facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

CHAPTER 3 : ฉันเผลอหลับไปพร้อมกับความคิดถึง

ชื่อตอน : CHAPTER 3 : ฉันเผลอหลับไปพร้อมกับความคิดถึง

คำค้น : แอบรัก ความทรงจำ อ่อนไหว ลืม เศร้า เหงา คิดถึง

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 314

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2562 12:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 3 : ฉันเผลอหลับไปพร้อมกับความคิดถึง
แบบอักษร

CHAPTER 3 

ฉันเผลอหลับไปพร้อมกับความคิดถึง 

 

               พออาบน้ำเสร็จ ในระหว่างที่กำลังซับผมให้แห้งฉันตั้งใจจะโทรหาน้องตามที่แม่บอก แต่คิดว่าเดี๋ยวลงไปเอาเค้กมะพร้าวกับชาเขียวปั่นที่ร้านขึ้นมากินรองท้องก่อนดีกว่า  พอเดินลงมาที่ชั้นล่างก็เห็นแม่กำลังคุยกับลูกค้าอยู่พอดี

 

" ต้องขอโทษลูกค้าด้วยนะค ะ เค้กมะพร้าว ชิ้นนี้ไม่ได้ขายค่ะ พอดีมีคนจองไว้แล้ว รับเป็นช็อคโกแลตแทนไหมคะ" 

"น่าเสียดายลูกชายพี่ไม่ทานช็อคโกแลตด้วย งั้นไม่เป็นไร พี่ขอชาเขียวปั่นหวานน้อยเหมือนเดิม สองแก้วนะคะ ส่วนอีกแก้วขอเป็นอเมริกาโน่เย็นไม่ใส่น้ำตาลอีกนึงแก้วจ้ะ" 

นั่นมันอาจารย์พัดธราที่สอนคำนวณนี่น่า ฉันไม่ยักรู้ว่าอาจารย์ก็เป็นลูกค้าของร้านเราด้วย พอ ได้ยินแม่ปฏิเสธลูกค้าไปแล้วรู้สึกผิดยังไงไม่รู้  อาจารย์บอกลูกชายไม่กินช็อคโกแลต นี่ก็แสดงว่าไวท์ไม่กินช็อคโกแลตน่ะสิ   

"แม่คะ" ฉันเรียกแม่เบาๆ อยู่ที่หลังเคาเตอร์ในขณะที่แม่กำลังกลั่นชาเขียวออกมาจากเครื่อง  แต่ก็ดูเหมือนจะเรียกเบาไป จนฉันต้องย่องไปสะกิดเบาๆที่แขนของแม่ พร้อมกับเอ่ยเรียกชื่อเต็มๆของแม่ 

  "คุณพระจันทร์คะ"   

 "อะไรลูก มากระซิบกระซาบ" 

"แม่เอาเค้ก มะพร้าวขายไปเลยก็ได้ค่ะ หนูไม่กินแล้ว" 

"ทำไมล่ะลูก ไม่เป็นไรหรอก เราอยากกินนี่หน่า" 

"หนูกินช็อคโกแลตก็ได้ค่ะ แม่จะได้เอาไปขายไงคะ" 

"เด็กน่ารัก " แม่เอื้อมมือมาหยิกที่แก้มของฉันอย่างเอ็นดู 

"หนูขอชาเขียวปั่นด้วยเหมือนกันนะคะหนึ่งแก้ว แล้วเดี๋ยวหนูจะขึ้นไปโทรหาฟ้าค่ะ" 

"จ้ะ...งั้นรอแม่ปั่นให้ลูกค้าก่อนนะลูก" 

"ได้ค่ะ" 

 

ฉันนั่งมองอาจารย์พัดธราที่กำลังอ่านนิตยสารเกี่ยวกับการแต่งบ้านอยู่ที่โต๊ะ ก็พอได้เห็นเค้าโครงใบหน้าของไวท์ที่ได้มาจากอาจารย์รางๆ ผิวสีขาวจัดและดวงตาเรียวเล็กคู่นั้นคงได้มาจากอาจารย์พัดธรา ส่วนความสูงน่าจะได้จากพ่อของเขาที่สอนพละแน่ๆ มาแอบมองแบบนี้ฉันรู้สึกแปลกๆแฮะ นี่มันความรู้สึกอะไรกัน ขนาดเพียงแค่เห็นแม่ของเขาฉันยังใจเต้นแปลกๆ ฉันคงเป็นเอามาจริงๆ 

 

"คุณคะ เดี๋ยวเอาเค้กมะพร้าวชิ้นนี้ไปก็ได้ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ คนจองเขาเปลี่ยนใจไปกินช็อคโกแลตซะแล้วล่ะค่ะ" 

"ขอบคุณมากนะคะ ลูกชายพี่เค้าชอบเค้กมะพร้าวอ่อนร้านนี้จริงๆ นี่โรงเรียนเลิกก็ยังอุตส่าห์บอกให้แวะมาซื้อชาเขียวกับขนมก่อนกลับบ้านเพราะอยากกินเลย" 

"วันหลังโทรมาสั่งก่อนก็ได้นะคะ ที่ร้านจะได้เก็บไว้ให้ค่ะ" ฉันเห็นแม่ยื่นบัตรของร้านไปให้อาจารย์ 

"ขอบคุณมากนะคะ วันหลังพี่จะมาอุดหนุนอีกจ้ะ" 

"ขอบคุณเช่นกันค่ะ ที่นึกถึงร้านเล็กๆของเรา" 

 

หลังจากรับของและจ่าย เงินเสร็จอาจารย์พัดธราก็ เดินออกไปทางประตูด้านหน้าของร้าน  ฉันเห็นไวท์ลงจากรถพร้อมกับเดิน ถือร่มมารับแม่ของเขาเพื่อเดินกลับไปพร้อมกันที่รถในขณะที่ฝนกำลังตกลงมา  วันนี้ฉันได้เจอเขาสองครั้งติดๆเลยสินะ แม้แต่ละครั้งจะเป็นเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆก็ตาม แต่นั่นมันก็ทำให้ฉันเผลอยิ้มอกมาเขินๆอย่างไม่รู้ตัว

พอขึ้นมาบนห้อง ฉันเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเริ่มพิมพ์รายงานที่ทำค้างไว้ไปเรื่อยๆ กะว่าพิมพ์เสร็จวันอาทิตย์จะได้ไปร้านเช่าหนังสือเพื่อหาการ์ตูนมาอ่านสักหน่อย  เพราะมัวแต่พิมพ์งานเพลินนี่แหละเลยลืมโทรหาน้องตามที่แม่บอกเลย พอโทรกลับไปเป็นป้าตุลที่รับสาย ป้าบอกฉันว่าน้องหลับไปแล้วตั้งแต่หัวค่ำ สงสัยท่าทางจะเหนื่อย  จะว่าไปแล้วเป็นเด็กนี่ดีเหมือนกันเนอะ พอกินอิ่มนอนหลับ ไม่ต้องมีอะไรให้ต้องคิดมากเลย    

หลังจากวางสายจากป้าตุลก็ได้ยินเสียงเคาะประตูที่ห้องสองครั้งโดยที่ไม่รอให้ฉันตอบกลับ  ประตูห้องถูกเปิดออกในทันที เป็นสายลมพี่ชายของฉันเองที่เดินเข้ามาพร้อมกับถุงกระดาษที่ข้างในน่าจะมีแผ่นซีดีเพลงเก่าที่นำมาจากสถานีวิทยุที่เขาชอบไปเช่าห้อง อัดเสียง ซ้อมดนตรีกับเพื่อนๆ  พอยุคสมัยเปลี่ยนไปแผ่นซีดีที่ใช้เพื่อโปรโมทพวกนี้พอไม่ได้ใช้งานแล้วก็มักจะถูกนำไปทิ้ง แต่พี่ของฉันชอบขนกลับมาเก็บไว้เสมอ นี่คงเลือกๆดูแล้วว่าแผ่นไหนไม่ใช่แนวที่ตัวเองชอบฟังก็เลยแบ่งมาให้ฉันอีกตามเคย  พอวางถุงกระดาษลงยังมีหน้ามาหยิบแก้วชาเขียวปั่นที่เหลือของฉันไปดูดต่ออีก 

"หัวเหม็น...แม่ให้มาตามลงไปกินข้าว"  

"เจอเค้าก็ทักหาเรื่องเลยนะลม"

"ก็หัวเหม็นจริงๆนี่ ไหนมาดมดู" ไม่พูดเปล่ายังมีหน้าเอื้อมมือคว้าหัวของฉันไปดมอีก

"อะไรเค้าเพิ่งอาบน้ำสระผมเมื่อกี้เอง ตัวมือสกปรกป่าว มาจับหัวเค้า"

"อือ...หอมแล้ว แต่เดี๋ยวก็เหม็น ไปๆรีบลงไปกินข้าว"

"รู้แล้ว ขอเซฟงานแป๊บ ตัวลงไปก่อนเลย"

"เร็วๆหล่ะ คุณตะวันอารมณ์ไม่ค่อยดี  ต้อง รีบ ให้ลูกสาวคนโปรดไปเป่ามนต์"

"ทำไมอ่ะ"

"my tattoo" ลมพูดพร้อมกับเปิดเสื้อที่อกด้านซ้ายเพื่อเผยให้เห็นรอยสักเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ฉันมองเห็นไม่ค่อยชัด

"เฮ้ย...นี่ตัวสักหรอ"

"ใช่แล้ว เมื่ออาทิตย์ก่อน"

"อ่านว่าอะไรไหนขอดูหน่อย " 

"ลองเดาดู"

" win(d)ner  มาจาก wind กับ winner ผสมกันใช่ไหม สายลมกับผู้ชนะ"

"เก่งนะเรา นึกว่าจะไม่รู้"

"เค้าไม่ได้โง่ขนาดนั้นสักหน่อย ว่าแต่พ่อโกรธมากเลยหรอ"

"ก็โมโหแหละ แต่ไม่ได้โวยวายอะไรมาก คงตกใจ"

"ตัวก็กล้าเกินไป น่าจะลองขอพ่อก่อน"

" ถ้าจะสัก ไม่ว่า สักตอนไหนก็เหมือนกัน บอกไปก่อนใช่ว่าจะได้สัก"

"หน้ามึน.....ว่าแต่คืนนี้ตัวจะนอนบ้านไหม"

"คงนอนแหละ เพราะพรุ่งนี้จะไปสมัครเรียนขับรถกับพ่อ"

"งั้นตัวกลับวันอาทิตย์ได้ไหม ช่วยสอนการบ้านคำนวนเค้าหน่อย เค้ายัง วน ทำอยู่ที่เดิมไม่เสร็จสักที"

"ได้ แต่ต้องช่วยออกเงินค่าซื้อของเล่นให้ฟ้ามันนะ น้องมันอยากได้กันดั้มอะไรไม่รู้มัน แพงชิบ มาหารกัน"

"เค้าเหลือเงินสามร้อยเอง แบ่งได้แค่สองร้อยนะ อีกร้อยจะเอาไว้ติดตัว"

"สองร้อยก็ได้ เป็นอันตกลงตามนี้ ลงไปกินข้าวกันได้แล้ว"

บรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวไม่ได้เครียดอย่างที่คิด ฉันพอดูออกแหละว่าพ่อกำลังโกรธพี่สายลมอยู่ แต่ฉันพยายามดึงความสนใจชวนพ่อคุยโน่นนั่นนี่ไปเรื่อย พอให้ไม่ทำเสียบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร  สุดท้ายพ่อก็เหมือนจะเริ่มทำใจได้ บอกกับลมว่าคราวหลังจะทำอะไรให้ปรึกษาก่อน  พ่อบอกว่าไม่ได้จะห้าม แต่อยากให้บอกกัน ไม่ใช่ว่าออกไปอยู่เองแล้วจะทำอะไรตามใจตัวเองอย่างนั้น  

พอผ่านช่วงบรรยากาศนั้นไปสักพัก ทุกอย่างก็เริ่มเป็นปกติมากขึ้น ว่าแล้วก็สงสารแม่จัง  แม่พูดถึงท้องฟ้าว่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน ฉันรู้แหละว่าแม่คิดถึงน้อง อาทิตย์นี้ป้าตุลไม่ได้พาฟ้ากลับมาส่งบ้านด้วยสิ เพราะลุงภูไม่อยู่ไปติดต่องานที่ต่างจังหวัด วันนี้ถ้าบ้านเราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาก็คงดี อย่าว่าแต่แม่คิดถึงน้องเลย ฉันเองก็คิดถึงเจ้าอ้วนเหมือนกัน ไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไงบ้าง ก่อนหน้านี้ฉันดันลืมโทรกลับหาน้องซะได้เลยไม่ได้คุยกัน  สงสัยพรุ่งนี้ต้องรีบตื่นมาโทรหาแต่เช้าๆเลย  ไม่งั้นเดี๋ยวงอนอีก  อ้อ...เรื่องที่ลมบอกว่าน้องอยากได้กันดั้ม ฉันว่าฉันพอรู้แล้วล่ะว่าน้องโทรหาฉันทำไม สงสัยจะเรื่องอยากได้กันดั้มนี่แหละ ที่ไม่กล้าบอกแม่เพราะกลัวแม่ไม่อนุญาตหล่ะสิ แน่นอนเลยเจ้าอ้วน ฉันรู้ทันหมดแหละ ก็เรามันพี่น้องกันหนิ 

หลังจากที่กินข้าวเสร็จและช่วยแม่ล้างจานเรียบร้อยแล้ว พอขึ้นมาบนห้อง ฉันเปิดลิ้นชักหยิบสมุดบันทึกแบบล็อคกุญแจได้ ที่ซื้อมาเก็บเอาไว้ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว เมื่อหลายเดือนก่อน   เพราะความน่ารักของมันนี่แหละ มัวแต่เสียดาย ฉันเลยไม่เคยคิดที่จะหยิบมันอกมาใช้สักที    แต่พอคิดได้แล้วหล่ะว่าจะนำมันมาทำอะไรดี  ฉันแกะซีลพลาสติกที่หุ้มสมุดเอาไว้ออกจากสมุดเล่มนั้นและเปิดมันออก  จากนั้นก็เริ่มเขียนวันที่ลงไปพร้อมกับจดบันทึกว่าวันนี้ฉันเจอไวท์ครั้งแรกที่ไหน เขากำลังทำอะไร บรรยากาศในตอนนั้นเป็นยังไง ทุกเรื่องราวเกี่ยวกับไวท์ในวันนี้ถูกจดบันทึกผ่านตัวอักษรลงในสมุดไดอารี่เล่มนี้เอาไว้หมด  

ระหว่างที่กำลังเขียนไปเรื่อยๆ มัน เริ่มเมื่อยมือจนฉันต้องวางปากกาลง    สายตาพลันไปเห็นถุงกระดาษที่ลมวางไว้อยู่ บน โต๊ะ ฉันเอื้อมมือไปเปิดออกมาดู ข้างในมีซีดีเพลงนักร้องที่ฉันไม่รู้จักอีกตามเคยประมาณสี่-ห้าแผ่น แต่ฉันสะดุดตาอยู่แผ่นนึงที่บนแผ่นซีดีเขียนว่า   แอน ธิติมา  อัลบั้ม Extramild   เสียงของหัวใจ (4:22) ฉันไม่รู้หรอกว่าหน้าตานักร้องเป็นยังไง เพลงจะเป็นแนวไหน เพราะซีดีที่ลมเอามาให้ส่วนใหญ่จะมีแต่แผ่นซีดีเปล่า  บางทีก็ไม่มีปก  ในแผ่น จะมีแค่เพลงที่ใช้โปรโมทกับสถานีวิทยุแค่เพลงเดียวหรือไม่ก็สองสามเพลงไม่เกินนี้  มันจะตัดออกมาจากอัลบั้มเต็มในยุคนั้น ลมบอกฉันมาแบบนี้แหละ  ฉันก็ไม่รู้ข้อมูลอะไรมากเท่าไหร่  ฉันหยิบแผ่นซีดีแผ่นนั้นเช็ดกับกระดาษทิชชู่เบาๆแล้วนำมันวางลงในถาดใส่ซีดีของเครื่องคอมพิวเตอร์ จากนั้นก็เปิดโปรแกรมให้มันเล่นเพลงจาก แผ่น 

 

เพียงแค่ฟังครั้งแรก ความรู้สึกต่างๆมากมายในตอนนั้นมันเหมือนกลับวนย้อนมาหาฉันอีกครั้ง   ฉันชอบเพลงนี้ ชอบทุกๆถ้อยคำ ทุกๆความรู้สึกที่สื่อออกมาผ่านเสียงหวานๆของนักร้อง การเผลอไผลไปกับความรักและอยากลองเสี่ยงที่จะมีความรัก 

"มันไม่ใช่ความเหงา ไม่ใช่ความอ่อนไว ไม่มีอะไรดลใจให้ฉันรักเธออย่างง่ายๆ ฉันไม่ได้กำลังฝัน ฉันทำทุกอย่างลงไปอย่างรู้ตัว มันน่าแปลกที่ฉันนั้นไม่กลัวทั้งๆที่มันดูเสี่ยง แต่ฉันก็อยากลองขอเชื่อในความรักสักครั้ง ถึงมันอาจจะทำให้ฉันเสียใจก็ตาม" 

 

 ฉันกดฟังเพลงนี้ซ้ำๆไปพร้อมกับเขียนบันทึกเกี่ยวกับไวท์ลงไปในไดอารี่ต่ออีกสักพัก  พอเขียนเสร็จก็ไม่ลืมที่จะใส่แม่กุญแจล็อคเอาไว้เหมือนเดิม ส่วนตัวลูกกุญแจฉันหยิบมันแยกออกมา เก็บมันสอดไว้ในกล่องไม้แล้วใช้กระดาษโพสอิสรูปไอศกรีมวางทับไว้ด้านบน ก่อนจะปิดฝาลงแล้ววางมันไว้ในมุมของโต๊ะเหมือนเดิม  ส่วนตัวสมุดไออารี่ก็เก็บไว้ที่ลิ้นชักข้างหัวเตียง  เป็นอันว่าปลอดภัย 

  

ก่อนปิดคอมฉันไม่ลืมที่จะแปลงไฟล์จากแผ่นซีดีเพลงนั้นลงในเครื่องเล่นเอ็มพี่สาม คืนนั้นทั้งคืน เพลง "เสียงของหัวใจ" ดังก้องอยู่ในหัวของฉันผ่านหูฟัง มันวนอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ จนฉันเผลอหลับไปพร้อมกับความคิดถึงที่มีต่อเขาคนนั้น 

 

 

To Be Continued 

 

ค้นฟังเพลงนี้ หลังอ่านจบได้นะคะ : ) 

เ สี ย ง ข อ ง หั ว ใ จ - แ อ น ธิ ติ ม า 

https://youtu.be/aPSuehN0TAc 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว