ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 เพื่อนรัก เพื่อนแค้น...

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 เพื่อนรัก เพื่อนแค้น...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2564 02:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 เพื่อนรัก เพื่อนแค้น...
แบบอักษร

หน้าโรงพยาบาล...

หลังจากขับรถมาส่งพี่สาวของเพื่อนรักที่กินเวลาเดินทางร่วมยี่สิบห้านาทีเสร็จเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มก็กำลังจะเลี้ยวรถกลับหากแต่สายตาของเขาเหลือบมาเห็นแฟ้มเอกสารที่เธอลืมเอาทิ้งไว้เบาะหลังรถเสียก่อน

ไม่รอช้าชนกันต์จึงตัดสินใจจอดรถข้างทางและรีบวิ่งติดตามเอาไปให้ศศินาด้านในด้วยความหวั่นเกรงว่ามันอาจเป็นเอกสารสำคัญที่แพทย์สาวจะต้องใช้ประกอบการรักษาคนไข้ของเธอ

 

ขณะเดียวกัน...

บริเวณบันไดทางขึ้นหน้าตึกสูงของโรงพยาบาลใหญ่เวลานี้มีผู้คนเดินผ่านเข้าออกไม่มากมายนัก

พริสา พละกูล หรือ แพท...

หญิงสาวมีรูปร่างค่อนข้างจะอวบอ้วนเพราะกำลังอุ้มท้องแปดเดือนเต็ม หน้าตาของเธอยังคงความสวยงามอยู่เด่นชัดถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้ใส่ใจมันแล้วก็ตาม

“แป๊ะ!!!!”

พริสาสีหน้าแดงก่ำสายตากรี้ยวโกรธมุ่งหน้าเดินตรงมาราวกับไม่สนใจว่าตัวเองกำลังตั้งท้องก่อนจะเงื้อฝ่ามือขึ้นฟาดใบหน้าของศศินาอย่างแรงขนาดที่หันไปตามมือนั้น

“แพท... แกมาตบหน้าฉันทำไม?” 

คนถูกตบแบบไม่ทันได้ตั้งตัวยังรู้สึกชาทั่วทั้งใบหน้าและตกใจกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

“เมื่อไร!!! แกจะเลิกทำตัวเป็นคนหน้าซื่อตาใสแบบนี้สักทีน่ะขัวญ” 

แม้ว่าตัวเองจะกำลังท้องแก่อยู่พริสาก็ไม่สนก้าวเข้ามายืนประจันหน้าหญิงสาวด้วยแววตาชิงชัง

“แกจะหมายความว่ายังไง? ก็พูดออกมาตามตรงเลยสิแพท!!!”

เมื่ออยู่ดีๆ เธอก็จำต้องถูกประจานต่อหน้าทุกคนด้วยการตบหน้าแบบนี้ ศศินาจึงมองตอบโต้พริสากลับไปอย่างไม่เข้าใจเรื่องราว

“ตอนนี้ก้องอยู่ที่ไหน? แกรีบบอกฉันมาดีกว่า... ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้คนเขารู้กันทั้งหมดทั่วโรงพยาบาลเลย”

พริสามองหน้าอดีตเพื่อนสาวอย่างแค้นเคืองและความจริงสามีของเธอคือ

กวินทร์ พละกูล หรือ ก้อง...

ทั้งสองคนมักมีปัญหาทะเลาะกันอยู่เป็นประจำเพราะความหึงหวงและสุดแสนเอาแต่ใจตัวเองของพริสา

“ฉันไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกับเขาอีกแล้ว... แกไม่ต้องมาถามหาฉันให้เสียเวลาน่ะแพท” 

หมอสาวรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับเรื่องนี้แล้วจริงๆ หากแต่เธอก็ไม่รู้จะทำยังไงให้มันจบลงเสียที

“ฉันไม่เชื่อ!!! เมื่อคืนก้องต้องไปหาแก... แล้วตอนนี้เขาก็ยังไม่โผล่หน้ากลับมาบ้านเลย แกโกหกฉัน..” 

พริสาเริ่มโววายส่งเสียงดังลั่นเหมือนคนไร้สติควบคุมตัวเองไม่ได้จนเป็นเหตุให้ผู้คนแถวนั้นต่างหันมามองด้วยความสนใจซุบซิบกัน

“แพท.. แกฟังฉันน่ะ จะทำอะไรแกต้องใจเย็นๆ ไม่อย่างนั้นมันจะกระทบกระเทือนถึงลูกในท้องแกได้น่ะ” 

ศศินาจึงรีบเอื้อมไปจับมือของพริสามาบีบตักเตือนสติเอาไว้

“ปล่อย!!! แกไม่ต้องมาทำเป็นหวังดีหรอก จริงๆแล้วที่ผ่านแกก็เป็นคนหนึ่งที่รอสมน้ำหน้าฉันเหมือนกันนั่นแหละ”

พริสาตะคอกด่าพร้อมปัดมือศศินาออกอย่างแรงสีหน้ายิ่งโกรธเคืองมากขึ้นไปอีก 

“แกก็รู้อยู่แก่ใจน่ะ ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นเลย”

น้ำเสียงของศศินาเต็มเปี่ยมด้วยความจริงจังจริงใจหากแต่พริสาก็หาได้รับฟังสักนิด

“เมื่อคืน... แกสองคนคงจะนอนกกกันทั้งคืนจนสาสมใจเลยสิน่ะ”

“ไม่จริง!!! ฉันไม่มีทางยอมให้ผู้ชายคนนั้นกลับเข้าในชีวิตฉันอีกเด็ดขาด”

“หืมมม... ฉันรู้อยู่แล้วแกไม่มีทางยอมรับหรอก” 

พริสาแสยะยิ้มก่อนตะโกนเสียงดังจนคนที่อยู่บริเวณนั้นต้องหยุดเดินและหันมามองอีกครั้งและไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวเพราะต่างคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว

“ทุกคนดูหน้าไว้เลยน่ะ ผู้หญิงคนนี้มันแย่งผัวฉัน รู้ทั้งรู้ว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว ยังจะมายุ่งกับเขาอีก หน้าด้าน!!!”

“มันจะไม่มากเกินไปหรอแพท! แกก็รู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไงกันแน่” 

ศศินาเหลืออดแล้ว เพราะตอนนี้ทุกสายตาล้วนมองมาที่เธอเป็นตาเดียว อีกทั้งยังเป็นหมอและพยาบาลที่ต่างก็เคยพูดคุยและรู้จักกัน ตลอดเวลาที่ผ่าน ศศินาไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียเลยสักครั้ง

เธอจึงรู้สึกอับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี แต่ก็สับสนจนไม่รู้จะก้าวเดินออกไปจากตรงนี้ได้ยังไง 

“พี่ขัวญครับ!!...”

ชนกันต์เดินเข้ามายืนตรงหน้าศศินา มันเปรียบเหมือนเสียงสวรรค์ที่ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันคิดว่าเธอ กลับไปแล้วซะอีก”

“ก็พี่ขัวญลืม! เอกสารไว้ในรถครับ” ชนกันต์ยิ้มก่อน ยกแฟ้มเอกสารทั้งหมดให้ศศินาดู

ในตอนนี้ทุกสายที่อยู่บริเวณนั้น ต่างมองชนกันต์กับศศินา พร้อมกับมีเสียงซุบซิบมากมาย ถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง

 

พริสามองสำรวจชายหนุ่มรูปร่างสูงหน้าตาดี ที่เดินเข้ามาหาศศินาตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูก็รู้เขาคงอายุน้อยกว่าพวกเธอหลายปี

“ผมขอยืนยัน!!...ที่บ้านพี่ขัวญไม่มีคนที่คุณกำลังตามหาหรอกครับ ไม่ว่าจะเมื่อคืนหรือเป็นเวลาไหน” 

ชนกันต์เดินไปหาพริสาและพูดเสียงดัง จนคนบริเวณนั้นต่างได้ยินและเข้าใจ “แต่ถ้าคุณยังไม่เชื่อก็ตามไปดูที่บ้านได้เลยครับ...” 

“นี่ใคร! แฟนใหม่แกหรอ ขัวญ?” พริสารีบถามศศินาเสียงดัง

ศศินาได้แต่นิ่งไม่ได้ตอบอะไรเพราะถ้าเธอปฏิเสธ พริสาไม่มีทางยอมเลิกลาไปง่ายๆแน่

“เราออกไปจากตรงนี้เถอะครับ... ผมจะพาพี่ขัวญไปเอง” 

ชนกันต์ไม่สนใจใครอีกแล้ว เขาจับมือศศินาไว้แน่น แล้วเดินผ่านท่ามกลางสายตาของผู้คนและเสียงซุบซิบมากมายในโรงพยาบาล

“ฉันไม่เชื่อหรอก แกจะมีแฟนใหม่แล้วจริงๆ” พริสาได้แต่มองตามหลังศศินาไปอย่างแค้นใจ

 

ชนกันต์เดินมาส่งศศินาหน้าห้องทำงาน โดยตลอดทางที่เดินมายังไม่มีใครพูดอะไรเลยสักคำ

“เธอส่งฉันแค่นี้แหละ...” 

ศศินามองหน้าชนกันต์เล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าตอนนี้ต้องพูดอะไรกับเขาจริงๆ

“พี่ขัวญ อยากจะกลับบ้านมั้ยครับ?” 

ชนกันต์รับรู้ได้ว่าตอนนี้ ศศินารู้สึกอย่างไรแม้ว่าเธอจะไม่แสดงอาการนั้นให้เห็นเลยก็ตาม

“โรงพยาบาลมีคนไข้เยอะแยะ ฉันไม่มีเวลาคิดเรื่องอะไรไร้สาระหรอก เธอรีบกลับบ้านไปเถอะ”  

ศศินาเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานสีหน้าเรียบเฉย นั่งเปิดแฟ้มคนไข้ดู ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ทำไม! พี่ขัวญต้องทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆล่ะครับ”  

ชนกันต์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง ก่อนทนไม่ไหวตัดสินใจเดินตามเข้ามายืนประจันหน้าถามศศินา

“เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วย อย่ามายุ่งดีกว่า...”

ศศินาปิดแฟ้มเอกสารทั้งหมดลง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองชนกันต์สายตาเฉยชาเหมือนเดิม

“ที่ผ่านมา.. พี่ขัวญต้องทำตัวเข้มแข็ม เก็บความเสียใจไว้คนเดียว มันไม่เหนื่อยมากเกินไปหรอครับ” ชนกันต์สบตาศศินานิ่งนาน

“เธอไม่ต้องทำเป็นรู้จักฉันดี เรื่องแค่นี้มันทำอะไรคนอย่างฉันไม่ได้หรอก...”

ศศินาต้องอึ้งไปเล็กน้อย ที่ชนกันต์รู้ความรู้สึกเธอมากขนาดนี้...

 

 

 

🤨🤨🤨🤨🤨🤨🤨🤨🤨🤨

 

 

 

 …………...………………….........................……………………………...

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น