email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#เดย์เจ้าเอย 9

ชื่อตอน : #เดย์เจ้าเอย 9

คำค้น : เดย์เจ้าเอย แนวมหาลัย nana nanaกะหอยทาก น่ารัก หวาน อบอุ่น ผ่อนคลาย ฟิน จิกหมอน feelgood ฟีลกู๊ด

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2562 14:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เดย์เจ้าเอย 9
แบบอักษร

#เดย์เจ้าเอย 9 

 

 

 

                “งั้นเราไปทานข้าวกันได้แล้วเนอะ” พี่เดย์ยิ้มให้ก่อนจะก้มลงจุ๊บที่ริมฝีปากแรงๆแล้วผละออกห่าง เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูรถให้ก่อนจะดึงมือไปจับแล้วพาเดินไปยังชั้นร้านอาหารที่ไม่รู้ว่าไปตกลงกับเพื่อนฉันตั้งแต่ตอนไหนหรือเป็นที่ฉันเองที่เหม่อจนไม่ได้ฟังพวกเขา

                “เสร็จนี่ต้องไปซ้อมแบดต่อใช่ไหม”

                “ใช่ค่ะ”   

                “แล้วไม่ได้เข้าเชียร์เหรอ”

                “คนที่มีรายชื่อแข่งกีฬาอนุญาตไม่ต้องเข้าเชียร์แต่ต้องไปฝึกซ้อมตามกีฬาที่ลง”

                “งั้นเหรอฝึกทุกวันเลยไหม” พี่เดย์ยังถามไม่หยุดแม้จะมีอาหารมาเสิร์ฟแล้วก็ตาม

                “ยังไม่มั่นใจค่ะต้องรอตารางซ้อมจากรุ่นพี่ก่อนค่ะ”

                “งั้นเหรอ ทานข้าวเถอะ” พี่เดย์หยุดคุยและตักอาหารมาใส่จานให้ ฉันทานข้าวบ้างคุยกับเพื่อนบ้างเราต่างคุยเรื่องทั่วไปรวมถึงเรื่องงานกลุ่มที่เพิ่งได้รับมอบหมายมาพี่เดย์เองก็เงียบฟังด้วยเหมือนในหัวเขาตอนนี้กำลังเรียงคำถามที่จะถามฉันไว้เลยล่ะ ถามเก่งมากจริงๆ

                “ไม่ให้ไปส่งจริงๆเหรอ?” ฉันเอ่ยถามเพื่อนเมื่อเราทานข้าวเสร็จและกำลังจะแยกกันกลับ ทั้งสองไม่ยอมให้ไปส่งบอกว่าจะนั่งรถไฟฟ้ากลับเองฉันเองก็รบเร้าไปเพราะเป็นห่วงเพื่อนแต่ทั้งสองก็ยังคงยืนยันที่จะกลับเองฉันเลยจำต้องโบกมือลาเพื่อนไป

                “เขานัดกี่โมง”

                “บ่ายสาม”

                “ไปพักที่ห้องก่อนเดี๋ยวออกมาส่งเอาชุดมาด้วยใช่ไหม”

                “ค่ะ”

                “งั้นเรากลับกันก่อน” พี่เดย์เดินจับมือฉันแล้วพาเดินกลับไปขึ้นรถจากห้างสรรพสินค้าไปที่คอนโดพี่เดย์ไม่ได้ไกลมากแต่อาจจะช้าหน่อยเพราะรถติด เราถึงคอนโดพี่เดย์เกือบๆบ่ายโมงแน่นอนว่ามาถึงฉันพุ่งเข้าไปอาบน้ำทันทีและออกมานอนไม่สนใจเจ้าของห้องที่เดินตามหลังมาเลยสักนิด เมื่อเห็นฉันปีนขึ้นไปนอนบนเตียงนอนพี่เดย์ก็เข้ามาเปิดแอร์ให้ก่อนจะเดินออกไปข้างนอก ฉันหลับไปทันทีหลังจากพี่เดย์ออกไปไม่นานตื่นอีกทีก็บ่ายสองนิดๆพร้อมกับข้อความในโทรศัพท์ที่แจ้งจากพี่ๆว่าซ้อมแบดและรับร้องวันนี้งด ซ้อมแบดที่งดเพราะหลังคายิมรั่วทำให้ซ้อมไม่ได้ส่วนรับน้องที่งดเพราะอาจารย์มีเรื่องคุยกับรุ่นพี่ไปสองถึงปีสี่ทำให้ไม่มีใครว่างเข้าคุม ถือว่าสบายไปแล้วกันนอนต่อดีไหมนะ

                “เอย เจ้าเอยบ่ายสองครึ่งแล้วนะ” เสียงพี่เดย์ดังขึ้นฉันที่นอนซุกตัวใต้ผ้าห่มก็ขยับโผล่หน้าจากชายผ้าห่มเล็กน้อยมองร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้และทรุดตัวนั่งลงข้างๆ

                “ยังไม่ตื่นอีกเหรอ” มือร้อนยกวางที่เรือนผมก่อนจะลูบเบาๆ

                “วันนี้ไม่มีเข้าเชียร์ค่ะอาจารย์เรียกพบพี่ปีสูง แล้วก็สนามแบดน้ำท่วมไปซ้อมไม่ได้”

                “อ้าวเหรอ แล้วอยากไปซ้อมไหมพี่จะพาไปสนาม”

                “หือ? มีเหรอคะ ไกลไหมแล้วเสียค่าเข้าหรือเปล่า”

                “ไม่ไกล ไม่เสียค่าเข้าพี่เป็นสมาชิกอยู่น่ะ”

                “ว้าว หนูอยากไปพี่พาไปได้ไหม”

                “ได้ งั้นไปเปลี่ยนชุดก่อนเดี๋ยวพี่จะพาไปให้ชวนเพื่อนพี่ไปด้วยไหมพาร์คมันชอบ” ถ้าชวนพี่พาร์คคนอื่นๆก็จะตามมาใช่ไหม แล้วพี่...

                “ชวนแค่เพื่อนผู้ชาย” พี่เดย์บอกอย่างรู้ทันว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่

                “ก็ได้ค่ะ งั้นหนูชวนเพื่อนด้วยดีกว่า”

                “ครับตามนั้น เดี๋ยวโทรบอกพวกมันก่อนเราก็รีบเปลี่ยนชุดนะ”

                “รับทราบค่ะ” ฉันกระโดดลงจากเตียงนอนวิ่งเข้าห้องน้ำท่ามกลางเสียงหัวเราะของพี่เดย์ ฉันเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นเพื่อความถนัดในการซ้อมเห็นแบบนี้ฉันเคยแข่งกีฬาแบดมินตันชนะระดับไฮสคูลเลยนะขอบอก ไม่อยากจะอวด

                “วิวเพื่อนพี่ไปรอที่สนามแล้วนะ”

                “เพื่อนหนูก็กำลังออกไป เราไปกันเถอะ” ฉันยิ้มกว้างรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่จะได้เล่นกีฬาที่ชอบแต่แล้วความคิดฉันก็ต้องชะงักไปเมื่อนึกได้ว่า...

                “หนูไม่มีไม้แบด!”

                “พี่ฝากให้เพื่อนเอาไปให้แล้ว อ้อ ของพี่มีนะเก็บไว้อยู่เคยเรียนตอนปีหนึ่ง” พี่เดย์ชูไม้แบดตรงหน้าพร้อมกับยิ้ม บังเอิญเสียจริงแต่ก็เอาเถอะมีให้ยืมก็พอแล้ว เราลงไปขึ้นรถพี่เดย์ก็พาไปยังสนามซ้อมคิดว่าคนน่าจะไม่เยอะเท่าไหร่เพราะวันนี้ฝนตกหลายๆคนคงอยากจะนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มอุ่นๆล่ะนะ

                “กางเกงสั้น” ปากว่าไม่พอมือร้อนตีที่ต้นขาเสียงดังเปี๊ยะ! ฉันงอแงทันทีเพราะก้มมองแล้วเจอรอยมือบางๆ

                “โป๊” เขายังใช้สายตาน่ากลัวมองขาฉันอยู่ แต่เฮ้! พี่ช่วยดูผลงานประติมากรรมฝ่ามือของตัวเองบ้างสิมันเป็นรอยแดงเลยนะ

                “หวงว่ะ กลับไปเปลี่ยนชุดได้ไหม” แล้วเขาก็พึมพำกับตัวเองอยู่แบบนั้น

                “ไม่เอาด้วยหรอก พี่อ่ะมันเป็นรอยแดงเลยเห็นไหมมันเจ็บเหมือนกันนะ” ฉันโวยวายเบาๆมือก็ยกตีต้นแขนคนตัวสูงที่เดินอยู่ข้างๆและฝากรอยประติมากรรมเป็นรอยฝ่ามือเล็กๆบนต้นแขนเขา เขาใส่เสื้อบอลและกางเกงกีฬาธรรมดานี่แหละแต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ดูดีจนละสายตาไม่ได้

                “จะไปไหนให้บอกนะ อย่าไปคนเดียว” เขาบอกเสียงดังฟังชัดฉันพยักหน้ารับโบกไม้โบกมือให้เพื่อนที่นั่งอยู่มุมสนาม สนามแข่งมีทั้งหมดห้าสนามเราอยู่สนามนอกสุดและตอนนี้มีเพื่อนพี่เดย์กำลังตีอยู่ความแรงในการตีคงทะลุเลเวลร้อยเหมือนพวกเขาเก็บกดกันอ่ะ

                ฉันคุยกับเพื่อนเล็กน้อยก่อนจะวอร์มร่างกายก่อนลงซ้อม ด้วยความที่มีไม้ไม่ครบเราเลยจับคู่และเวียนลงแข่งการพนันเกิดขึ้นเมื่อพี่พาร์คขิงตัวเองใหญ่เลยว่าไม่มีใครชนะได้แน่นอน และแน่นอนว่าวันนี้ใครแพ้ต้องเลี้ยงหมูกระทะ คู่แรกพี่พาร์คคู่กับพี่ฟาส แข่งกับ พี่มอนที่คู่กับโพธิ์ ส่วนวิสาเป็นกรรมการเห็นบอกว่าเล่นไม่เป็นแต่อยากมาส่องผู้เป็นอาหารตาเอาเถอะเพื่อนฉันคำพูดว่ากลัวแต่จริงๆน่ารักมากเลยนะ

                “เดี๋ยวหนูทำเอง” ฉันชักเท้ากลับเข้าหาตัวเองเมื่อพี่เดย์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกำลังจับเชือกรองเท้าและผูกให้

                “ไม่เป็นไรพี่ทำให้”

                “คนอื่นจะมองไม่ดี พี่เป็นผู้ชาย”

                “ช่างคนอื่นสิ” เขาไม่สนใจจริงๆ เขาผูกเชือกรองเท้าให้ทั้งสองข้างจากนั้นก็นั่งอยู่ข้างๆกระทั่งถึงเวลาลงสนาม เราต้องแข่งกับพี่พาร์คและพี่ฟาส ท่าทางอวดๆตัวเองนั่นทำให้พี่เดย์ถึงกับส่ายหน้า เราคุยกันนิดหน่อยก่อนจะเริ่มแข่ง เราแข่งกันอยู่นานและทีมที่ชนะคือทีมของฉันกับพี่เดย์ทำเอาพี่พาร์คออกอาการงอแงทันทีที่แพ้

                “พาร์คตีเดี่ยวกับน้องหน่อย” พี่เดย์ที่เช็ดเหงื่อออกจากกรอบหน้าให้หันไปตะโกนบอกพี่พาร์ค เขามองฉันเล็กน้อยก่อนจะรวบผมให้ใหม่

                “รู้ว่ายังอยากเล่นต่อ” จู่ๆพี่เดย์ก็เอ่ยบอก ฉันเองก็ยิ้มกว้างไม่รู้ว่าเขาสังเกตหรือฉันแสดงออกชัดเจนกันแน่ว่ายังอยากเล่นต่อ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณเขาล่ะนะ

                “ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยบอกพี่เดย์เมื่อเขารวบผมเสร็จพอดี

                “ครับ ถ้าเหนื่อยก็หยุดนะพี่จะไปนั่งรอที่เดิม” ฉันพยักหน้าก่อนจะเปลี่ยนโหมดแข่งกับพี่พาร์ครายนั้นพลังงานเหลือล้นมากและฉันเองก็ชอบมากเหมือนกัน

                “ไอ้เอย! แกอย่ามาแกล้งพี่นะเว้ย” พี่พาร์คตะโกนมาระหว่างที่เขากำลังแข่งกันจริงจังเสียงหัวเราะของพี่ๆและเพื่อนฉันดังมาจากข้างสนามไม่รู้พวกเขาทำอะไรแต่คิดว่าบางคนคงดูฉันกับพี่พาร์คอยู่ฉันรับรู้ถึงสายตาที่จับจ้องฉันแต่ก็ไม่ได้หันไปมอง

                “หนูไม่ได้แกล้งพี่นะ พี่พาร์ค!” ท้ายประโยคฉันเรียกอีกฝ่ายเสียงดังเมื่อเขาเอาคืนฉันโดยการตีไปอีกมุมที่ฉันยืนอยู่ไม่ได้การละฉันต้องรีบจบเกม

                “ไอ้เอย! แกมันร้าย” พี่พาร์คตะโกนกลับมาเมื่อฉันตีกลับไปอีกมุมที่เขาไม่ได้ยืนอยู่ทั้งตีทั้งตะโกนข่มอีกฝ่าย ฉันหลุดขำเมื่อพี่พาร์คตีกลับมาแล้วไม้แบดปลิวข้ามมาฝั่งฉัน จบการแข่งขันฉันชนะไปเพราะพี่พาร์คทำไม้แบดมินตันหลุดมือ

                “โอ๊ย! เหนื่อย” พี่พาร์คทรุดตัวนั่งข้างๆเพื่อนๆเขาที่นั่งดื่มน้ำกันอยู่ฉันนั่งลงข้างๆเพื่อนตัวเองเหมือนกันพี่เดย์ยื่นขวดน้ำมาให้ตามด้วยร่างหนาที่ขยับเข้ามานั่งข้างๆและเช็ดเหงื่อให้ เรานั่งคุยนั่งเล่นกันสักพักก่อนจะเก็บของแยกย้ายกันกลับส่วนหมูกระทะเอาไว้ครั้งหน้าเพราะวันนี้เหนื่อยมากแล้ว

                “พี่คะ”

                “หือ?” คนที่เดินอยู่ข้างหน้ามือถือของพะรุงพะรังหันกลับมามองฉันอย่างสงสัย แต่ฉันก็สงสัยเขาเหมือนกัน

                “ไปโดนอะไรมาทำไมมีผื่นขึ้นเยอะแบบนั้น” ฉันเอ่ยถามมือก็เอื้อมไปเปิดเสื้อที่พี่เดย์สวมอยู่เขาไม่ได้ห้ามอะไรเมื่อฉันทำแบบนั้น แต่กลับต้องตกใจเสียมากกว่าเมื่อเห็นนอกจากแขนเขาแล้วยังมีผื่นขึ้นที่ลำตัวเขาด้วย

                “พี่แพ้เหงื่อน่ะ ปกติถ้าเหงื่อไม่เยอะก็ไม่เป็นไรสงสัยมันนี้เหงื่อออกเยอะมั้ง...”

                “พี่ พี่เจ็บไหม” ฉันถามออกไปเสียงสั่น แต่อีกฝ่ายส่งยิ้มและส่ายหน้าให้

                “ไม่เจ็บ แต่ว่าก็คันอ่ะ”

                “พี่ทานยาหรือยังมียาไหมถ้าไม่มีก็แวะซื้อ”

                “มีครับ พ่อเอาไว้ให้ติดตัวไว้ไม่ต้องกลัว” มือหนาเอื้อมมาวางที่ผมฉันพรางลูบเบาๆฉันพยักหน้าไม่ได้พูดอะไรต่อ เรากลับมาถึงห้องพักพี่เดย์ฉันตั้งใจจะบอกเขาว่าจะกลับแล้วแต่พอเห็นว่าเขานั่งทายาอยู่บนโซฟาฉันก็อดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้ เพราะฉันรั้นอยากจะไปเล่นแบดบินตันเขาเลยต้องมีผื่นแบบนี้

                “หือ?” พี่เดย์เงยหน้ามองอย่างสงสัยเมื่อเห็นฉันขยับไปยืนอยู่ข้างๆ

                “จะทายาให้ค่ะ”

                “อ้อ ขอบคุณครับ” ยาหลอดสีขาวถูกส่งมาถึงมือฉันรับมาก่อนจะเริ่มทายาตามร่างกายให้พี่เดย์ เขาดูพอใจอย่างมากที่ฉันช่วยทายาแบบนี้แววตาที่เขาจ้องมองฉันนั้นมันทำให้ฉันแอบใจสั่นอยู่ไม่น้อย ก็มันเขินมั้ง น่าจะเขินเพราะหัวใจเต้นรัวแรงร้อนวูบวาบที่ใบหน้าเวลาที่เขามองด้วยสายตาหวานเชื่อม

                “พรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง” พี่เดย์เอ่ยถาม นับว่าเป็นตัวทำลายความเงียบได้อย่างดี

                “มีแปดโมงตรงค่ะ พี่มีเรียนไหม”

                “มีครับแปดโมงเหมือนกัน แล้วเรียนถึงกี่โมง”

                “ก็ตอนเช้าสิบโมงแล้วก็ตอนบ่ายเรียนเที่ยงครึ่งถึงบ่ายสามครึ่งเข้าห้องเชียร์เสร็จแล้วก็อาจจะไปซ้อมต่อ”

                “ทั้งวันเลย ถ้าเสร็จก็โทรมาจะเข้าไปรับพี่เรียนยาวถึงห้าโมงเย็นนะพักไม่ตรงกับเราด้วย”

                “ค่ะ”

                เราเงียบไปทั้งคู่หลังจากทายาเสร็จพี่เดย์ก็พาเข้าไปนอนแต่ฉันที่ยังไม่ง่วงก็นอนเล่นโทรศัพท์ไปพรางๆพี่เดย์ที่นอนอยู่ข้างๆเริ่มเข้ามาวอแวแต่ไม่ได้ล่วงเกินอะไรมากเขาแค่กอดฉันไว้เท่านั้น สัมผัสจากเขามันไม่ได้น่าเกลียดซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่มันไม่เหมือนคนอื่นที่พยายามเข้าหาฉัน ฉันแค่สบายใจที่เป็นเขา

                “ไม่นอนเหรอ” พี่เดย์ถามพร้อมกับขยับคางเข้ามาวางบนไหล่ฉันมองฉันเล่นโทรศัพท์เงียบๆ

                “ทำอะไร?”

                “เช็คโซเชียลไง โอ๊ะ? หนูไม่ได้อ้วนนะ” ฉันเหวเสียงงอนเมื่อเห็นโพสของพี่เดย์ในเฟซบุ๊กเขาไม่ได้แท็กฉันหรอกแต่มันขึ้นตรงฟรีซข่าว

 

                DAY A-Ran

                4hr

                ให้หมูวิ่งเล่น

                (แนบวีดีโอ)

                3.1k Like 196 Comment

 

                “ก็ไม่ได้ว่าอ้วน”

                “ไม่ได้ว่าทำไมเรียกหมูล่ะ”

                “ก็น่ารักดี พอแล้วนอนได้แล้วพรุ่งนี้มีเรียนเช้านะ”

                “เดี๋ยวจะอัพคืน”

                “ค่อยอัพพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า นอนได้แล้ว” มือร้อนเอื้อมมาหยิบโทรศัพท์ไปเก็บไว้เองก่อนที่ทุกอย่างภายในห้องนอนจะเงียบไป ฉันนอนนิ่งภายใต้อ้อมกอดของพี่เดย์อยู่ค่อนคืนก่อนจะหลับไปด้วยความเหนื่อยเพลีย ตอนเช้าเราต่างทำเหมือนนี่เป็นเรื่องปกติที่เราอยู่ด้วยกันทั้งที่ความเป็นจริงเราทั้งสองเพิ่งกลับมาเจอกัน น่าตลกนะว่าไหม

                “เจ้าเอย”

                “จ๋า” ฉันที่ง่วนแต่งหน้าอยู่ขานรับโดยไม่ได้มองคนเรียกแต่ไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเงียบไปล่ะอยากจะหันไปมองแต่หน้าก็ต้องแต่งแล้วผู้หญิงอย่างเราจะเลือกอะไรล่ะถ้าไม่ใช่แต่งหน้า

                “เรียกแล้วทำไมไม่พูดล่ะ”

                “ฮะ? อ๋อตอนเย็นพี่จะไปรับช้าหน่อยนะ”

                “...” ฉันเขียนคิ้วอยู่อยากจะตอบกลัวสมาธิหายเลยไม่ตอบเขา

                “พี่จะรีบไปอย่าเพิ่งงอนนะ เดี๋ยวถ้าคุยงานเสร็จจะรีบไปรับทันทีเลย” ไม่ได้งอนค่ะ หนูเขียนคิ้วอยู่!

 

======== 

พี่เดย์โว้ย!!! น้องเขียนคิ้วอยู่อย่างเพิ่งชวนน้องคุย! ฮื่อ รักเจ้าเอยจริงๆนะ เค้าเนี่ยรักเจ้าเอยจริงๆ 

 

ปล.สอบถามนะคะ นักอ่านสะดวกอีบุ๊คหรือรูปแบบหนังสือคะ สำหรับเรื่องนี้นะคะ ช่วยเม้นบอกด้วยนะคะ  

เค้าอยากทำเล่มแต่ด้วยอะไรหลายๆอย่างไม่สะดวกเลยสอบถามไว้เผื่อเพิ่มเข้าไปในแพลน  

ความคิดเห็น