facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 3-8 การคุ้มครองของพระเจ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-8 การคุ้มครองของพระเจ้า

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 627

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2562 13:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-8 การคุ้มครองของพระเจ้า
แบบอักษร

“จะได้ออกทีวีเมื่อไหร่เหรอคะ”

“ครับ? อ๋อ ถ้าเป็นทีวีผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ได้ยินมาว่าอีกสักพักจะมีข่าวออกครับ”

“จริงเหรอคะ ถ้าเห็นข่าว ฉันจะคอมเมนต์ให้เลยค่ะ!”

“ขอบคุณครับ”

โนอึลหน้าแดงเพราะไม่สามารถขยับศีรษะเพื่อก้มหัวขอบคุณได้เนื่องจากมีโรลม้วนผมล็อกอยู่บนหัว เมื่อแฮร์ดีไซเนอร์สังเกตเห็นก็หัวเราะออกมา โนอึลจึงยกมือเกาแก้มที่แดงขึ้นของตัวเองเบาๆ

“รู้สึกไม่สบายตัวหรือถูกดึงตรงไหนไหมคะ”

“ไม่มีครับ ไม่เป็นไรเลยครับ”

“นี่นิตยสารค่ะ ถ้าไม่สบายตัวก็เรียกได้ทุกเมื่อเลยนะคะ”

“ครับ”

ผู้ช่วยแฮร์ดีไซเนอร์ด้านหลังวางนิตยสารพร้อมกับหมอนอิงที่หนากำลังดีแล้วยิ้มให้ เหล่าแฮร์ดีไซเนอร์พูดคุยนั่นนี่ขณะเครื่องมือหมุนไปมา โนอึลเกาหน้าแดงๆ ของตัวเองอีกครั้ง เขาไม่คุ้นกับสถานการณ์แบบนี้เลย แล้วก็ไม่สามารถทนความเขินอายนี่ได้ด้วย สุดท้ายต้องยกมือขึ้นมาพัดหน้าตัวเองแทนการเปิดนิตยสารอ่าน

ท่ามกลางตารางงานกะทันหันนี้ ส่วนหนึ่งมันโดนปรับให้เหมาะสม เขาไม่มีสัมภาษณ์เกี่ยวกับซีรีส์ล่วงหน้าแล้ว มันถูกเปลี่ยนไปเป็นการสัมภาษณ์พร้อมถ่ายเบื้องหลังแทน และการถ่ายทำที่จะเริ่มในอีกสองอาทิตย์ก็ถูกเลื่อนเข้ามาอีกสามวัน ดังนั้นการอ่านบทจึงเลื่อนเข้ามาเร็วกว่าที่คิด กลายเป็นวันพรุ่งนี้ โนอึลเลยต้องทำการถ่ายทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับเอเจนซี เช่น รูปโปรไฟล์ที่จะไปปรากฎตามเว็บไซต์ ซึ่งมันก็ผ่านแต่ละวันไปอย่างไม่ค่อยมีสติ

โนอึลหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันไม่มีสายโทรเข้าหรือข้อความสักอัน จนเขากลัวว่ามันจะเสียด้วยซ้ำเพราะเงียบเชียบมาก หลังจากกดนั่นกดนี่ดู ก็กดเข้าไปเช็กกล่องข้อความด้วยความบังเอิญ ข้อความสุดท้ายเป็นข้อความจากจินฮึน เนื้อหาน่าอายไม่น้อยว่ามีงานอดิเรกเป็นการโดนดุเหรอ หน้าโนอึลแดงขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็เป็นเพียงการหยอกล้อ แต่อ่านแล้วก็ให้ความรู้สึกวาบหวิบอย่างน่าประหลาด จะมีใครเห็นไหมนะ โนอึลกดปิดหน้าจอโทรศัพท์อย่างรีบร้อนและยัดมันเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเหมือนเดิม จากนั้นก็ใช้มือกดนวดใบหน้าร้อนผ่าว ทว่าพอนึกไปจนถึงตอนจินฮึนเลียลงมาบนใบหน้าตรงนั้นตรงนี้อย่างรุนแรงแล้วก็เลยลดมือลง

วันที่เพิ่งกลับจากเอเจนซี่ เขาเผลอพูดความในใจออกไปกับการหยอกเล่นของจินฮึน ขอร้องให้อีกฝ่ายกลืนกินจนไม่สามารถทิ้งกันไปได้ แล้วก็บอกว่าผมต้องการคุณ พ่นคำพูดตรงไปตรงมาที่ตัวเองไม่สามารถพูดได้เมื่อตอนเป็นเด็ก

โนอึลยกมือขึ้นมาอีกครั้งและปิดปากตัวเองเอาไว้ เสียงครางเกือบจะหลุดออกมาจากปาก เมื่อนึกถึงการกระทำและคำพูดที่สกปรกมากจนหยาบคายของตัวเองทั้งที่ไม่ได้เสพยา ปลายนิ้วที่ใช้ปิดปากก็สั่นเบาๆ และในที่สุดโนอึลก็ปิดดวงตาสั่นไหวลง

 

วันนั้นจินฮึนไม่ได้จูบตามที่เขาหวัง แต่กลับดึงกางเกงลงและสอดใส่เข้ามาอย่างรุนแรงโดยไม่มีเวลาให้เตรียมตัว เนื่องจากคำพูดที่คนตัวเล็กร้องขอว่าอยากครอบครอง จินฮึนโอบกอดร่างที่สั่นเพราะความเจ็บปวดด้วยแขนทั้งสองข้าง จากนั้นก็กัดริมฝีปากที่ส่งเสียงครวญคราง ไล้เลียจมูกและดวงตา ก่อนจะสอดใส่เข้าไปอย่างแรง โนอึลจับไหล่จินฮึนเอาไว้ขณะส่งเสียงครางดังลั่น

“เจ็บเหรอ หื้ม?”

“ฮึ มะ ไม่ครับ อึก ไม่เจ็บครับ...”

ช่องทางแห้งและไม่ได้ถูกเตรียมความพร้อมมาก่อนไม่สามารถรับแก่นกายที่สอดใส่เข้ามาได้ มันเกร็งจนขยายออกเพียงเล็กน้อยเพราะความเจ็บ ชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อและบิดลูบไล้ยอดอกของโนอึลสลับไปมา

“ฮะ... ฮึก!”

จินฮึนเลียและกัดคางมน ทั้งตัวโนอึลกลายเป็นสีแดงเพราะความตื่นเต้นที่ร้อนแรงขึ้นมาอย่างช้าๆ มือใหญ่ลูบไล้เอวเล็ก ก่อนจะพ่นลมหายใจด้วยความพึงพอใจเพราะช่องทางเริ่มตอดรัด ลูบไล้เอวเนียนลื่นขณะสอดใส่เข้าไปลึกขึ้นอีกหน่อย สิ่งแปลกปลอมในช่องทางตื่นเต้นและแข็งตัว โนอึลรู้สึกถึงแก่นกายที่สอดใส่เข้ามาจนลึกอย่างชัดเจน เขาอ้าปากกว้างเพราะเสียวซ่านจนทนไม่ไหว สักพักก็เลื่อนมือไปแตะไหล่จินฮึนแล้วคว้ามันไว้อย่างแรง จากนั้นตัวเขาก็ถูกยกขึ้นและตกลงมาจนส่วนแข็งขืนสอดใส่เข้ามาจนสุด

มันผสมปนเปกันไปหมดระหว่างความเจ็บปวดและความสุขสม โนอึลรู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า เจ็บไปหมดจากการสอดใส่เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการสร้างความเร้าใจหรือแม้กระทั่งจูบธรรมดาๆ เลย

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่สำคัญ เพราะความสุขสมทะลักขึ้นมาราวกับน้ำทะเล ทว่าการกระทำเรียบง่ายอย่างการกัดและโลมเลียแผ่วเบาของจินฮึน ทำให้โนอึลทำหน้านิ่วคิ้วขมวดพร้อมกับหลับตาลง เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองเจ็บหรือว่ารู้สึกดี

“แล้วรู้สึกยังไงที่ได้เข้าเอเจนซีที่ต้องการ”

โนอึลล่องลอยอย่างโลดโผนระหว่างความตื่นเต้นและความเจ็บปวด เขาไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับอะไรดวงตาพร่ามัวด้วยน้ำตามองเห็นจินฮึนไม่ต่างไปจากปกติเลย ทว่าตัวเขากลับร้อนผ่าวจนกลายเป็นสีแดง มันเฉยๆ ไม่ซับซ้อน แต่รุนแรงเหมือนอีกฝ่ายสนุกอยู่คนเดียว

“อา ชะ ชอบครับ... อึก”

โนอึลตอบอย่างอ่อนแรง พร้อมกับคลำเสื้อเชิ้ตไร้รอบยับของจินฮึนไปด้วยช้าๆ เขาชอบถึงขนาดพูดอะไรไม่ออก ไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ตอบออกไปว่าชอบเฉยๆ ทว่าหลังจากนั้นก็ต้องหายใจอย่างรุนแรงเพราะแก่นกายของจินฮึนกระแทกเข้ามาอีกครั้ง

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเอาแต่มองหาเอเจนซีแต่ก็ไม่เคยเข้าได้ ซึ่งที่นี่มันยอดเยี่ยมมากจนคิดไม่ถึงเลย โนอึลพยายามนึกถึงคำทุกคำที่ตัวเองรู้จักเพื่อแสดงความรู้สึกราวกับปาฏิหาริย์ แต่กลับนึกไม่ออกเลย สุดท้ายก็พูดได้แค่ชอบอย่างเรียบง่าย เขาจับเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายก่อนจะพูดเสริม เมื่อเห็นสีหน้าจินฮึนดูไม่ค่อยถูกใจกับความรู้สึกอันน้อยนิดของเขา เหมือนถามว่าแค่นี้น่ะเหรอ

“ขะ ขอบคุณครับ อึก... แต่ว่ามัน ฮ่า มัน มันเหมือนจะมาก! เกินไป... อื้อ... เพราะฉะนั้น...”

โนอึลเสียววาบเพราะทุกครั้งที่พูดแท่งเนื้อร้อนก็จะขยับตามด้วย ร่างกายสั่นไหวเพราะลิ้นจินฮึนเลียสันกรามราวกับจะหยอกเล่นและถามว่าเป็นยังไงบ้าง โนอึลละมือจากเสื้อเชิ้ตมาวางลงบนใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายแทน

“เหมือน เหมือนฝันเลยครับ... ฮ่า!”

เพราะว่ามันเหมือนฝันมาก เขาเลยไม่อยากปล่อยมันไป

โนอึลพูดอย่างอ่อนแรง แสงสีขาวกระจายไปทั่วจนแทบจะตาบอด ในที่สุดเขาก็ต้องหลับตาลงเพราะอีกฝ่ายสอดใส่เข้ามาลึกและเร็วมากๆ จนตัวโนอึลโยกไปมา ขาทั้งสองข้างสั่นเทา แต่ร่างของโนอึลที่กำลังจะทรุดลงไปกองข้างล่างก็ยังมีแรงพยุงตัวได้เพราะจินฮึน ชายหนุ่มขบฟันเพราะช่องทางด้านในบีบตัวอย่างแผ่วเบา

“แค่... แค่เข้าไปในเอเจนซีได้ ก็บอกว่าเหมือนฝันแล้วเหรอ”

“อ๊า! ดะ ดะ ได้โปรด... ฮึก!”

“ยู โน อึล”

จินฮึนเลื่อนมือจากขาขึ้นมากุมแก้มของคนตัวเล็ก ประสานสายตากับดวงตาที่เริ่มแดงก่ำ ชายหนุ่มมองโนอึลน้ำตาคลอเพราะความเสียวซ่าน ก่อนจะขบฟันพึมพำเสียงต่ำ

“ฉันเป็นใครล่ะ จำสิว่านายคว้าใครเอาไว้ได้”

“ฮะ! ครับ ครับ... ฮึก!”

เมื่อมือจินฮึนคลายจากขา ตัวเขาก็คล้ายจะร่วงหล่นลงไปตามเดิม โนอึลตอบรับคำพูดของอีกฝ่ายอย่างอ่อนแรง ขณะเดียวกันก็บีบรัดแก่นกายพองโตด้วยความกระตือรือร้นและใช้ขาโอบรอบเอวแกร่ง

“โลภมากกว่านี้อีกสิ ฉันให้นายได้ทุกอย่างเลย”

โนอึลหรี่ดวงตาร้อนผ่าวราวกับเผาไหม้ไปถึงข้างในลง

เขาทนมันต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว แต่ก่อนจะทันได้ถามว่าขอปลดปล่อยได้ไหมครับ ปลายส่วนอ่อนไหวของโนอึลก็มีน้ำขาวขุ่นกระเด็นออกมาซะแล้ว โดยมีน้ำตาคลอหน่วยไหลลงมาพร้อมกัน มือใหญ่ที่กุมแก้มเนียนก็จับหน้าคนที่ทนไม่ไหวให้พิงลงกับไหล่ตัวเอง  จินฮึนพูดเสียงต่ำใส่โนอึลที่ตัวสั่นเพราะอาฟเตอร์เพลย์

“ก่อนที่ฉันจะปล่อยนายไป”

 

โนอึลมือที่จับโทรศัพท์ขึ้นมาปิดหู คำพูดยากเข้าใจความหมายของจินฮึนยังคงวนเวียนอยู่ในหูเขา โดยเฉพาะคำพูดสุดท้ายแสนเย็นชา

เมื่อนึกถึงคำพูดเยือกเย็นของอีกฝ่าย โนอึลก็หลับตาลงแล้วลืมขึ้นใหม่ เหมือนเขาจะพูดอะไรสักอย่างกลับไป ทว่าเขาจำไม่ได้ แต่มันดูจะเป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก เพราะตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้รับการติดต่อจากจินฮึนเลย โนอึลหยิบโทรศัพท์ส่งข้อความหาจินฮึนโดยไม่รู้ตัว ไม่ทันถึงหนึ่งวินาทีดี เขากลับรู้สึกผิดและหลับตาลงอีกครั้ง

 

* * *

 

“ได้ยินว่าสินค้าตัวใหม่กับรถยนต์รุ่นใหม่ของทางเรา จะออกวันเดียวกันกับสินค้าของบริษัทอื่นไม่ใช่เหรอครับ”

แสงไฟเริ่มส่องสว่างภายในสถานที่ที่มีเพียงแสงจากจอโปรเจคเตอร์เพิ่มทีละขึ้นดวง สองดวง พร้อมๆ น้ำเสียงเย็นเฉียบ จินฮึนนั่งอยู่ปลายโต๊ะประชุมตัวกว้างและส่งเสียงหัวเราะสั้นๆ เหมือนมันไร้สาระ เขามองคนร่วมโต๊ะด้วยสายตาเป็นประกายที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้แสงไฟสลัวเมื่อครู่ จากนั้นก็ใช้ปากกาสำหรับแท็บเล็ตเคาะโต๊ะแล้วพูดต่อ

“วันเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของแทอุงเราก็เป็นวันเดียวกับบริษัทเซซอง แล้วสินค้าตัวใหม่ของแทอุง อิเลคทรอนิกส์ ก็ยังมาออกตรงกับวันที่เอสดี อิเลคทรอนิกส์ปล่อยสินค้าตัวใหม่อีกงั้นเหรอ ไม่มีความคิดเห็นอะไรเลยเกี่ยวกับสถานการณ์นี้เลยเหรอครับ”

ปากกาในมือของจินฮึนส่งเสียงดังก่อนจะหยุดขยับ สีหน้าของคนหลายคนนที่นี้เริ่มซีดเผือด ถึงแม้จะรู้ว่าต้องพูดอะไร แต่พวกเขาไม่ได้เตรียมคำตอบที่เหมาะสมกับคำถามของจินฮึนเอาไว้ ก็เลยไม่สามารถตอบอะไรได้ จินฮึนหัวเราะหึๆ ออกมาอีกครั้งท่าทางของคนหลายคนที่ทำเพียงแต่ขยับปากไปมา

“เหมือนจะมีแค่ผมที่เครียดสินะครับ เท่าที่ผมรู้มา ทางเซซองบอกว่ารถยนต์เอสยูวี[1] ที่ปล่อยมาคราวนี้ ตัดสินใจทำเพราะเล็งกลุ่มเป้าหมายไปที่ผู้ชายอายุสามสิบต้นๆ แต่รถยนต์เอสยูวีมาตรฐานของเรา กลับเปลี่ยนแค่สีเท่านั้นเหรอครับ ดูดีมากๆ จนผมไม่มีอะไรจะพูดเลยล่ะ”

ในที่สุดจินฮึนก็ส่ายหัวพร้อมกอดอกและเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พวกเขารู้อยู่แล้วว่าจะต้องได้ยินคำพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินเรื่องแบบนี้ต่อหน้า ผู้ชายบางคนก้มหน้าลงเพราะคำพูดที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ย

“จินฮึน พูดจารุนแรงเกินไปแล้ว คนอื่นๆ เขาก็ตั้งใจเตรียมกันทั้งนั้นแหละ พูดแบบนี้มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นอยู่ดีน่า แล้วทำไมทุกคนพากันก้มหน้ากันล่ะ เงยหน้าขึ้นมาเถอะครับ”

เมื่อเห็นว่าทุกคนล้วนก้มหน้ากัดปาก ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะจึงตำหนิจินฮึนเล็กน้อยกับทัศนียภาพของห้องประชุมที่อบอวลด้วยความหวาดกลัว และหลังจากบรรยากาศตึงเครียดเปลี่ยนไป คนที่ก้มหน้าอยู่ก็เหลือบตามองกันแวบๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น จินฮึนมองภาพนั้นแล้วหันหน้าไปทางผู้ชายที่เป็นคนตำหนิเขา

“กรรมการผู้จัดการครับ บรรยากาศมันสำคัญก็จริง แต่สถานการณ์ตอนนี้มันสำคัญกว่าไม่ใช่เหรอครับ”

จินฮึนถอดแว่นออกวางลงบนโต๊ะคล้ายโยนลงไปขณะพูด สายตาของอีกฝ่ายจึงเปลี่ยนจากคนอื่นๆ ในห้องไปทางจินฮึน

“มันก็ใช่ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องโมโหขนาดนั้นเลยนี่นา”

ไม่ใช่เหรอครับ ทุกคน... คำถามแฝงเสียงหัวเราะกระจายไปทั่วห้องประชุมที่บรรยากาศเปลี่ยนพร้อมรอยยิ้มคนดี คนที่เหลือสังเกตจินฮึนก่อนจะตอบออกไปว่า ใช่ครับ กับคำถามของจินฮยอนที่นั่งอยู่คนเดียวตรงหัวโต๊ะ จินฮึนปรายตามองคนที่สังเกตเขาทีละคนก่อนจะกอดอกแล้วมองจินฮยอนจมอยู่กับความคิด

 

[1] เอสยูวี ย่อมาจาก Sport Utility Vehicle เป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ จุดเด่นอยู่ตรงตัวถังขนาดใหญ่และมีความสูงประมาณเดียวกับรถกระบะ

ความคิดเห็น