facebook-icon

เตือนเนื้อหารุ่นเรง!! ไม่เหมาะสมกับผู้พิทักษ์จริยธรรม,ผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ และผู้ที่จิตใจอ่อนไหวง่าย ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวรุ่นลูกของ พีและเพลิน จากเรื่อง Prince Of Engineer เมียวิศวะ

ชื่อตอน : OVERDOSE 02 : เปียก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.8k

ความคิดเห็น : 71

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2562 23:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
OVERDOSE 02 : เปียก
แบบอักษร

OVERDOSE 02 : ตรงนี้ปี4

 

“ ฉันก็กลัว.. “

 

“ ....... “

 

“ คดีพรากผู้เยาว์น่ะ... “ พี่เพลย์ทิ้งท้ายแบบนั้นก่อนจะค่อยๆถอยห่างออกไป เว้นระยะให้ฉันได้คิดทบทวนว่าควรจะทำอะไรในตอนนี้..เพราะดูเหมือนเขาจะดูออกและรับรู้เป็นอย่างดีว่าตัวเขานั้นทำให้ฉันรู้สึกหวาดหวั่นมากแค่ไหน

 

“ บ้านเมืองมีกฎหมาย พี่จะทำแบบนั้นกับเราไม่ได้! “

 

“ ..แล้วถ้าทำล่ะ? “ ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

 

“ เราจะบอกพ่อ เราจะให้พ่อมาจัดการพี่! “ ฉันลุกขึ้นแล้วพูดกับพี่เพลย์ไปแบบนั้น เพราะดูจากสีหน้าที่ทีเขาแล้ว มันไม่มีจังหวะไหนเลยจริงๆที่เขาคิดจะพูดว่าขอโทษ..หรือไม่ก็หยุดละลาบละล้วงฉันเสียที

 

“ เอาสิ ตกลงตามนั้น “

 

“ ตกลงอะไรของพี่?! “

 

“ ก็คืนนี้เรามีอะไรกันก่อนสักสองสามครั้ง..พรุ่งนี้เธอก็โทรบอกพ่อได้เลย “

 

“ นี่พี่เป็นบ้าไปแล้วเหรอ?! “ ฉันไม่เข้าใจและไม่เคยเจอใครแบบเขามาก่อน นอกจากจะพูดเรื่องอย่างว่าได้หน้าตาเฉยแล้วยังไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกับเรื่องนี้เลยสักนิด..เหอะ พูดมาได้ยังไงให้มีอะไรกันก่อนค่อยบอกพ่อ

 

“ สักวันเธอจะรู้..ว่าคนอย่างฉันบ้าได้มากกว่าที่เธอคิดหลายเท่า “

 

“ ......... “ ฉันเงียบและเลือกจะไม่พูดอะไรอีก จนกระทั่งไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นพี่เพลย์ก็คว้าเสื้อตัวที่เปื้อนเลือดไปใส่เหมือนเดิม สายตาคมกริบกวาดมองฉันนิ่งๆเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเขาจะหันหลังเดินกลับขึ้นห้องไปในที่สุด

 

ฉันทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างรู้สึกโล่งใจ เพราะอย่างน้อยๆเขาก็ไม่ได้ทำอะไรฉันมากไปกว่านี้..ทว่าสิ่งหนึ่งที่ยังคงค้างคาใจอยู่นั่นคือเขาไปทำอะไรมาถึงได้มีแผลมีเลือดติดเสื้อมาขนาดนั้น

 

..เช้าวันต่อมา

ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์, SKU

[เพลย์]

 

ตอนนี้ผมอยู่ที่คณะครับ กำลังจะมาคุยกับพวกเพื่อนเรื่องโปรเจกต์จบ..พอดีผมเรียนปีสุดท้ายแล้วไม่อยากให้มีอะไรติดขัดน่ะ และก็อย่างที่หลายๆคนทราบดีว่าผมเป็นลูกชายของบ้านพิพัฒน์เมทานนท์ เป็นทายาทรุ่นที่สามของเจ้าพ่อบ่อนคาสิโน

 

ผมเป็นลูกคนโตครับ ถึงแม้ป๋าจะบอกว่าผมเป็นแฝดแต่แม่ไม่ได้คิดอย่างนั้นซะทีเดียวหรอก เพราะแม่แกอยากให้รักกันอยู่ด้วยกันแบบพี่น้องมากกว่าที่จะเป็นเพื่อน เลยอาศัยช่วงเวลาในการเกิดตัดสินสถานภาพของผมและแฝดน้องอย่างไอ้พีช

 

..ซึ่งก็ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่ตัวผมดันออกมาจากท้องแม่เป็นคนแรก ส่วนไอ้พีชมันก็ห่างจากผมไปเพียงแค่สองนาทีเท่านั้น

 

ผมชื่อเพลย์ หรืออีกชื่อที่ปู่ชอบเรียกก็คือชื่อจริงของผม ‘ ศิวัช ‘ หลายคนมักบอกว่าผมนิสัยเหมือนป๋าพีมาก ต่างกันที่ผมไม่ได้เงียบ และป๋าเป็นแบบไหนผมคือสิ่งที่ยิ่งกว่าหนึ่งพันเท่า..เรื่องนี้ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะว่าในสายตาคนอื่นผมเป็นยังไง

 

แต่เท่าที่รู้ๆมาคือเป็นผู้ร้าย..ถ้าเทียบระหว่างแม่กับป๋าผมจะติดป๋ามากกว่า ไปไหนมาไหนด้วยกันค่อนข้างบ่อย..ต่างจากไอ้พีชที่ติดแม่ เวลาไปไหนกับแม่ก็มักจะพลอยได้อำนาจได้บารมีไปด้วย เพราะลุงพายุพี่ชายของแม่เขาเป็นถึงมาเฟียใหญ่เครือข่ายเยอะมากทั้งในและนอกประเทศ

 

ผมรู้ตัวเสมอว่าผมไม่ใช่คนดีอะไร..ออกจะเลวเต็มขั้นเสียด้วยซ้ำถ้าเทียบกับเพื่อนคนอื่นๆ ผมมีเพื่อนสนิทในมหาลัยอยู่ห้าคนครับ..และแน่นอนว่าต้องศีลเสมอกันสุดๆถึงจะคบกันได้

 

“ เออ เมื่อคืนบ้านกูไฟดับ..บ้านมึงดับปะวะไอ้ภาค “ นี่คือไอ้เวหาครับ ที่บ้านทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์..ซึ่งก็แน่นอนว่าเจ้าของต้องซื้อบ้านในโครงการตัวเองอยู่แล้ว แต่โชคร้ายไปหน่อยที่ในโครงการนั้นครอบครัวของไอ้ภาคภูมิมันก็มาซื้อไว้เหมือนกันทำให้บ้านไอ้สองคนนี้มันอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่

 

“ ไอ้ภาคมันน่าจะหลับตาย ไม่รู้เรื่องหรอกกูว่า “ ไอ้กวินสวนขึ้นอย่างรู้ทัน มันเป็นลูกเจ้าของค่ายเพลงครับ..ไม่มีพิษมีภัยอะไรแต่ก็ทำสาวๆใจสลายมานับไม่ถ้วนแล้วเหมือนกัน

 

“ ไม่มีไรนะ ก็ปกติ “ ไอ้ภาคตอบ

 

“ หรือกูเหว๋อไปเองวะ คือกูนอนๆอยู่ละมันร้อนมาก แบบร้อนนอนต่อไม่ได้.. “

 

“ นรกไง..นรกต้องการตัวมึง555555 “ ในขณะที่ไอ้เวหากำลังอธิบาย จู่ๆไอ้ชยินมันก็สวนขึ้นทันที..คนนี้สายฮาครับ พ่อเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง SK เรื่องผู้หญิงไม่ต้องห่วงเลยเพราะไอ้เวรนี่มันไม่เจ้าชู้

 

“ ไอ้สัส นรกเหี้ยไรล่ะ..กูตื่นมาดูคือแอร์มันดับเว้ย เปิดก็ไม่ติดกูโทษไฟดับไว้ก่อนอะ “

 

“ อ๋ออ ก็นึกว่าถึงเวลาของเพื่อนแล้ว5555555 “ ไอ้ชยินพยักหน้าแล้วหัวเราะ

 

“ หรือกูจะไปรันวงการซะหน่อย ? “ เวหาหยักยิ้มอย่างทีเล่นทีจริง

 

“ นรกอะเหรอ..อย่ารีบๆ มึงได้ไปแน่นอนวงการนั้นอะ😂 “ พวกมันกวนส้นตีนกันแบบนี้ประจำครับ..แต่แปลกดีทีผมไม่ได้ขำเลยสักนิด ต่างจากเพื่อนคนอื่นที่หัวเราะกันจนไหล่ยก

 

“ เออ ไอ้เพลย์..เดี๋ยวมึงจะกลับเลยปะ? “ ไอ้ภาคหันมาถามผมที่กำลังนั่งกอดอกถอนหายใจอย่างเบื่อโลกอยู่ แต่แล้วในขณะเดียวกันโทรศัพท์ของผมที่วางอยู่บนโต๊ะมันก็สั่นสะเทือนขึ้น

 

Rrrrrrr! Rrrrrrr!

 

“ ตอนแรกก็ว่าไม่.. “

 

“ แล้วตอนนี้??? “ ไอ้กวินเลิกคิ้วขึ้นเพื่อรอคำตอบ

 

“ ต้องไปรับเด็กที่โรงเรียนก่อน “ ผมตอบมันแล้วกดรับสายทันที

 

“ ฮัลโหล.. “ ผมเอ่ยทักเบาๆเพราะรู้อยู่แล้วว่าเวลานี้แสนหวานต้องโทรตามให้ผมไปรับที่โรงเรียนแน่ๆ

 

[ ระ..เรารอที่เดิมนะคะ ]

 

“ อื่อ “ ผมไม่ใช่คนพูดเลอะเทอะขนาดนั้น และถ้าไม่จำเป็นผมก็จะไม่ถามอะไรเท่าไหร่..อย่างเช่นการสนทนาผ่านโทรศัพท์ครั้งนี้ มันจบลงที่คำว่า ‘ อื่อ’ และคนที่ตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใยมันก็คือผมเอง

 

“ เดี๋ยวๆมึงมาเคลียร์ก่อน! จะไปรับเด็กที่ไหนวะ? “ ไอ้เวหารีบดึงแขนผมไว้ทันทีที่เห็นว่าผมกำลังจะลุกออกไปจากโต๊ะ

 

“ แสนหวาน.. “ ผมตอบ

 

“ หูยยยยยย ว่าที่เฟรชชี่คณะบริหารรร 😍 “ ไอ้ชยินพอได้ยินชื่อก็แซวผมยกใหญ่แถมยังทำสายตาเป็นประกายเหมือนมันจำหน้าแสนหวานได้ยังไงอย่างนั้น

 

“ เด็กมันน่ารักกก “ ไอ้ภาคก็พอกันเลยครับ ผมพามาคณะด้วยวันเดียวติดใจกันทั้งฝูง..แม่ง

 

“ ..ไอ้เพลย์ มึงทำอะไรก็ดูด้วยละกัน “ กวินหันมาพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“ ดูเหี้ยไร? “ ผมตอบ

 

“ มอปลายนะเว้ย “ มันย้ำชัด

 

“ แล้วไง? “

 

“ กูรู้ว่าน้องเขาน่ารัก แต่มึงก็หาคนที่อายุไม่พาเข้าคุกสิวะ -0- “

 

“ กูกับเด็กนั่น..ไม่ได้มีอะไรกัน แม่เขาไปต่างประเทศกะทันหันพ่อก็เสือกติดราชการเลยจำเป็นต้องมาอยู่บ้านกู แค่นั้น “ ผมพยายามอธิบายให้พวกมันทั้งหลายฟังและเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ว่าผมเนี่ยไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกับเด็กนั่นเลย

 

“ แล้วทำไมไม่ให้ไอ้พีชดูแลแทนวะ แม่มึงน่าจะรู้ดีกว่าใครว่าลูกชายคนโตแม่งจิตใจอำมหิตแค่ไหน “ ไอ้เวหาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

“ ไอ้พีชไปจีนเดือนนึง..คนดูแลมันเลยต้องเป็นกูนี่ไง “

 

“ เป็นกรรมของน้องเขาไปอะเนอะ55555 “ นี่ไอ้เขตแดนครับ พ่อมันรวยอยู่ก่อนแล้วจากการซื้อขายอสังหา.แต่พออายุเยอะขึ้นก็เริ่มปล่อยเงินกู้นอกระบบโดยทำธุรกิจร้านอาหารกลางคืนบังหน้า

 

“ งั้นก็แปลว่าน้องแสนหวานยังโสดอยู่ใช่ปะ?? “ ไอ้ชยินมันถามแต่ก็ยังทำตาเป็นประกายอยู่เหมือนเดิม

 

“ ไม่รู้..ไม่ได้สนิทกัน “ ผมตอบไปแบบนั้นเพราะเราไม่สนิทกันจริงๆครับ ข้อมูลเกี่ยวกับเด็กนั่นที่ผมรู้มีแค่ชื่อเล่น ชื่อจริง อายุ โรงเรียน บ้านอยู่ใกล้กัน และพ่อเป็นนักการเมืองชื่อดัง

 

“ ไม่ได้เป็นไรกันแล้วครั้งก่อนมึงหวงเพื่อออออออ? กูกะจะอ่อยเล่นสักหน่อย -0- “ ไอ้เขตมันคงจำได้ครับ ว่าวันแรกที่ผมพาแสนหวานมาด้วยแล้วมันพยายามจะทำตัวยุ่มย่ามใส่เด็กอายุแค่สิบเจ็ด ผมเห็นเลยเข้าไปดึงแขนมันออกมาเพราะเด็กคนนี้ไม่ใช่อะไรที่ควรสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปยุ่ง

 

“ พ่อเลี้ยงของเด็กนั่นเป็น ส.ส. พรรคการเมืองชื่อดัง.. กูไม่อยากให้มีปัญหาทีหลัง แต่ถ้ามึงพร้อมมีปัญหา..กูก็ไม่ขัดศรัทธา “

 

“ เออ..ถึงว่าล่ะทำไมน้องใส่ชุดนักเรียนของIBS “ ไอ้กวินพูดออกมาสีหน้าใช้ความคิด ทำเอาทำคนในวงถึงกับตั้งคำถามกันให้ว่อนเลยทีเดียว

 

“ IBSมันทำไมวะ? “ ไอ้เขตถามแทนความในใจของเพื่อนคนอื่น

 

“ ก็โรงเรียนนี้อะ..แม่งรับแต่ลูกผู้ดี ลูกทูต ลูกมหาเศรษฐีระดับร้อยล้านขึ้นเพราะค่าเทอมโคตรมหาโหด..แล้วที่สำคัญคือเด็กคนไหนที่ครอบครัวมีพาวเวอร์เยอะๆ เครื่องแบบก็จะไม่เหมือนคนอื่น..ถ้ามึงสังเกตดีๆจะมีเข็มรูปมงกุฎติดอยู่ที่อกข้างขวา “ ไอ้กวินเท้าความและสาธยายถึงที่มาที่ไปของโรงเรียนแห่งนี้ให้ฟังอย่างรู้ลึกรู้จริง

 

“ ...ทำไมมึงรู้ดีจังวะ? “ ผมถาม

 

“ ญาติกูมันเป็นหลานท่านทูต เลยใช้เส้นฝากเข้าไปเรียนได้..มันก็เล่าเรื่องในโรงเรียนให้กูฟังบ่อยแหละ แต่ไม่คิดว่าแม่งจะแบ่งแยกเด็กขนาดนั้น “ กวินตอบ

 

“ แสดงว่าวันนั้นมึงเห็นเข็มที่อกน้องแล้ว? “ ไอ้เขตหรี่ตามองอย่างจับพิรุธ

 

“ ไม่ได้สังเกตหวะ..แต่เห็นชุดนักเรียนก็พอรู้อยู่ว่าไม่ธรรมดาแน่ๆ “

 

“ เนี่ย! เดี๋ยวมึงไปรับน้องที่โรงเรียนก็ดูเลยดิว่ามีเข็มมั้ย “ ไอ้เวหาสะกิดไหล่ผมอย่างเซ้าซี้ แต่ก็ไม่วายถูกไอ้เขตแดนแทรกขึ้นมาเสียก่อน

 

“ ดูเข็มน้าาา ไม่ใช่ดูนมมม 😁

 

“ มีรึเปล่าก็ไม่รู้.. “ ผมตอบแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกับคว้าหมวกกันน็อกเตรียมจะไปที่รถ

 

“ หมายถึงเข็ม? “ ไอ้ชยินเลิกคิ้วเป็นเชิงจะถาม

 

“ ..เออดิ “ ผมทิ้งท้ายแบบนั้นก่อนจะเดินตรงมาสตาร์ทรถทันที เพราะมันคงไม่ดีนักถ้าเกิดจะให้เด็กนั่นนั่งรอนานๆ..ผมรู้ว่าตอนนี้ฝนมันใกล้จะตกแล้ว และแน่นอนว่าผมไม่มีเสื้อกันฝน

 

ผมกับเด็กที่ชื่อแสนหวานเราเคยเจอกันบ่อยครับสมัยก่อนนู้น..ราวๆสิบสองปีได้แล้วมั้ง แต่การเจอกันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะผมไม่ได้มีนิสัยเหมือนเด็กทั่วไปที่ชอบวิ่งเล่นชอบคุยสังสรรค์กับเด็กคนอื่นๆในหมู่บ้าน..ผมติดป๋ามาก ผมชอบที่จะเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากป๋ามากกว่าจะเรียนรู้จากเด็กๆด้วยกัน

 

และนั่นก็เป็นข้อเสียที่มันทำให้ผมไม่ค่อยมีมนุษย์ที่ดีกับคนทั่วไปสักเท่าไหร่ จะมีก็ไม่กี่คนหรอกครับที่รู้ดีว่าถึงแม้ตัวผมจะดูเลวดูไม่มีมารยาทดูเป็นตัวสร้างปัญหา แต่ผมไม่ก่อเรื่องง่ายๆแน่ถ้าไม่มีใครมาเหยียบหางผมก่อน

 

ผมอยู่ของผมไม่ไปยุ่งกับใครเพราะรู้ตัวเองดีว่าถ้าผมได้ยุ่งแล้วล่ะก็ มันไม่มีทางจบ..ผมกัดไม่ปล่อยแน่จนกว่าจะได้ในสิ่งที่ใจต้องการ ใครก็ตามที่คิดทำลายผม..มันจะต้องย่อยยับกว่าเป็นร้อยๆเท่าจากสิ่งที่มันทำ

 

เมื่อคืนผมมีธุระนิดหน่อยน่ะ พอดีคนของผมโทรมาบอกว่าเจอตัวไอ้คนที่ปล่อยข่าวเสียๆหายๆว่าบ่อนผมฟอกเงินได้แล้ว..ซึ่งจัดว่าไอ้เวรนั่นมันปากดีและปากแข็งใช้ได้เลยทีเดียว เพราะไม่ว่าผมจะถามหรือคาดคั้นมันเท่าไหร่มันก็ไม่ยอมพูด

 

และเท่าที่ดูมันต้องเป็นหมามีเจ้าของแน่ๆไม่อย่างนั้นคงไม่มีคนบุกเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือแล้วช่วยไอ้ตัวปล่อยข่าวออกไปได้หรอก..เมื่อคืนก็ถือว่ามีเรื่องกันนิดหน่อยแหละ พอให้เสื้อได้เปื้อนเลือดบ้างเป็นสีสันยามค่ำคืน

 

แต่ก็อย่างว่าล่ะ..เรื่องข่าวฟอกเงินนั่นมันทำผมโมโหจนเข้ากระดูกดำเลยก็ว่าได้ เพราะลูกค้าวีไอพีระดับบิ๊กๆหลายคนมาขอร้องให้ถอดรายชื่อเมมเบอร์ออกกลัวว่าถ้าบ่อนถูกสั่งปิดขึ้นมาจะโดนซัดทอดเอาได้

 

ซึ่งผมก็เจรจาไกล่เกลี่ยอยู่นานครับกว่าจะคุยกันเข้าใจ..เพราะบอกไว้เลยว่าไม่มีใครหน้าไหนทั้งนั้นจะสั่งปิดบ่อนได้ ในเมื่ออยู่เงียบๆแล้วไม่ชอบอยากเอาไม้มาแหย่นักผมก็จะทำให้มันรู้ว่าไม้ที่มันใช้แหย่นั่นแหละจะย้อนกลับไปเสียบอกมันจนทะลุถึงไขสันหลังเลยล่ะ

 

แต่เมื่อวานผมค่อนข้างจะอารมณ์ร้ายไปหน่อยจนเผลอเล่นแรงกับเด็กนั่น..อ่า ใช่ ผมจับเธอเหวี่ยงลงโซฟาน่ะ..ไม่รู้ว่าแรงแค่ไหน แต่ก็คงไม่ได้เบาสักเท่าไหร่หรอก เพราะยัยตัวเล็กนั่นโอดโอยร้องไห้น้ำตาท้วมเลยให้ตายเถอะ..ป่านนี้คงกลัวจนไม่กล้าอยู่ใกล้ผมแล้วมั้ง

 

ณ บ้านพิพัฒน์เมทานนท์

[แสนหวาน]

วันนี้ฝนตกหนักมากค่ะ แต่ก็นั่งรอจนพี่เพลย์มารับเหมือนเดิมนั่นแหละฉันไม่อยากเรื่องมากโทรไปกวนหน้าเพลินบ่อยๆ..ถึงแม้ว่าลูกชายของท่านจะน่ากลัวไปหน่อยก็เถอะ

 

ตอนพี่เพลย์มารับเขาไม่พูดอะไรถึงเรื่องเมื่อคืนเลยค่ะ..ต่างกับฉันที่กลัวเขาแทบแย่ ยิ่งรอยช้ำตรงแขนฝีมือของเขามันเด่นชัดมากเท่าไหร่ฉันยิ่งต้องตอบคำถามเพื่อนๆถี่ขึ้นเท่านั้น ว่าแขนไปโดนอะไรมา? ใครทำเหรอ? ซึ่งฉันก็เตรียมคำตอบเอาไว้แล้วล่ะว่ารอยบ้าๆเนี่ยฉันเป็นคนซุ่มซ่ามเดินชนราวบันไดในบ้านเองไม่ได้มีคนบ้าที่ไหนมาทำหรอก..

 

เฮ้อ..ตอนนี้เรายืนกันอยู่ที่จุดรับส่งหน้าบ้านค่ะ ตัวเปียกฝนไปหมดจนเหมือนไปเดินตกสระว่ายน้ำมายังไงอย่างนั้น..นี่ดีนะที่โรงเรียนฉันมีล็อกเกอร์ส่วนตัวสำหรับเก็บหนังสือให้จะได้ไม่ต้องแบกไปแบกกลับทุกวัน ส่วนการบ้านน่ะเหรอ? เข้าสู่ยุคไอทีแล้วการบ้านส่วนใหญ่ก็มักจะถูกสั่งในทำออนไลน์ค่ะ..ง่าย สะดวกสบาย และรวดเร็ว

 

“ ..ทีหลังก็พกเสื้อกันฝน ถ้าไม่อยากเปียก “ ร่างสูงถอดหมวกกันน็อกออกแล้วหันมาพูดกับฉันได้หน้าตาเฉยมากทั้งๆที่เรื่องแบบนี้มันควรจะเป็นเขามากว่าที่พกไว้ใต้เบาะรถน่ะ

 

“ ก็แล้วทำไมพี่ไม่พกไว้ล่ะคะ? “

 

“ เธอคิดว่านั่งเวฟร้อยอยู่รึไง? นี่บิ๊กไบค์..เสื้อกันฝนที่จะใช้มันต้องเป็นเสื้อเป็นชุดจริงๆ ไม่ใช่แค่พลาสติกบางๆราคายี่สิบบาทที่พับๆแล้วเก็บยัดได้ในจินตนาการเธอแน่ “ เขาขมวดคิ้วพันกันเป็นปมท่าทีดูเหมือนจะเริ่มหงุดหงิด

 

“ ..ชุดแบบนั้นพี่ไม่มีให้เรายืมใส่เลยเหรอคะ? “

 

“ มี แต่ส่งไปทำความสะอาด..คงอีกนานกว่าจะได้ “

 

“ ถ้างั้น.. “ ฉันกำลังจะขอให้เขาพาไปซื้อใหม่แต่เจ้าตัวคงจะเบื่อการอธิบายเต็มทนแล้ว

 

“ ตั้งแต่พรุ่งนี้ จะเอารถยนต์ไปรับ..จบนะ? 😒

 

ฉันไม่ตอบอะไรเขา แต่พยักหน้าให้ไปเบาๆในขณะที่มือทั้งสองข้างยังคงพยายามที่จะกอดตัวเองไว้ให้แขนมันบังเสื้อผ้าเปียกๆที่กำลังแนบชิดลงมากับผิวเนื้อในตอนนี้..ทว่าพี่เพลย์ที่เหมือนจะเก้าขึ้นบันไดไปได้เพียงสองขั้นจู่ๆก็เดินกลับมาหาฉันที่ยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าบ่งบอกถึงความแคลงใจกับอะไรบางอย่าง

 

“ มะ มีอะไรคะ? “ ฉันถาม

 

“ เอามือออก.. “ พี่เพลย์ออกคำสั่งกับฉันด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมาก..ซึ่งนั่นมันทำให้ฉันตกใจจนทำอะไรต่อไม่ถูกเลยจริงๆ นี่เขาเป็นบ้าไปแล้วรึไงกัน? ก็เห็นอยู่ว่ามันเปียกยังจะมาสั่งให้ทำแบบนั้นอีกเนี่ยนะ?!

 

“ ว่าไงนะคะ? “

 

“ ฉันบอก..ให้เอามือออก “

 

“ พี่มีอะไรก็พูดสิคะ จะมาออกคำสั่งกับเราแบบนี้ไม่ได้นะ 😣 “ ทันทีที่ฉันคิดจะถอยหนีพี่เพลย์ก็เข้ามาถึงแขนแล้วลากเข้าไปในบ้าน เขาจับข้อมือทั้งสองข้างของฉันแยกออกจากกันและขึงตรึงไว้กับผนังบ้าน

 

ฟื้บ!

 

“ ปล่อยเรา! อย่ามาทำอะไรบ้าๆนะ! “ พี่เพลย์ไม่พูดอะไร เขาจับฉันขึงเอาไว้อย่างนั้นแล้วกวาดสายตาจ้องมองไปจนทั่วเรือนร่าง..กระทั่งสายตาคมกริบมาหยุดชงักอยู่ที่หน้าอกของฉัน เขามองมันแค่เพียงแว้บเดียวเท่านั้นก่อนจะปล่อยให้ฉันเป็นอิสระจากการเกาะกุม

 

“ ..อย่าใส่เสื้อในดำ มันเห็นชัด “ ใบหน้าฉันร้อนผาวขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่เข้าใจเลยว่าจู่ๆพี่เพลย์จะทำแบบนี้เพื่ออะไร..เขาสั่งให้เอามืออกลากฉันเข้ามาในบ้าน เพราะแค่จะดูหน้าอกฉันน่ะเหรอ? โรคจิตชะมัด!

 

“ พี่มองหน้าอกเราทำไม?! “

 

“ เปล่า.. “

 

“ ไม่จริง! “ ฉันค้านสุดเสียง เพราะก็เห็นกันอยู่รวมร่อว่าเขาน่ะจงใจจะมอง

 

“ จริง.. “ คนตัวโตเอ่ยตอบด้วยสีหน้าท่าทีที่นิ่งเฉย ก่อนจะเอามือชี้มาที่เข็มรูปมงกุฎบนอกเสื้อข้างขวา สายตาเขามันเย็นยะเยือกไม่ให้ความรู้สึกอะไร..แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเข็มนี่มันเกี่ยวอะไรกับเขากันแน่

 

“ ถ้าพี่จงใจมองเข็ม พี่จะเห็นเสื้อในเราได้ไง! “ ฉันโวยวายใส่เขาแล้วเอื้อมมือไปคว้าหมอนอิงที่โซฟาใกล้ๆมาบังตัวเอาไว้ทันที

 

“ มันเปียกจนสีชัดอยู่หลังเข็มขนาดนั้น..ไม่เห็นคงตาบอดไปแล้ว 😒

 

“ ..โรคจิต “ ฉันงึมงำกับตัวเองเบาๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะได้ยินมันด้วยน่ะสิ

 

“ โรคจิตจริงๆต้องแบบนี้.. “

 

ฟื้บ!

 

พี่เพลย์ดึงหมอนอิงใบนั้นโยนไปทางอื่นแล้วตรงเข้ามาล็อกแข็นฉันเอาไว้กับผนังเหมือนเดิม และไม่ว่าฉันจะดิ้นจะร้องโวยวายเท่าไหร่มันก็ไม่มีใครเข้ามาช่วยฉันได้เลยแม้แต่คนเดียว

 

“ อย่าทำนะ! ปล่อยเรา! “

 

“ ..ชักอยากรู้ ว่าถ้าปลดกระดุมสองเม็ดบนออก..ฉันจะเห็นอะไร “ น้ำเสียงเย็นยะเยือกของคนตัวโตตรงหน้ามันช่างไร้ความปรานี สายตาที่เขามองมาอย่างจาบจ้วงนั่นทำเอาฉันแทบอยากจะขุดดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด..แต่ก็ทำได้เพียงส่งสายตาขอร้องวิงวอนเขาเท่านั้น

 

“ ไม่เอา! ห้ามปลดกระดุมนะคะ “

 

“ ....... “

 

“ ห้ามทำนะ..เราขอร้อง 😣 “ ทันทีที่ฉันเสียงสั่นๆเหมือนจะร้องไห้ พี่เพลย์เขาก็หยุดชะงักและเงียบไป..แววตาเขากระตุกวูบไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำร้องขอจากฉัน เขามองมานิ่งๆอยู่เพียงชั่วฮึดใจเดียวก่อนจะปล่อยแขนทั้งสองข้างของฉันให้เป็นอิสระ

 

วินาทีนั้นฉันกำลังจะวิ่งหนี แต่จู่ๆร่างสูงคว้าหมอนอิงใบโตอีกใบมากดลงที่ตัวฉันเหมือนจะช่วยไม่ให้โป๊..แต่มองอีกมุมก็เหมือนเขากำลังจับหน้าอกฉันทางอ้อม

 

ฟุบ!

 

“ อึก! เอามือออกไปนะคะ! “ ฉันกอดหมอนใบนั้นเอาไว้แล้วพยายามแกะมือปลาหมึกนั่นออกไปด้วยในคราวเดียวกัน

 

“ ก็เห็นมันโป๊.. “

 

“ พี่จงใจ! “

 

“ อ่า..ครั้งนี้ยอมรับ “ คนตัวโตเลิกคิ้วขึ้นแล้วถอยห่างออกไปเล็กน้อย นี่เขากล้ายอมรับกันหน้าด้านๆแบบนี้เลยเหรอเนี่ย?

 

“ นิสัยไม่ดี! “

 

“ โทษที ฉันไม่ใช่ไอ้พีชของเธอ.. “

 

“ งั้นก็อย่ามายุ่งกับเราอีก “

 

“ ได้ พรุ่งนี้เธอหาทางกลับบ้านเอง “ พี่เพลย์ตัดสินใจได้เร็วมาก เขาตอบฉันแบบนั้นแล้วหันหลังเดินขึ้นบันไดไปทันทีไม่สนว่าฉันจะค้านจะโวยวายหรืออะไรเลย ประมาณว่าถ้าไม่อยากให้ยุ่งก็ยิ่งดีเพราะเขาไม่ได้ง้อและไม่ได้อยากจะยุ่งอยู่แล้ว

 

หมับ!

 

ฉันรีบตามไปคว้ามือพี่เพลย์เอาไว้ทันที ยอมรับว่าตอนพูดฉันคิดน้อยเกินไปเลยทำให้ลืมว่าต้องกลับบ้านกับเขาทุกวัน..ฉันพยายามทำตัวให้มีปัญหาน้อยที่สุดเพราะไม่อยากไปรบกวนน้าเพลินหรือแม้แต่อาพีก็ตาม

 

แค่พวกท่านอนุญาตให้ฉันเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย แถมยังดูแลฉันเป็นอย่างดี เท่านี้ก็รบกวนมากๆแล้วถ้ามองในฐานะคนใกล้บ้านที่ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น..แถมยังที่ไม่ใช่ญาติโกโหติกากันเลยน่ะนะ

 

“ เราขอโทษค่ะ.. “

 

“ ทีหลัง..อย่าได้ประชดฉัน เพราะฉันทำจริง “

 

“ ค่ะ 😔

 

“ นี่แม่เธอไม่คิดจะซื้อรถให้ลูกขับไปเรียนเองเลยรึไง? “ พี่เพลย์ดึงมือกลับแล้วกอดอกถามฉันอย่างเป็นจริงเป็นจัง สภาพเราคือน้ำหยดจากชายเสื้อไหลเป็นทางไปทั่วบ้าน..ถ้าพี่หอมมาเจอคงปวดหัวแย่

 

“ เราเพิ่งมอหก..โรงเรียนไม่ให้ขับรถไปเองหรอกค่ะ แม่บอกว่ารอเราเข้ามหาลัยก่อนถึงจะซื้อรถให้ “

 

“ ..มอหก? “

 

“ ค่ะ “

 

“ แต่ฉันว่าตรงนี้..ปีสี่แล้วนะ 😏 “ พี่เพลย์ก้าวลงบันไดมาสองขั้น สายตาเขาหลุบต่ำลงมามองหมอนอิงใบโตที่ฉันกอดเอาไว้เพื่อบังส่วนที่มันโป๊..แต่ดูก็รู้ค่ะว่าเขาไม่ได้จงใจจะมองเจ้าหมอนนี่แน่ๆ และคงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากหน้าอกหน้าใจของฉัน

 

“ พี่เพลย์! >< “ ฉันเรียกชื่อเขาน้ำเสียงดุๆก่อนจะเดินย่ำเท้าฮึดฮัดกลับเข้าห้องนอนตัวเองมาทันที แต่มันก็ทำได้แค่นั้นแหละค่ะ..ฉันเอาคืนเขาไม่ได้เลยเพราะสู้แรงไม่ได้ และกลัวมากว่าถ้าเกิดพี่เพลย์ทำเรื่องบ้าๆกับฉันอีก..คราวนี้อาจจะไม่รอดก็ได้น่ะสิ แต่ทำไมต้องเขินแก้มแดงด้วยเนี่ยแสนหวาน! เธอต้องโกรธต้องเคืองเขาสิ!ให้ตายเถอะน่า!

 

————————————————

#มาอัพแล้วค้าาา ยอมรับก่อนเลยว่าที่ช้าเพราะรู้สึกตันและยังติดFeelingจากเรื่องรอยรักอยู่(อารมณ์มันจะDarkเศร้าอึนๆบอกไม่ถูก)แต่หลังจากที่ได้วนอ่านนิยายเรื่องเก่าๆดูฟังเพลงใหม่ๆบ้าง Passion มาเต็มค่ะ..จินตนาการพุ่งปรี๊ดสุดๆ 😍

จริงๆไรท์เขียนEP02เสร็จแล้วแต่เห็นหลายคอมเม้นบอกว่านางเอกแทนตัวเองว่า ‘ เรา ’ มันฟังดูแปลกๆ หลังเลิกงานไรท์เลยมาเขียนEP02ใหม่โดยใช้คำว่า ‘หนู’ แทนซึ่งพอเขียนจบมันให้ความรู้สึกไปคนละทิศคนละทางกับสิ่งที่ไรท์คิดเอาไว้

ไรท์เลยขออนุญาตใช้พล็อตเดิมที่เขียนเอาไว้ตอนแรกนะคะ คำว่าเรามันอาจจะฟังดูขัดๆไปบ้างแต่น้องแสนหวานของไรท์น่ารักน้าาา เอ็นดูน้องหน่อยย😍

 

ปล.ตอนต่อไปพี่เพลย์จะเถื่อนกว่านี้แน่นวลล🔥

ความคิดเห็น