ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 4 : ข้าจะยัดเยียดความเป็นผัวให้กับเอง 100%

ชื่อตอน : Chapter 4 : ข้าจะยัดเยียดความเป็นผัวให้กับเอง 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2558 17:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 : ข้าจะยัดเยียดความเป็นผัวให้กับเอง 100%
แบบอักษร

Chapter 4

ข้าจะยัดเยียดความเป็นผัวให้กับเอ็ง

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/129212/1050296290-member.jpg

4

ข้าจะยัดเยียดความเป็นผัวให้กับเอ็ง

            หลังเลิกสอนฉันก็กลับก่อนไนท์เลยไม่อยากจะรอ เขาขับรถฉันมาแถมยังเอากุญแจไปด้วยแล้วคิดเหรอว่าฉันจะรอ วันนี้ฉันไม่นอนคอนโดจะกลับบ้าน ฉันให้คนขับรถที่บ้านมารับลุงชัยคนขับรถขับออกมาได้สักพักฝนก็ตกลงมาปรอยๆ วันนี้ไม่อยากจะซ่าส์อะไรนักหรอกวันนี้ฉันเหนื่อยฉันเพลียสอนเด็กไปก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก

                “กลับมาบ้านเป็นด้วยเหรอ”

                ฉันทำหน้างอใส่แม่ พอมาถึงฉันก็รีบลงรถเข้าบ้านมาหาแม่เลย ส่วนพ่อก็ไปประชุมกับอธิการเรื่องคณะกับอธิการร่วมกับคณบดีท่านอื่น แม่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารเย็นวันนี้กับป้าน้อม แม่พูดเหมือนจะไม่ดีใจที่ลูกกลับมาต่างจากป้าน้อมที่ดีใจมากกว่าแม่

                “แม่ก็พูดไปนะคะ คิดยังไงลงครัวเอง”

                “ก็รู้ว่าลูกจะมาไง” ฉันเดินเข้าไปสวมกอดแม่จากทางด้านหลัง ออดอ้อนออเซาะในแบบที่ไม่ต้องคิดเลยว่าชาตินี้จะมีใครได้เห็นฉันในมุมแมวเหมียวนอกจากยัยเกล้าขาวีน

                “ป้าน้อมคะ แม่ไม่ยอมบอกเกล้าเลยทำไมถึงลงครัว” ป้าน้อมอายุแก่กว่าแม่สักสามปีได้ ท่านหัวเราะออกมาเบาๆ ป้าน้อมอยู่บ้านนี้กับเรามาตั้งแต่ฉันยังไม่เกิดแกไม่ยอมไปไหนเลยบอกจะอยู่ที่นี่แกไม่แต่งงาน แกบอกอยากจะคอยดูแลครอบครัวเราไปจนสิ้นลมหายใจ

                “ก็วันนี้มีแขกสิคะคุณหนู น่าจะมาพร้อมคุณท่านนี่แหละค่ะ”

                “อ๋อ” ป้าน้อมเป็นคนไขข้อกระจ่างให้กับฉัน ฉันผละออกจากตัวแม่กระโดดขึ้นไปนั่งบนโต๊ะที่ใช้สำหรับวางของ แม่หันมาทำตาเขียวใส่ฉันทันที

                “เป็นสาวเป็นแส้หัดทำตัวเป็นกุลสตรีหน่อยยัยเกล้า”

                “ป้าน้อมดูแม่สิ”

                “มันก็ถูกของคุณหญิงนะคะ” ทั้งสองคนเข้าขากันดีจริงๆ เลย เหมือนโดนรังแก

                “รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเลย โชคดีที่เรากลับมาทีแรกแม่ว่าจะโทรตาม ไปอาบน้ำไป”

                “ไม่เอา เกล้าจะนอน”

                “ยัยเกล้า!

                “ก็ได้ๆ มนุษย์แม่แสนร้ายกาจ!

                “พูดดีๆ ยัยลูกบ้านี่”

                ฉันกระโดลงจากโต๊ะ เดินไปหยิบไก่ทอดสูตรลับฉบับแม่มากิน แม่ตีมือฉันเสียงดังจนมันแดงเป็นรอยมือแม่ คนอะไรตีเจ็บชะมัดเลย กินหน่อยก็ไม่ได้ ฉันไม่ได้สนใจแขกพ่อกับแม่เลยสักนิดเรื่องอะไรฉันจะลงไป ฉันนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงขอนอนสักหน่อยเถอะไม่ไหวเพลีย

                ก็อกๆ

                เหมือนสวรรค์พัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครมา ฉันไม่เดินไปเปิดประตูให้แต่เลือกที่จะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมามากกว่า ให้ตายเถอะ เหนื่อย!

                “จะอาบน้ำแล้วค่ะ ป้าน้อมบอกแม่เดี๋ยวลงไป”

                “ค่ะคุณหนู”

                เหมือนป้าน้อมจะหัวเราะด้วยที่ฉันตอบออกไปแบบนั้น ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัวใส่ชุดลำลองที่คิดว่าดูดีที่สุด สุภาพที่สุด ฉันเลือกใส่ชุดนอนกางเกงขายาวลายหมีโคอล่า สวมสลิปเปอร์รูปหมีหัวสีน้ำตาลเข้ากับชุดถึงตอนนี้เวลาจะแค่หกโมงเย็นก็ตามทีแต่ฉันง่วงนี่ เดินลงไปชั้นล่างเสียงหัวเราะดังมาแต่ไกล

                “ยัยเกล้า”

                “เกล้า!

                เสียงหัวเราะเป็นอันต้องหยุดชะงักลงเมื่อฉันใส่ชุดนอนลงมาแบบนี้ หรือบางทีอาจจะเรียกเสียงหัวเราะได้มากกว่เดิมเลยด้วยซ้ำ ฉันรู้แล้วว่าวันนี้แขกที่มาบ้านเป็นใคร

                “วันนั้นต่างจากวันนี้เยอะเลย” เจ้าสัวสินชัยพูดขึ้นมองหน้าภรรยาสาว ฉันยกมือไหว้ท่านทั้งสองอย่างนอบน้อม ท่านไม่ได้มาแค่สองคนแต่ยังพาลูกชายเล็กมาด้วย “ไนท์ไหวพี่เขาสิ” ฉันเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ไนท์ กรอกตาไปมาก่อนจะยอมื้อไหว้ลวกๆ

                “นนท์ไม่มาเหรอคะ” ฉันเลือกที่นั่งข้างพ่อ ซึ่งมันห่างจากที่นั่งไนท์อยู่พอสมควร เขาดูไม่พอใจฉันอยู่มากเหมือนกันดจากสายตาแล้ว

                “ไม่จ๊ะ ตานนท์ยังทำงานอยู่ที่บริษัท”

                “หรือไม่ก็อยู่กับผู้หญิงอื่น” ฉันรู้หรอกว่าไนท์จงใจพูดแบบนี้ เสียใจไม่สะทกสะท้านหรอก

                “ที่มาวันนี้เนี่ยฉันมีเรื่องอยากจะขอร้องนายนะ” เสียงพ่อของนนท์พูดขึ้นสรรพนามเรียกแทนตัวทั้งสองค่อนข้างสนิทสนมกันเลย

                “ฉันรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นเรื่องนั้น” พ่อพูดขึ้นพรางมองหน้าแม่สลับกับฉัน

                “ดิฉันน่ะอยากจะมาขอหมั้นหนูเกล้ากับตานนท์ไว้ก่อนค่ะ” ผู้เป็นแม่ของนนท์พูดขึ้นมา ฉันฉีกยิ้มกว้างซึ่งมันต่างจากสีหน้าของไนท์ตอนนี้มาก ฉันเบ้ปากใส่คนที่เอาแต่ทำหน้านิ่งอยู่

                “ฉันเห็นด้วย

                “แต่ผมว่ามันเร็วไปหน่อยมั้ยครับ” ไนท์ขัดแม่ฉันขึ้นมาดื้อๆ ทุกคนต่างมองมาหน้าเขาด้วยความสงสัย

                “อะไรตาไนท์” แม่เขาพูดขึ้นมา

                “ผมว่ามันเร็วไป”

                “ทำไมละจ๊ะ ไนท์มันเร็วตรงไหน?” แม่ฉันเองก็สงสัย อย่าว่าแต่แม่เลยฉันเองก็สงสัยว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่ ฉันได้แต่มองหน้าเขาอย่างหวั่นใจ ไนท์สบตาฉันครู่เดียวก่อนจะหันไปพูดกับผู้ใหญ่

                “รอให้ผมเรียนจบก่อนได้มั้ยครับแล้วค่อยหมั้น”

                “อีกสี่เดือนเลยนะ” เจ้าสัวสินชัยว่า ดูท่าแล้วไม่เห็นด้วยกันลูกชายเล็กสักเท่าไหร่นัก “อีกอย่างแกไมได้หมั้นนะไนท์ มันจะไปยากอะไร”

                “พ่อจะไม่ตามใจผมเหรอครับ” ไนท์เริ่มแสดงอาการเอาแต่ใจจนคนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องสื่อสารกันทางสายตาอีกครั้ง “อีกอย่างเกล้า เอ้ย! พี่เกล้าก็เป็นอาจารย์คณะผมเขาจะว่าผมได้นะคิดดูว่ามันเสียแค่ไหน ทั้งเรื่องคุณลุงเป็นคณบดีอีกเขาจะนินทาเอา”

                ฉันเกลียดผู้ชายหน้าด้านคนนี้จริงๆ ทำเป็นตีหน้าเศร้า ปั้นน้ำเป็นตัวจริงๆ เลยดูสิตอนนี้ผู้ใหญ่ทั้งสี่ท่านทางจะเห็นด้วยไปกับเขาซะงั้น

                “จริงด้วย ตาไนท์พูดถูกงั้นรอให้แกเรียบจบก่อนก็ดี” ฉันแอบเห็นรอยยิ้มของไนท์แว๊บหนึ่งก่อนที่เขาจะปรับหน้าให้เป็นปกติเหมือนเดิม

                “เกล้าว่าไงลูก” พ่อฉันหันมาถามความคิดเห็น

                “ขัดอะไรได้คะ แต่ไม่เป็นไรค่ะไหมรอนนท์ได้เรารักกัน!” ฉันแน่นคำพูดอย่างชัดเจน ไนท์ยังคงทำหน้ายียวนกวนประสาท ชนะฉันได้หนึ่งเก้าแต่รอบต่อไปฉันจะน็อคหมอนี่ให้ดู

                “เอาตามนั้นแล้วกันนะ” แม่ฉันพูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้กับทุกคน “วันนี้ถือว่าเรามาพบปะครอบครัวอีกไม่นานเราก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว เสียดายตานนท์ไม่มา”

                “นั่นสิ แต่ไม่เป็นไรอย่างน้อยน้องเขยก็มาแล้วนี่เดี๋ยวตาไนท์น้อยใจ” พ่อฉันพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง ทั้งโต๊ะดูมีความสุขโดยเฉพาะไนท์เลย ฉันไม่อยากจะอยู่นี่แล้ว

                “แม่คะ เกล้าขอตัวขึ้นข้างบนนะคะ”

                “ทำไมล่ะ” เป็นแม่ฝ่ายไนท์ที่เอ่ยถามท่าทางเป็นกังวล

                “พอดีเกล้าไม่สบายนิดหน่อยค่ะ แค่กๆ” ฉันแสร้งทำเป็นไอค่อกๆ แค่กๆ ไนท์แสดงละครได้เนียนฉันเองก็ทำได้ไม่แพ้กัน “เกล้าว่าจะนอนแต่พอดีเจ้าสัวกับคุณหญิงมาก่อนเลยลงมาต้อนรับค่ะ” ฉันปดคำโตไป ฉันแอบเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางเกี่ยวกันไว้ นิ้วเท้านะ

                “ทำไมไม่บอกพ่อล่ะ งั้นก็ขึ้นไปนอนเถอะ”

                “พี่เกล้าไม่นอนคอนโดเหรอครับ” ฉันกำลังจะลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะอาหารเป็นอันต้องหยุดชะงัก ทุกคนมองหน้าฉันสลับกับไอ้เด็กสารเลวนั่น ฉันได้แต่ยิ้มแหย รู้สึกปากแห้งคอแห้งไปหมด

                “อะไรของแกไนท์” เจ้าสัวมองหน้าลูกอย่างสงสัยว่าพูดอะไร ไอ้เด็กบ้าเอ้ยพูดอย่างนี้อยากตายนักรึไหง ดูหน้ามันเถอะจะมีความสุขอะไรขนาดนั้น

                “เปล่าครับแค่ถาม สรุปพี่เขาอยู่คอนโดมั้ย?” หน้าตาแอ๊บแบ๊วนั่นมันคืออะไร มันช่างต่างจากตอนที่อยู่กับฉันซะเหลือเกิน ทำหน้าให้ผู้ใหญ่เชื่อสนิทใจนี่มันคืออะไร!

                “อยู่จ๊ะ เราไม่เคยไปสินะ” แม่ค่ะ มันไปหลายครั้งแล้วมันไปนอนด้วย

                “อ๋อ ครับต่อไปผมคงต้องขอให้พี่เขาช่วยติวแล้วล่ะ ใช่มั้ยฮะว่าที่พี่สะใภ้” ฉันฉีกยิ้มพยักหน้าลงอย่างยากลำบาก ใครจะไปติวให้นายไอ้บ้า!

                “ดีเลย เกล้าฝากน้องด้วยนะ”

                “ค่ะเจ้าสัว”

                “เรียกพ่อเถอะ”

                “ค่ะคุณพ่อ งั้นเกล้าขอตัวนะคะ”

                ฉันยกมือไหว้ทุกคนอีกครั้งก่อนจะหันไปแอบจิกตาใส่ไนท์ หมอนั่นทำมาไหว้ยกมือมีมารยาท ฉันเกลียดที่สุดเลยคือการที่ฉันทำอะไรหมอนี่ไม่ได้แบบนี้ ดูหน้ามั่นเถอะค่ะเห็นแล้วคือของขึ้นแบบสุดๆ ถ้าไม่เห็นว่าพ่อแม่มีแขกฉันเดินกระทืบเท้าบันไดพังไปแล้ว อดทนไว้เกล้า อดทนไว้อีกไม่นานเธอก็หลุดพ้นจากขุมนรกนั่น! 

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/129212/1050296290-member.jpg

 

 

 

Night Talk

            เอาสิคิดว่าอยู่บ้านแล้วจะทำอะไรไมได้อย่างนั้นเหรอฝันไปเถอะ ผมแอบย่องมาหาเกล้าอีกครั้งหลังจากกลับไปบ้านแล้ว มองดูนาฬิกาตอนนี้ก็เที่ยงคืน ผมกะจะมานอนให้ถึงเช้าเลยศึกษามาหมดละว่าพ่อแม่เกล้าออกจากบ้านกี่โมง ออกเช้ากว่าเกล้าชั่วโมงหนึ่งเห็นว่าพรุ่งนี้จะไปทำธุระข้างนอก ผมรอบคอบนะเอาชุดนิสิตมาด้วยครบมือ

                “อื้อ!

                ผมแอบย่องเข้ามาในห้องนอนของเกล้า ผมรู้จักนิสัยของเกล้าดีเลยเธอไม่ชอบนอนล็อคห้องซึ่งผมก็เคยเตือนไปหลายครั้งแล้วว่าให้ล็อคถ้าเกิดมีโจรขึ้นบ้านอย่างน้อยมันก็ยื้อเวลาได้ถ้าเกิดว่าพวกมันจะเข้ามาข่มขื่นไม่ใช่ให้มันเข้ามาง่ายๆ ฉะนั้นแล้วผมก็ต้องเป็นฝ่ายล็อคเอง

                เห็นหน้าเกล้าแล้วคำพูดพ่อกับแม่ก็ลอยมาในหัวเต็มไปหมด เฮียนนท์นี่ก็ร้ายไม่เบานะส่งพ่อแม่มาทาบทามเกล้าไว้ล่วงหน้า แต่เสียใจพอดีผมฉลาดกว่า ที่จริงวันนี้ผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาบ้านเกล้าสักนิด แต่ตอนกลับบ้านมาเปลี่ยนรถก็ได้ยินแม่คุยโทรศัพท์กับเฮียนนท์เข้า ถามว่าโมโหมั้ยก็โมโหนะ แต่พอดีไม่ใช่พวกใช้กำลังแต่ใช้สมองกับหน้าหล่อๆ แก้ปัญหามากกว่า คนมันจะเหนือฟ้ามันไม่ใช้กำลังแต่มันใช้สมอง

                “อื้อออ!

                ผมเข้าไปใกล้ร่างแน่งน้อยที่นอนอยู่บนเตียง ใช้มือปิดปากเกล้าไว้ขึ้นคร่อมเธอไว้เต็มที่ เหมือนเกล้าจะตื่นรู้สึกตัวแล้วที่มีคนเข้ามาในห้องแบบนี้

                “หอมจังเลย” ผมดัดเสียงเข้มชิดหูเกล้า เธอดิ้นพล่านไม่รู้ว่าผมเป็นใครเนื่องจากว่าในห้องนี้มืดมิดไปหมด เธอจะใช้มือมาทำร้ายผมก็ใช้ไม่ได้เพราะตอนนี้มือเธอโดนผมพันธนาการเอาไว้แล้ว

                “อื้อ อ่อยยย”

                เธอฮึดสู้แบบสุดๆ ผมแทบจะจับเธอไว้ไม่อยู่ ผู้หญิงอะไรวะแรงเยอะชะมัดเลย ยัยบ้านี่ถ้าหลุดได้ผมคิดว่าผมคงตายคาตีนเธอแน่ๆ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบตัวผมแล้วตอนนี้

                “อย่าดิ้น!” นี่กวนซะเลย ขึ้นเสียงหน่อยเป็นไง แต่ให้ตายเหมือนพูดกับตัวอะไรสักอย่างที่ไม่เข้าใจภาษายิ่งบอกยิ่งดิ้น เท้าเล็กๆ สองข้างพยายามเอามาเขี่ยๆ ผม งอขาเข้ามาจนจะเป็นกุ้งอยู่แล้วเนี่ยก็รู้อยู่ว่าทำอะไรไม่ได้

                “อ่อยยย อื้อ!

                ผมก้มลงสูดดมผมเธอเหมือนคนหื่นกาม ผมแกล้งทำหรอกน่าอย่าคิดว่าผมเป็นคนแบบนั้น แต่แม่งหอมว่ะ ผมใช้จมูกไซร้ไปตามซอกคอก่อนจะวนขึ้นไปที่แก้มอีกครั้ง

                “เซ็กซี่ขนาดนี้”

                “

                “ข้าจะยัดเยียดความเป็นผัวให้กับเองงง!!

                ผลั๊วะ!!

                “โอ๊ยยย!

                พรึ่บบบ!!

End Night Talk

               

                ฉันอยากจะบ้าตาย รู้บ้างมั้ยว่าหัวใจฉันจะวายตายเลยนะเมื่อกี้ ใจหล่นหายกระเด็นกระดอนไปทั่วห้องแล้วเล่นอะไรไม่รู้เรื่องเลย สมน้ำหน้าเลยเป็นไงล่ะ โดนมือฉันฟาดเข้ากกหูเสียงดังแถมด้วยถีบอีกทีหนึ่ง ฉันรีบไปเปิดไฟดูเลยว่าไอ้โจรสารเลวมันเป็นใคร พอเปิดไฟเท่านั้นแหละ โอ๊ยยย! ไอ้เวรไนท์

                “เจ็บนะเกล้า แรงควายชะมัด”

                “เล่นอะไรไม่เข้าท่าล่ะ!” ไนท์พยุงตัวเองลุกจากพื้นขยับมานั่งบนเตียงนอนฉัน ฉันนั่งขัดสมาธิกอดอกมองหน้าคนเล่นอะไรไร้สาระอย่างเอาเรื่อง หมอนี่มันเข้าบ้านฉันมาได้ยังไง

                “แล้วนี่เข้าบ้านฉันได้ยังไง”

                “ขี่ไม้กวาดมา” ฉันกรอกตาไปมาเบื่อหน่ายในคำตอบ ก็รู้นะว่าชอบแฮร์รี่พอตเตอร์แต่ขอร้องอย่ากวนส้นให้มันมากความอดทนยิ่งต่ำๆ อยู่ด้วย

                “อยากตาย?”

                “จ้างให้ฉันก็ไม่บอกเธอหรอก”

                “งั้นก็ออกไปจากห้องฉัน”

                “แหนะ! ถ้าฉันบอกจะให้นอนด้วยว่างั้น”

                “เปล่าย่ะ เชิญไสกบาลออกไปค่ะ ที่นี่ไม่ต้อนรับหมาหน้าด้าน!!

                “ไม่ใช่หมาหน้าด้าน หมาขี้อ้อน บ็อคๆ”

                ฉันอยากจะบ้าตายเมื่อไนท์ขยับเมาใกล้ทำเสียงหมาเห่าบ็อคๆ พร้อมกับเอาศีรษะทุยมาคลอเคลียแขน เมื่อก่อนหมอนี่ไม่ได้เป็นแบบนี้นี่ อะไรเนี่ยน่ากลัวชะมัดเลย

                “ไม่น่ารัก”

                “แต่น่าฟัด”

                “เลิกกวนประสาทแล้วบอกมาสักทีว่าเข้ามายังไง” ฉันเริ่มคาดคั้นคนที่แสนคุ้นอย่างไนท์อีกครั้ง ฉันจ้องตาเขาไม่ยอมลดละ ไนท์ถึงจะเป็นพวกกวนประสาทหน้าด้านแต่รู้อะไรมั้ยหมอนี่มักแพ้สายตาฉันเสมอยิ่งเป็นสายตากดดันแบบนี้แล้วไม่นานหมอนี่ก็บอก

                “ก็แอบเอากุญแจบ้านเธอไปปั๊มมา” ไนท์พูดพร้อมกับยิ้มแฉ่ง! ให้ตายเถอะฉันมายุ่งเกี่ยวกับคนพรรค์นี้ให้เสียเวลา เปลืองเนื้อเปลืองตัวเปลืองพลังงานสมองทำไม

                “เอาคืนมา”

                “ไม่! ยังไม่เคลียร์เลยเรื่องกลับก่อน”

                “ไม่อยากกลับพร้อมนี่”

                “เธอมันน่ารำคาญที่สุด”

                “มายุ่งเพื่อ”

                “อยากเอาเมียคืนไงครับ”

                “เหรอ จำได้ว่าก่อนหน้านั้นเรียกฉันว่าพี่สะใภ้”

                “ไม่เห็นจำได้เลย เฮียนนท์นี่ไม่เบาเลยนะกะรวบหัวรวบหางเธอเลย” ฉันขมวดคิ้วมองหน้าไนท์ หมอนี่ยิ้มแปลกๆ มีอะไรแน่ๆ ต้องมีอะไรในหัวเขาที่ฉันไม่รู้

                “ยิ้มบ้าอะไร”

                “เปล่า”

                “หน้านายมันฟ้อง”

                “เหรอ ฮ้าววว! เริ่มง่วงแล้วล่ะอยากนอน ฝันดี”

                “เฮ้ยๆ ลงไปจากเตียงฉันเลย อย่ามาเนียน”

                ไนท์เดินไปปิดไฟเขาล้มตัวลงนอนบนเตียงฉันอย่างถือวิสาสะไม่ได้สนใจอะไรฉันเลย ชุดก็ไม่เปลี่ยนน้ำก็ไม่อาบได้ทุเรศ ครั้งฉันจะออกไปนอนที่อื่นแม่ก็สงสัย เดี๋ยวตอนเช้ามีคนเข้ามาทำความสะอาดก็เป็นเรื่องอีกไม่เอาๆ ปลอดภัยไว้ก่อน

                “เล่นแบบนี้ใช่มั้ย ฉันจะเอาคืน”

                “รอเวลา ตอนนี้มาให้กอดก่อนมา”

                “อยากโดนถีบ?”

                “อยากโดนเอา เอาถี่ๆ”

                “ไอ้ทุเรศ!!

                “แหม เดี๋ยวเราก็ได้ฟัดกันแล้ว นอนลงมาเร็วอยากจับนม” ฉันอยากจะกรี๊ดออกมาเสียงดังๆ ใส่หน้าไอ้บ้านี่ มีผู้ชายที่ไหนเขาพูดกับผู้หญิงแบบนี้บ้างนอกจากไอ้บ้านี่

                “ประสาท”

                “อย่าโลกสวยน่า ผู้ชายมันก็เป็นงี้ทุกคนแหละ ไม่เชื่อถามพ่อเธอดู”

                “อย่าลามปาม อยากโดนตบ?”

                “ไม่เล่นพ่อก็ได้ เอาฉันเป็นหลักละกัน อยากจะฟัดจริงๆ นะเอาหน่อยได้มั้ย”

                “เอาตีนสิ ว๊ายย!…ไอ้ไนท์”

                ฉันโดนไนท์ลากลงไปกอดบนเตียง รอบนี้หมอนี่ไม่ได้กอดฉันเบาๆ เหมือนตอนที่เข้ามาทีแรก เขากอดฉันไว้แน่นจนฉันหายใจไม่ออกเลย

                “แต่งงานกันมั้ย?”

                “บ้าเหรอ ฉันรักนนท์”

                “ฉันก็รักเธอ”

                “อย่ามาพูดแบบนี้เลย”

                “เธอให้โอกาสเฮียนนท์”

                “นนท์เขาทำโอกาสเอง นายนั่นแหละเป็นคนทิ้งโอกาสนั้นตั้งแต่แรก นายเอาแต่โทษคนอื่นแต่ไม่เคยมองตัวเอง วันที่มันฉันอยู่ทำไมนายไม่ยอมรักษาฉันไว้ล่ะ”

                “

                “จะมาพร่ำว่ารักให้มันได้อะไรขึ้นมา จะมาขอแต่งงานทำไมทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้รักนายแล้ว”

                “

                “ตอนนั้นฉันรักนาย ทุ่มเท แต่นายก็ไม่เห็นค่า จะมาถามหาฉันในวันที่ความรู้สึกนั้นมันหายไปได้ยังไงเข้าใจบ้างสิอื้อ”

                คำพูดที่ฉันหมายจะพร่ำเพ้อต่อไปถูกกลืนหายไปพร้อมกับจูบของไนท์ ฉันดันออกแกร่งออกห่าง ยิ่งสัมผัสยิ่งรู้สึกว่าเขานั่นแข็งแกร่งกว่าไนท์คนเดิมที่ฉันรู้จัก เขาโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ แถมยังแรงเยอะมากกว่าเดิม

                “ถ้าเฮียนนท์หาโอกาสให้ตัวเองได้ฉันก็จะหาในวิธีของฉัน”

                “นายจะทำอะไร”

                “คอยดูเอาแล้วกัน จะไปว่าตอนนี้ก็เริ่มไปแล้วนะขั้นหนึ่ง”

                “ไนท์ นายจะทำอะไร” ฉันรู้สึกหวั่นใจแปลกๆ เขาต้องทำอะไรไม่ดีไปแล้วแน่ๆ

                “หนึ่ง”

                “ไนท์!

                “สอง”

                “ไนท์”

                “สาม”

 

                พรึ่บ!!!

 

 

 

Talk

มาลงเร็วกว่าเวลาอ่ะ รีบปั่น รู้สึกค้าง แต่งเองค้าเอง ฮ่าๆ ยังไม่รู้เลยว่าไนท์คิดจะทำอะไรเธอช่างร้ายนัก ขอกำลังใจ Dangerous K จะวางอีบุ๊คแล้วอยากเก็บไว้อ่านนานๆ ก็ช่วยอุดหนุนด้วยนะ เดี๋ยวไนท์จะตามาเร็วๆ นี้จ้า โหวต เม้นท์ ไลค์เพจ

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว