facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 3-4 การคุ้มครองของพระเจ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-4 การคุ้มครองของพระเจ้า

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 611

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2562 15:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-4 การคุ้มครองของพระเจ้า
แบบอักษร

ภายในตึกของเอเจนซีมีทุกอย่าง ทั้งห้องถ่ายทำ ห้องแต่งหน้า รวมถึงทุกอย่างที่เขาเคยเห็นในกองถ่าย ซึ่งคยองซูเดินผ่านห้องพวกนั้นมาหยุดที่ห้องพยาบาล ระหว่างเดินโนอึลฟังเรื่องราวเกี่ยวกับตึกนี้จากอึนจองมาตลอดทาง แต่ก็ต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอเพราะเห็นว่าคยองซูยืนอยู่ข้างๆ เครื่องชั่งน้ำหนัก เขาเลยหยิบโทรศัพท์มือถือกับกระเป๋าสตางค์ในกระเป๋ากางเกงออกวางไว้ข้างๆ ตามสัญชาตญาณพร้อมกับถอดรองเท้าออก  

“โนอึล หายใจเข้า~ลึกๆ คิดว่าเอาอากาศทั้งหมดในตัวออกมา” 

“ฟู่” 

“พวกเธอทำอะไรกันน่ะ” 

หลังหายใจเข้าลึกๆ ตามคำแนะนำของอึนจองแล้ว เขาก็ขึ้นไปยืนบนเครื่องชั่งน้ำหนัก สายตาไม่สบายใจของโนอึล สายตาเคร่งเครียดว่านอกจากจะต้องเทรนการแสดงแล้ว ยังจะต้องออกกำลังกายเพิ่มด้วยไหมจากคยองซู รวมถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของอึนจอง ต่างจับจ้องหน้าจอแอลอีดีของเครื่องชั่งน้ำหนักอัตโนมัติ 

“สุดยอดด” 

โนอึลเหลือบมองคยองซู ขณะที่คำอุทานหลุดออกมาจากปากอึนจอง หลังจากมองตัวเลขเจ็ดสิบปรากฎขึ้นบนหน้าจอแล้ว คยองซูก็เงยหน้าสบตากับโนอึล ก่อนจะยิ้มและยกนิ้วโป้งให้คล้ายพึงพอใจ โนอึลเลยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

“น้ำหนักผ่าน เอาล่ะ คราวนี้ส่วนสูง” 

“อา~ ได้โปรด ได้โปรดด ขอให้ส่วนสูงของโนอึลเราสูงกว่าร้อยแปดสิบด้วยเถอะค่า!” 

โนอึลก้าวขึ้นไปบนเครื่องวัดส่วนสูงข้างๆ เครื่องชั่งน้ำหนักอย่างระมัดระวัง ตัววัดแตะเข้ากับกระหม่อมก่อนจะเลื่อนออกไปในจังหวะเดียวกับที่อึนจองพูดว่าพวกเสื้อผ้าจะใส่ออกมาดูดีก็ต่อเมื่อสูงเกินร้อยแปดสิบจบลง ด้วยความไม่มั่นใจ เขาเลยยกมือบังหน้าจอแสดงผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว ทว่าอึนจองก็ดึงมือโนอึลออกอย่างรีบเร่งกับความคิดว่าอยากช่วยเหลือ 

ร้อยแปดสิบสอง โนอึล อึนจอง รวมถึงคยองซูต่างผ่อนลมหายใจแห่งความโล่งอกออกมาเฮือกใหญ่ 

โนอึลถูกสั่งให้รักษาน้ำหนักตอนนี้เอาไว้และเดินออกจากห้องพยาบาลอย่างอารมณ์ดี ต่างจากตอนเดินเข้ามาด้วยความความประหม่าเท่าที่จะประหม่าได้ พวกเขากลับมารวมกันที่ห้องประฃุมขนาดเล็กอีกครั้งด้วยหัวใจที่ผ่อนคลาย คยองซูจดข้อมูลน้ำหนัก ส่วนสูงของโนอึลลงในสนุดโน้ต 

“แล้วจะถ่ายรูปโปรไฟล์เมื่อไหร่ล่ะ” 

“น่าจะต้องดูแลผิวกับผมก่อนหรือเปล่า โนอึล นายดูแลผิวเองอยู่แล้วหรือเปล่า” 

“...” 

“โอ๊ย งั้นฉันจะเอามอยเจอร์ไรเซอร์ขนิดพิเศษให้ก่อนกลับนะ หลังจากนี้ก็โบกมันเข้าไปเลย เข้าใจไหม” 

“ครับ” 

และใบหน้าของโนอึลก็ค่อยๆ ซีดเผือดลงเรื่อยๆ กับคำที่ไม่รู้จัก เช่น คอลลาเจน เซรั่ม ออยล์ อึนจองบอกว่าห้ามลืมเด็ดขาดพร้อมกับเขียนประเภทและลำดับของการทาสกินแคร์ลงบนกระดาษให้ หลังโนอึลบอกว่าปกติทาแค่สกินโลชั่นลวกๆ เท่านั้น  

“อืม ไหนดูซิ ต้องฉีดมิสต์ทุกครั้งที่ว่างเลยนะ เพราะหน้านายขาดความชุ่มชื้นมากๆ เข้าใจไหม” 

“ถึงจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร... แต่ผมจะทำครับ” 

“ต้องทำให้ติดเป็นนิสัยเลยนะ ไม่งั้นผิวจะเสีย” 

โนอึลรับกระดาษมาถือไว้ ขณะอึนจองบอกว่าถ้าฟังคำพูดฉัน ผิวนายก็จะดีขึ้นกว่าตอนนี้อีก ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าคำในกระดาษมันคืออะไร แต่ถ้าผิวจะดีขึ้นกว่าตอนนี้ เขาก็จะทำ เพราะรู้สึกเหมือนว่าจินฮึนเองก็น่าจะชอบด้วย 

“ถ้างั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ก็เข้าไปเทรนการแสดงเลย แล้วอีกสามวันมาถ่ายรูปโปรไฟล์กัน ระหว่างนั้นก็ดูแลผิวให้มากที่สุดด้วย ส่วนเรื่องผม ก็ไปทำที่ที่อึนจองแนะนำให้ก็แล้วกัน” 

“เข้าใจแล้วครับ” 

“โอเค เดี๋ยวฉันจองล่วงหน้าให้” 

โนอึลหยิบโทรศัพท์ออกมาและทำแจ้งเตือนเอาไว้ ส่วนคยองซูก็เช็คเนื้อหาในสมุดโน้ตอีกรอบเพราะรู้สึกลนกับสิ่งที่จะต้องเตรียมอย่างรวดเร็วเกิดคาดการณ์ คยองซูใช้ปลายปากกาลูกลื่นไล่ตามช่องต่างๆ ในสมุดโน้ตก่อนจะเบิกตาโพลง 

“อ๋า มีอ่านบทกับสัมภาษณ์ก่อนถ่ายด้วย” 

“อะไรกัน เป็นบทที่ต้องไปสัมภาษณ์ก่อนถ่ายด้วยเหรอ” 

“ดูจากบทแล้ว น่าต้องตัวติดกะซึงคยูเลยล่ะ” 

“แล้วทำไมต้องไปติดกะไอ้โย่งนั่นด้วย” 

จะแพ้ไม่ได้! อึนจองรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาและส่งข้อความไปที่ไหนสักที่อย่างรวดเร็วหลังได้ยินคำพูดของคยองซู โนอึลได้แต่กลอกตาไปมาเพราะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้วก็เริ่มสงสัยในเนื้อเรื่อง รวมถึงบทที่ตัวเองได้รับเป็นอย่างมาก เขาคิดว่าถ้ากลับถึงบ้านจะต้องอ่านบทก่อนเป็นอย่างแรกขณะรอฟังคำพูดต่อไปของคยองซู 

“โนอึล ตอนเช้านายต้องเทรนเรื่องการสัมภาษณ์พร้อมกับเทรนการแสดงนะ ถ้าปล่อยให้ออกไปด้วยสภาพนี้ ก็ดูท่าจะตอบอะไรไม่ได้” 

“ครับ” 

“แล้วก็เรื่องอ่านบท... อีกห้าวันนะ ก่อนหน้านั้นคงต้องเตรียมตัวอย่างหนักเลย” 

จากนั้นบทสนทนาที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันด้วยความยินดีก็ถูกขัดไปพักหนึ่ง เพราะข้อความจากภรรยาของคยองซูที่ถามว่าทำงานอยู่เหรอ กินข้าวหรือยัง พวกเขาจึงพากันตรงไปที่โรงอาหารภายในตึก แล้วระหว่างกินข้าวก็พูดคุยเรื่อยเปื่อยต่อจนโนอึลเผลอเรียกอีกฝ่ายว่าพี่ออกไป พอมองทั้งสองคนคุยเล่นกัน โดยมีคยองซูพูดว่าแม้ในอนาคตจะออกมาไม่ดี แต่พวกเราก็มาทำมันให้ดีกันเถอะ เพราะต่อจากนี้ต้องทำงานร่วมกันไปตลอดแล้ว เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว 

“เหมือนเป็นครอบครัวตั้งแต่วันแรกเลยนะ วันนี้พอแค่นี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะไปส่งนาย” 

“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองได้” 

“เถอะน่า ฉันก็ไม่ได้ยุ่งอะไร ส่งโลเคชั่นบ้านนายมาด้วยล่ะ เพราะต่อไปทุกครั้งที่มีตารางงาน ฉันต้องไปรับส่งนาย” 

“เอ่อ” 

“ฉันด้วยๆ ฉันจะไปด้วย!” 

คยองซูบอกว่าก่อนจะจัดการเรื่องรถประจำตัวเสร็จ เขาจะไปรับส่งด้วยรถส่วนตัวของตัวเอง โนอึลนั่งอยู่เบาะหลังและอ่านโลเคชั่นบ้านที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ให้คยองซูฟัง อีกฝ่ายตกใจไปพักหนึ่งขณะบันทึกที่อยู่ลงในเนวิเกชั่น ก่อนจะออกรถ 

 

* * * 

 

“กลับมาก่อนเหรอครับ” 

จินฮึนอ่านตัวอักษรที่อัดแน่นอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้หันมองคนที่เดินเข้ามาในห้องทำงาน หัวหน้าทีมควอนเข้ามายืนใกล้ๆ โต๊ะจินฮึน 

“ครับ ผมจัดการงานที่สั่งไว้เป็นพิเศษเรียบร้อยแล้วก็กลับมาครับ เพราะเขาบอกว่าเหมือนจะคุยต่อกันยาว” 

“อารมณ์ล่ะ” 

“เหมือนจะตกใจนะครับ พอลงจากรถก็จ้องตึกเอเจนซีอยู่สักพักเลย” 

“ทำตัวน่าเอ็นดูเนอะ” 

จินฮึนหัวเราะหึ ขณะอ่านเอกสารเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่กำลังเตรียมการอยู่ ถึงแม้จะไม่เห็นกับตา แต่เขาก็วาดภาพว่าโนอึลทำตัวยังไงอยู่ในหัวตามคำพูดของหัวหน้าทีมควอน แน่นอนว่าคงสติหลุด มองตึกที่ไม่มีอะไรพิเศษเงียบๆ จินฮึนยกมุมปากยิ้มก่อนจะพิมพ์ลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว โดยมีหัวหน้าทีมควอนรายงานเกี่ยวกับโนอึลไปเรื่อยๆ  

“แต่ซีอีโอชเวยังไม่รู้ความลับของผู้จัดการโน ผมตรวจสอบแล้วครับว่าทางนั้นจัดการเนื้อหาตามที่แจ้งไปเกือบหมดแล้ว ทั้งจัดโคดี้ รวมถึงผู้จัดการปากหนักมาดูแลส่วนที่จำเป็นในการแสดง ผมจะสั่งเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับผู้จัดการ แล้วก็โคดี้คนนั้นให้อย่างรวดเร็วเลยครับ” 

“ทำให้เสร็จภายในวันนี้ได้ไหมครับ” 

“จะรีบสั่งให้เตรียมเลยครับ” 

“อ้อ แล้วผู้จัดการโนอะไรนั่น” 

“ครับ?” 

จินฮึนหยุดมือลง ก่อนจะละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์มามองหัวหน้าทีมควอน 

“ถ้าหมอนั่นแพร่งพรายอะไรออกไป จะฉีกปากหรือจะฆ่าทิ้ง ผมก็ไม่สนใจหรอกนะครับ” 

ผู้จัดการโนที่ช่วยฝากโนอึลเข้าดับบลิว เอเจนซี ในอดีตเป็นคนดึงพวกนักแสดงที่ใช้ได้เข้ามาในระหว่างที่ซีอีโอชเวกำลังก่อตั้งดับบลิว เอเจนซี เลยกลายมาเป็นครอบครัวกับซีอีโอชเวและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเพราะเรื่องนั้น 

ผู้จัดการโนเห็นแก่เงินมาตั้งแต่เกิด ต่างจากซีอีโอชเวที่มีทรัพย์สินติดตัวอยู่แล้วพอสมควรจนสามารถเลี้ยงดูนักแสดงในตั้งสังกัดได้โดยไม่มีสปอนเซอร์ ทว่าซีอีโอชเวไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของคนๆ นั้น ผู้จัดการโนคอยผลักดันพวกลูกคนรวยที่อยากเป็นคนดังเข้ามาในเอเจนซี แถมยังทำตัวเป็นนายหน้าอีกด้วย เพราะอย่างนั้นมันก็เลยเป็นเหยื่อล่อที่ดีมากๆ ในสายตาของคนกำลังหาเอเจนซีที่มีชื่อเสียงดีๆ อยู่อย่างจินฮึน  

“เพราะผมจะทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำ” 

“ครับ เข้าใจแล้วครับ” 

ชายหนุ่มดึงสายตากลับมามองจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง แล้วหัวหน้าทีมควอนก็เริ่มรายงานต่อ 

“ผมเช็กแล้วครับว่านักแสดงคนเดิมที่ถูกวางบทไว้ จะได้รับการรักษาจนหายขาดภายในแปดสัปดาห์ รวมถึงจะทำการแสดงลำบากไปสักพักหนึ่ง แล้วก็ไม่มีข่าวจากฝั่งซีรีส์เกี่ยวกับเรื่องนักแสดงนำเลยครับ เราก็เลยไม่ต้องเก็บกวาดพวกสื่อ” 

“เยี่ยมไปเลย” 

“แล้วก็เรื่องสุดท้าย ผมส่งข้อมูลของคุณโนอึลให้แคสติ้ง ไดเรคเตอร์กับคนเขียนบทเรียบร้อยแล้วครับ” 

การรายงานยืดยาวของหัวหน้าทีมควอนจบลง จินฮึนเซ็นเอกสารที่กำลังอ่านอยู่ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ จากนั้นก็เปิดกล่องบุหรี่บนโต๊ะออก หยิบมาคาบไว้ในปากและจุดมัน มือข้างที่ไม่ได้คีบบุหรี่เคาะลงบนโต๊ะช้าๆ เป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ 

หลังจมอยู่กับความคิด จินฮึนก็หยิบโทรศัพท์ที่มีไฟสีน้ำเงินกะพริบอยู่ขึ้นมาเพราะเสียงแจ้งเตือนสั้นๆ 

[ผมเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ต้องเตรียมตัวเล่นซีรีส์ เริ่มเทรนการแสดงตั้งแต่พรุ่งนี้ครับ แล้วก็พี่ผู้จัดการต้องมาส่งผมที่บ้าน... ก็เลยส่งข้อความมาบอกเพราะคุณสั่งว่าห้ามให้ใครรู้น่ะครับ] 

เจ้าของข้อความก็คือโนอึลนั่นเอง จินฮึนอ่านข้อความและหัวเราะเสียงดังออกมาอัตโนมัติ เหมือนเด็กน้อยเชื่อฟังคำพูดผู้ปกครอง แม้ข้อความจะเป็นแค่ข้อความ แต่เขากลับระเบิดหัวเราะเหมือนจะตายออกมา เพราะสัมผัสได้ถึงความร้อนรนในตัวอักษร จินฮึนสะบัดขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่พร้อมกับยิ้มอย่างอารมณ์ดี จนหัวหน้าทีมควอนก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจกับท่าทางนั้น 

“มีเรื่องอะไรเหรอครับ” 

ช่วงนี้จินฮึนหัวเราะจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ไม่สิ ความจริงก็หัวเราะอยู่ตลอดนั่นแหละ แต่มันเปลี่ยนเป็นการระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจากข้างใน หลังจากมองเจ้านายทิ้งบุหรี่ที่เพิ่งสูบได้ไม่นานลงที่เขี่ยบุหรี่ หัวหน้าทีมควอนก็เอ่ยถามออกมาอัตโนมัติ 

“ดูท่าผมคงเก็บอะไรที่น่ารักมากๆ มาได้ล่ะครับ” 

ชายหนุ่มละสายตาจากโทรศัพท์ขึ้นมาสบตากับเจ้าของคำถาม หัวหน้าทีมควอนเอียงหัวกับคำตอบที่ได้ยิน จินฮึนเลยหัวเราะหึๆ พลางหันกลับไปมองโทรศัพท์อีกครั้ง 

“มีเรื่องให้หัวเราะได้ตลอด” 

“หมายถึงคุณยูโนอึลเหรอครับ” 

“ผมหัวเราะไม่สมกับเป็นผมเลยใช่ไหมล่ะครับ” 

จินฮึนวางโทรศัพท์ในมือลงบนโต๊ะ จากนั้นก็กอดอกและพึมพำตอบคำถามอีกฝ่าย  

“อืม ถึงจะไม่แน่ใจว่ามันฟังดูแปลกไหม แต่คุณยูโนอึลก็เหมือนจะแตกต่างจากคนอื่นนิดหน่อยนะครับ” 

น้ำเสียงของหัวหน้าทีมควอนดูระมัดระวัง 

“ไม่ว่าจะให้อะไร ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยครับ ปกติถ้าชอบ ก็จะบอกว่าชอบ ถ้าไม่ชอบ ก็จะบอกว่าไม่ชอบ แต่กับคุณยูโนอึล เหมือนเขาจะสับสนก่อนจะบอกว่าชอบหรือไม่ชอบ ผมก็เลยคิดว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปนะ...” 

หางตาจินฮึนยกขึ้นเล็กน้อยเพราะท่าทางไม่สมกับเป็นคนทำงานด้วยความมั่นใจมาตลอดการรับผิดชอบงานจุกจิกที่ตัวเขาสั่งเลย เขาจ้องคนตรงหน้าเงียบๆ เหมือนสั่งให้พูดต่อ 

“ดูเป็นไทป์ที่ต้องระมัดระวัง เขาเฉยๆ เหมือนคนแก่ที่ไม่มีเป้าหมายในการใช้ชีวิตอยู่... ต้องบอกว่าผมจับจุดไม่ถูกเลยล่ะครับ” 

เมื่อได้ฟังคำพูดของหัวหน้าทีมควอน จินฮึนก็คิดถึงโนอึลที่คอยจับตาดูอยู่ในช่วงนี้ เทียบกับที่คิดนั่นคิดนี่แล้ว คนตัวเล็กก็ทั้งหน้าแดง กลั้นหายใจ สับสนกับคำพูดที่ไร้เดียงสาอย่างมาก แถมยังไม่รู้วิธีซ่อนความรู้สึกของตัวเองอีกแม้จะเป็นนักแสดงก็ตาม แต่นอกเหนือจากนั้น มันก็ไม่ซับซ้อน แต่การแสดงออกแบบที่หัวหน้าทีมควอนบอกมันก็น้อยจริงๆ แทนที่จะเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นเฉยชา เหมือนแสดงออกเพราะถูกบังคับตามช่วงนั้นๆ ถ้าเทียบกับโนอึลที่เขาเคยเห็นเมื่อนานมาแล้ว มันดูสงบนิ่งขึ้นมาก 

“อย่างนั้นเหรอครับ แต่ตอนอยู่ต่อหน้าผม ก็ดูกระตือรือร้นดีนี่นา”  

กระตือรือร้น 

สมองของจินฮึนไหลลื่นนึกถึงตอนโนอึลกระตือรือร้นโดยไม่ได้ถูกบังคับ เปล่งคำพูดออกมาจากปากตัวเองพร้อมเสียงครางสั้นๆ ระหว่างมีเซ็กซ์ เสพยาหรือสูบกัญชาน่ะ คนตัวเล็กก็เหมือนจะเปลี่ยนไปกระตือรือร้นเหมือนสมัยก่อน มองเขาด้วยสายตาต้องการอย่างแรงกล้าอย่างไม่เข้ากับใบหน้าสุภาพนั่น ร้องขอให้ทำอีกและส่งเสียงครางกระท่อนกระแท่น สำรวจทุกซอกทุกมุมด้วยความกระตือรือร้นอย่างมาก ซึ่งแตกต่างจากอาการประหยัดคำพูดในเวลาปกติ  

“อ้อ ช่วยเตรียมรถให้คันหนึ่งด้วยนะครับ” 

เขานึกย้อนถึงตอนหยอกกระตุ้นส่วนอ่อนไหวของโนอึลระหว่างรออึนจินวันนั้น ใบหน้าเล็กแดงคล้ายจะร้องไห้ แม้จะแค่แป๊บเดียว แต่ท่าทางแบบนั้นมันทั้งน่ารัก แล้วก็น่าสงสารด้วย หลังหลุดออกจากความคิด จินฮึนก็หัวเราะหึ 

“รถเหรอครับ” 

“ก็เห็นบอกว่าเริ่มเทรนแล้ว ไปส่งทุกวันไม่ไหวหรอกครับ” 

“อา เริ่มเทรนเลยสินะครับ” 

“ไหนๆ ก็มีใบขับขี่อยู่แล้ว ให้ชินกับการไปไหนมาไหนคนเดียวก็ไม่เลวใช่ไหมล่ะครับ” 

ขณะนั้นอีเมลฉบับใหม่ก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์พอดี คนเอนหลังพิงเก้าอี้ทั้งตัวเลยเอื้อมมือไปที่คีย์บอร์ดอีกครั้ง จินฮึนยิ้มให้หัวหน้าทีมควอนพร้อมกับคำสั่งสั้นๆ และโบกมือบอกให้ออกไปได้ ก่อนจะส่งข้อความสั้นๆ ตอบกลับโนอึลที่กำลังรอคำยืนยันอยู่ 

 

* * * 

ความคิดเห็น