email-icon Twitter-icon

เด็กน้อยหัดเขียนนิยาย มีอะไรแนะนำติติงได้นะคะรักน้าาาาาาา

ตอนที่ 2 ปัญหาเดิมๆกับตัวปัญหาที่เพิ่มขึ้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ปัญหาเดิมๆกับตัวปัญหาที่เพิ่มขึ้น

คำค้น : นิยายนางเอกอ้วน นิยายน่ารัก นิยายสนุกๆ นิยายไม่ติดเหรียญ แอบรักเพื่อน นิยายแอบรัก นางเอกไม่สวย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2563 14:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ปัญหาเดิมๆกับตัวปัญหาที่เพิ่มขึ้น
แบบอักษร

ตอนที่​ 2 

 

ฉันตื่นมากับหัวไหล่บวมๆจนแทบจะยกไม่ขึ้น​ เช้าวันอาทิตย์แบบนี้แทนที่จะได้นอนจมบนเตียง​ แต่กลับทำไม่ได้พอจะตะแคงนอนอีกข้างน้ำหนักฉันก็กดทับจนชาไปหมด​ ฉะนเลยต้องมานั่งแง่วดูโซเซียล​ ดูเน็ตฟิกซ์แก้เซ็งไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย 

ฉันจ้องระยะเวลาด้านซ้ายของจอหนังที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างใจเย็น​ แต่ไม่เข้าใจในเนื้อหาเลยสักนิด​ แม้กระทั่งชื่อพระเอกที่หล่อโฮกก็ไม่สามารถ​ เพราะสมองฉันมันเพลย์ภาพเหตุการณ์​เมื่อคืน​ซ้ำไปซ้ำมา​ แม้แต่คำพูด​ที่ได้ยินยังวนเวียน​ในหัวฉันเรื่อยไป 

ติ๊ด! 

เสียงดังเบาๆที่หน้าประตูทำให้ฉันหลุดจากวังวนเหตุการณ์​เมื่อคืนนี้​ กลับมาตกใจกับเหตุการณ์​ตรงหน้าแทน​ เสียงสแกนการ์ดที่หน้าห้องพร้อมกับเขย่าโซ่ที่ฉันคล้องไว้​ เพื่อป้องกันภัย​ คนที่มีคีย์การ์ดเข้าหอฉันก็จะใคร​ ถ้าไม่ใช่ไอ้เพื่อนรักตัวดีที่ทำให้ฉันทุกข์ใจแทบบ้า 

"ลี...จะมาทำไมไม่บอกก่อน​ รู้ไหมว่าเมื่อคืนแฟนแกจะฉีกอกฉันอยู่แล้ว" ฉันพูดพลางเอาโซ่คล้องออกอย่างเคยชิน​ ก่อนจะเบ้ปากเมื่อเห็นรองเท้าของมันเปลี่ยนคู่มาอีกแล้ว 

"แล้วเมื่อคืนแกไปเที่ยวไม่ชวนสักคำทีหลังจะงอนไม่ยอมคืนดีด้วยแล้วนะ เท็กซ์ไปก็ไม่ตอบกลับจะเลิกคบกันเลยมะ"  

คนตัวสูงยังคงเงียบไม่ไหวติง​ ร่างสูงเดินผ่านร่างฉันที่กำลังหันหลังปิดประตู​ 

"ลี...นาย"ฉันหมุนตัวมาดึงแขนเพื่อนเพราะมีเรื่องจะบ่นอีกเยอะ​ แต่ใบหน้าที่มองลงมากลับไม่ใช่คนที่ฉันคุ้นเคย นายจอมทัพอีกแล้วทำไมเขาถึงวนเวียนในชีวิตฉันอยู่เรื่อยเลยสองสามวันนี้ เรื่องเก่ายังไม่เคลียร์มีเรื่องใหม่มาเพิ่มอีกแล้ว "เอาคีย์​การ์ดฉันมาได้ยังไง" 

ปากฉันไปไวกว่าสมองเสมอ​ ถามคำถามโง่ๆแทนที่จะถามว่ามายืนทำหน้าดุตรงนี้ทำบ้าอะไร 

" แจนให้ฉันเอามาคืนเธอ" ฉันหน้าตึงยิ่งกว่าโบท็อกซ์​เป็นหมื่นซีซี​ นอกจากด่าฉันเมื่อคืนยังจะส่งคนมาสร้างความเจ็บใจให้ฉันอีก 

"งั้นคราวหน้าก็กดกริ่ง! อย่าถือวิสาสะเข้ามาในห้องฉันอีก!" เขาทำหน้าไม่แยแสก่อนจะชูคีย์การ์ดหลบมือฉันอย่างไว 

"คนบ้าที่ไหนมีคีย์การ์ดแล้วกดกริ่ง​ เธอโง่เหรอ"เออมันก็จริง​ ฉันเริ่มพยักหน้าหงึกหงักเหมือนเห็นด้วยกับคำพูดบ้าๆนั่น 

มันใช่ที่ไหนเล่า!  

"ไอ้บ้านี่!!! เอาคืนมาแล้วออกไปนะ"มือน้อยๆของฉันเริ่มผลักเขาอีกครั้​ง​ เมื่อคืนเขาทำฉันเจ็บ​ แล้วยังตามมาราวีกันอีก 

"ไม่มาคุยกันก่อน" 

" ฉันไม่คุย...ทำไมต้องคุยฉันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับทั้งยัยแจนและนาย​ รวมถึงลีด้วยฉันเลิกคบมันแล้ว"  

"เมื่อกี้ผีบ้านผีเรือนบ้านเธอเหรอเสียงอ่อนเสียงหวานลีจ๊ะ​ ลีจ๋า​ เค้าจะงอนแล้วน้าาา" ร่างสูงรี่ตาดุมองฉันเหมือนลูกหมูในกำมือ​ หน้าด้านจริงๆเลย​ เขาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวฉันอยู่รู้ตัวไหม 

"ถ้าไม่ไปฉันจะแจ้งรปภ"ฉันถลึงตาเล็ดๆของฉันเข้าสู้​   

"น่ารำคาญจริง​ แขกมาบ้านเธอไม่คิดจะหาน้ำหาท่ามาต้อนรับเหรอ​ ฉันขับรถมาไกลมากนะ"เขาเดินผละจากฉันไปนั่งบนโซฟา​ ก่อนไขว้ห้างกระดิกเท้าเป็นคุณชาย​ รอฉันไปเสิร์ฟน้ำขนม​ ฝันไปเถอะ 

"ฉันปวดหัวแล้วนะ​ นี่วันพักผ่อนฉันขอร้องเถอะ​ วางของไว้แล้วกลับไปก่อนได้ไหม"ฉันทรุดตัวนั่งก่อนคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง​ ในเมื่อเขายียวนเถียงฉันคำไม่ตกฟาก​ ฉันเลยออเซาะขอความเห็นใจแทน​ ก่อนจะหลบสายตาที่มองสำรวจตั้งแต่หัวยันเท้าฉันอย่างไร้มารยาท 

"โอเค​ ไปเอาน้ำมาก่อน" 

เอ๊ะ! 

น่าโมโหที่สุด​ น้ำห้องฉันมันเป็นอะไรหนักหนาถึงต้องมาอยากกิน​ จะกดหารปภโทรศัพท์ก็วางอยู่​ตรงเขาอีก​ ฉันใช้แขนข้างที่ไม่เจ็บกระชากตู้เย็นออก​ กวาดสายตามองน้ำแร่ในตู้อย่าละเหี่ยใจ​ ขวดนึงตั้งหลายบาท​ แล้วคนแบบนั้นก็ไม่ควรได้กินอะไรดีๆ 

น้ำก๊อก!!! 

"นายเจอดีแน่นายจอมทัพ!!" 

รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฎขึ้นพร้อมกับน้ำก๊อกจากซิงค์​บ้างจานไหลลงในแก้วใบสวย​ ในเมื่อเขาหน้าด้านฉันก็จะไม่ปราณีเขาเหมือนกัน 

ลองดูว่าเขากับฉันใครจะชนะ 

ปึก 

เสียงแก้วก​ระแทกลงบนโต๊ะเรียกความสนใจ​จากอีตาหัวเทาได้เป็นอย่างดี​ สีหน้ายุ่งๆของเขาผ่อนคลายเล็กน้อยเห็นฉันโผล่มาพร้อมแก้วน้ำและคุ้กกี้เศษๆไม่เต็มชิ้นดี 

"ข​อ​บใจ" 

"มีอะไรก็ว่ามาเลยดีกว่า" 

"น้ำไม่เย็น?"หมอนี่แทบจะพูดออกมาทันทีที่จับแก้ว​ จะเย็นได้ไงในเมื่อออกจากท่อมาสดๆ 

"ฉันไม่มีน้ำเย็นนายอย่าเรื่อง​มาก​จะได้ไหม" 

"ทั้งๆที่แก้วเธอไอน้ำเกาะรอบแก้วขนาดนั้นอ่ะนะ​ แต่ก็เอานะฉันไม่​ใช่ไอ้ลีน้ำเย็นคงไม่จำเป็น" ฉันเบ้หน้าก่อนจะตอบอย่างไ​ม่แยแส 

"ลีดื่มแต่น้ำอุ่น" 

ดวงตาเรียวยาวละสายตาจากแก้วมามองฉันโดยฉับพลันก่อนจะบ่นงึมวำให้ฉันได้ยิน​"งั้นก็ไม่ผิดหรอก​ที่แจนจ้องจะฆ่าเธอขนาดนั้น​ พรวด!!! แค่กๆ" 

ซ่า!  

ฉันหลับตาลงลูบน้ำที่ไหลผ่าน​ใบหน้าด้วยความเจ็บใจ​ หมอนั่นพ่นน้ำใส่หน้าช้านนนนนน​ 

"นึกว่าตัวเองเป็นปลาโลมารึไง​ ไอ้บ้า!"  

"แค่กๆ​ ถุย​ เธอสิบ้าเอาน้ำอะไรมาให้ฉัน"  

น้ำก๊อก...  

ฉันกรอกตาไปมาอย่างรำคาญใจพร้อมเอาทิชชู่ซับหน้าตัวเองอย่างเจ็บใจ​ จะแกล้งเขาดันเข้าตัวเองซะแบบนั้น​ไอ้ที่ถุยมาก็คงเข้าหน้าฉันตรงไหนสักตรงแหละ​ น่ารำคาญจริงๆ ส่วนเขาก็เรื่องมากจริงๆ​ เมื่อไหร่จะออกไปฉันอยากดูหนังที่ไม่รู้เรื่องของฉันต่อ​สักที 

"นายมีอะไรก็รีบพูดมา"  

"แจนให้ฉันมาคุยกับเธอเรื่องไอ้ลีโอ อีกไม่ถึงอาทิตย์งานก็จะมีแล้วเธอช่วยเลิกยุ่งกับมันได้ไหม" เขาพูดนิ่งๆ​ แค่ฉันกับสะอึกในประโยคนั้นไม่หยุด 

"เราเป็นแค่เพื่อน​ ถ้านาย..." 

"ฉันไม่ได้คิดไปเอง​ เธอเลิกยุ่งกับมันสักทีไอ้ลีมันก็อึดอัดมันจะแต่งงานแล้วเธอก็ตัดใจกับมันได้แล้ว" 

อึดอัด? 

ฉันกระพริบตาถี่ๆ ก่อนกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ฉันจะร้องไห้อีกไม่ได้ ฉันพอตั้งแต่เมื่อคืน ฉันต้องมูฟออนออกไปให้ได้ แต่อย่างน้อยฉันก็อยากเป็นเพื่อนมันเหมือนเคย  

"เมื่อเช้ามันสองคนทะเลาะกันหนักมาก ฉันไม่ได้บอกว่าเป็นเพราะเธอ แต่มันเป็นเพราะข้อความของเธอ..."ฉันเงยหน้ามองคนข้างหน้าอย่างหมดคำพูด ฉันทักไปจริง แต่ฉันไม่ได้คิดว่ามันจะเกินเลยถึงขนาดทะเลาะกัน 

"ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น" 

"คะขา...ฉันไม่ได้โทษที่เธอรักมัน ชอบมัน อยากแต่งงานกับมันแทนแจน แต่เธอทำทุกอย่างให้มันมีปัญหา เธอก็รู้ว่าแฟนมันหึงเธอก็ยังจะถึงเนื้อถึงตัวมัน ไปถามทุกคนฉันว่าทุกคนคิดว่าเธอเป็นแฟนมันมากกว่าแจนซะอีก แต่มันรักเธอแบบเพื่อน เธอส่งข้อความให้มันมาหา ทั้งๆที่เธอก็รู้ว่ามันต้องมาแน่ถ้ามันไม่เมาหลับเมื่อคืน...ทั้งๆที่เธอก็รู้" 

ริมฝีปากฉันขบแน่นไม่เคลื่อนไหลแต่ร่างกับสั่นคลอนเพราะคนตรงหน้าจับแขนเขย่าเหมือนเรียกสติ ฉันแค่อยากให้มันมาเคลียร์ ฉันแค่เสียใจที่มันไม่ชวนไม่บอกกล่าวเพื่อนสนิทอย่างฉันเรื่องทีไปเที่ยว ฉันแค่ขอความสนิทกลับคืน ฉันแค่อยากให้มันรู้ว่าแจนพูดว่าทำร้ายฉัน 

"สิ่งที่เธอทำ เธอก็รู้ว่ายังไงเธอก็เสียใจ" 

"ฉันแค่...ฮึก" 

"..." 

"ทำไมฉันต้องเจ็บอยู่คนเดียวด้วย ทำไมฉันไม่มีสิทธิ์ต่อว่าเขาเหรอที่เอาความเสียใจมาเป็นตราบาปชีวิตฉัน"ฉันร้องไห้อาละวาดอย่างไร้เหตุผล  

“มันขอให้เธอชอบมันรึไง” 

“...” 

“มีแต่เธอที่เผลอไปชอบมันแล้วทำให้มันกับแฟนมันเป็นบ้าเพราะเธออีก” 

“...” 

"เธอเห็นแก่ตัวมากนะ เธอเสียใจคนเดียวไม่พอต้องลากแจนกับไอ้ลีเข้ามาเสียใจด้วย แล้วพ่อแม่คนอื่นๆที่ต้องเสียใจถ้างานแต่งยกเลิกล่ะ หรือเอาแค่ตัวเองสะใจ เอาแค่ที่ตัวเองมีความสุขโดยไม่คิดอะไรเลยใช่ไหม"แรงบีบที่ต้นแขนไม่ทำให้ฉันเจ็บเท่าคำพูดของเขาที่ใส่เข้ามาในสมองฉันอย่างไม่ขาดสาย ฉันไม่รู้ว่าเรื่องทะเลาะของสองคนนั้นจะรุนแรงแค่ไหน แต่ฉันกำลังจะขาดใจตายกับการกระทำโง่ๆของฉัน 

"ทะเลาะกันแรงมากเหรอ" 

"เธอนึกไม่ถึงแน่" 

"ฉันจะไม่ติดต่อหาเขาอีก ฝากไปขอโทษแจนด้วย ส่วนนายฉันขอบใจมากแต่ช่วยกลับไปก่อนเถอะ" 

ฉันพยายามจะเดินหนีอย่างเหนื่อยล้า ฉันไม่อยากทำอะไร ไม่อยากเจอใครอีกแล้ว เหมือนโลกใบเดียวของฉันหายไปอย่างไร้ร่องรอย ฉันติดอยู่กับมันมานานจนไม่อยากเสียไป จนทำให้ชีวิตมันมีปัญหา โคตรซวยเลย ฮะๆ ขำให้กับความอ่อนแอของตัวเองกันหน่อย 

"เดี๋ยว!" 

"โอ๊ยยย เจ็บนะ!"ฉันแหวเสียงสูงเมื่อแขนซ้ายโดนกระชากอย่างแรง เขานั่นแหละเป็นคนทำวันนี้ก็มากระชากอีก เป็นบ้าหรือไง น้ำตาจากที่คลอๆไหลพรากเป็นเขื่อนแตก  

"ทำไมต้องร้องขนาดนั้นฉันแค่ดึงเบาๆ" 

"ดูผลงานตัวเองสิ เมื่อคืนนายก็ทำฉันเขียวขนาดนี้แล้วยังมากระชากแขนฉันอีก ยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอฉันยังไม่เอาเรื่องนายเลยนะ"ฉันแหวอีกรอบ จะเป็นไบโพล่าร์เพราะเขาเนี่ยแหละ เดี๋ยวเศร้าเดี๋ยวโกรธ  

ฉันถลกแขนเสื้อให้คนตัวสูงดู ก่อนจะเห็นตาเรียวๆของเขาเบิกกว้างอย่างไม่เกรงใจเนื้อตาที่ไม่สามารถขยายให้โตได้มากกว่านั้น รอยแดงเมื่อคืนเริ่มม่วงคล้ำเป็นจ้ำใหญ่ๆ ตาดุของคนตัวสูงแปรเปลี่ยนเป็นแววตาขอโทษขอโพยเห็นใจซะเต็มประดา ใจเศร้าๆของฉันเด้งขึ้นมาสั่นระรัวเมื่อใบหน้าเขามองฉันในระยะไม่ถึงสามสิบเซนติเมตร ตาสีน้ำตาลของเขาดูเจ้าเสน่ห์อย่างน่าเหลือเชื่อ 

"ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ" 

"ถ้าตั้งใจแขนฉันยังคงแงะออกจากกำแพงไม่ได้แน่ๆ"ฉันพูดขำๆ ไม่อยากจะเอาผิดอะไรอย่างน้อยเขาก็ทำให้ฉันได้สติ แค่เห็นเขาพยายามจะยิ้มกับคำพูดฉันแค่นั้นก็ดีใจแล้ว หน้าดุๆของเขาดูดีขึ้นเป็นกองเมื่อเลิกทำหน้าดุ 

"เว่อร์เก่ง" 

"แล้วนายเป็นอะไรกับแจนเหรอ แล้วกับลีโอฉันก็ไม่เคยเห็นหรือได้ยินชื่อนายมาก่อน"ลีโอแนะนำเพื่อนให้รู้จักหลายสิบคน แต่ไม่เคยจำได้ว่ามีเขาอยู่ในลิสต์พวกนั้น 

"ฉันกับแจนเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ฉันเพิ่งย้ายกลับมาอยู่ไทยเมื่อต้นปี กลับมาไม่กี่เดือนก็ได้ยินมันสองคนทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงชื่อประหลาดๆเป็นสิบๆครั้ง พอมาเห็นหน้ารู้สึกเสียดายเวลาทะเลาะของพวกมันชิบ ไม่สวย ไม่น่ารัก ไม่มีเสน่ห์ ไร้ความน่ามองที่สุด"อยากจะเอาอะไรตีหัวเขาให้สลบสักทีจะได้ไม่ต้องพูดต่อ  

"เดี๋ยวจะโดนตบ" 

"ฮ่าๆ เอาน่าเธอก็ห่างๆมันหน่อยช่วงนี้ ฉันรู้ว่าเธอเสียใจถ้าฉันเป็นเธอคงเสียศูนย์น่าดู แต่เธอต้องเข้มแข็งเข้าใจไหม" 

"อือ...นายกลับไปได้แล้ว ขอบใจนะ" 

"ฉันสิต้องขอบคุณสำหรับที่นอนคืนนั้น และจูบฟรีๆที่ให้มา" 

"ห๊ะ! เดี๋ยวคุยให้รู้เรื่องนะ”ฉันอุตส่าห์ลืมเรื่องนี้ไปแล้ว 

“ครั้งนี้ถือว่าเธอเป็นเด็กดีฉันจะเตือนด้วยคำพูดก่อน แต่ถ้าเธอเกเรเมื่อไหร่ฉันเอาเรื่องที่เธอขโมยจูบและรอยบ้าๆบนตัวฉันไปประจานแน่”เขาดึงคอเสื้อลงที่ยังเห็นรอยจูบอยู่รำไร เหมือนที่ฉันเห็นคืนก่อนที่เขาอยู่บนเตียง ตกลงฉันเป็นคนทำจริงๆด้วย ไอ้บ้า 

"ฮ่าๆ ไปก่อนนะเดี๋ยวมาใหม่" 

"น่ะ..นี่ หมายความว่ายังไง"ฉันยกชี้มือค้าง หมายถึงคืนนั้นเหรอกรี๊ดดดดดด ไอ้บ้าฉันลืมไปแล้วเชียว อี๊ฉันจูบกับเขาจริงๆด้วย ชาตินี้อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลยไอ้บ้าเอ๊ย ฉันมองค้อนใส่ประตูที่ปิดลง 

ฉันทิ้งตัวลงนั่งกับโซฟาอย่างหมดแรง ในเมื่อจะเดินต่อไปฉันก็ต้องตัดใจ ฉันไม่อยากเป็นตัวปัญหาให้เพื่อนรักของมันกับแฟนมันอีกแล้ว ในเมื่อตัดสินใจจะเดินต่อก็ต้องเร่งไปข้างหน้าไม่ใช้หมุนวนเป็นวงกลม ไม่อย่างนั้นฉันคงเสียใจไม่จบไม่สิ้น  

. 

. 

. 

ออดดดด 

“อ๊ะ!” ฉันสะดุ้งทันทีเมื่อเสียงออดหน้าห้องดังขึ้น คงมีแค่คนเดียวที่มาตอนนี้แค่ครึ่งชั่วโมงจะกลับมาทำไมหรือเขาลืมอะไรกันแน่ 

ปัง ปัง ปัง 

“ไอ้บ้านี่” 

“ถ้าไม่เปิดฉันจะทุบให้ได้ยินทั้งชั้นเลย” 

"นี่กลับมาจริงงั้นเหรอ จะกลับมาทำมะ..."เสียงฝีเท้าที่ห่างออกไปทำให้ฉันลดเสียงลง ก่อนจะยืนมองคนที่เดินหันหลังออกไปไม่ได้แม้จะหันมองกลับมาแม้แต่น้อย ก่อนร่างเขาจะหายเข้าลิฟท์ไป เหลือเพียงถุงยาที่วางอยู่ที่พื้นตรงหน้าฉัน ยาแก้พกช้ำ ยาแก้ปวด พร้อมข้อความง่ายๆที่ทำให้ฉันเผลอยิ้ม 

 

“ลายมือน่ารักดี จะไม่ติดใจเอาความก็แล้วกัน”  

ฝากคะขากับจอมทัพด้วยนะค๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา อย่าลืมกดไลค์และคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์น้าาา 

 

 

ความคิดเห็น