email-icon Twitter-icon

เด็กน้อยหัดเขียนนิยาย มีอะไรแนะนำติติงได้นะคะรักน้าาาาาาา

ตอนที่ 3 ผู้หญิงที่หน้าด้าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ผู้หญิงที่หน้าด้าน

คำค้น : นิยายนางเอกอ้วน นิยายน่ารัก นิยายสนุกๆ นิยายไม่ติดเหรียญ แอบรักเพื่อน นิยายแอบรัก นางเอกไม่สวย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2563 14:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ผู้หญิงที่หน้าด้าน
แบบอักษร

ตอนที่ 3 

“ถ้ามึงจะแต่งงานอย่างสงบสุขก็อยู่ห่างๆเพื่อนมึงไว้จะดีกว่า” 

ผมมองคนพยายามพูดประโยคเดิมเป็นรอบที่ร้อย แต่คนฟังก็ทำเพียงแค่ยิ้มทะเล้นก่อนจะกระดกแก้วในมืออย่างไม่สนใจ ผมว่ามันคงมองเป็นเรื่องไร้สาระมากกว่าจะเก็บมาใส่ใจกับคำเตือนของเพื่อน 

ผมล่ะเหนื่อยหน่ายใจเพราะแฟนมันก็เป็นเหมือนน้องสาวผมคนหนึ่ง และมันก็เพื่อนผม เห็นสองคนที่ดูจะเข้าใจกันในทุกเรื่อง เป็นแฟนที่ดีต่อกันไม่มีนอกลู่นอกทาง แจนก็เฝ้าลีโออย่างอะไรดีแทบไม่มีอะไรให้ขยับตัวยกเว้นตอนที่เธอไปเรียนและลีโอทำงาน บางทีก็สงสัยว่าเอาอะไรไปหึงเพื่อนของลีโอกันแน่  

ไม่สวย หุ่นไม่ดี ไม่มีเสน่ห์ ไร้ความน่าสนใจ 

มีดีอย่างเดียวก็แค่เรียกร้องความสนใจเก่ง!!! 

“ตอนแรกก็สงสารไอ้ลี แต่ตอนนี้ปวดหัวแทนไอ้จอม” 

“ทำไมวะ”แน็คหันมามองหน้าผมเหมือนขอความกระจ่าง 

“ก็ต้องรับบทไปแยกยัยอ้วนนั่นออกจากไอ้ลีไง แถมยังโดนแฟนไอ้ลีวีนจนประสาทแดก”คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ แต่ผมไม่ขำตาม  

“ไอ้คีย์มึงสนุกปากได้แต่ให้เกียรติเพื่อนกับแฟนกูหน่อย” 

“มึงจะเถียงรึไง แฟนมึงตามจี้พวกกูขนาดนี้”คีย์โชว์โทรศัพท์ที่มีมิสคอลและแจ้งเตือนไลน์เข้ามาไม่หยุด เพราะแจนคงกำลังถามรายละเอียดว่าไอ้ลีโอทำอะไรอยู่กับใคร คุยกับใคร เจอใครบ้าง และอีกคำถามสำคัญก็คือคะขามาด้วยรึเปล่า ทำไมผมถึงรู้น่ะเหรอ เพราะโทรศัพท์ผมก็เต็มไปด้วยข้อความเหล่านี้จนยังสั่นไม่หยุดเหมือนกัน  

“แจนก็แค่เข้าใจผิด” 

“แล้วทำไมมึงไม่อธิบายไปล่ะ เห็นคืนก่อนเกือบตบกันไม่ใช่เหรอวะไอ้จอม” 

“อือ” 

“เห็นมะอีกแป๊ปนึงก็จะแต่งงานละ ทะเลาะเหี้ยอะไรไร้สาระชิบหายมึงก็ไม่ใช่เด็กประถมติดอะไรเพื่อนคนนี้นักหนาวะ ตัดๆไปดิ”ผมว่าผมเห็นด้วยกับไอ้คีย์นิดๆ 

“ทำไมต้องตัดวะ” 

“ก็แฟนมึงไม่ชอบหนิ เพื่อนกับแฟนถ้าแต่งงานไปแล้วชีวิตมึงก็มีแค่เมียกับครอบครัวรึเปล่า จะช้าจะเร็วเพื่อนก็จะค่อยหายไปเอง มึงกังวลอะไรนักหนาวะลีโอ” 

“คะขาแมร่งช่วยกูตลอดที่รู้จักกันมา แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรผิด”ผู้มีพระคุณว่างั้น ผมหัวเราะเบาๆกับความเดียงสาของเพื่อนผู้หญิงคนนั้นคอยช่วยมันเพราะหวังอะไรในตัวมันรึเปล่า แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบางจะตัดสินเพื่อนคิดไม่ซื่อของมันก็ไม่ถูก 

“ผิดที่ชอบมึงไง ถามจริงถ้าแจนยื่นคำขาดว่ามึงจะเลือกแจนหรือเพื่อนมึงคนนั้นมึงจะตอบว่าอะไร” 

“คิดว่าแจนไม่พูดรึไง”ผมเอ่ยเบาๆ “แล้วถ้ามันเลือกได้มันไม่นั่งหน้าดำหมองเหมือนคนโดนของแบบนี้หรอก” 

“กูล่ะอยากรู้จริงจริงว่าเพื่อนมึงมีดีอะไรนักหนา” 

ใช่...ผมก็อยากรู้เหมือนกัน  

 

ออดดดดดดด 

ชาติที่แล้วฉันไม่ได้ทำบุญไว้เหรอชาตินี้ฉันถึงดูเน็ตฟิกซ์ไม่รู้เรื่องสักเรื่อง เกือบเที่ยงคืนแล้วไอ้บ้าที่ไหนมากดออดห้องฉันเล่น ช่วงนี้คนมาเยี่ยมห้องฉันเยอะเกินความจำเป็นไปแล้ว 

ฉันจัดเสื้อคลุมให้เข้าที พยายามเก็บมาม่าที่หกโกยเข้าถ้วย 

“เอ่อ...มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”ฉันแง้มประตูเล็กๆก่อนจะออกไปคุยเมื่อเห็นว่าเป็นแค่คุณลุงคนนึงที่เดินสวนกันบ่อยๆ เขาอยู่ห้องข้างๆฉันนี่แหละ  

“เบาๆเสียงหน่อยได้ไหม” 

“เสียง? เสียงอะไรคะลุง” 

“ก็เสียง...แต่ลุงว่าไม่ใช่หนูหรอกสภาพไม่น่าจะมีแฟน” ห๊ะ! ลุงแกเมาหรือมีปัญหาอะไรไหมเนี่ย ฉันยิ่งหิวๆอยู่เดี๋ยวก็จับกินซะหรอก หลังจากมองสารรูปฉันหัวจรดเท้า เขาก็เดินหนีไปกดออดห้องอีกฝั่ง ก่อนจะคุยเรื่องเสียงกันอะไรไม่รู้ เอ่อ...ฉันเดาว่าคงเป็นเสียงจ้ำจี้กันของเพลย์บอยห้องถัดไปสองห้องขวามือของฉันสินะ บางวันกลับมาดึกๆก็แอบฟังบ้าง แน่สิก็สาวๆเขาเสียงดีดังทะลุห้องออกมาเกือบทุกวัน 

ฉันเกาหัวยุ่งๆอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะยิ้มแหยสบตาหนุ่มหล่อที่ออกมาคุยกับคุณลุง พร้อมพยายามส่งคุณลุงเข้าห้องด้วยหน้าตาไม่สบอารมณ์ นี่ฉันไปยุ่งอะไรกับเขาเนี่ย 

“ถ้าจะออกจากห้องอย่างน้อยก็หวีผมและซับหน้ามันๆนั่นหน่อยสิ”หนุ่มหล่อห้องถัดไปสองห้องขวามอฉันพูดก่อนปิดประตูกระแทกดังปัง ทิ้งให้ฉันยืนเอ๋อกับประโยคที่เขาทิ้งไว้ 

ด่าฉันเหรอ ไอ้บ้าเอ๋ยยยยยยยยยยย ฉันยกมือขึ้นถูหน้าลวก 

“วันนี้มันวันซวยรึไง”ฉันขยี้หัวให้ฟูยิ่งขึ้นก่อนเดินเข้าห้อง  

ประตูปิดลงแต่เสียงไม่ดังขึ้นทำให้ฉันหันกลับมามองประตูอย่างฉงน ชิบ...แล้วยัยคะขา โจรแน่ๆ ประตูปกติจะต้องมีเสียงติดทุกครั้งที่ล็อกอัตโนมัติ  

ผัวะ! 

“กรี๊ดดดดดดดด”ฉันกรีดร้องพร้อมดวงตาเบิกกว้าง เมื่อประตูเปิดออกต้านแรงปิดของฉันก่อนจะปรากฎร่างสูงร่างหนึ่งโผเข้ามากอดฉัน อย่าคิดโรแมนติกมันเป็นเหมือนแค่ต้องการที่ค้ำยันเท่านั้นและฉันก็ช่างเหมาะเหลือเกินกับการเป็นเสาค้ำพิง 

“เฮ้ยยยยยยยย/กรี๊ดดดดดดดด”เสียงผู้ชายพร้อมเสียงฉันที่กรี๊ดดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อพบหน้าใครที่ไม่คุ้นเคยวิ่งเข้ามาอยู่หน้าห้องฉัน ตาพวกเขากับฉันตอนนี้ไม่รู้แล้วด้วยซ้ำกว่าใครใหญ่กว่ากัน ผู้ชายสองคนที่ฉันไม่รู้จักยังคงมองตรงมาที่ฉันพร้อมใครอีกคนที่กอดฉันไว้แน่นแต่กลิ่นน้ำหอมปนกลิ่นแอลกอฮอล์ทำให้ฉันเดาไม่ยากนัก 

“กอดกันพอแล้วมั้ง”จอมทัพเขาอีกแล้วเหรอ เขากำลังยืนพิงกำแพงตรงข้ามห้องฉันด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ งั้นก็ลีโอเหรอที่กำลังกอดฉันอยู่ 

“บ้าอะไรเนี่ย”คิ้วฉันขมวดแน่นจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว เรื่องพวกนี้มันบ้าอะไรกันแน่ “ช่วยเอาไอ้บ้านี่ออกจากคอฉันก่อนได้ไหมคอจะหักแล้ว” 

“ขา ลีขอโทษนะที่ทำให้ลำบาก”เสียงอ้อแอ้ของฉันที่กอดฉันดังขึ้น ทันทีที่เพื่อนเขามาพาเขาออกไปยืนดีๆ เมาเละแบบภาพแทบตัดยังจะมาหาฉันอีกเหรอ ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเวทนาตัวเองต่อให้ฉันจะต้องร้องไห้อีกกี่ครั้งแต่ฉันก็ยังเปิดประตูให้เขาเข้ามาอยู่ดี 

“อืม ลีกับเพื่อนไปนั่งพักก่อนเถอะ” 

“ขอบใจนะ”ผู้ชายที่น่าตาดูใจดียิ้มให้ฉันแล้วหิ้วปีกลีโอเข้าห้องไปพร้อมกับอีกคน แต่คนด้านนอกกลับไม่ยอมขยับตัวเข้ามา 

“จะเข้ามาไหม” 

“เธอต้องทำเสน่ห์อะไรใส่ไอ้ลีโอสักอย่างแน่ๆ”จอมทัพพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดก่อนจะผลักฉันให้พ้นทางเบาๆ เมื่อบ่ายเขายังใจดีกับฉันอยู่เลย เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันอีกกันแน่ 

 “ลีโอไม่ยอมกลับบ้านมันบอกจะมาหาเธอ พวกเราเลยพามันมาเคลียร์”เสียงพูดอ้อแอ้ไม่แพ้ลีโอพูดขึ้นโท่งๆ ไม่มีการแนะนำตัวหรือเกริ่นนำทันทีที่ฉันวางกาน้ำชาลง ฉันใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีในการเตรียมชุดน้ำชาสำหรับพวกเขา กลิ่นแอลกอฮอล์เน่าๆคละคลุ้งไปทั่วห้องฉัน ก่อนที่ฉันจะไม่สนใจประโยชน์พวกนั้นแล้วยกโน๊ตบุ๊คที่ยังเปิดหนังทิ้งไว้ไปเก็บในห้องนอนและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดโง่ๆแทนเสื้อคลุม 

“ฉันไม่มีอะไรจะเคลียร์แล้ว ฉันฝากจอมทัพไปบอกนายแล้วลีโอ ว่าจะไม่ติดต่ออีก”ฉันบล็อกเขาทุกช่องทางแล้ว ลีโอมองหน้าฉันก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ 

“ฉันยังไม่ได้บอก” 

“อ้าว” 

ฉันอ้าปากค้าง ก่อนจะหันไปมองตำหนิคนที่ดูจะมีสติดีที่สุดที่กำลังจิบชาอย่างไม่สนใจ ฉันไม่เข้าใจว่าพวกเขาจะมาที่ห้องฉันให้เป็นภาระฉันทำไม แค่หันไปมองนาฬิกาเรือนโตก็ทำให้ฉันเริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง เข็มสั้นยังอยู่ที่เลขสิบสอง แต่เข็มยาวเลยเลขสิบสองไปสักพักแล้ว  

“ลีไม่อยากให้คะขาเลิกคบกับลี เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอวะอย่าให้คนอื่นทำให้เราต้องทะเลาะกัน” 

“พูดเหมือนมึงเป็นแฟนเขาอ่ะไอ้ลี”ฉันขมวดคิ้วยุ่ง “เอาตามตรงเลยนะคะขาชื่อเธอแมร่งประหลาดชิบ!”ฉันขมวดคิ้วหนักไปอีกเมื่ออีตาผมดำดูปากมอมหาเรื่องว่าฉันอีกจนได้  

“หายเมาแล้วค่อยกลับมาใหม่ไหม”ฉันเสียดายชาที่เขาดื่มเข้าไปจริงๆงงไปหมดแล้ว 

“เอาเป็นว่า...”ลีโอลุกขึ้นโงนเงนเสียงอ้อแอ้ของเขายังคงดังอยู่ไม่ไปไหน เขาเดินมาหาฉันก่อนจะนั่งลงข้างๆพร้อมกับกอดไหล่ฉันหลวมๆ แค่นั้นก็ทำให้เพื่อนเขาสีหน้าตึงไปตามๆกัน ฉันพยายามจะดึงแขนมันออกแล้วนะ อย่ามองฉันด้วยสายตาน่าเกลียดแบบนั้นเซ่! ฉันไม่ใช่ชู้กับมันซักหน่อย 

“ลีนายหยุดก่อน มีอะไรจะคุยก็ดีๆได้ไหมอย่ามากอด” 

“หลังแต่งงานแล้วขาจะปลดบล็อกลีใช่ไหม อย่าเลิกเป็นเพื่อนได้ไหมลีจะคุยกับแจนเอง”ฉันอึ้งไปชั่วขณะยังไงแฟนก็สำคัญกว่าเพื่อนอยู่แล้วป่ะ ฮ่าฮาพูดอย่างหน้าไม่อายฉันหวังเขาจะพูดให้ฉันหนักแน่นกับความเป็นเพื่อนกับเขา และขอให้ปลดบล็อกเพื่อมีปัญหาอะไรเราจะได้คุยกัน 

“ได้”ฉันตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยแค่ขอบตาร้อนผ่าว 

“ช่วงนี้ลีทะเลาะกับแจนหนักเพราะแจนเข้าใจผิด พวกมันบอกให้ลีเลิกเป็นเพื่อกับขาไปซะจะได้จบๆแต่ลีรู้ว่าขาไม่มีใครแล้วนอกจากลี ลีไม่อยากให้ขาเศร้าเหมือนตอนที่เราเจอกัน ยังไงลีก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีกับขาอยู่นะ” 

ฉันพยักหน้าเบาๆไม่สนใจสายตาฉงนของเพื่อนๆของลีที่ส่งมา ด้วยรูปร่างหน้าตาของฉันมันไม่ง่ายนักหรอกที่จะอยู่รอดในสังคมโดยไร้การถูกบูลลี่ ถูกรังแก สิ่งเหล่านั้นมันทำให้ฉันเริ่มปิดกั้นตัวเองออกจากสังคมเงียบๆ ฉันคบเพื่อนเยอะแต่คนที่จะสนิทด้วยกลับมีแต่ลีโอคนเดียวที่ทำให้เชื่อว่าเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ เพราะเขาไม่เคยมีคำพูดแย่ๆหรือท่าทางที่อยากจะรังแกฉันสักนิด และยังเป็นคนที่คอยปกป้องฉันทุกครั้ง เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันช่วยกันแก้ปัญหาในทุกๆเรื่องที่เจอด้วยกัน ถ้าเขาทั้งสามคนเป้นฉันเขาคงไม่พูดเรื่องที่จะให้ลีโอเลิกคบเพราะฉันไม่รู้จะยึดที่พึ่งไหนได้อีก 

“ฉันไม่ค่อยเข้าใจ แต่เธอช่วยห่างๆมันได้ใช่ไหม”หนึ่งในสามเอ่ยขึ้นเบาๆ  

“ฉัน...” 

“หึ...เมื่อตอนบ่ายปากดีว่าจะไม่ติดต่อมัน แล้วตอนนี้ต่อหน้ามันเธอจะอ้ำอึ้งทำไมหรือเมื่อบ่ายเธอแค่พูดส่งๆ”จอมทัพกล่าวหาฉันอย่างไม่ไว้หน้า 

มือฉันสั่นเล็กน้อย ริมฝีปากขบแน่นจนชาไปหมดเพื่อสะกดน้ำตา “ฉันคิดถึงตอนที่ไม่มีลีไม่ออก ฉันต้องการเขาจริงๆ ฮึก” 

จอมทัพยิ้มเหยียดออกมาเหมือนสมเพชฉันซะเต็มที เขาคงคิดว่าคำพูดฉันเป็นแค่คำที่ตัดปัญหาแต่ไม่รู้เลยว่าคำสัญญาที่ให้กับเขามันคือคำที่พยายามตีกรอบให้ฉันเดินตามแต่การปฏิบัติมันไม่ได้เป็นไปตามนั้น ฉันทำไม่ได้ ยิ่งลีโอพูดแบบนั้นฉันก็รู้ว่าเขาจะยังอยู่เป็นเพื่อนฉัน 

“เธอโตแล้วนะคะขา เธอไม่ใช่เด็กที่อายุสิบสองที่ขาดเพื่อนแล้วจะตาย” 

“แต่ฉันตายแน่ถ้าขาดลีโอ ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว”ฉันเริ่มไม่มีสติก่อนจะวาดมือไล่คนตรงหน้าออกไปจากห้อง ก่อนจะหันไปมองคนต้นเรื่องที่หลับไปแล้ว เขาก็ภาพตัดทุกทีที่ดื่มเหล้า รูว่าคอไม่แข็งยังจะดื่มอีก “พาเพื่อนพวกนายออกไปด้วย” 

“ใจเย็นก่อนดีกว่า ฉันว่าเราน่าจะคุยกันได้” 

“แกจะคุยอะไรกับผู้หญิงหน้าด้านแบบนี้วะคีย์”มันจะมากไปแล้วนะ นายจอมทัพพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามฉันจนทำให้ฉันแทบสั่นไปด้วยความโกรธ “ผู้หญิงเห็นแก่ตัว” 

“นี่นาย!” 

“เมื่อบ่ายที่ฉันด่าไปมันไม่เข้าหัวสมองเธอบ้างเลยรึไง หรือความอยากได้ไอ้ลีโอมันบังจนเธอมองผิดถูกไม่รู้แล้ว” 

“มันจะมากไปแล้วนะ ฉันแค่ยังเป็นเพื่อนลีแต่ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายกับครอบครัวเขานายจะอะไรนักหนา” 

“เพื่อนยังไงถึงอยากได้เพื่อนเป็นผัว” 

“นี่ หยาบคายเกินไปแล้วนะ” 

“เอ่อ...สองคนคุยกันดีๆได้ไหม แค่ไม่ทำให้แจนโกรธและงานแต่งล่มก็พอ” 

“ยังไงวะไอ้แน็ค”คีย์หันหน้าไปถามเพื่อเขาอีกคนอย่างใจเย็น ก่อนจะทำหน้าหงุดหงิดเมื่อฉันแค่เอามือดันหัวลีโอให้ตรง ก็เพื่อนไงพวกเขาจะระแวงอะไรนักหนาเนี่ย ฉันเลยคอยระแวงการกระทำตัวเองไปด้วย 

“งานแต่งจะเริ่มอีกสองอาทิตย์ ในสองอาทิตย์นี้...เธอ...” 

“...”ฉัน จอมทัพ และคีย์เงียบรอฟัง 

“ต้องมีคนคุมประพฤติ” 

“ห๊ะ! จะบ้าเหรอ”ไม่คิดจะเชื่อใจฉันเลยเหรอ บอกแล้วไงว่าจะไม่ยุ่งๆ ทำไมไม่มีใครฟังฉันเลยสักนิด จะบ้าตายกับเรื่องพวกนี้แล้วสิ ฉันถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน “ก็ได้ ช่วยทำให้ฉันกับลีโอเป็นเพื่อนในสายตาพวกนายสักทีเถอะ” 

ดวงตาดุๆของจอมทัพมองฉันไม่กระพริบ สายตาจริงจังนั่นไม่พูดไม่จาจนฉันเป็นฝ่ายต้องหลบสายตาหนีไปจิบชาแทนที่จะจ้องตากับคนอย่างเขา ส่วนแน็คกับคีย์ก็ถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งอกเหมือนเรื่องฉันทำให้พวกเขาหนักใจมากมายอะไรขนาดนั้น 

“จะกลับกันรึยัง”ฉันถามเบาๆ ก่อนจะหุบปากลงอย่างเร็วไวเมื่อทั้งสามหันมามองอย่างพร้อมเพรียงกัน 

“ฉันกลับไม่ไหว” 

“เอ๊ะ! นายดูสติดีที่สุดแล้ว นายก็พาเพื่อนๆกลับไปสิ”พรุ่งนี้ฉันทำงานเช้านะ 

“เธออยากให้พวกฉันนอนคุกรึไง แต่ละตัวเป่าเกินห้าสิบมิลลิเปอร์เซ็นต์ทั้งนั้นแหละ ไอ้ลีคงได้ตื่นมาพร้อมกับเสียงกรี๊ดของแม่มันแน่”จอมทัพพูดพร้อมยักไหล่ เหมือนรู้จุดอ่อนฉันว่ายังไงฉันก็ปกป้องเพื่อนของฉันอยู่แล้ว แม่ลีโอยิ่งรับไม่ได้ที่ลูกชายคนเดียวจะทำตัวสำมะเลเทเมาเมาเป็นหมาบ้าแบบนี้อยู่ด้วย ฉันอย่างจะตอบกลับเขาไปว่าก็ปล่อยให้ลีโออยู่ที่นี่ ส่วนพวกเขาไสหัวกลับไปซะ แต่ก็ได้แต่คิด 

“เฮ้อ ก็ได้! จะอาบน้ำไหมฉันจะเอาชุดมาให้” 

“ของใคร?” 

“ลี”ฉันตอบอย่างไม่ใส่ใจ 

เวลาลีโอมาค้างก็เอาเสื้อผ้ามาทิ้งไว้เสมอจนฉันมีกล่องเก็บเสื้อผ้าลีโอไว้ที่ใต้เตียง เพราะสำรองเอาไว้ตอนลีมาค้างที่นี่ ให้มันเอากลับไปบ้านบ้างแต่ก็ไม่เคยเอากลับไปสักที 

“เพื่อนที่ไหนเขามีเสื้อผ้ากันไว้ในห้องเหรอ”คีย์ยิ้มหวานจ๋อยแต่มันดูตึงเครียดแปลกๆ 

“นายไม่ทิ้งเสื้อผ้าเวลามาค้างห้องเพื่อนกันรึไง”ฉันเริ่มขยับตัวด้วยความอึดอัด เมื่อสายตาทั้งสามคู่มองมาที่ฉันเหมือนคนที่ไม่รู้อะไรเลย ก็มันเรื่องปกติไม่ใช่รึไงเล่า 

“เธอมีเสื้อผ้าที่ห้องเพื่อนเธอไหม” 

“ไม่มี...”ก็ฉันคบเพื่อนสนิทแค่คนเดียวนี่ 

“ก็ใช่ไง”คีย์ส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจ “พฤติกรรมของเธอมันมากกว่าเพื่อนกันชัดๆ ไม่มีใครทักมั่งเหรอวะว่าสองคนนี้เป็นแฟนกัน”ก็มีบ้างแหละ แต่มันไม่ใช่เรื่องจริงนี่ฉันเลยไม่ได้สนใจอะไร 

“คะขาจะให้เรานอนที่ไหนเหรอขอแค่ผ้าสะอาดก็พอเราคงไม่อาบน้ำกันหรอก เมาขนาดนี้ฮะๆ” 

ฉันชี้มือไปที่ห้องรับแขก ก่อนจะเดินเข้าไปค้นหาผ้าเช็ดตัวสักผืนสองผืนเขาคงใช้ร่วมกันได้แหละน่า ลีโอเมาหนักขนาดหลับไปแบบนั้นฉันควรจะโทรไปบอกแจนไหมนะ เขาน่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเผื่อจะนอนสบายขึ้น คิดแค่นั้นมือฉันก็สไลด์เอากล่องเสื้อผ้าลีโอออกมาอย่างเคยชิน ก่อนจะถือกะละมังใบเล็กที่ใส่น้ำอุณหภูมิห้องไว้สักครึ่งกะละมังเดินออกไปหาพวกเขา 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

“เข้ามาสิ”จอมทัพเปิดประตูออกมา ก่อนจะมองของที่มือฉันด้วยความหงุดหงิดอีกครั้ง วันนี้เขาหงุดหงิดเป็นรอบที่ร้อยของวันแล้วมั้ง ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เข้าใจเมื่อเห็นเขาเม้มปากแน่นเหมือนมีเรื่องที่อยากจะพูดแต่พูดไม่ได้ แต่ก็ยังดีที่เขาดึงผ้าเช็ดตัวออกจากบ่าฉันแล้วโยนให้คีย์และแน็ค และดูเหมือนว่าคีย์จะหลับตาไปแล้ว 

“ของในห้องใช้ได้เลยนะ” 

“พร้อมต้อนรับจริงๆเลยนะ”เขาพูดเหน็บฉันอีกรอบ เมื่อเห็นว่าห้องรับแขกฉันถูกจัดไว้อย่างดี “เวลาพ่อแม่ฉันมาก็ต้องนอนห้องนี้ ฉันไม่ได้จัดไว้รอใครอย่างที่นายคิด” 

“งั้นเหรอ”จอมทัพยิ้มเหยียด ฉันเกลียดท่าทางของเขาจริงๆ 

เตียงหกฟุตดูเล็กลงเมื่อเจอผู้ชายร่างสูงสามคนอยู่บนนั้น ฉันไม่สนใจด้วยซ้ำว่านายจอมทัพจะนอนที่โซฟาหรือบนพื้น ความรู้สึกดีที่ได้ยามาหมดตั้งแต่เขาด่าฉันว่าหน้าด้านแล้ว มือที่กำลังชุบผ้าในกะละมังเผลอขยำอย่างแรงเมื่อคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่คิดถึงสายตาที่จับจ้องอยู่ฉันก็ได้แต่เบามือลง จอมทัพหลับตาลงบนเก้าอี้หวายขนาดหลับตาเขายังขมวดคิ้วเลย ไม่ผิดหรอกที่ฉันจะกลัวใบหน้าดุๆของเขา  

“ทำอะไร” 

เสียงห้าวดังขึ้นข้างหูฉันทันทีที่ผ้าเช็ดหน้าแตะลงบนข้างแก้มลีโอ ฉันเงยหน้ามองคนที่มายืนข้างฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่แน่ใจ “ก็เช็ดตัวให้ลีโอไง นายจะจับแขนฉันทำไมเนี่ย” 

“เธอนี่ทำทุกวิถีทางจริงๆนะ เอามานี่แล้วไปนอนซะ” 

“ก็แค่เช็ดตัวจะเสียงดังทำไมล่ะ...เดี๋ยวลีโอก็ตื่นหรอก”ฉันกระซิบอย่างไม่เข้าใจ  

“ฉันก็เมาถ้าอยากเช็ดมากนักก็เช็ดฉันนี่ อยากเช็ดกี่มุมกี่ซอกฉันจะเปิดให้เธอเช็ดทั้งตัวเลย”คนตัวสูงก้มหน้ามากระซิบ เขากุมมือเล็กๆของฉันที่จับผ้าไว้แน่นพร้อมถอดเสื้อออกด้วยมือเดียว แล้วบังคับให้ฉันเช็ดไปตามตัวเขา 

“ไอ้บ้า ปล่อยนะ” 

“เช็ด ถ้าไม่เช็ดฉันปล้ำเธอแน่จะเอาไง”ฉันตาโตเท่าไข่ห่าน ใจที่กำลังเต้นอย่างบ้าคลั่งด้วยความกลัวสั่นไหวจนฉันเจ็บหน้าอกไปหมด  

“จะบ้าเหรอ” 

“แทนที่เธอจะห่วงไอ้ลีโอ เธอควรห่วงฉันดีกว่าที่เสียตัวให้เธอคืนนั้นแล้วรอยยังไม่หายเช็ดซะถ้าเธอไม่อยากให้ฉันโชว์รอยแล้วบอกไอ้ลีว่าเธอทำอะไรกับฉันไว้...ฉันจะบอกให้นะว่าคืนนั้นเธอพูดอะไรถึงไอ้ลี” 

“ฉันพูดอะไร” 

“เธอไม่อยากรู้หรอก เพราะผู้หญิงที่คิดว่าตัวเองดีอย่างเธอคงรับไม่ได้กับความคิดเธอแน่ๆ” 

ฉันเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินเขาพูด  

เสียงกระซิบของคนตัวสูงทำให้ลมหายใจฉันติดขัดขึ้นมาทันที ฉันจำไม่ได้ว่าฉันพูดอะไรออกไปบ้าง ภาพฉันตัดตั้งแต่ดื่มเหล้าแก้วที่สาม สี่ ห้า ฉันเงยหน้ามองคนตัวสูงที่ก้มลงมามองด้วยสายตาจริงๆจัง ฉันไม่แน่ใจว่าดวงตาฉันมีน้ำตาคลออยู่เต็มตามันจะไหลออกมาหมดรึยัง มือน้อยของฉันสั่นเทาไปตามแรงบังคับเมื่อต้องเคลื่อนผ่านสันกรามของจอมทัพ ดวงตาที่ประสานกับฉันตอนนี้ดูหวานเชื่อมจนไม่อาจละสายตา ตาคมๆ จมูกโด่งๆ พร้อมปากแดงๆนั่นกำลังเขย่าประสาทฉันจนไม่อาจจะหยุดยั้ง ทั้งตัวเขาเต็มไปด้วยกล้ามขนาดพอดี ลอนน้อยบนหน้าท้องทำเอาฉันกลืนน้ำลายไม่ขาดสาย ทำไมฉันต้องเข้าใกล้คนอันตรายขนาดนี้ด้วย สีผิวเหลืองๆของฉันปรากฎชัดเมื่อผิวของเขาขาวราวน้ำนม ไม่ผิดหรอกถ้าฉันจะขาดสติจู่โจม ลวมลามเขา ขนาดมีสติฉันยังเบลอไปชั่วขณะ 

“ทำไรกันอ่ะ” 

“กะ...กะ...ก็เช็ดตัวไง เช็ดกันเองละกันฉันง่วง”ฉันสะดุ้งโหยงก่อนจะหันไปมองคนที่ออกมาจากห้องน้ำเลิกคิ้วมองด้วยความเคลือบแคลงใจ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันสั่นไปกว่าเมื่อกี้หรอก ฉันผุดลุดพร้อมยัดของในมือใส่มือจอมทัพจนหมดเกลี้ยงก่อนจะวิ่งออกจากห้องบ้าๆนั่นออกมา ไอ้บ้าเอ๊ยฉันลืมบอกให้เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลีโอด้วย 

“ฝันดีนะคะขา” 

“อือ” 

ลงให้อ่านระหว่างวันหยุดยาวน้าาาาาาาาา ใครเดินทางต่างจังหวัดขอให้เดินทางปลอดภัย ขอให้มีความสุขในวันแม่นะคะทุกคน 

 

 

ความคิดเห็น