกี่วันอ่ะคิว” แอลถามขึ้นบ้าง

“เหมือนเดิมครับเดือนนึง”

“แล้วเมื่อไหร่จะกลับมาทำออฟฟิศอ่ะ ไปอยู่ริก*(Rig)จะสองปีแล้วป่ะ” คิวพยักหน้ารับแล้วหันไปยิ้มให้คนรักตัวเอง

“อยากเก็บเงินให้ได้เยอะๆ ครับ” จิงย่นจมูกใส่

“แค่นี้สองคนก็รวยจะแย่แล้วไหมอ่ะแต่เอาเถอะขนาดแฟนเขายังไม่บ่นเลยนี่เนอะ” จิงพยักเพยิดหน้าไปทางพีทที่ยิ้มรับลูกเดียว

“ก็คิวทำแล้วมีความสุขเราก็ไม่อยากห้าม”

“ขอบคุณนะครับพีท” สองเพื่อนซี้หันมองหน้ากันเหมือนเป็นส่วนเกินแล้วก็ได้แต่ยิ้มปลง เอาเถอะคนไม่มีความรักไม่เข้าใจหรอกไอ้อาการโลกนี้มีแค่สองเราน่ะ

“แล้วพรุ่งนี้เข้ากี่โมง” พีทหันกลับมาถามจิง ร่างโปร่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูตารางบินแล้วเงยหน้าตอบ

“รีพอร์ตตอนตีห้า”

“กี่แลนด์”

“สี่” พีทพยักหน้าเข้าใจ พวกเขาใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนกระทั่งบ่ายคล้อยจิงจึงขอตัวกลับห้อง พีทกับคิวเองก็ขอตัวไปส่งหลานๆ ที่บ้านและกลับไปพักผ่อนจึงเหลือคนตัวเล็กคนเดียวที่อยู่เฝ้าร้าน

“ยินดีต้อนรับครับ” คนตัวเล็กจัดขนมอยู่ในตู้เอ่ยต้อนรับลูกค้าเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งดังที่หน้าประตู ร่างเล็กยืดขึ้นยิ้มมองลูกค้าที่มาเยือนก่อนรอยยิ้มนั้นจะแข็งค้างไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคู่ชายหญิงที่อยู่ตรงหน้าเคาท์เตอร์

“เอ่อ...รับอะไรดีครับ” แอลเลือกที่จะทำเป็นไม่รู้จักเมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะทักเขา หญิงสาวยิ้มให้เขาก่อนจะกอดแขนชายหนุ่มที่มองเมนูสลับมองหน้าเขานิ่งๆ

“เพื่อนลิสบอกว่าเค้กกับกาแฟร้านนี้อร่อยมากเลยค่ะป๋อดื่มอะไรดีคะ” แอลเลือกที่จะมองหน้าหญิงสาวมากกว่าชายหนุ่มพลางคิดในใจว่าดีแค่ไหนแล้วที่เพื่อนผู้ร่าเริงของเขากลับไปก่อน ไม่อย่างนั้นแล้วบรรยากาศคงอึดอัดมากกว่าเขาที่เป็นอยู่ตอนนี้อย่างแน่นอน

“ผมขออเมริกาโน่เย็น” ชายหนุ่มร่างสูงบอกกับหญิงสาวนิ่งๆ ก่อนจะโดนเธอย่นจมูกใส่

“แต่พรุ่งนี้มีบินตอนเช้าไม่ใช่หรอคะเดี๋ยวก็นอนไม่หลับหรอกคืนนี้”

“รีพอร์ตตั้งตีห้า ผมดื่มได้สั่งมาเถอะ” แอลสะดุดกับประโยคนั้นในใจ คนตัวเล็กเหลือบตาขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความเป็นกังวล

คงไม่ใช่อย่างที่เขาคิดหรอกนะ โลกคงไม่กลมขนาดหมุนให้แฟนเก่ากลับมาเจอกันหรอก

เรามีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนกัน แต่ก็ยังต่างกัน 

tbc 

 

p.s.

F/O = First Officer หรือ Co-pilot นักบินผู้ช่วย

Rig ในบทนี้ย่อมาจาก Drilling rig แท่นขุดเจาะ

แอบมาลงเรื่องใหม่ฝากด้วยน้า ส่วนถ้าใครอ่านแล้วเอ๊อิมเมจคุ้นๆ ก็นั่นแหละค่ะคุณคิดถวกแล้ว 55555 เรื่องนี้ลงรายอาทิตย์น้ามีประมาณ 17 ตอนจบค่ะ 

ความคิดเห็น