facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 3-3 การคุ้มครองของพระเจ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-3 การคุ้มครองของพระเจ้า

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 638

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2562 15:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-3 การคุ้มครองของพระเจ้า
แบบอักษร

โนอึลกลับเข้ามาในบ้านที่จินฮึนและตนเติมเต็มส่วนว่างเปล่ากันอย่างสมบูรณ์ตามลำพัง ทว่า ทั้งผ้าปูเตียงเปียกน้ำ ทั้งผ้าคลุมโซฟาที่ถูกน้ำรักสีขาวขุ่นกระเด็นใส่มันไม่เหมือนเดิม ทั้งสองอย่างล้วนถูกเปลี่ยนใหม่ด้วยวัสดุแบบเดียวกับก่อนหน้า แต่บนผ้าปูเตียงผืนใหม่ก็มีกล่องเหล็กสองกล่องที่ไม่เคยเห็นมาก่อนวางอยู่ มันเป็นกล่องเหล็กสีขาวกับสีดำ โนอึลค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบกล่องสีขาวขึ้นเช็กดูของข้างใน มันบรรจุแน่นไปด้วยบุหรี่ธรรมดาที่หาซื้อได้ง่ายๆ ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อทั่วไป โนอึลจึงวางกล่องลงที่เดิม ส่วนกล่องสีดำ ถึงแม้จะไม่ได้หยิบขึ้นมาดู เขาก็พอจะรู้แล้วว่าในนั้นมีอะไรอยู่ มันคือกัญชาที่จินฮึนชอบ 

หลังจากย้ายกล่องเหล็กนั้นไปไว้บนลิ้นชักข้างเตียง โนอึลก็ถอดเสื้อผ้าใส่ลงในตะกร้า ตามด้วยการเปิดน้ำลงในอ่างอาบน้ำอย่างที่จินฮึนทำ ก่อนจะลงไปแช่น้ำแค่ครึ่งตัวและนั่งอยู่เงียบๆ ทว่าโนอึลแช่น้ำไม่นานเท่าตอนอยู่กับจินฮึน เมื่อแช่ตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็สวมชุดนอนที่ถูกซักรีดอย่างสะอาดสะอ้าน จากนั้นก็ก้าวไปนอนลงบนเตียง คำพูดของจินฮึนคล้ายเป็นนัยว่าถ้าหลับแล้วฝันอาจจะกลายเป็นจริงทำให้โนอึลหลับอย่างง่ายดาย  

 

โนอึลตื่นเร็วกว่าปกติพร้อมความตื่นเต้นและควาดหวังเล็กๆ  

เขานั่งเหม่อก่อนจะตั้งสติได้ระหว่างกำลังกินแอปเปิ้ลเพราะมีโทรศัพท์จากหัวหน้าทีมควอนเข้ามา จากนั้นโนอึลจึงรีบเตรียมตัวเมื่อได้ยินว่าอีกหนึ่งชั่วโมงจะมารับ หลังอาบน้ำเสร็จเขาหยิบเสื้อเชิ้ตที่ลองมากกว่าสองครั้ง ซึ่งเป็นตัวที่ไปซื้อกับจินฮึน เขาสวมเสื้อเชิ้ตที่มีดีเทลพิเศษบนสีขาว ปิดท้ายด้วยการฉีดน้ำหอมที่อีกฝ่ายซื้อให้ 

“โทรศัพท์ โทรศัพท์...” 

เนื่องจากต้องออกไปข้างนอก โนอึลจึงพกโทรศัพท์ที่ไม่มีใครติดต่อเข้ามานอกจากจินฮึนกับหัวหน้าทีมควอนไปด้วย เขาเอามันใส่กระเป๋ากางเกงพร้อมกับกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินสดอยู่นิดหน่อย ก่อนจะออกจากบ้านไป  

“สวัสดีครับ” 

“นอนหลับสบายไหมครับ” 

หัวหน้าทีมควอนเปิดประตูให้พร้อมกับรอยยิ้มใจดี โนอึลเองก็ก้าวขึ้นรถขณะย้อนถามอีกฝ่ายกลับด้วยคำถามเดียวกัน  

รถยนต์วิ่งฉิ่วโดยไม่ติดขัด และอาจจะเพราะมันเป็นช่วงเวลาก่อนเริ่มพักเที่ยง บนถนนจึงเต็มไปด้วยผู้คนใบหน้าสดใส เช่น คนที่ถือกล้อง หรือคนที่กำลังซื้อของที่ระลึกของเหล่าคนดัง โนอึลกะพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นว่าตัวเองผ่านตึกของต้นสังกัดต่างๆ ที่ได้ยินชื่อบ่อยๆ  

“ผมมีเรื่องแจ้งสองสามเรื่องก่อนจะถึงที่หมายนะครับ” 

“คะ ครับ?” 

โนอึลละสายตาจากนอกหน้าต่างกลับมามองด้านหลังของคนที่กำลังขับรถอยู่  

“ก่อนอื่นผมจัดการการเดบิวต์ของคุณโนอึลผ่านแคสติ้ง เมเนเจอร์แล้วนะครับ คุณโอเคไหม” 

“อ๋อ ครับ” 

“ส่วนการออดิชั่น เราจะไม่ทำตามขั้นตอนนะครับ แต่ไม่จำเป็นต้องคิดมากเพราะจัดการให้เซ็นสัญญาโดยตรงได้เลยครับ” 

การเดบิวต์ผ่านแคสติ้ง เมเนเจอร์โดยตรงน่ะ เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายและปกติสุดสำหรับการเดบิวต์ โนอึลพยักหน้าตามคำพูดของหัวหน้าทีมควอน เนื่องจากมันดูปกติมากกว่าจะบอกว่าได้เซ็นสัญญาเข้าต้นสังกัดผ่านสปอนเซอร์ แล้วสถานการณ์ของเขาตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเห็นด้วย เพราะเขารู้ดีว่ามันไม่ปกติเมื่อเทียบกับคนอื่น  

โนอึลเริ่มประหม่าขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมกับกังวลว่าตัวเองจะได้ไปอยู่ต้นสังกัดไหนกันแน่ กับคำพูดว่าไม่ต้องออดิชั่น เขายังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ เพราะจนถึงตอนนี้เขาไม่เคยลองออดิชั่นหรือแคสติ้งเพื่อเข้าต้นสังกัดเลยสักครั้ง  

“ส่วนสัญญา มันก็ไม่ต่างอะไรกับสัญญาปกติเลยครับ แต่ผมแนะนำว่าควรอ่านให้ละเอียดแล้วค่อยเซ็นชื่อ กันไว้ดีกว่าแก้ครับ” 

“ผมต้องไปคนเดียวเหรอครับ” 

“ครับ ผมมาในฐานะคนรู้จักเฉยๆ” 

แค่คนรู้จักอะไรจักยอดเยี่ยมขนาดนี้ ขณะอีกฝ่ายพูดว่าคนรู้จัก พร้อมกับยิ้มบางๆ โนอึลก็มองผ่านกระจกมองหลังแล้วยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน 

“แล้วก็เรื่องงานหลังเซ็นสัญญา จะเปลี่ยนแปลงตามคำชี้แนะจากบริษัทต้นสังกัดนะครับ ผมก็ไม่รู้อะไรละเอียดๆ เหมือนกัน แต่ถึงจะไม่มีอะไรพิเศษ ระวังไว้ก็ดีกว่าใช่ไหมล่ะครับ” 

โนอึลพยักหน้ากับการเน้นคำเล็กๆ ตรงคำว่าระวังพร้อมตอบกลับไปเบาๆ ว่า ”ครับ” และเมื่อเขารู้สึกว่าไหล่หนักอึ้งจนต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอเพราะความกัดดันอันเงียบสนิท รถยนต์ก็หยุดลงหน้าตึกสูงใหญ่สักแห่ง 

“ลงได้เลยครับ ไปตรงทางเข้าแล้วบอกว่าผู้จัดการโนแนะนำมานะครับ ผมจะรอ ถ้าออกมาแล้วก็กลับมาขึ้นรถได้เลยครับ” 

“กลับเลยก็ได้นะครับ ผมเข้าไปคนเดียวได้” 

“ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้ แต่ถ้าการพูดคุยยืดเยื้อก็บอกผม ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ” 

โนอึลยกมือเกาแก้มตัวเอง หลังฟังหัวหน้าทีมควอนพูดเบาๆ คล้ายปฏิบัติตัวกับเด็กสามขวบ ถ้าทำงานกับจินฮึน ก็น่าจะยุ่งสิ เขารู้สึกผิดกับอีกฝ่ายเลยที่ทำให้ต้องมารับผิดชอบงานน่ารำคาญ ซึ่งไม่ได้อยู่ในขอบข่ายงาน หัวหน้าทีมควอนทำงานกับผู้อำนายการบริษัทยักษ์ใหญ่ ดันต้องมาดูแลนักแสดงที่เจ้านายเป็นสปอนเซอร์ ใครจะอยากทำกันล่ะ 

“อ๋อ แล้วก็ส่วนที่จำเป็นต้องตรวจสอบในรายละเอียดสัญญา หรือเนื้อหาที่ถูกเพิ่มเข้ามา ผมแนะนำให้ส่งข้อความหาผู้อำนวยการนะครับ ท่านน่าจะตอบเพราะเสร็จสิ้นการประชุมสำคัญทั้งหมดแล้ว” 

“ครับ เข้าใจแล้วครับ” 

เมื่อชายหนุ่มพูดจบแล้วยิ้มให้ผ่านกระจกมองหลังเหมือนจะบอกว่าให้ลงไปได้แล้ว โนอึลจึงก้าวลงจากรถ แสงแดดที่ไม่ได้เห็นมานานทำให้รู้สึกแสบร้อนนิดหน่อย รวมถึงทำให้วิงเวียนพอๆ กับอาการแสบตาด้วย และป้ายชื่อของตึกที่ตั้งตระหง่านภายใต้แสงแดดนั้น ก็ทำให้โนอึลวิงเวียนมากกว่าแสงแดดซะอีก มันคือ ดับบลิว เอเจนซี หนึ่งในเอเจนซีใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของเหล่านักแสดงผู้ยอดเยี่ยม เช่น ยังซึงคยูที่เพิ่งเจอเมื่อวานและอีกหลายๆ คน 

โนอึลยืนอยู่หน้าตึกสูงเสียดฟ้าของ ดับบลิว เอเจนซี เขาเงยหน้ามองตัวตึกอย่างว่างเปล่า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้มายืนอยู่หน้าเอเจนซีที่ตัวเองยังไม่กล้าแม้แต่จะฝัน ที่นี่จะกลายเป็นบริษัทต้นสังกัดในอนาคต และเขากำลังจะได้ทำงานที่นี่จริงๆ งั้นเหรอ 

ระหว่างที่โนอึลยืนมองตัวตึกเงียบๆ ก็มีใครบางคนเดินออกมาจากตึกและเดินมาใกล้ๆ ก่อนจะถามว่า “ใช่คุณยูโนอึลหรือเปล่าครับ” เขาจึงรีบเร่งตอบกลับไปว่า “ครับ” ทันทีที่อีกฝ่ายแนะนำตัวต่อว่าตัวเองคือผู้จัดการโน เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีนัดกับคนๆ นี้ โนอึลก้มหัวกล่าวขอโทษคนตรงหน้าอยู่สองสามครั้ง แต่ผู้จัดการโนก็ตอบกลับว่าไม่เป็นไรเหมือนเคยชิน ก่อนจะลากเขาเข้าไปในตึก  

“มีอยู่สองสามคนเหมือนกันที่มองตึกแล้วสติหลุดเหมือนคุณโนอึล ผมก็เลยชินน่ะครับ” 

“อ๋ออ ครับ” 

“ตอนแรกผมคิดว่าเพราะตึกของพวกเราดูแปลกครับ แต่พอฟังเหตุผลแล้วก็ถึงรู้ว่าเป็นเพราะไม่อยากจะเชื่อนั่นเอง”  

อีกฝ่ายยิ้มขณะที่พูดราวกับเข้าใจดี จนโนอึลต้องใช้มือปิดหน้าร้อนผ่าวซ่อนความเขินอาย  

“ไม่จำเป็นต้องประหม่าหรอกครับ พวกเราไม่ได้น่ากลัวแบบนั้น” 

ตามทางเดินมีรูปภาพของเหล่าคนที่แค่เพียงได้ยินชื่อก็ตื่นเต้นแล้วเต็มไปหมด ล้วนเป็นพวกตัวท็อปในบรรดาตัวท็อปอีกทีจนไม่สามารถออกมาในฉากเดียวกันได้ โนอึลฟังคำบอกเล่าของผู้จัดการโนระหว่างมองดูรูปภาพแต่ละคนด้วยความประทับใจ แค่มองรูปก็สัมผัสได้ถึงความยอดเยี่ยมแล้ว พร้อมกับยกย่องคนเหล่านั้นในใจอัตโนมัติ 

“ที่อื่นเป็นยังไงผมไม่รู้นะครับ แต่ที่ดับบลิว เอเจนซีของพวกเราให้ความสำคัญกับนิสัย แล้วก็ความตั้งใจมากกว่าหน้ากากพวกนั้นครับ” 

โนอึลรู้สึกถึงความภาคภูมิใจและความสบายใจจากใบหน้าของคนที่เดินผ่านไปมาตามทางเดิน ถึงจะไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นพนักงาน หรือว่าเป็นนักแสดงในสังกัด แต่ทุกคนล้วนมีสีหน้าแบบเดียวกันหมด  

“แต่คุณโนอึลเข้ามาต่างจากคนอื่นนิดหน่อย ก็ต้องตั้งใจให้มากขึ้นใช่ไหมล่ะครับ” 

เขาละสายตาจากรูปบนกำแพงกับคนที่เดินผ่านเพราะคำพูดของผู้จัดการโนและการฉีกยิ้มแฝงความหมาย โนอึลคิดว่าอีกฝ่ายรู้ทุกอย่างว่าเขาเข้ามาด้วยการฝากฝัง แต่ก็ไม่นึกว่ามันจะออกมาด้วยวิธีแบบนี้ ใบหน้าของผู้จัดการโนมีความคาดหวังและเล่ห์เหลี่ยมปะปนกันอยู่ คฃ้ายพวกนายหน้าที่ช่วยแนะนำสปอนเซอร์ให้ ต่างจากใบหน้าของคนอื่นๆ ที่รู้สึกได้ถึงความภาคภูมิใจ  

“ครับ” 

แต่ถึงอย่างนั้นโนอึลก็ตอบกลับไปสั้นๆ ขณะก้าวเดินผ่านประตูที่ผู้จัดการโนช่วยเปิดให้ เขาไม่รู้สึกอะไรกับเส้นทางทอดยาวตรงหน้าเลย เพราะมันเป็นเส้นทางที่ทำให้เขาสามารถทำการแสดงได้ ต่างจากเส้นทางที่เดินไปเพื่อขายตัว มันเป็นแผนการที่เดิมพันด้วยชีวิต ไม่ใช่จากความพยายาม 

ซีอีโอชเว ของดับบลิว เอเจนซีมีนิสัยเป็นกันเองมาก อีกฝ่ายแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงมั่นใจทว่าผ่อนคลาย จากนั้นก็เริ่มชมว่าทำดีมาก หลังโนอึลบอกว่าตัวเองเกณฑ์ทหารเรียบร้อยแล้ว รวมถึงคำชมอีกมากมาย อย่างแรกอนอื่นน่าอายไม่หยุดเช่น เขามีดินผ่านกลับมา เพราะณโนอึลลับมาขึ้นรถได้เลยครับในนั้นมีอะไรอยู่ เขามองเห็นว่าทัศนคติของอีกฝ่ายตรงข้ามกับผู้จัดการโน พวกพนักงานที่นั่งอยู่ข้างๆ ซีอีโอเองก็ให้ความรู้สึกต่างกับผู้จัดการโนเช่นกัน  

“อ้าว มาพอดีเลย นี่โคดี้[1]กับผู้จัดการที่จะเป็นคนดูแลคุณโนอึลในอนาคต” 

หลังจากลงมติเซ็นสัญญากับดับบลิว เอเจนซีเป็นเวลาสามปีแล้ว ก็มีการจับมือกันสั้นๆ พร้อมกับทักทายกตามมารยาทว่า ‘ฝากตัวด้วยนะครับ’ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นประตูที่ปิดอยู่ก็ถูกเปิดออก หญิงสาวใบหน้าสุภาพเรียบร้อยกับชายหนุ่มท่าทางเป็นกันเองก็เดินเข้ามาก่อนจะโค้งทักทาย ซีอีโอชเวจึงพูดว่ามาได้ถูกจังหวะพอดีเลย  

“ทางนี้คือคุณคยองซู เป็นผู้จัดการ ปกติเราจะเรียกเขาว่าหัวหน้าฝ่ายควอน ส่วนนี่คือคุณอึนจอง เป็นโคดี้ คุณจะได้ปรับตัวสบายๆ หน่อย เพราะพวกเขาทั้งคู่มีประสบการณ์ ทำงานกับเอเจนซีของเรามานาน” 

“สวัสดีครับ ผมยูโนอึล ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” 

โนอึลโค้งทักทายคยองซูกับอึนจองตามคำกล่าวของซีอีโอชเว คยองซูเพ่งมองตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว จากนั้นก็ยื่นมือทักทาย ส่วนอึนจองก็ส่งเสียงสดใส 

“อ๋อ~ เด็กใหม่คนนั้นที่มีชื่อในรายชื่อนักแสดงทันทีที่เข้ามาเลยนี่นา หล่อนะเนี่ย!” 

เธอหัวเราะเสียงดังและเอ่ยชมจนใบหน้าของโนอึลแดงขึ้นขณะจับมือกับคยองซูอยู่ 

“ผม...” 

“ยัยป้าคนนี้นี่จริงๆ เลย เด็กมันตกใจหมดแล้ว!” 

“ไม่น่า ก็หล่อจริงๆ นี่ ฉันก็เลยชม มันผิดตรงไหนยะ” 

หน้าโนอึลแดงเท่าที่จะแดงได้กับความเขินอาย แม้จะรู้ว่าต้องพูดว่าขอบคุณ แต่เขาก็มึนงงจนกระทั่งลืมคำพูดนั้นไป เมื่อคยองซูเห็นท่าทางของโนอึลจึงตำหนิอึนจอง จากนั้นทุกคนที่นั่งอยู่ก็ต้องหัวเราะออกมากับคำตอบของหญิงสาว โนอึลเลยใช้มือกุมหน้าแดงๆ ของตัวเองเอาไว้ บรรยากาศสบายๆ และเป็นกันเองในการเจอกันครั้งแรกก็ดูไม่แย่เท่าไหร่ 

ไม่นานซีอีโอชเวและผู้จัดการโนก็ขอตัวลุกออกไปก่อนเพราะติดงาน จนเหลือเพียงเขา คยองซูและอึนจองอยู่ในห้องประชุมขนาดเล็ก โนอึลเลยส่งข้อความไปบอกหัวหน้าทีมควอนว่าให้อีกฝ่ายกลับไปได้เลย เนื่องจากคยองซูบอกว่ามาคุยเรื่องงานกันเถอะ จากนั้นโนอึลก็ยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วหันหน้าไปตามเสียงเรียก 

“อืม ได้ยินว่าเพิ่งแสดงเป็นครั้งแรกใช่ไหมครับ” 

“ครับ ผมเคยเป็นตัวประกอบมาแล้ว แต่ยังไม่เคยแสดงเป็นจริงเป็นจังเลยครับ แล้วก็พูดธรรมดากับผมก็ได้นะครับ” 

“ฉันก็ต้องแต๊งกิ้วสิ” 

“ฉันด้วยไหม ฉันด้วยสิ” 

“ครับๆ” 

“ถ้างั้นอย่างแรก เทรนก่อนนิดหน่อยก็น่าจะดีนะ จะได้ปรับตัวให้ตรงบทด้วย ถ้าแสดงห่วยก็ถูกโจมตีหนักแน่นอน เพราะพวกนักแสดงคนอื่นไม่ใช่เล่นๆ เลยล่ะ” 

คยองซูกางสมุดโน้ตที่พกมาด้วยลงบนโต๊ะและเริ่มเขียนอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มเหมือนคนเตรียมพร้อมตลอดเวลา โนอึลกัดริมฝีปากแห้งผากอย่างไม่รู้ตัวกับตัวอักษรที่เขียนว่าเข้าเทรนการแสดงบนสมุดโน้ต  

“หนังเหรอ หรือว่าซีรีส์” 

“ซีรีส์ ทำไม ก็ที่ซึงคยูแสดงไง” 

“ฮะ? บทอะไรอะ” 

“เธอไม่รู้ได้ยังไงว่านักแสดงที่ตัวเองดูแล จะแสดงบทอะไรซีรีส์เรื่องนี้” 

“ก็ฉันเพิ่งดูแลไอดอลกรุ๊ปเสร็จเมื่อวานนี่ยะ” 

คยองซูกับอึนจองอายุสามสิบเจ็ดปีเท่ากัน พวกเขาเคยดูแลนักแสดงด้วยกันหลายครั้ง และสองคนในบรรดาไม่กี่คนที่แต่งงานแล้วแต่ยังสนิทสนมกันดี ถึงแม้พึมพำโต้เถียงกันไม่หยุด โนอึลปิดปากสนิทขณะฟังบทสนทนาของพวกเขาผ่านๆ พอมาคิดๆ ดูนอกจากชื่อซีรีส์แล้ว เขาก็ไม่รู้อะไรอีกเลยเหมือนกัน  

“เออ เอาเถอะ! ระหว่างเทรนการแสดง ก็มาเตรียมประวัติไปด้วยแล้วกัน จะเริ่มถ่ายอีกสองอาทิตย์อยู่แล้ว ยังไม่ได้เตรียมอะไรเลย” 

“ครับ เข้าใจแล้วครับ” 

“อะไรนะ อีกสองอาทิตย์เหรอ โอ๊ย ฉันตายแน่” 

“ก่อนอื่นน้ำหนักส่วนสูงของนายเท่าไหร่” 

“จากที่วัดล่าสุดก็...ร้อยแปดสิบ น้ำหนักก็ประมาณเจ็ดสิบสามมั้งครับ ผมไม่แน่ใจตัวเลขเป๊ะๆ เหมือนกัน” 

“ไม่เห็นจะถึงขนาดนั้นเลยอะ เอวนายบางมาก จะถึงเหรอ” 

สายตาของคยองซูกับอึนจองจับจ้องโนอึลอัตโนมัติหลังได้ฟังคำตอบ อึนจองเช็ครูปร่างด้านข้างของโนอึลผ่านๆ แล้วก็ขมวดคิ้ว ส่วนคยองซูก็หยิบสมุดโน้ตขึ้นมา 

“ไม่ได้การล่ะ งั้นไปลองวัดกันเถอะ” 

ทันทีที่พูดจบ คยองซูก็เปิดประตูอย่างแรงแล้วเดินออกไป ข้อมูลสัดส่วนร่างกายของเขาถูกเปิดเผยโดยไม่คาดคิด ถึงจะรู้ดีว่าอีกไม่นานมันก็จะถูกเปิดเผยจดหมดเปลือก แต่ก็อดเขินอายไม่ได้ ใบหน้าของโนอึลแดงก่ำขึ้นมา 

“หมอนั่นไม่ค่อยเหมือนคนอื่นเท่าไหร่ สู้ๆ นะ” 

อึนจองเองก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับลากโนอึลเดินตามคยองซู หลังจากตบหัวแกล้งเขาเบาๆ 

 

[1] โคดี้ เป็นทั้งสไตลิสต์ดูแลเสื้อผ้าหน้าผมศิลปิน รวมถึงเป็นโคออร์ดิเนเตอร์คอยประสานต่างๆ ให้ศิลปินด้วยเช่นกัน 

ความคิดเห็น