email-icon Twitter-icon

เด็กน้อยหัดเขียนนิยาย มีอะไรแนะนำติติงได้นะคะรักน้าาาาาาา

ตอนที่ 1 : ฉันจะ Move On

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 : ฉันจะ Move On

คำค้น : นิยายนางเอกอ้วน นิยายน่ารัก นิยายสนุกๆ นิยายไม่ติดเหรียญ แอบรักเพื่อน นิยายแอบรัก นางเอกไม่สวย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2563 14:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 : ฉันจะ Move On
แบบอักษร

ตอนที่ 1  

“คิดยังไงชวนฉันมาดื่ม” 

แค่ได้ยินเสียงฉันก็อดหันไปมองต้นเสียงไม่ได้ ร่างสูงเอียงมองฉันด้วยความฉงนใจเต็มที่ ไม่ใช่ไอ้ลีโอหรอกน่า ฉันรู้ดีว่าไม่ควรชวนว่าที่เจ้าบ่าวของชาวบ้านมานั่งดื่มเหล้าในผับสลัวๆนี่หรอก แต่ฉันแค่เรียกเพื่อนในที่ทำงานมาต่างหาก 

“อ่า...โทรหมดรายชื่อแล้วไม่มีคนมา ก็เลย...” 

“โทรหาฉัน?”ฟิกซ์ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ก่อนจะหัวเราะน้อยๆพร้อมกับนั่งลงข้างฉัน “ตอนเห็นข้อความแรกๆฉันก็แอบงงหน่อยๆ เพราะฉันว่าเราก็ไม่ได้สนิทกันขนาดโทรชวนกันออกมาดื่มด้วยกันได้หรอกนะ” 

“แต่ก็ออกมาหนิ”แล้วจะบ่นทำบ้าอะไร  

เอาจริงฟิกซ์เป็นแค่เพื่อนในบริษัท ที่เผลอเคยได้เบอร์มาเพราะความบังเอิญ เอาจริงๆฉันค่อนข้างจะไม่มีคนคบ แต่เขาเคยให้เบอร์แล้วบอกถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรมานี่ ฉันเลยลองส่งข้อความไปหาเขาที่จริงฉันก็เลี้ยงเขานะวันนี้ ไม่ได้ให้ออกมานั่งฟรีๆสักหน่อย 

“ก็ว่างๆมั้ง แล้วตกลงเธอมีปัญหาอะไรกันแน่ถึงได้อยู่ๆก็ชวนฉันออกมาถึงนี่” 

“เหงา” 

“ผู้หญิงอะไรวะ เธอเมารึเปล่าเนี่ย” 

“ไม่เมาสักหน่อย ตอนที่นายอยากลัดผลแลปเร็วๆก็ไม่ใช่ฉันรึไงที่ช่วยนายไว้ แค่ช่วยนั่งเป็นเพื่อนหน่อยก็ไม่ได้ฉันอุตส่าห์จะเลี้ยง”ฉันเบ้ปากหมั่นไส้ ตอนที่เขาเร่งจะเอาผลจากแลปฉันนี่รีบลัดคิวให้เขาเลย ไม่พูดไม่จาก้มหน้าก้มตาทำให้ไม่ปริปาก ทีแค่นี้เขาดันบ่นเป็นหมีกินผึ้งเชียว 

“ฮะๆ ตกลงถือว่าเราสนิทกันใช่ไหม” 

“ใช่ สักแก้วไหมเพื่อน” 

กริ๊ง~ 

ฉันยกแก้วเหล้ากระทบแก้วที่กำลังรินน้ำสีอำพันธ์ลงแก้วอย่างช้าๆ แล้วกระดกดื่มอย่างไม่รีรอความข่มปร่าทำให้ฉันเบ้หน้า แต่ฟิกซ์กลับหัวเราะทันทีที่เห็นฉันหน้าเหเก “กินไม่เป็นแต่อยากกิน เป็นไรอกหักรึไง” 

“...”ฉันเงียบ 

“ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร ไม่ได้อยากรู้หรอก”ฟิกซ์พูดเบาๆก่อนจะมองหน้าฉันด้วยความยียวน 

“เพื่อนฉันกำลังจะแต่งงาน” 

“เพื่อน...ก็ดีแล้วนี่ ทำไมไม่มีเงินใส่ซองหรือว่าไม่มีเงินตัดชุดไปงานเพื่อน”นี่เขาต้องการจะกวนประสาทหรือเปล่าเนี่ย!  

“ขอยืมได้ไหมล่ะ” 

“จะบ้าเหรอ! ไม่มีหรอกฉันจนนะเว้ยเงินเดือนไม่กี่บาท แต่สักสองสามพันก็ได้เธอจะเอาไหมล่ะ” 

“นายนี่มันกวนประสาทจริงๆ ฉันคิดผิดไหมเนี่ยที่ชวนคนอย่างนายมา” 

“ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า~” 

ฉันมองค้อน ก่อนจะหลุบตาลองมองแก้วเหล้าข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย เงินใส่ซองเหรอฉันเตรียมไว้แล้ว ชุดฉันก็ซื้อมาตั้งแต่ได้การ์ดแต่งงาน มีทุกอย่างที่เตรียมอย่างเพรียบพร้อม เหลือสิ่งเดียวที่ไม่ได้เตรียมก็คือใจนี่แหละ  

เผาะ! 

น้ำตาเม็ดโตกลิ้งลงจากตาฉันตกใส่แก้วเหล้าอย่าเหมาะเจาะและพอดี แค่คิดว่าฉันต้องยืนเคียงข้างลีโอถ่ายรูปใยเฟรมด้วยกับเจ้าสาวตัวจริงของมัน ฉันก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ฉันอยากให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ความฝัน เมื่อก่อนที่เคยได้คุยกันทุกวันได้เล่นมุกไร้สาระ ตอนนี้แค่ทักไปฉันยังไม่กล้าเลย 

“ฮึก” 

“เฮ้ย!” 

สีหน้าตกใจของคนตรงหน้าทำให้ฉันต้องรีบเช็ดน้ำตา แต่ความเศร้าในใจกลับทำให้น้ำตามันไหลออกมาอย่างกั้นไม่อยู่ แง~ ทำไมฉันถึงขี้แยแบบนี้นะ 

“อย่าร้องดิวะ เป็นอะไรหรือว่าเพื่อนที่จะแต่งงานเป็นแฟนเธอเหรอ”มือหนาป้ายบนหน้าฉันอย่างร้อนรน เหมือนคนทำอะไรไม่ถูก ฉันได้แต่ขำไปด้วยหัวเราะไปด้วยร้องไห้ไปด้วยพร้อมกับพยายามหันหน้าหนีมือสากเป็นพัลวัล ก็ฟิกซ์เอามือรูดหน้าฉันจนแสบไปหมดแล้ว ไม่พอพยายามจะเอาชายเสื้อมาเช็ดหน้าให้ฉันอีก 

“โอ๊ยยยย พอเลยฮึก...ไม่ร้องแล้วฮึก ฮือ ทำไมไม่อยากร้องน้ำตายิ่งไหลวะ” 

“โอ๊ยรองพื้นอะไรเนี่ยเต็มมือฉันเลยยี๊!” 

“กรี๊ดดดด นี่นายเช็ดเครื่องสำอางค์ฉันหมดเลยเหรอ มันแพงนะเอาคืนมาเลย” 

“เอาคืนยังไงป้ายคืนเหรอ เอาไปสิ”มือหนาป้ายลงมาบนหน้าฉันแต่กลายเป็นว่าเครื่องสำอางค์ฉันยิ่งหลุดไปกันใหญ่ ทำไมเหมือนจะเห็นว่าคิ้วฉันมันหลุดไปด้วย ฮือออ ฉันจะร้องไห้กับเครื่องสำอางค์เนี่ยแหละ 

“...”ฉันะพูดยังไงกับนายนี่ดีเนี่ย ตบเลยไหมจะได้จบๆไป 

“ทำไมเธอเหลือคิ้วข้างเดียววะ ฮ่าๆ” 

“จริงเหรอ”สายตาฟิกซ์ยังจับจ้องที่คิ้วข้างซ้ายฉันไม่ไปไหน เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่าคิ้วฉันอันตธานไปอยู่บนมือของเขาแล้ว ทำยังไงล่ะที่นี้ฉันไม่พกที่เขียนคิ้วมานะ พอเอามือปาดตามาสคาร่าก็หลุดตามมาด้วย อ๊ากกกฉันจะบ้าตาย ปกติก็ไม่สวยอยู่แล้วตอนนี้ 

“เชี่ย!!! ความลับนางมารร้าย เลอะเสื้อฉันด้วยตอนนี้”ก็เอามือไปเช็คเสื้อเองอ่ะ แล้วยังใส่เสื้อสีขาวอีก  

“เลอะนิดเดียวบ่นอยู่ได้ อ๊ะ...นั่น แป้งฉัน รองพื้น บลัชออน ลิป อยู่บนเสื้อนายหมดแล้วเนี่ย คนบ้าที่ไหนเอาเสื้อมาเช็ดน้ำตาคนอื่นเล่า”ฉันเริ่มบ่นกระปอดกระแปด 

“เออจริงด้วยว่ะ! ช่างเสื้อฉันเถอะส่วนเธอไปล้างหน้าก่อนไหม” 

“บู่ววว” 

“ยัยนี่หนิ! ถ้าตอนอยู่บริษัทเธอเป็นตัวของตัวเองคงมีเพื่อนเยอะกว่านี้แหละ ไม่ใช่นั่งอมทุกข์ถามคำตอบคำไม่พูดไม่จา”คำพูดที่ดูเป็นห่วงถ้าเมื่อก่อนคงคิดว่าเขายุ่งไม่เข้าเรื่อง แต่สายตาจริงจังและหวังดีที่ส่งมาทำให้ฉันเผลอยิ้มตอบด้วยใจจริง  

ฉันคงคิดถูกจริงๆที่กล้าโทรหาเขา ฉันคงได้เพื่อนเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้วมั้ง 

รอยยิ้มฉันผุดขึ้นทันทีที่สบสายตาจริงใจของเขา 

เสียงเพลงดังสนั่น บีทดังจนทำหัวใจฉันสั่นไปตามจังหวะบีท ไม่รู้จะส่งผลต่อหัวสมองและความรู้สึกขนาดไหน ฉันเดินตรงเข้าห้องน้ำทันทีพร้อมเช็ดเครื่องสำอางค์ออกใครจะรู้ว่าจะต้องร้องไห้ ความจริงฉันแทบจะตกใจตายเมื่อเห็นมาสคาร่าที่ขนตาบนลงมาเรียงเส้นใต้ตาล่าง ริมฝีปากใหญ่ขึ้นทันตาเมื่อลิปสติกเปรอะเปื้อนเต็มรอบปาก เพราะไอ้บ้าฟิกซ์คนเดียวเลย ฉันถึงเป็นศพขนาดนี้ ตาแดงหน้าแดงแถมรอยสิวข้างแก้มก็โผล่ออกมาให้เห็น 

ถ้าเทียบกับแจนแฟนลีโอแล้วเทียบไม่ติดจริงๆ ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้ม ตัวเล็กน่ารักคงสูงแค่เทียบอกลีโอ ผมสีดำขลับยาวจรดเอวคอด ส่วนฉันเหรอหน้าบานเท่ากระด้ง ผมเส้นเล็กหยิกเป็นลอนไม่ยอมตรง แถมตัวสูงเกือบ 170 เหมือนฟ้ากับเหวจริงๆแล้วมันเรื่องอะไรที่ลีโอจะมามองคนอย่างฉัน 

แถมคำว่าเพื่อนยังมาค้ำคอไว้อีก ฉันเลยเป็นคนที่แอบรักไม่จบไม่สิ้น 

“พี่คะขา” 

“จะ...แจน”ตายยากจริงๆ มีผับไม่รู้กี่ที่จะมาที่นี่ทำไม  

“พี่คะขาจริงๆด้วย วันนั้นแจนขอบคุณนะคะที่ดูแลพี่ลี แต่วันนี้ไม่ได้แต่งหน้าแจนแทบจำไม่ได้เลยนะคะ”เสียงหวานเอ่ยเจื้อยแจ่วไปเรื่อยๆ แต่ฉันนี่หน้าชาไปครึ่งแถบ ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ถึงทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดเพียงเพราะแค่เห็นหน้าแจน 

“แล้วแจนมากับใครเหรอ”กับลีโอหรือเปล่า? 

“มากับพี่ลีแล้วก็เพื่อนๆพี่ลีค่ะ นี่พี่คะขาไม่ได้มากลุ่มเดียวกับเพื่อนพี่ลีเหรอคะหรือพี่ลีไม่ได้ชวน” 

ไม่ได้ชวน... 

“อ๋อเปล่าหรอก พี่มากับเพื่อนน่ะ งั้นพี่ขอตัวนะ” 

“ค่ะ...เชิญค่ะ”เสียงสุดท้ายจบลงพร้อมกับรอยยิ้มหวานให้ฉันเหมือนเดิม แต่ประโยคก่อนหน้าเหมือนค้อนทุบใจฉันจนเละไม่เหลือชิ้นดี  

ฉันค้นมือถือเช็คโทรศัพท์ค้นทุกแอพทุกอย่าง แต่ไม่มีเลย ไม่มีข้อความชวน ไม่มีสายไม่ได้รับ ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าลีโอจะพยายามชวนฉัน ความรู้สึกมันเหมือนฟ้าทล่มลงมา เป็นความรู้สึกเหมือนหวงเพื่อน ไม่ต้องแอบรักหรอกแต่เหมือนโดนเพื่อนทิ้ง ผิดหวังกับเพื่อน เหมือนฉันไม่สำคัญอีกแล้ว เหมือนจะดูงี่เง่าแต่ฉันเชื่อว่าทุกคนต้องมีโมเม้นท์นี้เหมือนกัน ฉันถูกผูกมัดไว้กับคนนึงคนคือเพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด แต่ตอนนี้แค่ชวนฉันออกมาเที่ยวด้วยทั้งที่คอนโดฉันอยู่ห่างที่นี่ไม่มากนัก เขายังไม่ทำเลย ยิ่งคิดยิ่งจุกยิ่งพูดไม่ออก  

“พี่คะขายังไม่ไปอีกหรอคะ ยืนรอแจนรึเปล่าคะ”ร่างเล็กของสาวเจ้าปรากฎตรงหน้าฉัน 

“เปล่าพี่ยืนเช็คเมลน่ะ” 

“เช็คเมลตอนจะเที่ยงคืนเนี่ยนะคะ ขยันจัง” 

“...” 

“พี่คะขาไปโต๊ะด้วยกันไหมคะเดี๋ยวพี่ลีโอออกมาจากห้องน้ำแล้วเราเดินไปพร้อมกันนะคะ”ลีโออยู่ในห้องน้ำ ถ้าออกมาก็ต้องเจอกันน่ะสิ ฉันดึงหน้าตึงทันทีที่ได้ยินชื่อเพื่อนที่รักที่สุด ในเมื่อไม่ได้รับความสำคัญฉันก็จะไม่สนใจเขาเหมือนกัน 

“ไม่อ่ะเพื่อนพี่รออยู่ เอาไว้เจอกันทีหลังนะ” 

“ค่ะ...เจอกันงานแต่งทีเดียวเลยก็ได้นะคะ ไม่ต้องเจอกันบ่อยๆ”ฉันหันขวับไปหาคนพูด “หมายความว่าไง” 

คนตรงหน้าฉันทำหน้าเหมือนฉันเป็นเด็กโง่ๆที่ไม่รู้ประสีประสา แต่ใจฉันสั่นระรัวจนแทบจะออกมาเต้นที่พื้น เสียงเพลงดังๆที่ออกมากจากลำโพงไม่ได้รบกวนสมาธิของฉันเลย ตัวมันชาจนฉันอยากกระชากผมคนตรงหน้าเพื่อถามว่าที่พูดออกมามันหมายความว่ายังไงกันแน่ 

แจนหันไปมองข้างหลังเมื่อยังไม่เห็นว่าที่เจ้าบ่าวเธอเดินออกมา ก็หันมาพูดกับฉันด้วยสีหน้าจริงจังที่ฉันไม่เคยเห็น เพราะที่ผ่านมาคนที่ฉันเห็นจะเป็นแค่เด็กสาวร่าเริงสดใสแค่นั้น 

“แจนหมายถึงพี่กับพี่ลีโออ่ะค่ะ ไม่ต้องเจอกันบ่อยๆก็ได้และพี่เป็นผู้หญิงอะไรถึงให้ผัวคนอื่นไปนอนด้วยคะ ต่อไปถ้าแจนรู้อีกแจนจะไม่ไว้หน้าความเป็นเพื่อนของพี่อีก” 

“ฉันกับลีโอไม่ได้คิดแบบนั้น” 

“พี่แน่ใจเหรอคะ คนโง่มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าพี่ชอบพี่ลีโอ” 

“ฉัน...”ฉันเริ่มพูดไม่ออก ลมหายใจเริ่มขาดช่วงฉันรู้สึกเหมือนฉันต้องการเครื่องช่วยหายใจตอนนี้ น้ำตาก็จะไหล ร่างกายก็ต้องควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นไปกว่าที่เป็น ฉันคิดว่าฉันคงเมามากกว่าที่คิดเพราะฉันเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้  

ฉันอยากจะบอกคนตรงหน้าว่าลีโอเป็นเพื่อนฉันก่อน ฉันมีสิทธิ์ มีสิทธิ์ที่จะเป็นคนยืนข้างๆเพื่อนของฉัน 

“อย่าใช้คำว่าเพื่อนมาเสนอหน้าใกล้พี่ลีโออีกนะคะ เพราะแจนขี้หึงมาก” 

“ฉัน...ฉันเป็นเพื่อนกับลีโอ เราสองคน...”ฮึก 

“เก็บคำแก้ตัวของพี่แล้วไปทำตัวใหม่...แล้วเลิกยุ่งกับผัวคนอื่นได้แล้วนะคะ”แจนกระซิบเสียงพร่าในขณะที่ฉันยืนนิ่งไม่กล้าไหวติง เหมือนคนโง่ที่ทำอะไรไม่ถูก 

พลั่ก 

ฉันโดนคนตัวเล็กผลักกระเด็นออกมาแต่กลับไม่เจ็บเลยสักนิด เพราะมีใครบางคนรับเอาไว้แต่แรงบีบที่ต้นแขนทำให้ฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ก่อนจะต้องตกใจเมื่อหันไปมองคนที่รับด้านหลังแค่เห็นผมสีเทาและสายตาดุดันคู่นั้นฉันก็แทบจะร้องไห้ออกมา 

‘จอมทัพ’ 

“นาย!!!” 

พลั่ก 

“เล่นอะไรกันเกะกะขวางทางชิบ ขยับๆเข้าไปหน่อย” 

“อ๊ะ...โอ๊ย!!!” 

เสียงนิ่งพูดขึ้นแต่ไม่ได้สนใจแรงตัวเองที่ผลักฉันเข้ากำแพงจนฉันคิดว่าที่แจนผลักฉันเมื่อครู่เป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เพราะไหล่ฉันจนปึงกับกำแพงอย่างแรง จนฉันต้องคิดว่ามันจะต้องเขียวแน่ๆ 

“พี่จอมมารับแจนเหรอคะ แล้วพี่ลีโอไปไหนคะ”นางมารแปลงกายเป็นนางฟ้าแล้ว 

“มันเมาอ่ะดิหลับในห้องน้ำพี่เลยมาตามแจนว่าจะกลับแล้ว เสร็จธุระรึยัง”เขาหันมองหน้าแจนสลับกับหน้าฉันไม่ได้สนใจเลยว่าฉันเจ็บแค่ไหน รองเท้าก็หลุดเพราะแรงผลัก ฉันกัดฟันทนเจ็บก่อนจะก้มเก็บรองเท้ามาใส่โดยไม่พยายามสนใจสองคนตรงหน้าอีก  

“แจนจบแล้วค่ะ พี่คะขาล่ะคะจะจบไหม” 

ฉันเงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยความโกรธ ฉันผิดที่คิดไม่ซื่อกับลีโอแต่สิ่งที่ฉันเจอมันเกินกว่าที่ฉันควรจะได้รับ ฉันไม่เคยไปยุ่งหรือวอแวกับลีโอสักครั้ง ฉันแค่อยู่ในพื้นที่ของเพื่อนแต่ต้องเจ็บตัวเจ็บใจกับคำพูดของเขาทั้งสองคนขนาดนี้มันจะเกินไปหน่อยรึเปล่า 

“พี่ว่าพี่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับแจนนะ รีบกลับไปเอาความคิดสกปรกออกจากสมองดีกว่าไหม” 

“พี่คะขา” 

“ทำไมลองเข้ามาสิฉันตบปากเธอด้วยรองเท้าแน่ ฉันยอมเธอมามากแล้วนะ”ฉันลุกขึ้นพร้อมยกรองเท้าขู่แต่เสียงกลับสั่นเครือพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพราก 

“แจนกลับเถอะ หยุดได้แล้วน่า” 

“หน้าด้าน จ้องจะจับผัวคนอื่นยังมาบีบน้ำตาขอความเห็นใจอีกเหรอ น่าสมเพช” 

“ฉัน...” 

“คะขาเธอมายืนถือรองเท้าอะไรหน้าห้องน้ำใส่ได้แล้วน่า...ขอโทษนะครับเพื่อผมเมา ขอตัวพากลับก่อน”ฟิกซ์โผล่เข้ามาแย่งรองเท้าออกจากมือฉันก่อนจะรีบแย่งไปใส่ให้ฉันอย่างไม่รังเกียจ ฉันได้แต่ก้มหน้าร้องไห้มองเขาใส่รองเท้าให้ฉัน แม้แรงจะห้ามฉันยังไม่มีแรงเลย 

“เพื่อน??? ไม่ซื่อคนใหม่เหรอ เก่งจริงๆนะคะเรื่องจ้องจับเพื่อนทำ...” 

“แจน!!! เกินไปแล้วกลับเดี๋ยวนี้” 

“ฮึก...ฮือ”ฉันทิ้งตัวลงนั่งชันเข่าทันทีที่สองคนนั้นเดินออกไป ฟิกซ์มองฉันด้วยสายตาที่มองไม่ออกว่าสมเพชหรือสงสารกันแน่  

เขาปล่อยให้ฉันปล่อยโฮออกมาโดยไม่คิดจะถามหรือจะพูดอะไร แค่นั่งพิงกำแพงข้างๆฉันไม่มีคำพูดหรือข้อซักถามหลุดออกมา หรือแม้แต่การปลอบ มีแค่ชายเสื้อตัวเดิมที่ส่งให้ฉันเหมือนครั้งแรงที่เขาพยายามเช็คน้ำตาให้ฉัน  

ฉันไม่รู้ว่าร้องไห้นานแค่ไหนรู้ตัวแค่มากพอจนฉันเริ่มเกรงใจคนข้างๆ และคนในผับเริ่มบางตาลง 

“ฉันพอแล้ว” 

“เฮ้อออ นึกว่าจะต้องนั่งฟังคนขี้เหร่อย่างเธอร้องไห้จนเช้าซะอีก”ฟิกซ์พูดขึ้นก่อนพยายามดึงฉันให้ลุกขึ้น เพิ่งเห็นว่าชายเสื้อเขาเปียกเป็นปรื้นเพราะน้ำตาคนโง่ของฉัน 

“โอ๊ย ดังเบาๆเซ่ฉันเจ็บแขนนะ” 

ฉันเอามือจิ้มไหล่ข้างขวาเบาๆ แค่แรงเบาๆก็ต้องรีบนิ่วหน้าเพราะความเจ็บทำให้รู้ว่าต้องช้ำมากแน่ๆ ฟิกซ์เห็นฉันก็แต่ขมวดคิ้วก่อนละเลิกเสื้อฉันขึ้นพร้อมกับตาตี่ๆเบิกกว้างเมื่อเห็นรอยแดงบนไหล่ใหญ่ๆของฉัน อีกไม่นานก็คงม่วงและเขียวตามลำดับ 

“เดาเลยว่าไอ้หัวเทาผลักเธอแน่แดงขนาดนี้ กลับไปรีบประคบร้อนเลยนะ” 

“อือกลับกันเถอะ” 

“เดี๋ยวฉันไปส่งละกันเธอเอารถมารึเปล่า ถ้าอย่างนั้นเอาทิ้งไว้ที่นี่แล้วเอารถฉันไปละกัน ส่วนที่เธอบอกว่าจะเลี้ยงเอาไปแล้วโอนเข้าบัญชีฉันด้วย” 

แปะ 

บิลใบใหญ่แปะลงบนกลางหน้าผากฉัน ด้วยความที่หน้าฉันเต็มไปด้วยคาบน้ำตาทำให้มันติดแน่นไม่ยอมหลุดสร้างความขบขันให้คนตรงหน้าไม่น้อย  

“ไม่ต้องหรอกฉันขี้เกียจกลับมาเอา หอฉันห่างไม่ถึงกิโลนายกลับได้แล้วแหละ ขอบใจมากนะที่ยอมออกมา ขอบใจที่ไม่ถามสักคำ” 

“รู้ไปฉันก็วุ่นวายใจไปกับเธอด้วยดิวะ ไม่เอาอ่ะ รีบๆกลับได้แล้วพรุ่งนี้ก็นอนซะ” 

“งั้นเจอกันวันจันทร์นะ” 

มาแล้วค่าาาาาาาา ไม่นึกว่าจะได้รับเสียงตอบรับดีขนาดนี้ขอบคุณมากนะคะจะพยายามมาอัพบ่อยๆนะคะ ฝากติดตาม ไลค์ และคอมเม้นท์ให้กำลังใจไรท์ด้วยนะคะรีด 

 

 

ความคิดเห็น