facebook-icon

อ่านทุกคอมเม้นนะครับ แต่ไม่ค่อยตอบนะหรือง่ายๆคือขก.ตอบ555แต่ก็ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านครับ อัพวันไหนไม่รู้555น่าจะเป็นวันเสาร์อาทิตย์21.00-00.00 ไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนได้

ชื่อตอน : 20.Babylonia #4 end

คำค้น : 20.Babylonia #4 end

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 716

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2562 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
20.Babylonia #4 end
แบบอักษร

จุดเทาๆนั้นเป็นเพียงแค่สิ่งที่ผมมองเห็นจริงๆมันคือการเต้นของหัวใจของคนและสัตว์มารหรอเทพพระเจ้า ผมสามารถรับรู้ได้ว่ามีใครบางที่อยู่ตรงนั้นแต่ว่าจะแยกเพศและหน้าตาไม่ออก

“ตอนนี้ก็ถึงแล้วสินะค่ะ”

“นั้นสินะ ตกลงไหวป่ะเนี่ย มาโคโตะ”

ของหน้าของผมนั้นมีกำแพงใหญับังไว้ก่อนที่มาชูจะหันไปเห็นทหาร

“นั้นน่าจะเป็นคนตรวจเข้าเมืองสินะคะ เราคงต้องแอบเข้ากันแล้วละค่ะ”

“งั้นเราก็เดินเข้าตรงๆไปเลย”

ผมตอบอย่างนั้นก่อนจะเดินเข้าไปในเมือง

“นายนี่มัน”

“อะไร จะให้คนตาบอดแอบเข้าไปรึไง”

“ตอนนี้เราก็อยู่ในวังได้แล้วนะคะ คือแบบว่าคุณมาโคโตะทำตัวสบายๆจังเลยนะคะ”

“จะต้องบอกอีกกี่ครั้ง ยิ่งใหญ่ยิ่งดีเพราะงั้นต้องรายงานตลอดนะ ถ้าหากเราเคลื่อนที่เท่าไหร่ทางนั้นก็จะมีโอกาสโจมตีน้อยลง”

“นั้นมันราชาที่โหดร้ายจริงหรอค่ะ”

อันหาหันมาถามผม

“ดูยุ่งมาเลย เข้าไปคุยไม่ได้เลยค่ะ”

มาชูถอนหายใจเล็กน้อย

“ฉันว่าบังลังนี้คงต้องเปื้อนเลือดแล้วละก็เพราะมีคนต่างแดนอีกห้าคนและต้องพาไปสู่สวรรค์ซะ”

ลำแสงออกมาจากข้างหลังกิลกาเมซก่อนจะพุ่งเข้ามาที่ผมอยู่

วินาทีนั้นผมใช่โล่ขึ้นมากันทันทีก่อนจะหมุนตัวหลบและพุ่งเข้าไป

“แก”

ผมเรียกซาฟคิเอลออกมาก่อนจะใช้กระสุนที่สองยิงไปที่กิลกาเมซและเรียกดาบออกมาก่อนที่จะฟันไปที่กิลกาเมซ

“จบการต่อสู้แล้วหรอค่ะ รุ่นพี่”

“มาโคโตะ นายตาบอดจริงปะเนี่ย”

ผมยิ้มออกมาเล็กน้อย

“ดูท่านจะไม่ค่อยพอใจเลย”

“ก็ดูเหมือนท่านจะยังไม่เอาจริง”

“น่าเบื่อก็คิดว่าจะเก่ง ที่ไหนได้ก็แค่ขยะไม่เหมาะที่จะให้ฉันใช้งาน แต่ว่าพวกแกน่ะบาปที่ทำให้บังลังแปดเปื้อน แต่ว่าครั้งนี้ปล่อยไปก่อนจะไปไหนก็ไป”

“กลายเป็นความผิดฉันแล้ว ฟูจิมารุ มาโคโตะคุง มีอะไรจะพูดมั้ย ถ้าเป็นแบบนี้มีหวังโดนไล่ออกแน่”

“เอาละ”

ฟูจิมารุตอบด้วยเสียงที่มั่นใจก่อนจะหันไปหามาชู

“ฝากด้วยนะ มาชู”

“นี่แกให้เซอร์เวนท์จัดการงั้นหรอ” 

กิลกาเมซถาม 

“เอาจริงดิ” 

“รุ่นพี่” 

ผมตกใจเล็กน้อย 

“แกต้องโชว์ความเป็นชายสิ” 

“นี่มันอะไรกันเมอร์ลิน ชายคนนั้นไม่สนใจคาเดียเลยหรอ”

ด็อกเตอร์ปรากฏตัวออกมา

“แปลกจัง ทั้งๆการรับรู้ของฉันกับเขามันไม่น่าแตกต่างกันมาแท้ๆ แต่ว่าดูเหมือนจะไม่รู้อะไรเลยนะ”

“มันก็เหมือนกันไม่ได้บอกอะไรเลยไม่ใช่หรอค่ะ”

“นี่ฉันต้องอธิบายจริงๆด้วย”

“ก็เออสิฟะ”

“สมกับเป็นเมอร์ลิน ไม่ได้เรื่องเลย ฮ่าๆๆ”

“ผมเห็นด้วยกับด็อกเตอร์”

“ใช่มั้ย มาโคโตะคุง แต่ว่าตอนนี้ฟูจิมารุคงมีแต่เธอที่พึ่งได้”

“ตูอีกแล้วหรอ”

ฟูจิมารุถอนหายใจเล็กน้อย

“ฝากอธิบายหน่อยนะ ไปละ”

“เดี๋ยวๆ”

“ไม่จำเป็นหรอ ชายผู้ไม่มีร่างกาย”

แต่ว่าวินาทีนั้นก็ได้มีน้ำสีแดงออกมาก่อนจะทำลายกำแพงและเข้าในปราสาท

“น้ำนี่มันอะไรกัน”

ฟูจิมารุพูดก่อนที่พวกมาชูและตัวผมนั้นจะล้มลง

“เกิดอะไรขึ้นมาชู”

“รุ่นพี่ค่ะ ดูเหมือนพวกมันจะดูพลังจากเซอร์เวนท์ค่ะ แล้วไหนคุณมาโคโตะถึงโดนไปด้วยละค่ะ”

“ไม่รู้สิ”

วินาทีนั้นก็ได้มีหลุมโผล่ขึ้นมาใต้พื้นที่พวกผมนั้นยืนอยู่ก่อนที่ผมนั้นจะตกลงไป

“ท่านราชา”

วินาทีนั้นตัวผมที่มองไม่เห็นอะไรก็ตัดสินใจที่จะใช้ซาฟคิเอลและยุ่งกระสุนที่สี่เข้าตัวเองก่อนที่ดึงผ้าปิดตาออกทั้งสองข้างและเผยให้เห็นถึงดวงตาสีแดงอีกครั้ง

“กิลกาเมซ”

กิลกาเมซที่ล่วงลงมาด้วยนั้นก็พบกับเด็กสาวร่างใหญ่ที่คล้ายกับปีศาจไม่สิตอนที่เธอเป็นปีศาจเรียบร้อยแล้วกำลังเข้าต่อสู้กับกิลกาเมซแต่ว่าวินาทีนั้นก็ได้มีเลือดของใครบางคนตกลงมาใส่หน้าของผม

“ท่านราชา”

“อา..................................”

เสียงคำรามดังมาต่อเนื่อง

“นั้นพระเจ้าจริงหรือค่ะ”

“ดูเหมือนจะมาอยู่ที่ยมโลกแล้ว”

“ตากลับมาแล้วหรอ มาโคโตะ”

ไม่มีเสียงตอบกลับ

“ไม่ไหวๆ ฉันสู้ไม่ได้หรอกนะ แล้วก็คลื่นสีแดงนั้นมันมาแล้ว”

ผมหันหลังกลับไปก่อนจะเจอเด็กสาวผมสีน้ำตาลและเด็กสาวผมสีทองที่หน้าตาคล้ายกันอย่างกับแฝดห้าเอ้ยแฝดสอง

“มันจะมายึดยมโลกแล้วอ่ะ”

“อย่ามาพูดบ้าๆน่า”

เด็กสาวในชุดชูทสีดำ ผมสีส้ม ใช้อาวุธเข้ามาฟันปีศาจที่อยู่ด้านหลังผมก่อนเดินเข้ามา

“คุณคือ”

มาชูถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย

“จากัวร์แมนยังไงละ”

“มาถึงนี่เลยหรอ”

ฟูจิมารุถาม

“ไม่เรียกฉันเลยนะแต่ว่าก็ไม่ได้โกรธหรอกแต่ว่านะทำได้ดีมาเลย คุณฟูจิมารุ คุณมาโคโตะ”

“เสือมายมโลกได้ไงอ่ะ”

“ยัยหนูน้อย โจมตีแบบเมื่อกี้อีกทีได้มั้ย”

“แต่ว่ามันไม่ได้ผลเลยนะ ถามอีกอย่างพลังของฉันก็ลดน้อยลงแล้วด้วย”

“ขอร้องละ เอเรซคิกัล อย่างน้อยก็ทำหน่อยเถอะ”

ไม่มีเสียงตอบกลับ

“ถ้ากลับไปถึงคาลเดียเมื่อไหร่จะเลี้ยงอาหารหนึ่งมื้อ”

“จริงหรอ แต่ว่านั้นมันอะไรกัน”

“ดอกไม้งั้นหรอ”

“เมอร์ลิน ยังไม่ตายงั้นหรอ”

“ยังสิ”

“พวกเรารอคุณอยู่เลยค่ะ คุณเมอร์ลิน”

“ตอนนี้ต้องใช่เทพธิดาสองคนในการหยุดมัน”

ปีศาจจำนวนไม่ถ้วนวิ่งเข้ามาตรงที่ผมอยู่ ตัวของมันน่าเกลียดจำไม่อยากจะเห็นเลย

“อัลเตอร์ มิสเทอร์เรีย ฝากหน่อย แล้วมาชูใช้โฮกุซะ”

ผมตะโกนออกไปก่อนจะพุ่งตัวไปข้างหน้าและเข้าฟันพวกปีศาจ

“แย่แล้วพวกมันไม่แพ้อะไรเลยงั้นหรอ แม้แต่เบอร์เซอร์เกอร์ก็ยังโจมตีไม่เข้า

“Nive live blade work”

ผมตะโกนออกมาสุดเสียงก่อนจะใช้ดาบฟาดเข้าไปและพุ่งไปที่ตัวของบอสแต่ว่าผมก็โดนโจมตีกลับออกมาอย่างง่ายดายเพียงแค่เสียงคำรามเดียวก็เอาตัวผมนั้นเกือบตาย

“แย่แล้วพลังของฉันไม่ไหวงั้นหรอ”

“มาโคโตะ” “มาสเตอร์” “คุณมาโคโตะ”

ผมที่นอนอยู่กับพื้นก็ค่อยๆลุกขึ้นมา แขนซ้ายและแขนขวาของผมสั่นไม่หยุดก่อนจะมีเสียงดังขึ้น

“พลังไม่พองั้นหรอ ถ้างั้นข้าจะให้ยืมพลังละกัน”

“คุณคือ”

เบื้องหน้าของผมคือเด็กหนุ่มผมสีทองกับดาบสีแดงที่ค่อยๆลอยขึ้นมา

เซอร์เวนท์อาเชอร์ ราชาวีรชนกิลกาเมซ อะไรกันมาแล้วทั้งทีอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”

“งั้นหรอ”

ผมหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นอีกครั้ง

“คุณปลอดภัยหรือค่ะ คุณราชา”

มาชูถาม

“งั้นพระเจ้าเอ๋ย...เจ้าคงเตรียมตัวตายแล้วสินะงั้นจงตายในโลกแห่งความตายซะ”

เสียงคำรามดังมาอย่างต่อเนื่อง

“งั้นจัดการเลยนะ ฟูจิมารุและมาโคโตะแห่งคาลเดีย สุดท้ายเจ้าควรภูมิใจที่ได้สู้รวมกับข้า ของจะโชว์พลังของวีรชนที่แข็งแกร่งที่สุดให้พวกเจ้าเห็น”

วงแหวนสีทองออกมาด้านหลังของกิลกาเมซก่อนที่จะมีอาวุธปล่อยออกไปแต่ว่าผมเอาก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน ผมกระโดดไปด้านหลังก่อนจะขยับปากเล็กน้อยก่อนจะใช้เมตาตรอนยิงเข้าไป ก่อนที่กิลกาเมซจะชูดาบสีแดงขึ้น

“เอนูมา เอลิช” 

ลำแสงสีแดงที่ออกมาจากดาบถูกปล่อยไปที่พระเจ้าตนนั้นทันที

“รุ่นพี่ค่ะ ขอมือด้วยค่ะ”

“เออ”

“เหมือนหมาเลย”

ผมพูดเบาๆก่อนจะบอกให้มาชูใช้โฮกุอีกครั้งแต่ว่ามาชูนั้นก็ไม่ใช่ก่อนจะมีเสียงระเบิดดังขึ้นก่อนที่ผมจะลืมตามาและพบว่าตัวเองอยู่บนพื้นดินอีกครั้ง

“สำเร็จแล้วสินะ”

“ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น”

ผมหันมาด้านของก็พบกับมิสเทอร์เรียและอัลเตอร์ที่ยังคงนอนสลบอยู่

“โชคดีจริงๆเลยนะค่ะ ที่เราสามารถกลับมาที่อุรุกทัน”

“คุณอิชทาร์ปลอดภัยดีหรอค่ะ”

“ชิ น่าจะตายๆไปซะ”

ผมพูดออกมาเบาๆก่อนจะยิ้มเล็กน้อย

“แล้วคุณจะไม่หายไปงั้นหรอค่ะ”

“ก็ฉันไม่ได้ถูกจอกเรียกออกมานิ แต่ว่าฉันจะดูก่อนพัฒนาของที่นี่อ่ะนะ”

“แล้วเอเรซคิกัล อยู่ไหน”

อิชทาร์เงียบเล็กน้อย

“เธอน่ะ...พักผ่อนอยู่ที่ยมโลกน่ะ แล้วเขาก็บอกว่าฝากพวกเธอด้วย”             

“ราชา”

“พวกเจ้าจงภูมิใจในชัยชนะซะแล้วจงเอยนามของข้าในตอนที่กลับไปคาลเดียด้วยละเดี๋ยวสิ ฉันมีเรื่องที่ลืมถามว่าแต่เมืองนี้เป็นยังไงบ้าง สนุกรึเปล่า”

“สนุกมากเลยค่ะ”

มาชูกับมิสเทอร์เรียพูดออกมาพร้อมกัน

“งั้นหรอข้าก็ดีใจกับพวกเจ้าด้วยงั้นข้าคงต้องให้ของฝากอะไรสักอย่างแล้วละ สมบัติของที่เหล้าข้าวเอาเถอะ”

“เดี๋ยว...ที่ใส่อยู่...มัน...คือ”

อิซทาร์หน้าแดงเล็กน้อย

“ขอบคุณมากเลยค่ะ ราชากิลกาเมซ แต่ว่าฉันกับทุกคนน่ะมันยังเร็วไปนะคะ”

“งั้นที่เหลือข้าฝากพวกเจ้าด้วยนะ”

สิ้นสุดเสียงกิลกาเมซก็หายไปแต่ว่าวินาทีนั้นไม่ใช่กิลกาเมซคนเดียวที่หายไป

“เมอร์ลิน”

“ที่เหลือฝากด้วยนะ ฟูจิมารุ มาโคโตะคุง แล้วอีกอย่างฉันทำตามแผนแล้วนะ”

“เออ...ขอบคุณมากเมอร์ลิน”

เมอร์ลินหายไปในพริบตาก่อนที่ทุกคนจะถูกส่งกลับคาลเดียยกเว้นมาโคโตะที่ยังอยู่ต่อ

“สุดท้าย นายก็เอาแค่ร่างเงาสินะ”

สิ้นสุดเสียงของอิซทาร์ร่างกายของมาโคโตะก็หายเข้าไปในเงามืดที่มากับพื้นก่อนจะหายไป

“เรื่องตาบอดและทุกอย่างนั้นไม่ใช่นายเลยนะ”

2ชั่วโมงที่แล้ว

“เอเรซคิกัล หายเกิดเธอหายไปตอนนี้รู้มั้ยจะเกิดอะไรขึ้น มาโคโตะก็คงไม่ยอมใช่มั้ย นายเองก็รู้ถึงครั้งต่อไปจะเจอกันแต่ว่านิสัยอาจจะต่างไปจากตอนนี้นะ”

ไม่มีเสียงตอบกลับ

“ครั้งหน้าเอาจะได้เจอกันแบบโรแมนติกก็ได้นะ”

“ไม่มีหรอ ยัยบ้า”

“ไม่มีงั้นหรอ นิสัยปกติของฉันไม่แย่กว่านี้อ่ะนะแล้วก็ไม่รู้ว่าจะพูดุยกับเธอได้อีกครั้งรึเปล่า ไม่สบายใจเลย”

“เธอน่ะ ไม่โดนเรียกอยู่แล้วถ้าไม่ใช่เธอในตอนนี้ มันก็จะไม่มีความทรงจำอะไรเลย ใช่มั้นมาโคโตะ”

ไม่มีเสียงตอบกลับ

“งั้นหรอ นั้นสินะ”

ผมได้แต่ฟังที่ทั้งสองคนคุยกันแต่ว่ามือของผมนั้นก็สั่นไม่หยุด

“อิซทาร์ เธอไปเถอะปล่อยฉันอยู่ที่นี่เถอะ”

“ฉันเองก็ขอร้องด้วยอิซทาร์”

“มาโคโตะ”

อิซทาร์เงียบไปสักพักก่อนจะตอบกลับมา

“เดี๋ยวฉันจะไปบอกพวกนั้นให้นะ แล้วร่างแยกของนายละ”

“เดี๋ยวมันก็หายไปเองละ”

เมื่อพูดจบอิซทาร์ก็บินกลับไปขึ้นไปก่อนที่ผมจะวิ่งเข้าไปรับเอเรซคิกัล ที่ล้มลงไป

“นี่โทซากะ เธอจะหายไปไม่ได้นะ”

“ไม่หรอก ฉันจะไม่หายไปไหน ถ้าเกิดว่าเขาและนายยังคงจำฉันได้ละก็ แบบนั้นก็โอเค”

“มันจะโอเคได้ไงละยัยบ้า”

น้ำตาของผมค่อยไหลลงมาเล็กน้อย

“นี่โทซากะ อย่าหายไปนะ ทั้งๆที่เราก็ได้เจอกันแล้วแท้ๆ”

“โทซากะงั้นหรอ นั้นคงเป็นชื่อของฉันที่ไม่ใช่ฉันสินะ”

“อย่าหายไปนะ”

“ฉันจะไม่หายไปไหนถ้าหากนายยังจำฉันได้ ต้องได้เจอกันอีกแน่”

มือของเอเรซคิกัล เข้ามาจับที่อกของผมเล็กน้อย

“ตราบใดที่นายยังจำได้ ฉันก็คงจะอยู่ตรงนี้อยู่ในใจของนายตลอดไป”

สิ้นสุดเสียงเอเรซคิกัลก็ค่อยๆหายไป

next time solomon

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว