facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 3-1 การคุ้มครองของพระเจ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ 3-1 การคุ้มครองของพระเจ้า

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 742

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2562 15:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3-1 การคุ้มครองของพระเจ้า
แบบอักษร

3. การคุ้มครองของพระเจ้า

 

ชีวิตประจำวันของจินฮึนเรียบง่ายจนดูไม่เข้ากับอีกฝ่ายเลย

โนอึลมองจินฮึนที่อยู่กับเขาตลอดสุดสัปดาห์ ไม่สิ ตั้งแต่เย็นวันศุกร์ถึงบ่ายของวันจันทร์เลยต่างหาก จนรับรู้คร่าวๆ เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าจินฮึนจะชอบพูดจารุนแรงและตรงไปตรงมามากๆ แต่ก็เป็นคนมีระบบระเบียบและใจเย็นกว่าใครๆ หากชีวิตประจำวันได้รับการจัดการเรียบร้อย

หลังจากตื่นขึ้นมาในตอนเช้าจะสูบบุหรี่ก่อนเป็นอย่างแรก ก่อนจะเติมน้ำจนเต็มแก้วแล้วดื่มมันเข้าไปรวดเดียว เหมือนจินฮึนจะกินแอปเปิลเป็นมื้อแรกเหมือนกัน หลังจากแช่น้ำครึ่งตัวด้วยน้ำอุ่นพอดีแล้วก็จะไปฟิตเนสและใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงบนลู่วิ่ง โนอึลจึงตามอีกฝ่ายไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสด้วย เมื่อออกกำลังกายเสร็จก็จะกินสลัดกับแซนวิชขนมปังโฮลวีตที่ทำเตรียมไว้ล่วงหน้า จากนั้นถึงจะเริ่มทำงานทั้งๆ ที่มันเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์

โนอึลลดเสียงทีวีลงอัตโนมัติเมื่อคนที่นั่งอยู่ด้วยกันบนโซฟาจดจ่ออยู่กับงานจนน่ากลัว และกัลวว่าจะรบกวนจึงปิดทีวีแล้วหันไปเปิดหนังสืออ่านแทน

แม้ระหว่างจดจ่อกับงานจะมีโทรศัพท์เข้ามาบ้าง แต่จินฮึนก็พูดคุยอย่างสุภาพต่างกับคำทักทายแข็งกระด้างที่พูดกับโนอึล ดังนั้นโนอึลจึงละสายตาจากหนังสืออยู่ไปมองอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งหากจับได้ว่าแอบมองล่ะก็ ต้องมีคำพูดร้ายกาจมาแทนที่แน่ๆ

“ทำไม อยากมีเซ็กซ์เหรอ”

ตรงไปตรงมาเหมือนไม่เคยใช้คำสุภาพคุยโทรศัพท์มาก่อน

“รอแป๊ปนะ เดี๋ยวทำให้จนนายเบื่อเลยล่ะ”

เพียงแค่นิ้วที่กดแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กก็เซ็กซี่มากจนทำให้โนอึลเขินอาย

ก่อนกินอาหารเย็น โนอึลนั่งพิงโซฟาที่มีโน้ตบุ๊กโยนทิ้งไว้และสูบกัญชาพร้อมกับจินฮึน เขารู้สึกว่ากัญชาเป็นเหมือนกับสัญญาณบ่งบอกให้มีเซ็กซ์ เนื่องจากเสื้อผ้าของเขามักจะถูกถอดออกเวลาสูบมัน จินฮึนมีเซ็กซ์ที่รุนแรงเหมือนปลดปล่อยอารมณ์จากงานก่อนหน้า โนอึลส่งเสียงครางคล้ายกรีดร้องเพราะถูกกัด และบั้นท้ายก็โดนมือจินฮึนบีบ เหมือนอีกฝ่ายรู้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนเจอกันครั้งแรกว่าด้านหลังเป็นต่อมกระสันของเขา

“นอกจากไปฟิตเนสแล้ว ก็ยังเล่นกีฬาอย่างอื่นอีกสินะครับ”

คนที่ใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบแบบแผนเป็นอย่างนี้กันหมดหรือเปล่านะ โนอึลไม่เหลือแม้แต่แรงใส่เสื้อผ้าหลังจากเซ็กซ์อันหนักหน่วง จึงนอนแผ่อยู่บนโซฟาปล่อยน้ำกามทิ้งไว้อย่างนั้นและพูดกับจินฮึนที่กำลังทำโยคะอยู่

“มันก็ไม่ได้แย่ เหมือนได้ผ่อนคลายความโกรธประมาณนึง”

จินฮึนตอบคำถามอย่างเอาใจใส่ แต่มันขึ้นอยู่กับคำถามต่างจากการไม่ค่อยอธิบายพูดอะไรเพิ่มเติมตามนิสัย ดังนั้นโนอึลจึงต้องสังเกตเป็นอย่างดีทุกครั้งเวลาเกิดความสงสัยก่อนจะถามออกไป เช่น ประเภทกีฬาที่เล่น หรือชอบไปออกกำลังกายที่ไหน

“อ๋อ...”

จินฮึนสวมกางเกงออกกำลังกายตัวบางและวางมือทั้งสองข้างลงบนพื้นพรม ก่อนจะเริ่มหกสูง ชายหนุ่มทรงตัวอย่างสบายๆ คนเดียวกลางอากาศทั้งๆ ที่ไม่มีแม้แต่กำแพงให้พิง โนอึลจ้องจินฮึนเขม็งเพื่อสำรวจร่างกายอันงดงาม

“เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็คิดว่าอาจจะไปฆ่าใครสักคนเข้าแน่ๆ”

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คนที่ยืดแขนทั้งสองข้างที่แตะพื้นขึ้นลงเหมือนกำลังวิดพื้นอยู่นั้น ถึงดูน่ากลัว จากทั้งท่าทาง ทั้งบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากตัวทั้งหมด

จินฮึนใช้ชีวิตในช่วงสุดสัปดาห์ซ้ำไปซ้ำมาราวกับกำหนดตารางชีวิตเอาไว้แล้ว รูปแบบบมันเหมือนเดิม จะต่างก็แต่ตอนที่มีเซ็กซ์กับตอนหยอกล้อเท่านั้น ดังนั้นโนอึลจึงลุกขึ้นมาล้างตัวเพราะจินฮึนยื่นมือมาดึงให้ลุกขึ้น จากนั้นก็เดินตามอีกฝ่ายไปยังร้านอาหารใกล้ๆ

“ถ้าโชคร้าย ก็อาจจะได้เจอกับกรรมการผู้จัดการโดของเอสดี คอนสตรัคชั่นบ่อยๆ”

“ครับ? อ่า ครับ”

โนอึลยื่นมือออกไปเพราะไข่ม้วนที่ชอบอยู่ไกลไปหน่อย แต่ก็ต้องลดมือลงเพราะจินฮึนยกจานไข่ม้วนมาวางแทนกระจู๋ทะเล[1]น่ารังเกียจจนไม่อยากจะแตะ โนอึลพูดขอบคุณอีกฝ่ายที่ดื่มสาเกเย็นๆ อยู่

“ถึงจะอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ฉันไม่อยากคบค้าสมาคมด้วยเท่าไหร่”

“กรรมการผู้จัดการโด...”

เขานึกถึงผู้ชายคนหนึ่งได้ไม่ยากนัก คนๆ นั้นอยู่ท่ามกลางผู้คนภายในคลับที่ได้เจอจินฮึน ดูสนุกกับการมองภาพผู้คนที่วิ่งกรูเข้ามาคล้ายพวกซอมบี้ขณะตัวเองโปรยเงินแล้วก็ยาให้คนเหล่านั้น...

“ถ้านายเจอ ทำเป็นไม่รู้จักน่าจะดีที่สุด”

ผ่านการกินข้าวด้วยกันเพียงไม่กี่ครั้ง อีกฝ่ายก็เริ่มสังเกตและดูแลเขาโดยที่โนอึลเองก็ไม่รู้เหมือนกันอีกจินฮึนรู้ตัวหรือเปล่า เช่น ให้เอาอาหารที่ไม่กินออกให้และเอาของที่เขาชอบมาไว้ใกล้ๆ แทน รวมถึงการเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ อย่างไม่ค่อยเข้ากับอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก เนื่องจากโนอึลกินเผ็ดไม่เก่ง เวลาพนักงานเสิร์ฟอาหารเผ็ด ก็จะบอกก่อนว่าให้วางลงที่ฝั่งตัวเอง

ปลาต้มซีอิ๊วที่ใส่พริกชองยางจึงถูกวางทางฝั่งจินฮึน โนอึลดื่มไซเดอร์[2]ที่ไม่เข้ากับร้านอาหารญี่ปุ่นขณะเงี่ยหูฟังอีกฝ่ายพูด

“หมดนั่นโซซัดโซเซ ไม่ก็ต้องพาตัวกลับเพราะเมายานับครั้งไม่ถ้วน แล้วก็มีคนตายเพราะไม่สามารถรับมือกับอารมณ์หมอนั่นได้นับครั้งไม่ถ้วนเหมือนกัน”

“เอ่อ”

“เป็นคนที่ไม่เข้ากับคำว่าพอดีมากที่สุดละ”

กึก กระดูกที่สามารถเคี้ยวกลืนได้ในปลาดิบแตกด้วยฟันของจินฮึน โนอึลนึงถึงหน้ากรรมการผู้จัดการโดออกอย่างชัดเจนทั้งที่เคยเจอกันแค่ครั้งเดียว

จินฮึนมีทั้งด้านงดงามและด้านโหดร้าย ส่วนผู้ชายคนนั้นเหมือนจะมีแต่ความป่าเถื่อนจนยากอธิบาย...

“แล้วก็รองประธานพัคอีวอนของเซซัง อิเลคทรอนิกส์ด้วย ไม่ต้องทำตัวรู้จัก หมอนั่นก็ไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ ถ้าจะบังเอิญเจอที่ร้านนี้ ก็มีแค่สองคนนี้แหละที่ต้องระวัง เพราะนายอาจจะตายก่อนฉันจะทันได้จัดการอะไร”

“อา... ครับ ผมจะจำให้ขึ้นใจครับ”

ถึงแม้โนอึลจะไม่เคยเห็นคนที่ชื่อพัคอีวอน แต่ก็เหมือนจะเคยได้ยืนชื่ออยู่สองสามครั้ง จากนั้นเขาก็พยักหน้ารับกับคำพูดของจินฮึน แม้จะสงสัยว่าสองคนนั้นที่อีกฝ่ายบอกว่าอย่าทำเป็นรู้จัก จะมาเจอกับเขาได้ยังไงก็ตาม แต่มันก็ไม่แย่อะไรหากจะจดจำไว้

โนอึลได้ยินชื่ออีกสองสามชื่อจากปากจินฮึนต่อ แต่มันไม่มีคนที่เกี่ยวข้องเป็นสปอนเซอร์จากต้นสังกัดเก่าของเขาเลยสักคน ไม่สิ ระดับมันต่างกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ต่างกับพวกที่แกล้งทำเป็นมีเงินเยอะ เหมือนเอาร้านค้าเล็กๆ เทียบกับห้างสรรพสินค้า ดังนั้นในอีกด้านหนึ่งโนอึลก็รู้สึกชอกช้ำมาก ที่ตัวเองดันเชื่อและยอมทำตามคำพูดเหล่านั้นที่หลอกว่าจะทำให้ทุกอย่างเป็นจริงขึ้นมา

“มานี่สิ มีคนจะแนะนำให้รู้จัก”

โนอึลจึงย้ายจากฝั่งตรงข้ามไปนั่งข้างๆ จินฮึน ก่อนจะมาถึงร้านอาหารมันเป็นเวลาสามทุ่ม ขณะย้ายที่โนอึลก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กเวลาอีกครั้ง ตอนนี้เลยสี่ทุ่มไปนิดหน่อยแล้ว โนอึลมองพนักงานเข้ามาจัดที่นั่งและหันไปมองจินฮึนพร้อมกับคิดว่าในเวลานี้จะต้องเจอใครกัน ซึ่งจินฮึนก็คาบบุหรี่พลางสบตากับคนตัวเล็ก

“ไม่ต้องกังวลหรอก เพราะนายเองก็รู้จัก”

และพูดแบบนั้นก่อนจะจุดไฟที่ปลายบุหรี่ คนรู้จัก... โนอึลสับสนไปสักพักกับความหมายของคำว่าคนรู้จักที่จินฮึนพูดถึง เพราะว่าในบรรดาคนรู้จักของเขา ไม่น่ามีใครมาเจอกับจินฮึนได้

พนักงานจัดที่นั่งใหม่และเอาอาหารชุดใหม่ออกมาเสิร์ฟ ทว่ากลับไม่มีแก้วเหล้าในส่วนของคนสองคนนั้น โนอึลมึนงงเพราะไม่ใช่แค่คนเดียว แต่เป็นสอง จากนั้นก็ต้องเบิกตาโตด้วยความตกใจเมื่อประตูเปิดออกทันทีหลังจากพนักงานออกไป

“ทำไมต้องงมาสั่งให้คนอื่นไปๆ มาๆ ด้วยเนี่ย คิดว่าพวกเราว่างเหรอ”

คนที่แผดเสียงดังขณะประตูเปิดก็คืออึนจินนั่นเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน

โนอึลมองอึนจินที่ดูสวยในลุคผมสีดำสั้นปะบ่าเดินเข้ามา และกังวลว่าเขาจะต้องลุกขึ้นทักทายไหมทว่าระหว่างที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จินฮึนก็แตะมือเข้ากับกางเกงยีนส์บริเวณต้นขาอ่อนจนโนอึลสะดุ้งโหยง

“ก็ว่างนี่”

“เหอะ ให้ตายสิ พวกเรายุ่งมากกว่าใครเลยไม่ใช่หรือไง”

“ถ้าจะพูดให้ขำ ก็บอกเลยว่าประสบความสำเร็จ เลิกโวยวายแล้วนั่งลงซะ”

“ถึงบอกว่าจะเลี้ยงปลาดิบก็เถอะ แต่เรียกมาในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ แล้วนาย... เป็นใครอะ”

เหมือนพี่ชายน้องสาวที่สนิทสนมกันปกติ โนอึลกัดปากอย่างแรงเพราะจินฮึนสอดมือเข้ามาใต้ต้นขาอ่อน เขาก้มหัวทักทายอย่างขัดเขินกับคำถามของอึนจินที่ตอนนี้นั่งอยู่ที่เดิมของเขา ส่วนจินฮึนสูบควันบุหรี่อึกใหญ่และพ่นมันออกมาก่อนจะแนะนำหน้าตาเฉย

“ยูโนอึล ลูกชายคนขับรถยุน คนขับรถของท่านประธานคังสมัยก่อนไง”

“ฮะ? อ๋ออ! เด็กคนนั้น... ว่าไงนะ!?”

“เว่อร์จริงๆ”

อึนจินถึงกับต้องวางแก้วน้ำลงอย่างแรงแล้วอุทานออกมาหลังฟังคำแนะของพี่ชาย จนน้ำในแก้วกระเด็นออกมาข้างนอก

“คะ คะ ...ใครนะ เจ้าเตี้ยนั่นเหรอ...”

“ตอนนี้นายสูงเท่าไหร่นะ”

“คิดว่าน่าจะประมาณร้อยแปดสิบครับ”

มือที่สอดเข้าไปใต้ต้นขาอ่อนแตะลงบนส่วนอ่อนไหวที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงยีนส์ ชายหนุ่มสูบบุหรี่ด้วยมือข้างหนึ่งและพูดคุยอย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะที่หน้าโนอึลร้อนผ่าวจนเป็นสีแดงจนพูดอย่างลำบาก น้ำเสียงโนอึลเริ่มขาดห้วงและต่ำลง เขาตอบคำถามจินฮึนตามสัญชาตญาณ พยายามกัดปากไม่ให้ส่งเสียงครางออกมา

“โห สูงมากเลยนะเนี่ย ว่าแต่ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ”

“บังเอิญน่ะ”

ใช่ไหม... ริมฝีปากที่พูดคำว่าบังเอิญออกมาวาดเป็นเส้นโคงและยกมันขึ้น โนอึลสัมผัสได้ว่ามือที่คลำอยู่บนกางเกงไม่ชอบมาพากลต่างจากคำพูดแปลกๆ เหมือนมันเป็นความบังเอิญจริงๆ

“แล้วทำไมถึงมาอยู่ด้วยกันได้”

โนอึลฟังคำถามของอึนจินไม่ถนัดเพราะกระดุมกางเกงยีนส์ถูกปลดออกด้วยมือของจินฮึน และหัวของเขาก็ขาวโพลนตั้งแต่ตอนซิปถูกรูดลง มือใหญ่ที่เคยถือตะเกียบเพื่อคีบปลาดิบเปลี่ยนมาลูบกางเกงบ๊อกเซอร์เขาช้าๆ จนเรี่ยวแรงเริ่มกลับเข้ามายังส่วนอ่อนไหวที่ปลดปล่อยไปแล้วถึงสองครั้งก่อนจะมาร้านอาหาร

“พอนึกถึงการแสดง อยู่ๆ ก็นึกถึงแฟนเธอขึ้นมา”

“อะไรอะ ไม่ได้เรียกมาเพราะจะเลี้ยงปลาดิบนี่นา”

“แล้วตอนนี้อยู่ไหนล่ะ”

“ลานจอดรถ จอดรถอยู่ แล้วก็ขอสูบบุหรี่น่ะ”

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องสูบ อึนจินพึมพำเบาๆ แล้วหยิบตะเกียบข้างๆ ขึ้นมา ถึงจะรู้ว่าจุดประสงค์คราวนี้ไม่ใช่ตัวเอง แต่เธอก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดีเพราะอาหารตรงหน้า จากนั้นก็คีบกินเข้าไปหนึ่งคำ

ภายในร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นบรรยากาศสบายๆ จินฮึนสวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงลำลองเหมือนช่วงสุดสัปดาห์ที่พักผ่อนจากการทำงาน ส่วนอึนจินที่อยู่ระหว่างการเดทแบบลับๆ ก็นั่งกินอาหารอย่างเพลิดเพลิน ยกเว้นโนอึลที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันเท่านั้น

โนอึลมองจินฮึนสูบบุหรี่จนหมดและทิ้งมันลงที่เขี่ยบุหรี่ แล้วตามด้วยการดื่มสาเก รู้สึกตัวเองถูกกลั่นแกล้งอย่างรุนแรงเพราะท่าทางของอีกฝ่ายที่หัวเราะขณะนวดคลึงส่วนอ่อนไหวของเขา

“พอ...”

ในที่สุดเขาก็พูดขึ้นเบาๆ และพยายามดันมือของจินฮึนออกไปโดยไม่แรงนัก จินฮึนเหยียดยิ้มมุมปาก ก่อนจะเกาปลายส่วนอ่อนไหวที่แข็งตัวขึ้น โนอึลกัดริมฝีปากอย่างแรงเพราะกลัวเสียงครางจะเล็ดลอดออกมา

“ทำไมถึงยังไม่มานะ จะจอดรถทั้งวันเลยหรือไง โทรศัพท์ก็...อ๊ะ มาแล้ว”

เมื่อได้ยินการบ่นพึมพำของอึนจิน จินฮึนก็ผละมือออกไป โนอึลพยายามกดความรู้สึกที่พุ่งขึ้นมาเหมือนเชือกที่ถูกดึงจนตึง จากนั้นก็มองไปทางประตูที่ถูกเปิดออก

“เอ่อ ขอโทษทีนะครับ ผมจอดรถนานไปหน่อย”

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”

มือใหญ่ที่กระตุ้นส่วนอ่อนไหวของโนอึลเช็ดเข้ากับผ้าเย็นที่พนักงานเตรียมไว้จนสะอาด ผู้ชายที่เดินเข้ามาในห้องส่งยิ้มและนั่งลงข้างอึนจินอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าดูดีกับรอยยิ้มเป็นธรรมชาติทำให้โนอึลตาโตโดยไม่รู้ตัว

“ยินดีที่ได้เจอครับ ไม่ได้เจอกันนานเลย ได้ยินจากคุณอึนจินว่าคุณมีเรื่องจะคุยกับผมใช่ไหมครับ”

ก่อนจะอ้าปากค้างกับท่าทางสบายๆ ของคนเพิ่งปรากฏตัว อีกฝ่ายคือ ยังซึงคยู นักแสดงชายที่เจิดจรัสอยู่บนอันดับหนึ่งของการจัดอันดับนักแสดงชายในประเทศหลายปีซ้อน

 

[1] กระจู๋ทะเล (개불 : เคบุล) สัตว์น้ำประเภทไร้กระดูกสันหลัง คนเกาหลีนิยมทานสดๆ เป็นกับแกล้ม

[2] ไซเดอร์ เครื่องดื่มอัดลมสีขาวใสคล้ายสไปร์ท

ความคิดเห็น