facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

DANGER II : ผู้ชายของคะนิ้ง [Completed 100%]

ชื่อตอน : DANGER II : ผู้ชายของคะนิ้ง [Completed 100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 44.1k

ความคิดเห็น : 132

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2562 13:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
DANGER II : ผู้ชายของคะนิ้ง [Completed 100%]
แบบอักษร

 

 

II ผู้ชายของคะนิ้ง

“ค่ะพี่ซัส พี่ไมล์ใกล้จะถึงแล้วค่ะ”

[ถ้ามันถึงแล้วให้รีบขึ้นมาบนห้องประชุมทันที รอมันอยู่คนเดียว] น้ำเสียงของอีกฝ่ายรีบร้อนชัดเจน แต่ทว่าคนที่ทำหน้าที่ขับรถซึ่งได้ยินทุกคำพูดกลับนั่งผิวปากสบายใจ ไม่เดือดร้อนแม้แต่น้อยว่าตัวเองกำลังจะไปประชุมสาย

“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่โทรมาเตือนคนไม่รู้จักหน้าที่ตัวเอง” ฉันว่าประโยคนี้แกมประชดคนข้างๆ ก่อนจะกดวางแล้วโยนโทรศัพท์ไปบนตักแกร่ง

“มองไร?”

“มองพี่ไง! ทำไมไม่รู้หน้าที่ตัวเองห้ะ!” ไม่ไหวจริงๆ เป็นเจ้านายคนประสาอะไรไร้ความรับผิดชอบที่สุด!

“ไปสายนิดๆ หน่อยๆ จะบ่นทำไมวะ”

“เป็นแบบนี้มันสมควรให้ลูกน้องเคารพมั้ยพี่ไมล์ โตจนจะเป็นพ่อคนได้แล้วนะ เมื่อไรจะคิดได้”

“เฮ้อ!”

จึก!

“ไม่ต้องมาถอนหายใจเลยนะ!”

น้ำเสียงไม่พอใจถูกส่งไปพร้อมกับปลายเล็บยาวพองามสีแดงสดจิกเข้าที่ต้นแขนแกร่ง พี่ไมล์ร้องโวยวายเหมือนโดนไม้หน้าสามทุบ ดวงตาคมกริบตวัดมองมายังฉันอย่างไม่พอใจ ในขณะที่ฉันก็สบตาสู้อย่างไม่ยอม

“ฉันเป็นผัวเธอนะเว้ย!”

“แต่ฉันเป็นเมีย!”

“ผัวใหญ่กว่า เธอห้ามทำร้ายร่างกายฉัน!”

ฉันก็ทำร้ายร่างกายเขาทุกครั้งที่เขาทำนิสัยเสียหรือพูดไม่คิดนั่นแหละ วันไหนที่พูดดีทำดีเมียก็ยิ้มร่าดีใจ แต่ถ้าวันไหนผัวทำตัวไม่ได้เรื่องก็สมควรโดน

“แน่ใจเหรอว่าตัวเองใหญ่กว่า! แน่จริงเรามาลองแยกห้องนอนกันดูมั้ยล่ะ!”

“ไม่โว้ย! ให้ตายก็ไม่! ไม่! ไม่!”

เหอะ!

แล้วยังจะมาปากดีบอกว่าตัวเองใหญ่กว่า ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงไม่มีทางนอนคนเดียวได้ กลางดึกลองได้เอื้อมขาเอื้อมแขนแล้วไม่โดนตัวฉันดูสิ เหอะ! กรี๊ดบ้านแตกแน่

“ต่อไปนี้ฉันจะดูตารางงานพี่ไปพร้อมกับเลขา ถ้าวันไหนมีงานแล้วไม่ไปหรือไปสาย ตายแน่!”

“เออ! รู้แล้ว บ่นมากน่ารำคาญ!”

ดูปากเขา น่าโดนตบมั้ยคงไม่ต้องถาม นี่ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่เป็นเลขาเขาเอง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นพี่ไมล์ไม่มีทางมีชีวิตอิสระอย่างทุกวันนี้แน่

เลขารายงานอะไรก็แค่ฟังแต่ไม่เคยแก้ไขปัญหา พี่ซัสที่เป็นเพื่อนสนิทซึ่งพ่วงด้วยตำแหน่งผู้จัดการแทบจะทำทุกอย่างแทนคนที่เป็นถึงรองประธาน

น่าจับไปเป็นเด็กขัดส้วมจริงๆ!

เมื่อพี่ไมล์ขับรถมาจนถึง ‘เคเอ็นสตูดีโอ’ ฉันก็ไม่ลืมที่จะหันไปสั่งความเขา “รีบไปบริษัทเลยนะ ห้ามไปเถลไถลที่ไหนเด็ดขาด!”

“รู้แล้ว จะย้ำทำไมนักหนาวะ” เห็นสีหน้าเบื่อหน่ายของเขาแล้วก็อดถอนหายใจไม่ได้

พูดอะไรไปเคยเข้าหูเขาบ้างมั้ย?

ฉันมองหน้าเขาอย่างเหนื่อยใจ ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่เบื่อ ตอนนี้ฉันเองก็เริ่มเบื่อแล้วเหมือนกัน

เบื่อที่ต้องคอยบอกคอยจิกทุกอย่าง บางครั้งเตือนก็ไม่ฟัง แถมยังทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

“เออๆ เข้าใจแล้ว” คงเห็นสีหน้าไม่พอใจของฉันพี่ไมล์ก็เลยยอมรับปาก

เมื่อได้รับคำยืนยันที่ทำให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อยฉันก็ยอมลงจากรถ อีกคนลดกระจกลงก่อนจะกวักมือเรียกฉันให้เข้าไปหา

“ทำไมยังไม่ไปอีก?” ฉันขมวดคิ้ว

“ขยับหน้าเข้ามาใกล้ๆ ดิ๊”

ฟอด!

ที่แท้ก็ต้องการหอมแก้มฉัน นั่นสินะ ปกติเวลาฉันลงจากรถต้องหอมแก้มเขาหนึ่งฟอดใหญ่ตลอด พอวันนี้ฉันลืมอีกคนก็เลยได้เป็นฝ่ายหอมแทน

“ถึงบริษัทแล้วโทรมาด้วย”

พี่ไมล์ตีหน้ายักษ์ใส่ฉัน แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าลงอย่างจำใจ ก่อนที่ซุปเปอร์คาร์คันหรูจะขับเคลื่อนออกไป

ฉันมองดูนาฬิกาพบว่ายังไม่ถึงเวลาเข้าไปตรวจงาน บางทีตอนนี้ทีมงามในสตูดิโอของฉันคงกำลังรีบทำงานอย่างหนักเพื่อส่งงานฉันให้ทันเวลา เอาเป็นว่าจะไม่เข้ากดดันก็แล้วกัน

ฉันเปลี่ยนทิศทางการเดินไปทางขวาของเคเอ็นสตูดิโอเพื่อไปยังเคเอ็นแบรนด์ซึ่งอยู่ติดกันกับสตูดิโอ

ทั้งสองตึกนี้เป็นของฉัน เคเอ็นย่อมาจากคะนิ้ง โดยที่ทุกอย่างเติบโตขึ้นมาได้จากน้ำพักน้ำแรงของฉันทั้งหมด บ้านไม่ได้รวยมาก ทว่าก็ไม่ได้จนเพราะรู้คุณค่าของเงิน แต่พ่อแม่ก็ส่งฉันเรียนจนจบในมหาวิทยาลัยดีๆ และยังให้เงินก้อนใหญ่เพื่อให้ฉันทำตามความฝัน และตอนนี้ทุกอย่างก็สำเร็จ เงินก้อนนั้นฉันให้พ่อแม่คืนเป็นสามเท่า

เห็นมั้ยล่ะ ว่าผู้หญิงน่ะไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้ชายให้ตัวเองประสบความสำเร็จเสมอไป จริงอยู่ที่บางคนต้นทุนไม่เท่ากัน แต่ก็สามารถสำเร็จได้เหมือนกันเพียงแค่ระยะเวลาอาจไม่เท่ากันแค่นั้น

เคเอ็นแบรนด์เป็นห้องเสื้อที่ฉันออกแบบเองทุกตัว ใส่เอง ขายเอง โปรโมทเอง ทำทุกอย่างเอง และนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องสร้างสตูดิโอขึ้นมาไง

บางครั้งก็เป็นนางแบบซะเอง ทว่าครั้งนี้ไม่ได้เป็นนางแบบเองหรอกนะ เพราะยุ่งจนไม่มีเวลา ก็เลยต้องจ้างนางแบบที่มีชื่อเสียงอยู่ในตอนนี้ และคาดว่าตอนนี้นางแบบคนดังกล่าวคงกำลังถ่ายกับเสื้อผ้าเซ็ตใหม่ของฉันอยู่ในสตูดิโอ

หากแต่ความคิดนั้นได้กระจายหายไปทันควันเมื่อฉันเห็นร่างบางของหล่อนกำลังยืนเลือกเสื้อผ้าในร้านฉันอย่างสบายใจ

“นีน่า”

“อ๊ะ!” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก แต่แล้วเมื่อดวงตาคู่นั้นหันมาเห็นฉันก็ต้องตกใจกว่าเดิมจนเผลอทำชุดเดรสในมือตก พนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เบิกตากว้างรีบแจ้นเข้ามาเก็บขึ้นทันที “คะ...คุณคะนิ้ง”

“ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ ถ่ายงานเสร็จแล้วเหรอ?”

หล่อนชื่อนีน่า เป็นคลื่นลูกใหม่ที่กำลังมาแรงในฐานะนางเอกซีรี่ย์และนางแบบสายคิวท์

ฉันดีลมาเอง เพราะคิดว่าคงทำงานดีตามที่ให้ลูกน้องสืบผลงานหล่อนมา

“เอ่อ...คือนีน่ากำลังจะเข้าไปพอดีเลยค่ะ แต่พอเห็นเสื้อผ้าสวยๆ เลยอดใจไม่ไหว ก็เลยแวะมาแค่แป็ปเดียว”

นี่แปลว่ายังไม่ได้ถ่ายงานเลยงั้นเหรอ!?

“คุณนีน่าอยู่ในนี้มาสองชั่วโมงแล้วค่ะคุณคะนิ้ง”

“!!!” คิ้วฉันกระตุกเมื่อได้ยินสิ่งที่พนักงานบอก ดวงตาเรียวสวยตวัดมองนีน่า หล่อนตัวสั่นนิดหน่อยก่อนจะมองหน้าพนักงานของฉันอย่างไม่พอใจ

ฉันพยายามสงบสติอารมณ์ ปัดมือให้ลูกน้องไปทำงานและดูแลลูกค้าคนอื่นๆ ก่อนจะหันกลับมาสนใจนีน่าอีกครั้ง

“ตามฉันมา”

พูดจบร่างบางในชุดกางเกงยีนต์ขาเดฟ เสื้อเชิ้ตสีขาวเปิดไหล่ เคลื่อนไหวร่างกายอยู่บนรองเท้าส้นสูงสีแดงสดก็เดินนำนีน่าไปยังสตูดิโอ

และเมื่อมาถึงฉันก็เห็นสีหน้าซีดเผือดของลูกน้องทั้งสามทีม ทุกคนไม่มีใครสบตาฉันเลยจนกระทั่งฉันต้องเป็นฝ่ายถามออกไป

“เกิดอะไรขึ้น?”

“เอ่อ...พวกเราพยายามติดต่อคุณคะนิ้งแล้วค่ะ แต่คุณคะนิ้งไม่รับ” จริงสิ...ฉันปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ ยังไม่ได้เปิดเลยตั้งแต่เมื่อคืน

แต่นั่น...ไม่ใช่ประเด็นที่ฉันถาม

“ตอบใหม่อีกที”

“คือคุณนีน่าไม่มาตามนัดค่ะ โทรไปก็ตัดสายทิ้ง พวกเราก็เลยไม่รู้จะทำยังไง โทรหาคุณคะนิ้งก็ไม่ได้ค่ะ”

ถึงกับตัดสายทิ้งเลยเหรอ? นี่แสดงว่าไม่ให้ความสำคัญกับงานของฉัน ที่สำคัญ...นีน่าคนเดียวทำให้ลูกน้องฉันสิบกว่าคนเสียเวลาเกือบครึ่งวันไปโดยเปล่าประโยชน์

“ทุกคนออกไปรอข้างนอก ฉันอยากคุยกับนีน่า”

“ค่ะ”

ลูกน้องฉันทุกคนเป็นคนตั้งใจทำงาน ทุ่มเทด้วยใจจริงแต่กลับมีบางคนทำให้ความตั้งใจของพวกเขาต้องเททุ่ม

จังหวะที่พนักงานกำลังทยอยกันออกไปด้านนอก ป้าจิตที่เป็นแม่บ้านประจำของที่นี่ก็กำลังยกถาดแก้วน้ำออกไปพอดี แต่เพราะคนกำลังชุลมุน กลายเป็นว่าแก้วที่มีน้ำอยู่นั้นได้ล้มลงและของเหลวด้านในก็ได้กระเด็นไปโดนนีน่า

ฉันเห็นว่าป้าจิตไม่ได้ตั้งใจ และฉันเห็นว่ามันโดนนีน่าแค่นิดเดียวราวกับโดนแมลงวันจามใส่

ทว่า... “กรี๊ดดดด! อีป้านี่!”

“คะ...คือป้าขอโทษนะคะคุณนีน่า ป้าไม่ได้ตั้งใจ”

วินาทีที่มือบางง้างขึ้นสูงหมายจะฟาดลงบนแก้มของป้าจิตฉันก็เข้าไปคว้าข้อมือนั่นไว้ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่อยู่ในอาการตกใจ และเมื่อเห็นว่าฉันห้ามได้ทันก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง

นีน่า...นีน่าคนดัง เป็นอย่างนี้นี่เอง เหอะ!

“คะ...คุณคะนิ้ง ป้าไม่ได้ตั้งใจ อย่าไล่ป้าออกเลยนะคะ” ป้าจิตยกมือขอร้องฉัน และฉันอยากบอกเธอเหลือเกินว่าถ้าจะไล่ใครออกสักคน ต้องเป็นผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ป้าแน่นอน

“ฉันไม่ไล่ป้าออกค่ะ สบายใจได้ กลับไปทำงานเถอะนะคะ”

“ขอบคุณค่ะคุณคะนิ้ง ขอโทษจริงๆ นะคะคุณนีน่า”

เมื่อภายในห้องเหลือเพียงฉันและนีน่าสองคน บรรยากาศมาคุก็เข้าปกคลุม ฉันกอดอกมองหล่อนอย่างพิจารณา

จะว่าไป...ตอนนั้นฉันไม่น่าเลือกที่ความดังเลย เพราะถ้าให้พูดตามตรง...นีน่าหน้าตาเฉยๆ มาก ไม่มีเสน่ห์ดึงดูด หุ่นก็ไม่ได้จัดว่าดีเหมือนนางแบบคนอื่นๆ ซ้ำ...นิสัยโคตรห่วย

ไม่พูดเยอะนะ...ฉันดีกว่าทุกตรง

มั่นหน้าและมั่นใจมากด้วย

ความผิดพลาดครั้งนี้โทษฉันดีที่สุด ครั้งหน้าจะไม่เลือกนางแบบจากชื่อเสียงอีกแล้ว

“ทำไมคุณคะนิ้งไม่ไล่ป้านั่นออก!” เงียบได้ไม่นานนางแบบชื่อดังก็หันมาแวดใส่ฉันอย่างเสียมารยาท

แลดูต่ำทรามมาก!

“แล้วทำไมต้องไล่ออก?” โดนน้ำกระเด็นใส่แค่หยดสองหยดถึงกลับต้องไล่คนของฉันออก

โทษทีพอดีไม่อินกับการประจบคนดัง

“เอ๊ะ! นี่คุณคะนิ้งกวนนีน่าเหรอคะ!?”

เกลียดที่สุดคือการตะคอกใส่แล้วมองด้วยสายตาเหยียดหยาม ทำเหมือนเหนือกว่าทั้งๆ ที่ไม่ได้ถือไพ่ตลับเดียวกับฉันแท้ๆ

หึ สันดาน!

