email-icon facebook-icon

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน สนับสนุน ติดตามหอมมาตลอดนะคะ ชอบ ไม่ชอบ บอกได้เสมอ ยังคงอยากอ่านคำแนะนำ ติ-ชม จากทุกคน เป็นกำลังใจให้หอมได้ง่ายๆด้วยการคอมเมนต์ กดแชร์นิยาย หรือติดแท็กชื่อนิยายที่คุณชอบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.1k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2562 10:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9
แบบอักษร

ตอนที่ 9  

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

.... 

 

ติ๊ด  

ติ๊ด  

ติ๊ด  

"อิน อิน..."  

"เกดเหรอ"   

"......"  

"เราดีใจที่เกดยังมีชีวิตอยู่"  

"ทำไมล่ะ อินอยากให้เกดตายเหรอ"  

"ไม่!! ไม่ใช่เลย เรากลัวทุกครั้งที่เกดพูดมันออกมา"  

"พูดว่าอะไร"  

"ว่าจะฆ่าตัวตาย เราได้แต่ภาวนาขอให้เกดมีชีวิตที่ดี เรายังเป็นคนคนหนึ่งที่หวังให้เกดมีความสุขกับคนที่สามารถดูแลเกดได้"  

ตะวันฉายจับมือบางเย็นชืด เขาไม่แม้แต่จะแปลกใจกับสัมผัสที่แตกต่าง รอยยิ้มละมุนอ่อนหวาน เภตราเอียงหน้าหลบสายตาเจ้าชู้ของชายหนุ่มเหมือนครั้งอดีตที่เธอมักจะทำทุกครั้งยามเขินอาย  

ผลั่กก!!  

"เกด!!"  

"ชีวิตที่ดีของฉันมันจบลงไปตั้งแต่วันที่นายทิ้งให้อยู่ในห้องนั้นคนเดียว มันจบลงแล้ว และนาย นายจะต้องชดใช้ทุกอย่างให้ฉัน!!!"  

ติ๊ดๆๆๆๆ  

ติ๊ดๆๆๆๆ 

__/\/\---_^_/\/\/\~~/\/\/\ 

ติ๊ดๆๆๆๆ 

ตึกตึกๆ  

คุณหมอคะคนไข้แย่แล้วค่ะ ชีพจรเต้นเร็วเกินไป 

ตึกตึกๆ  

.. 

.. 

"เกิดอะไรขึ้นอีกวะ"  

ความโกลาหลเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเสียงสัญญาณชีพดังผิดปกติ หมอและพยาบาลวิ่งกันขวักไขว่ ทุกคนต่างมุ่งไปที่เตียงของตะวันฉาย  

"หมอเข้าไปเต็มไปเลยไอ้สาย รึว่ามัน…"  

"มันทำไม!!"  

"มันกำลังจะตาย!!!"  

"ห๊ะ!! ไอ้แป๊ะอินจะตาย เหี้ยอะไรเนี่ย ก็ไหนมึงบอกกูว่ากระสุนแค่เฉียดๆ"  

"กูไม่รู้ ไม่รู้ด้วยแล้ว มึง ปืนมึง มึงต้องรับผิดชอบ กูไปล่ะนะ"  

"ไอ้เหี้ย กูไปด้วย"  

ตึงตังตึงตัง 

"อะ อะ ไอ้ หะ โอ๊ยยย!!!"  

สายชลทรุดตัวลงกอดเข่า กำปั้นน้อยทุบพื้นกระเบื้องของโรงพยาบาลด้วยความหัวเสีย ธนาธรถูกเรียกตัวให้กลับไปที่โรงพยาบาลรัฐที่เขาประจำอยู่เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน ทิ้งลูกชายจอมเฮี้ยวให้เผชิญชะตากรรมกับที่เจ้าตัวก่อไว้เพียงลำพัง  

"พี่อินอยู่ในนี้เหรอคุณ"  

"อื้ม เธอรออยู่ตรงนี้ฉันจะถามพยาบาลเอง"  

คุ้นๆ  

เสียงใสๆ หวานๆ คุ้นหูจริงๆ" 

"อ้าว พี่สายมาทำอะไรที่นี่ครับ"  

นั่นปะไร .. 

อิงเดือนที่ยืนรอรณพีร์กวาดสายตาสำรวจบริเวณรอบๆ ก็ไปพบก้อนมนุษย์หนุ่มน้อยที่หน้าหวานไม่แพ้ตัวเอง ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกจะร้องก็ไม่มีน้ำตา จะวื่งหนีแข้งขาก็ไร้เรี่ยวแรง  

"ไฮ!! เอย แฮะๆๆ"  

"มาทำอะไรที่นี่ครับ พี่สายไม่สบายตรงไหนเหรอ"  

"ปะ เปล๊าาา เอยละ มาทำอะไร"  

"คุณกันต์บอกว่าพี่ชายเอยถูกทำร้ายแล้วคู่กรณีพามาส่งที่โรงพยาบาลนี้ฮะ ว่าแต่พี่สายเห็นไอ้พวกวัยรุ่นใจร้ายไหม ถ้าพี่อินเป็นอะไรนะ เอยจะใช้กฏหมายเล่นงานมัน!!"  

เฮือกกกกก 

"ทำปากเก่งจริงๆ"  

"คุณกันต์!!"  

"ตอนนี้ทีมแพทย์กำลังเข้าไปดูอาการเขาน่ะ เการผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี"  

"ฮู่ววว" เป็นสายชลที่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

"แล้วตำรวจเรียกนายไปสอบปากคำหรือยัง"  รณพีร์หันไปถามสายชลที่กำลังลูบหน้าตัวเองด้วยความสบายใจ 

"หืม คุณถามใคร นี่พี่สายชลครับเอยรู้จักเขา แล้วพี่สายก็ไม่ใช่คนร้ายสักหน่อย"  

"เหรอ ไม่ลองถามเขาดูก่อนล่ะ ว่าดูจักนายอินไหม"  

"งื้ออออ"  

พั่บๆๆ  

พั่บๆๆ  

เหงื่อแตกผลั่กๆ ทรงตัวยืนก็ไม่ได้เพราะขาสั่นเป็นเจ้าเข้า  

"เอยไม่เข้าใจ…"   

"คะ คือ คือ พะ พี่ พี่มีเรื่องกับไอ้แป๊ะ เอ้ยย!! นายอินเองแหละ แฮะๆ"  

"ห๊าาา"  

"อยู่นี่ ไม่ต้องหา ฮี่ๆๆ" ยังมีอารมณ์แกล้งหยอก พยายามใจดีสู้เสือ 

"......."  

"พี่ไม่รู้ว่าเขาเป็นพี่ชายเอยนี่นา แล้วไอ้แป๊ะอินมันก็มากวนตีนพวกพี่ก่อน พี่นั่งกินเหล้ากันที่ริมทะเลกับเพื่อนตั้งแต่เมื่อคืน จู่ๆพี่ชายเอยก็เดินมาคว้าขวดเหล้าพี่ไปกรอกปาก"  

"......."  

"เขาทำแค่นั้น นายต้องรุมทำร้ายแล้วยิงเขาเลยเหรอ"  

"ยิง!! นี่พี่อินถูกยิงเหรอครับ ก็ไหนคุณบอกว่าเขาถูกทำร้ายไง แค่ชกต่อยแล้วบาดเจ็บเท่านั้นเอง"  

"ถามเขาดูสิ ว่าทำอะไรไปบ้าง"  

"กะ … ก็ มันกวนตีนอะ ตอนนั้นก็ต่างคนต่างเมา รู้ตัวอีกทีปืนป๊าก็ลั่นไปแล้ว"  

"........"  

"เอย พูดอะไรหน่อย ด่าก็ได้ อย่าเงียบแบบนี้ดิ่ รู้สึกผิดมากเลยเนี่ยยยย"  

"เขาปลอดภัยแล้วใช่ไหมคุณกันต์"  

"อืม"  

"เอยๆๆๆๆ คุยกับพี่ก่อน โกรธเหรอ โกรธใช่ไหม" คนถูกเมินพยายามตามตื๊อชวนคุย แต่อิงเดือนยังคงสับสนในอารมณ์ตัวเองจึงหันมาหารณพีร์ 

"เอย …"  

"เขาคงจะดีใจยิ้มได้ที่คนรู้จักยิงพี่ชายตัวเองหรอกนะ"  

"น้า!! ผมไม่ใช่คนยิงนะเว่ย ไอ้พวกเหี้ยนั่นแม่ง กลับไปจะล่อให้เข็ด"  

"พี่สายไม่ใช่คนยิงพี่อินจริงๆเหรอครับ"  

"ก็เออน่ะสิ เพื่อนพี่ต่างหากที่มือลั่น แต่ปืนน่ะของป๊า อ๊ะๆๆ ลืมถามเลย ไอ้แสบไปไหนล่ะ"  

"ไม่สบายน่ะครับ นอนอยู่ชั้นบน"  

"แล้วนี่ป๊ารู้ยัง"  

"เอยยังไม่ได้บอกใครเลย"  

"ไม่เป็นไรๆๆ เดี๋ยวพี่บอกให้เอง"  

"เอย หมอออกแล้ว"  

"ครับ"  

หมับ .. 

"หืมมมมมมม" ตากวางกลมโตเบิกกว้างเมื่อรณพีร์จับมืออิงเดือนเดินไปถามอาการของตะวันฉาย เท่านั้นไม่พอ มือหนาประคองโอบรอบสะโพกหลวมๆคล้ายกับการแสดงความเป็นเจ้าของ จะบอกว่าประคองเพราะกลัวอิงเดือนเป็นลมหน้ามืดคงไม่ใช่ ก็ตอนนี้คนตัวเล็กยกยิ้มหน้าเปี่ยมสุข บอกให้รู้ว่าอาการของตะวันฉายไม่ได้ร้ายแรงหนักหนา  

"บอกป๊าดีไหมวะ รึจะไม่บอก แต่ไม่ได้อยากมีแม่เลี้ยงเป็นรุ่นน้องนี่นา อืมมม บอกๆไปให้ป๊าตัดใจแล้วกัน คิคิ" ชั่งใจไปมาแต่สุดท้ายก็เลือกตามใจตัวเอง มองซ้ายแลขวาไม่มีคนสนใจ กวางน้อยตัวเล็กแปลงร่างเป็นกระรอกวิ่งฉิวออกจากโรงพยาบาล แต่ก็มิวายโทรศัพท์หาธนาธรเพื่อบอกเล่าที่ตนได้พบเจอในวันนี้  

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

หึ่งง ~..~ 

"ฮี่ๆๆๆ" แพร่ดดดด  

"อะ อื้มมม" กลั้นหายใจแบบสุดชีวิต 

"อู้ๆๆ"  

"เขาอยากให้คุณคุยด้วย"  

"อึกก เอออ้ออุยเองงงอ"  

"แค่ขี้ลูกยังรังเกียจ ก็อย่ามาสอนให้เขาเรียกพ่อเลย"  

"อิงเดือนน!!"  

หึ่งงงง~  

ฟีดดดด~  

"อะ เฮือกกกก"  

"โอเว่อร์!!"  

"แล้วเธอไม่เหม็นหรือไง ฉันกลั้นหายใจไม่เก่งแบบเธอนี่ แค่กๆๆ"  

อาการขมคอเกิดขึ้นหลังจากที่เผลอเอานิ้วออกจากจมูกที่หนีบไว้ เพราะกลั้นหายใจนาน เมื่อจมูกเป็นอิสระจึงสูดเอาอากาศแรกที่ผสมกลิ่นอึของลูกเข้าไปเต็มๆ  

"ผมเช็ดก้นเขา ดมอึ ถูกฉี่ใส่ แหวะใส่ มันเป็นเรื่องปกติของเด็ก ถ้าคุณรับไม่ได้ก็ออกไปผมจะได้เช็ดก้นให้ลูกเอง"  

"ไม่!! ฉันจะทำเอง"  

"ถ้าอย่างนั้นคุณก็เอาผ้าอ้อมมารองตรงนี้ อ๊ะๆๆ อย่าปล่อยขาลูกสิ จับเอาแล้วยกก้นขึ้น ไม่งั้นอึที่ก้นจะติดผ้านะ"  

"แต่ฉันกลัวลูกเมื่อย"  

"คุณกันต์!! เราแค่จับเขาให้ก้นลอยจากผ้าไม่ได้ทำหกสูง แล้วถ้าลูกจะเมื่อย ก็เพราะคุณนั่นล่ะลีลาจนอึจะแห้งติดก้นอยู่แล้ว"  

"อ่าๆๆ แล้วอย่างไรก็สอนสิ เธอก็ดีแต่บ่นนะเอย"  

"ชิ!! ใช้กระดาษเปียกเช็ดตรงกลาง เสร็จแล้วก็พับแล้วใช้ด้านสะอาดเช็ดส่วนอื่น"  

"อืมๆๆ"  

รณพีร์ตั้งใจเช็ดก้นให้อันซีนเอง เขาตั้งใจแล้วว่าจะเรียนรู้ทุกหน้าที่ที่คนเป็นพ่อพึงจะทำ เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ขาดหาย เขาและอิงเดือนยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง การเป็นคนรักเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แต่หน้าที่ของพ่อแม่มันถูกจัดวางตั้งแต่วินาทีที่ลูกเกิด 

ผู้ใหญ่บ้านจอมเจ้าเล่ห์โป้ปดกับอัมนิภา งานแรกที่เจ้าตัวควรจะไปสร้างความเชื่อมั่นคือการลงไปดูพื้นที่แผงกั้นที่พัง อันเป็นปัญหาใหญ่ของชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง เพราะสุ่มเสี่ยงที่น้ำจะกัดเซาะขึ้นมาถึงตัวบ้าน แต่รณพีร์เลือกที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อหรือท่านผู้ว่าฯให้ส่งคนมาติดตามงาน ส่วนตัวเองก็อ้างกับอัมนิภาว่าตะวันฉายถูกทำร้ายจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท และกำลังจะเป็นคดีความในอนาคต คนที่มีความรู้ในเรื่องนี้ดีที่สุดอย่างเขา มีความสมควรที่สุดแล้วที่จะอยู่ดุแลเรื่องคดี  

แล้วไหน  

คดี ??  

"เรื่องนม ผมให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะภูมิคุ้มกันชั้นดีคือนมแม่ แต่ในตอนนี้ลูกกินข้าวและอาหารได้หลายชนิดรวมไปถึงผลไม้ นมจึงให้เสริมมากกว่า"  

"แล้วในนี้คืออะไร เธอสั่งพยาบาลให้เขาทำตามสูตรเธอเหรอ" ชี้ไปที่ชามข้าวที่ทางโรงพยาบาลจัดตรียมให้ 

"เฮ้อออ อาหารเด็กของโรงพยาบาลก็เป็นแบบนี้ ผมจะไปสั่งให้เขาทำพิเศษได้ยังไง"  

"แต่ฉันเห็นลูกกินนมเธอตลอด"  

"ก็เพราะหิวตลอดเวลา ให้กินของหนักทุกมื้ออ้วนแย่"  

"อ้วนๆน่ารักดี"  

"เด็กอ้วนก็น่ารักดี แต่ผมกลัวว่าเขาจะอ้วนจนเสียสุขภาพในอนาคต"  

"อืมๆๆ เป็นแม่ที่เก่งจังนะ"  

"วัดจากไหนฮะความเก่งเนี่ย"  

"ก็ .. จากที่เธอสอนฉัน แล้วก็สิ่งที่เธอพูดมาทั้งหมด"  

"สัญชาตญาณต่างหาก ผมไม่เคยอ่านหนังสือ ไม่รู้ว่าแม่คนอื่นทำยังไง พยาบาลสอนอะไรก็จำ เรียนรู้ไปกับลูกในทุกๆวัน สิ่งที่ผมทำให้อันซีนอาจจะใช้ไม่ได้กับเด็กคนอื่น แต่นี่คือลูกผม แล้วคุณ .. ยิ้มอะไร"  

"เธอช่างพูด สดใส กล้าที่จะดุฉัน ดูเข้มแข็งทุกครั้งที่อยู่ใกล้อันซีน"  

"อันซีนเป็นทุกอย่างของผม "  

"แล้วฉันล่ะ"  

"คุณเป็นคนที่ทำลายและสร้างในเวลาเดียวกัน"  

"ยังโกรธอยู่สินะ ไม่ว่าฉันจะขอโทษหรือไม่มันคงไม่มีประโยชน์"  

"ครับ ถึงแม้จะรู้เหตุผล แต่ผมก็จะไม่ยกโทษให้"  

"เอย"  

"ผมเสียใจที่คนรักของคุณจบชีวิตลงเพราะพี่ชายเฮงซวยของผม แต่นั่นไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่คุณจะมาทำร้ายผมที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย คุณกันต์ .. ผมจะพูดครั้งสุดท้าย ผมไม่ปกปิดหรือขัดขวางคุณกับอันซีน ผมคุยกับคุณในฐานะพ่อของลูก คุณต้องเรียนรู้ ต้องรู้จักอันซีนให้เท่าหรือมากกว่าคนอื่นๆ เรื่องเดียวที่เราจะคุยกันคือเรื่องของเด็กคนนี้ เรื่องอื่นๆเราไม่ควรเกี่ยวข้องกัน"  

"หึ อยากให้ฉันสนิทกับลูก รู้เรื่องลูก เพราะแท้จริงแล้วเธอจะได้มีเวลาไปอยู่กับไอ้หมอแก่นั่นสินะ ทำมาเป็นพูดดี สุดท้ายก็คิดถึงแต่ตัวเอง" คิดแล้วหมั่นไส้หงุดหงิดหัวใจจนยั้งปากเอาไว้ไม่ได้  

"นี่คุณ!! ที่ผมพูดไปมันไม่ได้เข้าสมองคุณเลยหรือไง"  

"ฉันดูคนที่การกระทำมากกว่าคำพูด"  

"แต่ถึงอย่างนั้นครั้งหนึ่งคุณก็เคยเชื่อคำพูดพล่อยๆของคนอื่นจนมาทำร้ายผม!!"  

"ก็บอกแล้วไงว่าขอโทษ!!!"  

"ขอโทษแล้วหายไหมล่ะ!!"  

จ๊วบๆๆๆ  

เอ๋ …..   

เสียงดูดลมของอันซีนดังขึ้นจนทำให้ทั้งคู่เงียบเสียงก้มมองลูกชายที่นอนดูพ่อแม่ทะเลาะกัน หันมองพ่อแม่ซ้ายขวา คุยกันดีๆไม่ถึงสิบนาทีจะทะเลาะกันอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย!!  

 

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

----------------------- 

ขอบคุณทุกคนที่อ่านนะคะ :)  

ความคิดเห็น