email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#เดย์เจ้าเอย 10

ชื่อตอน : #เดย์เจ้าเอย 10

คำค้น : เดย์เจ้าเอย แนวมหาลัย nana nanaกะหอยทาก น่ารัก หวาน อบอุ่น ผ่อนคลาย ฟิน จิกหมอน feelgood ฟีลกู๊ด

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2562 11:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เดย์เจ้าเอย 10
แบบอักษร

#เดย์เจ้าเอย 10 

 

                “พี่จะรีบไปอย่าเพิ่งงอนนะ เดี๋ยวถ้าคุยงานเสร็จจะรีบไปรับทันทีเลย” ไม่ได้งอนค่ะ หนูเขียนคิ้วอยู่!

                “ก็ไม่ได้ว่า อ้อ พี่เดย์” ฉันเก็บของตัวเองใส่กระเป๋าเป้รวมถึงชุดที่ต้องใช้เข้าเชียร์ไม่ต้องสงสัยว่าเอามาจากไหน ก็พี่เดย์นั่นแหละที่เอาของเขามาให้ฉันใส่แก้ขัดไปก่อน บอกให้ไปส่งที่ห้องก็ไม่ยอมฟังกันคิดแล้วมันน่าหงุดหงิดจริงๆนะ

                “ว่า?”

                “วันนี้หนูจะกลับห้องนะ”

                “ไม่กลัวเหรอ?” พี่เดย์ถามกลับมา แต่เขาจะให้ฉันกลัวอะไรล่ะเอ๊ะหรือควรกลัวดีนะ

                “กลัวอะไรคะ?” พี่เดย์ไม่ตอบแค่ยักไหล่กวนๆเดินเข้ามาถือกระเป๋าไว้ให้แล้วเดินไปรอที่หน้าประตูห้อง พอเห็นเขารีบฉันก็รีบเดินตามไปกลัวว่าเขาจะรอนาน กระทั่งขึ้นมานั่งบนรถได้พี่เดย์ก็ไม่ยอมบอกว่าไอ้ที่ว่ากลัวน่ะกลัวเรื่องอะไร ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจตัวเอง

                “ตอนพักจะออกไปทานข้าวที่ไหน”

                “น่าจะไปโรงอาหารค่ะ เพราะมีเรียนต่อด้วยเดี๋ยวกลับมาไม่ทัน”

                “อือ ตั้งใจเรียนเดี๋ยวจะรีบมารับ ห้ามไปซนที่ไหนนะ”

                “ค่า ไปแล้วนะพี่ก็ตั้งใจเรียนนะ”

                “ครับ”

                “ไปละ”

                ฉันหยิบกระเป๋าลงจากรถพุ่งเขาไปหาเพื่อนทันทีแต่ก็ชะงักเล็กน้อยเมื่อเจอเพื่อนใหม่นั่งอยู่ด้วย เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆขาวๆ

                “เออเจ้าเอยนี่อชิ เพื่อนใหม่พวกเรานะแกโอเคใช่ไหม” โพธิ์ถามอย่างใส่ใจ ฉันเคยเห็นเพื่อนคนนี้นะ อชิใช่ไหมล่ะนั่นแหละแต่ไม่ค่อยมีใครคุยกับเพื่อนเลยสักคน และก็เห็นอชิอยู่คนเดียวบ่อยๆอีกด้วย

                “โอเคๆ สวัสดีนะเราชื่อเจ้าเอยเรียกเอยเหมือนเพื่อนๆก็ได้” ฉันยิ้มให้เพื่อนใหม่พรางชวนให้ทุกคนขึ้นห้องเรียนรวมถึงอชิด้วย

                “สวัสดีเราอชิ คือถ้าไม่โอเคบอกเราได้เลยนะ”

                “อ้าวทำไมพูดงั้นอ่ะ” ฉันถามอย่างสงสัย แต่โพธิ์เข้ามาล็อคคอและพาเดินไปยังลิฟต์ทันทีส่วนวิสาและอชิก็เดินตามหลังมา

                “เดี๋ยวค่อยคุยกัน จะเล่าให้ฟังเองตอนนี้เรียนก่อน”

                “ต้องเล่านะ” ฉันย้ำกับเพื่อน พอเห็นว่าเพื่อนพยักหน้าฉันเลยเลิกเซ้าซี้ไป เรานั่งเรียนที่เก้าอี้ตัวเดิมเพิ่มเติมคือเพื่อนใหม่ แต่ที่รับรู้ได้คือสายตาหวาดกลัวของเพื่อนทั่วทั้งห้องที่กำลังจับจ้องมาที่กลุ่มพวกฉัน วันนี้ไม่มีสมาธิเลยสักนิดเดียวเพราะรู้สึกกดดันและไม่คุ้นชินกับสายตาของคนทั้งห้องที่มองมา

                “เฮ้! จะมองอะไรขนาดนั้น” กระทั่งเรียนจบ โพธิ์ก็ตะโกนขึ้นกลางห้องเรียนเพื่อนที่เคยจ้องมองเราก็หลบสายตากันพัลวัน

                “ไปเถอะหิวแล้ว” วิสาเข้ามาชวน นั่นแหละเราถึงได้หลุดพ้นจากสายตาสอดรู้ของคนอื่น

                “มีอะไรจะเล่าไหม คือเราไม่รู้เรื่องอ่ะแล้วมันก็จะงงๆ” ฉันบอกเพื่อนทั้งสาม พวกนั้นมองหน้าปรึกษากันก่อนจะพยักหน้า คุยกันในใจหรือไงเล่า บอกกันบ้างสิ

                “ได้ จะเล่าให้ฟัง”

                “เราเล่าเองก็ได้ เรารู้ว่าทุกคนก็คงจะไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง”  อชิเอ่ยบอกโพธิ์และวิสา เราตัดสินใจไปทานข้าวที่โรงอาหารกลางเมื่อได้อาหารมาครบทุกคนอชิก็เริ่มเล่าเรื่องที่ฉันยังไม่รู้และคาใจอยู่

                “เราน่ะไม่มีเพื่อนคบ ไม่สิทุกคนคงจะกลัวเราเลยไม่กล้าเข้ามาคุยอะไรแบบนั้นน่ะ เพราะว่าเรามองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น” ได้ยินถึงตรงนี้ฉันก็เริ่มขยับไปกอดแขนวิสาไว้เดิมทีฉันกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่แล้ว ไม่เคยเจอหรอกแต่มันก็กลัวอ่ะ

                “เวลาเตือนอะไรใครไปเขาก็หาว่าบ้าแล้วก็หัวเราะบางรายถึงกับกลัวเราไปเลย ถ้าทุกคนไม่สบายใจก็ไม่เป็นไรนะเราเข้าใจ เราชินแล้ว” มิน่าล่ะ ตั้งแต่เข้ามาเรียนแรกๆถึงไม่ค่อยเห็นใครเข้าไปคุยเข้าไปเล่นกับอชิเลยสาเหตุคงมาจากเรื่องนี้สินะ

                “เราไม่อะไรนะ เรากลัวก็จริงแต่เราไม่ได้รังเกียจเธอนะเรากลัว...เฉยๆเราเป็นเพื่อนกับเธอได้” ฉันบอกอชิไปเสียงสั่นไม่ได้กลัวเพื่อนสักหน่อยแต่ฉันกลัวผีมากกว่า

                “ขะ ขอบใจนะที่ไม่วิ่งหนีเราเหมือนคนอื่นๆ”

                “เฮ้ อย่าพูดแบบนั้นสิเราก็เพื่อนกันนะ พอๆทานข้าวกันจะได้มีรีบขึ้นไปเรียน” โพธิ์เอ่ยหยุดทุกคนจากนั้นเราก็เริ่มทานข้าวแบบจริงจังและอชิก็เล่าเรื่องอะไรหลายๆอย่างให้ฉันฟังฉันเองที่กลัวแต่ก็อยากฟังเลยฟังบ้างปิดหูบ้างจนเพื่อนๆหัวเราะกันใหญ่ อารมณ์ตอนนี้คงจะเหมือนกลัวผีแต่ไปดูหนังผีแล้วยกมือปิดตาไว้อย่างนั้นแหละ

                “ดูดวงเป็นไหมอ่ะ” วิสาถามบ้าง

                “ไม่ได้เรียนมา ดูหนึ่งครั้งอายุคนดูจะลดลงไปด้วยเพราะเอาความลับสวรรค์มาเปิดเผย” ว้าว มันอเมซิ่งมากเลยนะ ฉันนั่งฟังเพื่อนคุยกันและทานข้าวไปด้วย ที่เรายังช้าได้เพราะคลาสบ่ายวันนี้อาจารย์สั่งงานไว้แล้วไม่ต้องเข้าเรียนคิดว่าทานข้าวกันเสร็จจะไปห้องสมุดต่อเลย อาจารย์เพิ่งโพสลงในกลุ่มรายวิชาในเฟซบุ๊กสะดวกสะบายไปอีกจ้า

                “ทานข้าวบ้าง” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างๆทำเอาฉันสะดุ้งตกใจหันไปมอง พี่เดย์ยืนยิ้มขำอยู่ข้างๆมือก็วางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะให้ด้วย

                “ทำไมมาอยู่นี่” ฉันถาม

                “ก็อาจารย์ปล่อยเร็วเลยมาทานข้าว พี่นั่งโต๊ะข้างๆนะ” โต๊ะที่ติดกับโต๊ะพวกฉันนั่ง พอลองสังเกตโต๊ะที่เคยว่างรอบๆตอนนี้มีสาวๆหลายคนเข้ามาจับจองกันเรียบร้อย ไปไหนก็ดึงดูดสาวๆได้สินะพี่เดย์กับเพื่อนของเขาน่ะ

                “ค่ะ พี่ไปซื้อข้าวยัง”

                “ให้เพื่อนซื้อมาให้แล้ว แล้วนี่มีเรียนต่อไม่ใช่เหรอ” พี่เดย์นั่งลงข้างๆฉันมือก็ยื่นมาหยิบส้อมไปจิ้มไก่ในจานข้าวมาป้อนฉันอีก เอาเข้าไปไม่คิดจะอายหรือเขินเวลาคนมองเลยสักนิด

                “ที่จริงก็มีค่ะแต่อาจารย์สั่งงานแล้วกะว่าทานเสร็จจะไปห้องสมุดต่อเลยจะทำงานแล้วค่อยไปซ้อม”

                “งั้นเหรอ”

                “แหม กูว่าละทำไมมันฝากซื้อข้าวมันรีบมาหาน้องนี่เอง”

                “กูก็ว่าอยู่ทำไมพุ่งมาทางนี้”

                “ก็หัวใจมันอยู่นี่อ่ะนะ มันเลยรีบมา” เสียงเพื่อนพี่เดย์เอ่ยบ่นเจือแซวมาให้ได้ยิน แต่พวกเขาก็ได้บ่นจริงจังอะไรขนาดนั้นนะหนักไปทางแซวมากว่า พอได้ลองรู้จักแล้วพวกพี่น่ารักและเป็นกันเองมากเลยล่ะ เพื่อนฉันยกมือไหว้ทักทายพี่ๆอย่างคุ้นชินรวมถึงฉันด้วย

                “ไปทานข้าวได้แล้วค่ะ” พี่เดย์พยักหน้ารับเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวข้างๆและทานข้าวส่วนฉันเองก็รีบทานข้าวใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีเราก็ทานข้าวหมดและเตรียมตัวจะเข้าห้องสมุดต่อ

                “จะไปแล้วนะคะ” ฉันบอกพี่เดย์ที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว จ้องตลอดเลยเขินอ่ะ

                “ถึงแล้วไลน์มา”

                “ค่ะ ไปนะคะพี่ๆ”

                “ครับ พรุ่งนี้ขอนัดนะเจอกันร้านหมูทะ”

                “ได้ค่ะ” ฉันยิ้มก่อนจะเดินออกจากโรงอาหาร เอาละไปทำงานกันเถอะวันนี้คิดว่าจะไม่เสร็จหรอกทำได้สักนิดก็ยังดี งานเยอะมากเลย

 

=================== 

วันนี้มาได้นิดหน่อย ขอโทษด้วยน้า T_T 

ความคิดเห็น