“เป็นนางแบบดังแล้วคิดว่าจะทำนิสัยเสียใส่ใครก็ได้งั้นเหรอ เธอคิดผิดแล้วนะนีน่า”

“ทำไมต้องเดือดร้อนขนาดนั้นคะคุณคะนิ้ง ก็แค่อีพวกแม่บ้านซุ่มซ่าม จะจ้างทำไมให้เปลืองเงิน”

“งั้นเธอมันก็แค่นางแบบสันดานเสีย ฉันควรต้องจ้างต่อป้ะ?”

สันดานเสียนี่ก็แย่นะ แต่ไร้ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ทำให้คนเป็นสิบกว่าชีวิตต้องพลอยซวยไปด้วย ตรงนี้แหละที่ทำให้ฉันโกรธหล่อนอย่างแรง

“คุณคะนิ้ง!” นีน่าตะโกนใส่หน้าฉันอย่างไม่พอใจ เห็นนะว่ามือบางกำหมัดแน่นด้วยความโมโห

“อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉัน” หลายครั้งแล้วนะ!

“คิดว่าตัวเองดีกว่าฉันนักเหรอคะถึงได้มีสิทธิ์มาด่าฉันแบบนี้ แหวะ! หน้าตาก็ไม่เห็นสวย คอยดูเถอะจะแย่งคุณไมล์มาให้ดู”

“...!!!”

เถียงกันเรื่องไหน ฉันก็พอทนเถียงโดยใช้คำสุภาพและไม่ขึ้นเสียงใส่อีกฝ่ายได้ ซ้ำยังไม่เคยด่าว่าลูกน้องหรือนางแบบที่จ้างมาต่อหน้าคนอื่น

หากแต่ทุกอย่างย่อมมีขีดจำกัดหรือข้อยกเว้น

ข้อยกเว้นคือเรื่องสามีฉันไง!

หมับ!

“อยากตายเหรอถึงได้กล้าพูดถึงผัวฉัน!?”

ร่างบางที่สูงกว่าคนตรงหน้าประมาณห้าเซ็นฯ ถลาเข้าไปใกล้พร้อมกับบีบแก้มหล่อนอย่างแรง

“อ๊ะ! คะ...คะ คุณคะนิ้ง”

อ้อ! ฉันเข้าใจแล้ว นีน่าตกลงทำงานกับฉันเพราะพี่ไมล์ ไม่ใช่เพราะฉัน...

วันนั้นฉันจำได้แม่นว่าไม่ว่าจะพูดยังไงนีน่าก็ไม่ยอมตกลง จนกระทั่งพี่ไมล์เดินเข้ามาหาฉันเธอถึงได้เล่นตัวน้อยลงแล้วทำทีเป็นว่าจะคิดอีกทีแล้วให้ผู้จัดการติดต่อกลับมา

หึ! คิดจะง้าบผัวฉันตั้งแต่เห็นเลยงั้นสิ

ก็นะ...พี่ไมล์จัดเป็นผู้ชายที่โคตรหล่อ หล่อบรรลัย หล่อจนตราหน้าได้ว่าเป็นเทพบุตรลงมาเกิดบนโลกมนุษย์ ทั้งโครงหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบที่ดูดุดันเป็นพิเศษเมื่อมีคิ้วเข้มทรงสวยอยู่เคียงคู่ ตลอดจนสันจมูกที่รับกันได้ดีกับริมฝีปากหนาทว่าหยักลึก แม้จะมีสีคล้ำเล็กน้อยจากการสูบบุหรี่ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาหล่อน้อยลง กลับกันมันยิ่งทำให้เขาดูแบดขึ้นเป็นเท่าตัว

“เห็นใสใส แต่ท่าจะแรดเงียบนะ” ว่าไปตามที่เห็น

นีน่าเบิกตากว้างราวกับไม่เชื่อว่าฉันพูดออกไปตรงๆ “พูดอะไรคะ ฉันไม่ได้แรดเงียบ”

“เมื่อกี้เธอบอกว่าจะแย่งผัวฉัน?”

“นะ...นีน่าก็แค่ แค่...โอ๊ย!” เสียงแหลมร้องโอดโอยเมื่อฉันเพิ่มแรงบีบขึ้นไปอีกจนแก้มขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดง

ในเมื่ออยากแย่งมากนัก ฉันก็จะแสดงให้ดูว่าเธอคิดผิด

“ทำงานของเธอให้เสร็จภายในวันนี้ ไม่งั้นก็เตรียมรับผลกระทบต่อชื่อเสียงเธอได้เลย”

“อึก!”

“ขอบอกไว้ก่อนว่าไม่ขู่ ฉันทำจริง”

นีน่าไม่กล้าต่อปากก็จริง แต่สายตาที่มองมามันทำให้ฉันรู้ว่าเธอได้เกลียดฉันไปเรียบร้อยแล้ว และดูเหมือนเรื่องพี่ไมล์ก็ทำให้ฉันเกลียดเธอมากเหมือนกัน เกลียดจนอยากทำให้หายไปจากโลก แต่ติดตรงที่กฎหมายมันค้ำคอ ศีลธรรมค้ำใจ!

 

เวลาผ่านไปทุกคนกลับเข้ามาทำหน้าที่ของตัวเอง จากที่ต้องเลิกงานก่อนสี่โมง กลายเป็นว่าวันนี้เวลาล่วงเลยมาจนถึงสองทุ่มเพราะคนๆ เดียว

แน่นอนว่าฉันต้องชดใช้ให้ลูกน้องตัวเองด้วยการเพิ่มโบนัส แม้ว่าทุกคนจะเข้าใจและบอกว่าไม่เป็นไรฉันก็ต้องให้อยู่ดี

ลูกน้องฉันเก่งและดีทุกคน ครั้งหน้าฉันจะไม่โยนขี้แบบนีน่าให้พวกเขาอีกแน่นอน

“นิล เหลืออีกกี่เซ็ต?” ฉันเอ่ยถามลูกน้อง ในขณะที่ดวงตากำลังจ้องมองไปยังหน้ากล้องที่มีนีน่ากำลังถ่ายแบบด้วยอารมณ์ข่มขืน แต่เมื่อมีกล้องจ่อหน้าเธอก็สามารถยิ้มแย้มแจ่มใสออกมาได้อย่างธรรมชาติ

เก่งจริงๆ เปลี่ยนสีหน้าได้เร็วดี

แบบนี้ต้องได้รางวัลตอแหลเก่งแห่งปีแล้วป้ะ?

“เหลือเซ็ตเดียวแล้วค่ะคุณคะนิ้ง”

“โอเค บอกทุกคนว่าทำงานเสร็จแล้วให้อยู่กินข้าวก่อน ฉันโทรสั่งแล้วอีกไม่นานก็คงได้”

“ค่ะ นิลจะบอกทุกคนให้”

“บอกป้าจิตด้วย”

“ค่ะ”

หลังจากที่เริ่มถ่ายเซ็ตสุดท้ายฉันก็กดโทรศัพท์โทรหาพี่ไมล์ ถือสายรอจนตัดไปก่อนจะโทรใหม่เป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สาม จนกระทั่งครั้งที่สี่...

[โหล! ไรคะนิ้ง?]

“อยู่ไหน?”

[Together มีร้ะ?]

Together ที่ว่าคือชื่อผับ ส่วนเรื่องน้ำเสียงเอื่อยๆ นั่นคืออาการกรึ่มๆ ของพี่ไมล์ แต่เชื่อเถอะแค่นั้นทำอะไรเขาไม่ได้หรอก ถ้าไม่โดนวอสก้าไม่มีทางสลบ

“วันนี้มารับด้วย”

[ไม่ว่าง]

“ไม่ว่างอะไร!”

[ดื่มอยู่]

ปกติถ้าเขาไม่อยากมารับฉันจะไม่บังคับ ฉันมีหนทางกลับเองได้อยากสบายๆ และถ้าวันไหนกลับไม่ได้จริงๆ ก็จะเป็นพี่ซัสที่มารับฉัน

แต่วันนี้ยังไงพี่ไมล์ก็ต้องมารับฉัน!

“ถ้าวันนี้ไม่มารับ ฉันจะไม่กลับไปนอนที่บ้าน!”

ติ้ด!

ก็ให้มันรู้ไปว่าเขาจะมารับหรือเปล่า ระหว่างเมียกับเหล้าจะเลือกอะไร ใครที่เขาสามารถกอดได้ ถ้าเลือกเหล้าก็เชิญไปนอนกอดกับมันเลย!

เชื่อสิ ไม่เกินยี่สิบนาทีเข้ามาถึงแน่

 

เวลาผ่านไปสิบกว่านาที ข้าวที่ฉันสั่งไว้ล่วงหน้าเกือบชั่วโมงก็มาถึง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ถ่ายเซ็ตสุดท้ายเสร็จพอดี ทุกคนที่ทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยและอึดอัดใจก็ผ่อนคลายลง พากันนั่งกินข้าวด้วยความหิว

ส่วนนีน่าก็นั่งเขี่ยข้าวอยู่ตรงหน้าฉันนี่แหละ ความจริงหล่อนจะกลับตั้งแต่ถ่ายงานเสร็จ แต่เพราะฉันชวนให้เธอกินข้าวด้วย ก็เลยจำใจต้องอยู่เพื่อรักษาหน้าตาตัวเอง ถึงแม้ในสายตาลูกน้องฉันจะไม่เหลือแล้วก็เถอะ หึ!

“ไม่อร่อยเหรอนีน่า” ก็นะ ฉันสั่งข้าวทุกกล่องเหมือนกันหมดคือข้าวผัดกะเพราทะเลไข่เค็มดาว เมนูบ้านๆ คงไม่ถูกปากนางแบบดังคนนี้

“ไม่ค่อยหิว” น้ำเสียงแข็งทื่อตอบกลับมา บ่งบอกชัดเจนว่าไม่เต็มใจที่จะเสวนากับฉัน

และขณะนั้นเอง...

“คุณคะนิ้ง! คุณไมล์มาค่ะ!” เสียงแตกตื่นของนิลทำให้คนอื่นๆ ที่ฉันกินข้าวอยู่หันไปมองทางประตูทันควัน ร่างสูงโปร่งที่อยู่ในชุดกางเกงยีนขาเดฟขาดเข่ากับเสื้อยืดสีดำกำลังเดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าบึ้งตึง สองขายาวๆ กำลังเดินเข้ามาหาฉันท่าทางคล้ายซอมบี้ ไหล่ตกแถมยังลงส้นเสียงดังอีกต่างหาก

ชุดใหม่แสดงว่ากลับบ้านไปอาบน้ำแล้วค่อยไปกินเหล้าสินะ

“คุณไมล์...” น้ำเสียงที่เปร่ยออกมาแผ่วเบาของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามทำให้ฉันกระตุกยิ้มขึ้นหนึ่งที

ภายใต้การกระตุกยิ้มคือตีนก็กระตุกด้วยเหมือนกัน

“มานั่งนี่” หลังจากที่พี่ไมล์นั่งลงข้างๆ ฉันแล้วทุกคนก็หันกลับไปกินข้าวของตัวเองตามปกติ จะมีก็แค่คนเดียวเท่านั้นที่ยังคงนั่งจ้องมองพี่ไมล์ราวกับจะเขมือบเข้าไปทั้งตัว

เมียเขาก็นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคน แหม...

“กินข้าวหรือยัง?” ฉันกอดแขนแกร่งอย่างหวงแหน แสดงความเป็นเจ้าของชัดเจนว่าคนนี้คือสามีของฉัน

ใบหน้ายุ่งเหยิงมองฉันอย่างหงุดหงิด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก

“กินแล้วที่ผับพี่น้องเวร” เขาหมายถึงพี่ดิวและริว

ความจริงผับ Together ไม่ได้ขายข้าว เพียงแต่พนักงานในร้านต้องไปซื้อข้าวมาบริการให้คนเรื่องมากอย่างพี่ไมล์ เวลาหิวเขาไม่เคยดิ้นรนเพื่อให้ได้กิน แต่เขาจะนอนรอนั่งรอจนกว่าจะได้กิน

อย่างเช่นเวลาอยู่กับฉัน...เขานั่งเล่นเกม ในขณะที่เมียอย่างฉันกำลังเก็บกวาดบ้าน เสียงทุ้มต่ำแผ่วเบาก็เอ่ยขึ้นมาว่า ‘หิว’ สั้นๆ นั่นแหละคือการขอกินข้าวในแบบของพี่ไมล์ ถ้าไม่ทำให้กินเขาก็จะพูดขึ้นมาอีกด้วยคำๆ เดิม ทว่าน้ำเสียงจะเปลี่ยนไป

“กลับยัง?”

“นั่งเป็นเพื่อนเมียก่อน กินข้าวอยู่ไม่เห็นหรือไง” ฉันว่า

น้ำเสียงที่เราคุยกันจัดว่าไม่ดัง ทว่าบางคนอาจจะได้ยินก็ได้ใครจะรู้

“มีหมึกด้วย กินป้ะ?” ฉันว่าพลางเหลือบตามองผัดกะเพราทะเลที่มีร่องรอยการกินเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น พี่ไมล์มองตามก่อนจะหันมาสบตาฉันแล้วพยักหน้าลงหนึ่งที

มือบางใช้ช้อนตักข้าวและหมึกหนึ่งคำจ่อไปที่ปากหนาคล้ำ พี่ไมล์อ้าปากรับก่อนจะเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มพองเมื่อได้กินของที่ชอบ

ฉันยกยิ้มก่อนจะปรายตามองไปที่นีน่า เธอกำลังมองฉันสลับกับพี่ไมล์อย่างไม่สบอารมณ์เท่าไร แค่แววตาคู่นั้นก็ชัดเจนแล้วว่าชอบพี่ไมล์มากขนาดไหน

ฮึ่ม! เมียจะไม่ทน!

“อ้อ นีน่า นี่สามีฉันเธอคงจำได้”

คล้ายกับเพิ่งได้สติ นีน่าสะดุ้งหน่อยๆ ก่อนจะกระพริบตาถี่ เธอมองมายังฉันก่อนจะแสร้งหันไปยิ้มให้พี่ไมล์

“สวัสดีค่ะคุณไมล์ วันนั้นเราเคยเจอกันแล้ว จำนีน่าได้มั้ยคะ”

คนตัวโตเพียงเลื่อนสายตาไปมองนีน่าที่ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลยตั้งแต่ทีแรก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันคล้ายกับกำลังผิดจารณา และคำพูดของเขานั่น... “จำไม่ได้” แค่นั้นก็หันกลับมาหาฉันทันที “อีกคำ”

อุ๊บ!

[อัปครบ]

 

Talk

คะนิ้งไม่ได้ใจดีนะ! พี่ไมล์มึนมากกกก! มันแย่แต่มันไม่มั่วน้าาาาาาา อิอิ

มาเม้นให้พี่ไมล์ มาให้กำลังใจคะนิ้ง!

ไรท์ป่วยยาวและมาต่างจังหวัดต่อ ก็เลยไม่ได้มาอัปจ้า จะพยายามมาบ่อยๆ น้าจ้า

 

อยากให้อ่านอ่ะ!

มีคนพยายามจะก็อปนิยายไรท์ หน้าด้านมาก โดนจับได้ก็ยังบอกว่าไม่ได้ก็อป แต่เนื้อเรื่องเหมือนกันกับวายุต้นฝนเลย แย่มาก ไรท์เตือนไปแล้ว เขาบอกว่าจะแก้พล็อต แต่ถ้ายังออกมาเหมือนวายุต้นฝน ไรท์จะประจารณ์ให้ทุกคนรู้พร้อมกันเลยค่ะว่าเขาคือใคร!

ก่อนจะแต่งนิยายก็เคยทักมาปรึกษาไรท์ทางแฟนเพจ ไอ้เราก็ใจดีให้กำลังใจไปเสียดี เจ็บใจมาก! หน้าด้านมาก! ใครเจอพวกก็อปนิยายทักมาบอกไรท์ หรือคอมเม้นบอกด้วยน้า ขอบคุณค้าบบบ

รักรีดมาก! พยายามแต่งนิยายให้ดีให้คนได้อ่าน แต่พอมีคนมาก็อปไปง่ายๆ ไรท์รู้สึกบั่นทอนจิตใจมาก โกรธมากด้วย

ไม่ใช่แค่พล็อตเรื่องวายุต้นฝน แต่ยังเอาบางฉากจากเรื่องเวกัสและต้นหนาวไปดัดแปลงด้วย แย่ๆๆๆๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว