facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 3-6 การคุ้มครองของพระเจ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-6 การคุ้มครองของพระเจ้า

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 564

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2562 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-6 การคุ้มครองของพระเจ้า
แบบอักษร

ระหว่างเริ่มต้มรามยอนอีกรอบ กลิ่นหอมกระตุ้นท้องว่างเปล่าก็โชยขึ้นมา เอื๊อก โนอึลกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ใบหน้าแดงขึ้นเมื่อคิดว่าจะได้กินรามยอนที่ไม่ได้กินมานานซะที เขาเปิดฝาหม้ออีกครั้งด้วยแววตาตื่นเต้นผสมความคาดหวัง ก่อนจะปิดเตาเพราะมันน่าจะกินได้แล้ว โดยไม่ลืมปิดวาล์วแก๊สด้วย แต่ก็ต้องอุทานเบาๆ เพราะจู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว โนอึลจึงหันไปมองพร้อมกับเอ่ยถามจินฮึนที่กำลังหยิบน้ำจากตู้เย็น 

“เอ่อ ผู้อำนายการจะ... ทานรามยอนไหมครับ” 

คนตัวเล็กวางถ้วย ช้อนและตะเกียบลงบนโต๊ะกินข้าวตรงหน้าจินฮึน จากนั้นก็หยิบกิมจิต้นหอม กิมจิผักกาด รวมถึงไข่ม้วนที่แม่บ้านทำทิ้งไว้ให้ออกมาจัดใส่ถ้วยอย่างเป็นระเบียบ 

สุดท้ายก็วางหม้อรามยอนลงกลางโต๊ะกินข้าว แล้วนั่งลงตรงข้ามจินฮึน 

“ทานเลยครับ ถึงผมจะไม่ค่อยมั่นใจรสชาติ แต่...” 

อาหารที่ทำให้อีกฝ่ายเป็นครั้งแรกดันกลายเป็นรามยอนไปซะได้ แถมยังเป็นรามยอนที่ต้มมากกว่าหนึ่งครั้งอีกด้วย 

จินฮึนกินแต่อาหารรสเลิศเกือบทุกวัน คนที่คฤหาสน์ชองดัมดงใส่ใจกับเรื่องอาหารการกินมาก ถึงขนาดมีคนดูแลรับผิดชอบเรื่องอาหารโดยเฉพาะ หรือแม้แต่อาหารที่อีกฝ่ายเขาพาไปกินก็ยังอร่อยมาก โนอึลเลยประสานมือทั้งสองข้างด้วยความประหม่าโดยไม่รู้ตัวขณะจ้องมองจินฮึนถือตะเกียบ 

ชายหนุ่มใช้ตะเกียบคีบรามยอนคำโตจากในหม้อมาใส่ถ้วย ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบให้พอดีคำอีกทีและเป่ามัน จากนั้นเส้นรามยอนไร้น้ำซุปก็หายเข้าไปในปากจินฮึน เคี้ยวเพียงไม่กี่ครั้งก็กลืนลงคอไปเนื่องจากมันไม่ใช่อาหารยอดเยี่ยมขนาดต้องประเมินรสชาติ ซึ่งโนอึลกลืนน้ำลายไปพร้อมๆ กัน ความคิดมากมายวนเวียนอย่างว้าวุ่นในหัว  

ก่อนจะมานั่งกินรามยอน จินฮึนรำคาญเสียงเพลงคลอเบาๆ อย่างไม่เข้ากับสถานการณ์จึงปิดมันอย่างไร้ความปรานี ดังนั้นตอนนี้ก็เลยรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงกลอกลูกตาไปมาเบาๆ ด้วยความประหม่าก้องในหู ความกังวลว่าจะโดนสั่งให้ทิ้งแผ่นเพลงไปด้วยไหมก็เพิ่มเข้ามา ขณะที่โนอึลกัดปากตัวเองอย่างแรงก็ประสานสายตากับสายตาแหลมคมของจินฮึน 

“ไม่กินเหรอ” 

“ครับ?” 

“ถามว่าไม่กินเหรอ อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันกินคนเดียว” 

“ปะ... เปล่าครับ ผมจะกินครับ” 

เดิมทีก็ตั้งใจจะต้มกินเองอยู่แล้ว แล้วจะไม่กินได้ยังไง เขาปล่อยมือออกจากกันแล้วหยิบตะเกียบขึ้นมา ระหว่างนั้นจินฮึนก็กินรามยอนในถ้วยอีกครั้ง โนอึลจึงระมัดระวังเท่าที่จะทำได้ไม่ให้น้ำซุปกระเด็นใส่อีกฝ่าย  

‘ไม่เป็นไรใช่ไหมนะ’ 

เขาลอบสังเกตจินฮึนแวบๆ ขณะถือถ้วยและกลืนเส้นลงไปเงียบๆ ก็แค่กินรามยอน แต่กลับประหม่าอย่างประหลาด  

โนอึลเคี้ยวเส้นอยู่สองสามครั้งก่อนจะกลืนลงไปเหมือนจินฮึน ถึงจะคิดว่าตัวเองกะปริมาณน้ำได้พอดีแล้ว แต่เหมือนจะเยอะเกินเพราะมันจืดไปนิดหนึ่ง ก็เลยคีบกิมจิต้นหอมที่ตัดพอดีคำขึ้นมากินตาม ถึงได้สัมผัสกับรสเค็มขึ้นมาหน่อย จากนั้นก็ไข่ม้วนหนาๆ อีกอย่างหนึ่งเป็นของแถม น่าขำที่ไข่ม้วนรสชาติดีกว่ารามยอนเสียอีก โนอึลส่งเสียงหัวเราะออกมา  

“ได้ยินว่าเวลาอยู่บ้าน ไม่ได้กินครบๆ เป็นมื้อเลยเหรอ” 

เขากินรามยอนที่ตักมาใส่ไว้ในถ้วยหมดอย่างไม่รู้ตัว จินฮึนถามโนอึลที่ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างเหนือกว่า ในขณะที่ตักรามยอนออกมาจากหม้อ โนอึลพยักหน้าให้กับคำถามของอีกฝ่าย ในขณะที่วางกิมจิผักกาดไว้บนเส้นรามยอน  

“ผมติดกินจุกจิกไปแล้ว จะกินเป็นมื้อเยอะๆ ทีเดียวก็เลยไม่ค่อยชินเท่าไหร่น่ะครับ” 

“เรื่องไม่ชินเยอะจังนะ” 

ถึงมันจะไม่ดี แต่การกินจุกจิกเวลาหิวมันกลายเป็นนิสัยไปแล้ว รู้สึกแปลกที่ต้องมาจัดเตรียมและทานให้ครบมื้อ โนอึลเกาแก้มตัวเองเมื่อเห็นว่าจินฮึนดูเอร็ดอร่อยกับรามยอนทั้งที่มันจืดชืดหากไม่ได้ทานกินจิตามลงไป 

“ไม่จืดเหรอครับ” 

เขาเป็นคนต้มมันเองแท้ๆ แต่สุดท้ายโนอึลก็กินกิมจิมากกว่าเส้นเสียอีก แล้วก็แอบๆ เลื่อนไข่ม้วนรสเลิศของแม่บ้านไปทางฝั่งของจินฮึน ถึงแม้ตัวเองจะอยากกินด้วยก็ตาม เพราะไข่ม้วนที่ปรุงรสอย่างพอดีนั้น อร่อยกว่ารามยอนจืดๆ มากทีเดียว ชายหนุ่มเคี้ยวรามยอนโดยไม่ได้วิจารณ์อะไรพลางขมวดคิ้วเล็กๆ 

“ไม่เห็นรู้สึก” 

“ถ้างั้นก็โล่งอกครับ” 

โนอึลถอนหายใจพร้อมกับคิดว่าอีกฝ่ายคงชอบอาหารรสจืด ขณะมองจินฮึนกินรามยอนไปเรื่อยๆ คล้ายเครื่องจักรและดูเอร็ดอร่อยมากกว่าก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ 

เมื่อรามยอนสองห่อหายไปในชั่วพริบตา โนอึลก็ล้างหม้อที่เหลือแต่น้ำซุปและจัดการเก็บใส่กิมจิที่เหลือลงในกล่องอีกครั้ง จากนั้นก็หยิบกาแฟในตู้เย็นออกมาอย่างคุ้นเคยและเทลงแก้วมัคอย่างไม่ได้รู้สึกอะไรพิเศษเพราะเขานอนหลับสนิทแม้จะดื่มกาแฟลงไปก็ตาม แต่พอนึกถึงคนที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว โนอึลเลยหยิบแก้วออกมาอีกใบ เขาเทมันจนถึงครึ่งหนึ่งของแก้วมัค ก่อนจะถือกาแฟสองแก้วไปนั่งที่เก้าอี้อีกครั้ง จินฮึนกำลังอ่านบทซีรีส์เรื่อง <คังโฮ> ระหว่างสูบบุหรี่ โนอึลกัดปากคล้ายจะหลุดหัวเราะออกมาหลังเห็นสายตาซีเรียสราวกับกำลังอ่านเอกสารอะไรบางอย่างอยู่ 

เสียงพลิกหน้ากระดาษเบาๆ ดังแทรกควันบุหรี่บางๆ โนอึลมองชายหนุ่มในชุดสูททำงาน ไม่สิ ต้องบอกว่าสูทที่ขาดเพียงเน็กไทด์ต่างหาก มองด้วยสายตาของผู้ชาย ก็ยังเป็นใบหน้าที่เซ็กซี่มาก ตาสองชั้นบางๆ แม้จะเย็นชาแต่แววตากลับมีความอบอุ่นบางๆ แฝงอยู่ จมูกโด่งกับผิวบ่มแดดอย่างพอดิบพอดี รวมถึงริมฝีปากแห้งผากที่กำลังคาบบุหรี่อยู่ด้วย องค์ประกอบทุกอย่างล้วนส่งให้ดูเซ็กซี่ไปหมด  

มันก็แค่เก้าอี้โต๊ะกินข้าวกับห้องครัวเท่านั้น แต่ด้วยท่าทางที่ใช้อ่านบทกลับทำให้รอบข้างกลายเป็นห้องทำงานไปซะงั้น จินฮึนยืดหลังนั่งตัวตรงมาก ทว่ากลับดูสบายๆ จนไม่รู้สึกถึงความไม่สะดวกเลย ชายหนุ่มก้มหน้าและพ่นควันออกมาโดยใช้นิ้วคีบบุหรี่ไว้ ถือบทด้วยมือข้างหนึ่ง ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ ไม่สิ พอมองอย่างละเอียดแล้ว ถึงมันจะเป็นอบายมุขมากกว่าความเซ็กซี่ แต่บุหรี่ก็เข้ากับจินฮึนราวกับเป็นภาพวาด จนโนอึลอยากลืมเลือนทุกสิ่งทุกอย่างและเข้าไปอ้อนวอนขอจูบ 

“มองแล้วรู้สึกยังไงบ้าง” 

“ครับ?” 

“ก็เล่นมองเปิดเผยขนาดนี้ คิดว่าฉันจะไม่รู้เหรอ แล้วก็กาแฟนั่น ไม่ใช่ว่าเอามาให้ฉันหรอกเหรอ” 

บุหรี่ในมือจินฮึนถูกบี้เข้ากับถ้วยกระเบื้องเล็กๆ บนโต๊ะกินข้าว โนอึลกะพริบตากับคำพูดของอีกฝ่าย พร้อมก้มหน้ามองด้านล่าง จากนั้นแก้วมัคทั้งสองใบก็ถูกวางลงบนโต๊ะกินข้าวด้วยมือสองข้างของเขา 

“อ๊ะ ขอโทษครับ” 

โนอึลดันแก้วมัคหนึ่งใบหนึ่งไปให้จินฮึนอย่างรีบร้อน ใบหน้าร้อนวูบวาบเหมือนจะระเบิดออกมา เขาใช้มือข้างที่เคยถือแก้วอีกฝ่ายขึ้นมาพัดหน้าตัวเอง จินฮึนหยิบแก้วพร้อมกับหันหน้ามาทางโนอึล ชายหนุ่มดื่นกาแฟเย็นชืดพลางคิดถึงคำพูดของหัวหน้าทีมควอน คำพูดที่บอกว่าโนอึลแสดงความรู้สึกได้ไม่เก่งและเป็นพวกหน้าเดียว 

แต่โนอึลตอนเด็กน่ะ ไม่เหมาะกับคำว่าระมัดระวังตัวเลย และโนอึลตรงหน้าตอนนี้ก็ยิ่งทำให้จินฮึนไม่เห็นด้วยกับคำพูดของหัวหน้าทีมควอน เรียกว่าเป็นคนน่าเบื่อจะเหมาะสมกว่า สมัยเด็ก โนอึลมักจะพยายามเกาะติดเขาเพราะไม่อยากโดนทิ้ง ชอบทำเป็นไม่สนใจ ทั้งๆ ที่จับจ้องกันอย่างเปิดเผย ความมันขลับของนัยน์ตา ไปจนถึงบรรยากาศที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเหมือนร้องขอให้ทำอะไรกับตัวเองก็ได้ บ่มเพาะเล่ห์เหลี่ยมที่ซ่อนอยู่ภายในและกระตุ้นมันพร้อมๆ กับตัวเขาตอนเด็ก 

“อยากได้อะไรล่ะ” 

แก้วมัคในมือจินฮึนส่งเสียงดังขึ้นหลังกระทบโต๊ะ โนอึลหยุดมือลงเมื่อเห็นอีกฝ่ายลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาเงยหน้ามองจินฮึนเล็กน้อย มีอะไรไม่ถูกใจกันหรือเปล่านะ... ก่อนจะกลืนน้ำลายขมๆ ลงคอเพราะแววตาเปล่งประกายนั้น ความร้อนจากใบหน้าค่อยๆ แพร่ไปทั่วร่างกาย 

“พูดมาสิ อยากได้อะไร” 

จินฮึนย่างสามขุมไปยืนข้างๆ แล้วจับคางโนอึลให้หันมามองกัน แต่ก็สบถออกมาเพราะดวงตาชุ่มน้ำคล้ายจะร้องไห้ออกมาซะตอนนี้ 

อุณหภูมิร้อนขึ้นภายในชั่วพริบตา เขาขนลุกเล็กน้อยเหมือนเวลามีแมลงไต่อยู่บนผิว โนอึลกลั้นหายใจกับอากาศเย็นที่อบอวลจนน่ากลัว ร่างกายที่หันไปทางด้านหน้าก็ค่อยๆ ถูกจับหันมาด้านข้าง รู้สึกได้ว่ามือของจินฮึนเลื่อนจากคางไปยังลำคอ ก่อนจะสอดเข้าไปในเสื้อ โนอึลหลับตาลงเพราะไม่สามารถหลุดพ้นจากสายตาเย็นชาของจินฮึนที่เหมือนกับใยแมงมุมใสๆ พันรอบตัวได้  

“ไม่ มีครับ” 

เขาไม่ได้หวังอะไรเลย เพราะเวลาคาดหวังอะไร มันเหมือนจะทำให้เราตกลงไปอย่างรุนแรง  

“ไม่มี” 

จินฮึนท่องตามคำพูดจากปากเขา แต่การพึมพำนั้นทุ้มต่ำแล้วก็เย็นชามาก โนอึลจึงลืมตาขึ้น หันหน้าหนีสายตาที่ทิ่มแทงราวกับคมมีด คล้ายตัวเองจะสารภาพทุกอย่างออกไปโดยไม่รู้ตัวเพราะสายตาที่สำรวจกันอย่างลึกซึ้ง  

คนตรงหน้าสามารถให้เขาได้ทุกอย่างและทำทุกอย่างด้วย ไม่สิ ตอนนี้มันเริ่มขึ้นแล้ว 

โนอึลหันหน้ากลับไปอีกครั้งด้วยแรงจากจินฮึน ผู้ทำให้สิ่งที่เขาได้แต่ฝันเพราะไม่สามารถทำเองได้ กลายเป็นความจริงขึ้นมาทีละอย่าง โนอึลกัดฟันเมื่อนิ้วโป้งของมือใหญ่ลูบไล้มุมปาก มันต้องอ้าออกเพราะสัมผัสร้อนเย็นที่มารวมกันจนน่าประหลาด ฮ้า...ลมหายใจร้อนๆ เล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่อ้าออกของโนอึล 

“บอกให้ฉันรู้สิ พูดออกมาจากปากนายเองเลยว่าต้องการอะไร แล้วฉันจะเอามาให้” 

นิ้วชี้ที่ยาวพอสมควรสอดเข้าไปแทนนิ้วโป้งที่ลูบไล้อยู่บริเวณมุมปาก หลังจากนั้นโนอึลก็หมดเรี่ยวหมดแรง เมื่อลิ้นสัมผัสกับนิ้วเรียว ใบหน้าเขาก็แดงด้วยความเขินอายและความเสียวซ่าน ดวงตาสีดำเย็นชาราวกับจะแช่แข็งกันของจินฮึนมันเข้มมากและชวนวิงเวียนราวกับสายลมในเหวลึก ทว่านิ้วที่แทรกเข้ามาในปากกลับอุ่นมากต่างกับสายตาเย็นเฉียบ จนลิ้นเหมือนจะละลายไปหมด นิ้วเรียวขยับไปตรงนั้นที ตรงนี้ทีตามอำเภอใจพร้อมกับเสียงเฉอะแฉะ 

“ต้องการอะไรล่ะ อย่าให้มันหลุดออกมาแบบนั้นนะ แต่บอกออกมาเป็นคำพูด ด้วยปากนายเอง” 

จินฮึนถอนนิ้วออกจากปากเล็กช้าๆ และเอานิ้วที่มีน้ำลายเหนียวๆ เคลือบอยู่เข้าปากตัวเอง กลืนเข้าไปจนถึงโคนนิ้วด้วยความต้องการและดึงออกมาอย่างงดงาม โนอึลมองนิ้วอีกฝ่ายพร้อมกัดริมฝีปากของตัวเองแน่น ทั้งริมฝีปากและลำคอแห้งผาก น้ำทั้งหมดในร่างกายของเขาแห้งและอุ่นขึ้นจนเหมือนระเหยไปกับความร้อน  

โนอึลยกมือที่วางอย่างเรียบร้อยบนต้นขาของตัวเองขึ้นมาจับแขนคนที่กำลังจับคางเขาอยู่อย่างระมัดระวัง รู้สึกถึงความแข็งแรงของแขนอีกฝ่ายเมื่อสัมผัสกับเสื้อเชิ้ตใต้ฝ่ามือ โนอึลกอดรัดแขนจินฮึนไว้ราวกับงู และช่วงเวลาที่ปลายนิ้วกลางแตะลงที่ข้อศอก คนตัวเล็กก็เงยหน้าขึ้นมา 

“ถ้าพูด ถ้าพูดออกไป จะทำให้ผมได้จริงๆ เหรอครับ” 

สุดท้ายคำพูดที่อัดแน่นจนปากกับหัวใจหวิวๆ ก็เอ่อล้นขึ้นมาถึงคอ 

โนอึลคิดไม่ตกว่าจะพูดคำที่อัดแน่นอยู่ในลำคอแห้งผากออกมาหรือเก็บมันไว้ดี เขารู้ว่าคนตรงหน้าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ง่าย แต่ว่าหัวใจกลับปิดกลั้นไม่ให้คิดอะไรได้เลย การทำอะไรอย่างระมัดระวังและใช้ชีวิตเพื่อไม่ให้โดนโกรธมาจนถึงตอนนี้ก็เริ่มคล้ายตลิ่งพังทลายอย่างกะทันหัน 

จินฮึนแทรกมือเข้าไปในเสื้อเชิ้ตแล้วกุมคอโนอึลเอาไว้ ความเย็นยะเยือกปกคลุมบนผิวร้อนราวกับถึงจุดเดือด มือเย็นเลื่อนจากด้านหน้าไปด้านหลัง โนอึลส่งเสียงครางเพราะความเย็นที่ไม่สามารถต้านทานกุมต้นคอของตัวเองก่อนจะดึงเข้าไปใกล้ตัวอย่างช้าๆ แต่ทว่ามั่นคงราวกับจะจูบ แม้เพียงแค่ครู่เดียว  

ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกว่าตัวเองมุดเข้าไปในหลุมพรางที่จินฮึนทำไว้ แต่ก็เจอทั้งความสงบสุขอันน่าอัศจรรย์ รวมถึงความปลอดภัยในนั้น  

จินฮึนโค้งตัวลงพร้อมขยับเข้ามาใกล้จนคล้ายจะสัมผัสริมฝีปากกันและกัน โนอึลกัดฟันพลางกลืนน้ำลายขมๆ ลงคอ เขากระแอมและเผยอปากช้าๆ เพื่อพูดความในใจด้วยน้ำเสียงขาดห้วง 

“จะทิ้งผมไป... อีกไหมครับ” 

 

* * * 

ความคิดเห็น