ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 หวั่นไหวอีกแล้ว...

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 หวั่นไหวอีกแล้ว...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2564 23:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 หวั่นไหวอีกแล้ว...
แบบอักษร

อดีต…

ครอบครัวของทั้งสามคนพี่น้องเคยประกอบธุรกิจเปิดร้านอาหารไทยได้เกือบสิบสาขา

ซึ่งศศินาในฐานะพี่สาวคนโตของน้องๆจึงชอบเรียนรู้และซึมซับขั้นตอนการทำอาหารเหล่านั้นมาตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กตัวน้อย

หากแต่ภายหลังจาก นายสาวิต.. กับ นางกุสุมา.. บิดาและมารดาเสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน

ลุงสกล.. พี่ชายของบิดากับ ป้าวิภา.. ผู้เป็นภรรยาก็ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยดูแลกิจการทั้งหมดทดแทนและคอยส่งเสียค่าใช้จ่ายต่างๆรวมถึงค่าเล่าเรียนให้พวกเธอกับน้องด้วยดีเสมอมาเท่านั้น

เพราะสามคนพี่น้องไม่มีใครยินยอมย้ายไปอยู่ที่บ้านกับพวกท่านทั้งสอง

 

 

ตกเย็น...

อาหารหลากหลายอย่างก็ถูกนำมาจัดวางเต็มโต๊ะด้วยฝีมือของสองศรีพี่น้องช่วยกัน หากแต่หลักๆก็คงจะหนีไม่พ้นศศินาที่ต้องกระทำอยู่เพียงคนเดียวเพราะคนเป็นน้องสาวจะเน้นเรื่องการชิมมากกว่า

เมื่อชนกันต์กับศรุตต่างก้มหน้าก้มตากินกันด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยอยู่นั้นศศินาที่ได้แต่นั่งมองชายหนุ่มทั้งสองจนเธอเริ่มรู้สึกจุกและอิ่มขึ้นมาแทนเสียแล้ว

“เข้มไม่ต้องรีบกินขนาดนี้ก็ได้!!! เดี๋ยว... ข้าวก็ติดคอหรอกน่ะ”

“ก็มันอร่อยจริงๆนี่ครับพี่ขัวญ อยู่ที่โน้นน่ะอาหารรสชาติไม่ได้เรื่องเลย เอ็งว่ามั้ยว่ะไอ้กันต์?”

ศรุตรีบกล่าวออกมาทั้งที่ข้าวยังเต็มปากของเขาอยู่...

“จริงครับ!!! พี่ขัวญทำอาหารอร่อยมากครับ”  

ชนกันต์กล่าวพร้อมส่งรอยยิ้มหวานให้ศศินาเป็นครั้งแรก แต่เธอก็ไม่ได้ยิ้มหรือตอบอะไรสักคำ นอกจากทำท่าทีเฉยเมยมองข้ามเหมือนชายหนุ่มเป็นอากาศอีกแล้ว 

“ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆเลยน่ะ นี่... ปลากระพงทอดกระทียมอร่อยมาก น้องกันต์ลองกินดูหน่อยสิจ้ะ” 

ศศินันท์เห็นท่าทางของพี่สาวคนโตที่แสดงออกมาแล้ว เธอไม่อยากให้เพื่อนของน้องชายต้องรู้สึกอึดอัดเช่นนั้นจึงต้องคอยเฝ้าดูแลและใส่ใจเขาให้มากเป็นพิเศษ

 

“เอออ... พี่ขัวญครับ!!! พรุ่งนี้ตอนเย็นขอยืมรถได้ไหม? ผมอยากออกไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนน่ะครับ” 

ชายหนุ่มตัดสินใจเอ่ยขอพี่สาวคนโตออกมาตามตรงหลังจากที่รอให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารต่างกินข้าวกันอิ่มหมดแล้ว 

“ก็ได้... แต่วันพรุ่งนี้ตอนเช้าเข้มจะต้องเป็นคนขับรถไปส่งพี่ทำงานที่โรงพยาบาลก่อนแล้วค่อยเอากลับมาน่ะ”    

ศศินารู้ดีว่าน้องชายสุดที่รักของเธอจำต้องอดทนอยู่ในกรอบโรงเรียนนายร้อยมาเนิ่นนานมากแล้วมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่อยากออกไปสังสรรค์หาความสุขกับเพื่อนฝูงบ้าง

“เย้ดด!!! สบายมากพี่ขัวญ... พรุ่งนี้ผมจะรีบตื่นแต่เช้าขับรถไปส่งที่โรงพยาบาลเองครับ” 

คนเป็นน้องชายพอได้ฟังเช่นนั้นจึงร้องออกมาด้วยความดีใจเหมือนเด็กน้อยที่กำลังจะได้ของเล่นถูกใจก็ไม่ปาน

“เข้มห้ามกินเหล้าเยอะมากจนเกินไปล่ะ ขับรถกลับบ้านเองดึกๆมันจะยิ่งอันตราย... เข้าใจมั้ย?” 

ถึงแม้คนเป็นพี่สาวคนโตจะกล่าวสั่งน้องชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแต่มันก็ยังคงแฝงไปด้วยความห่วงใยและหวังดีเสมอ

“ครับผม!!!”

ด้านศรุตจึงตบปากรับคำทันที

 

 

 

เวลาต่อมา...

ภายในห้องครัวขนาดเล็กกระทัดรัด แต่ก็มีอุปกรณ์เครื่องใช้อย่างครบครันหากมีเวลาว่างจากการทำงานคนเป็นเจ้าของบ้านก็มักจะชอบเข้ามาทำอาหารกินด้วยตัวเองอยู่ประจำ

โดยระหว่างนั้นศศินาที่รวบผมยาวสีดำสลวยมัดตึงขึ้นสูงยิ่งเผยรำคอขาวระหงสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงสามส่วนสีครีมกำลังยืนก้มหน้าก้มตาล้างจานอยู่ลำพัง

ชนกันต์จึงก้าวเดินเข้ามาเต็มความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรยืนอยู่เคียงข้างคนร่างเล็กที่สูงเพียงแค่ไหล่กว้างเท่านั้น

“ผมช่วยน่ะครับ”

มือหนาเอื้อมไปหยิบจานในอ้างตรงหน้าศศินาขึ้นมาล้างแบบไม่รอฟังคำตอบว่าหญิงสาวรุ่นพี่จะโอเคหรือเปล่ากับการกระทำของเขา

“ไม่ต้องช่วยหรอก!!! เธอมีอะไรก็ไปทำเถอะ”

หญิงสาวตกใจไม่น้อยที่ชนกันต์โผล่เข้ามายืนแบบชิดใกล้กับเธอมากจนแขนของคนทั้งสองแทบจะชนกันแล้วคนร่างเล็กจึงรีบถอยห่างจากชายหนุ่มรุ่นน้องอย่างอัตโนมัติ

“ผมต้องอาศัยอยู่ที่บ้านของพี่ขัวญอีกตั้งหลายวัน.. ขอให้ผมได้ช่วยทำอะไรบ้างน่ะครับ”

“แค่ล้างจานเอง... ฉันก็ทำคนเดียวมาตลอด” 

สีหน้าของหญิงสาวบ่งบอกถึงความไม่พอใจชัดเจนและเธอก็ไม่อยากเสียเวลาเถียงกับชายหนุ่มรุ่นน้องมากกว่านี้อีกจึงหันกลับมาล้างจานเช่นเดิม

ด้านชนกันต์ก็ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ ครั้งนี้เขาได้จงใจเอื้อมมือหนาไปหยิบจานและปล่อยให้ลำแขนแกร่งสัมผัสกับหญิงสาวรุ่นพี่อย่างจัง

คนร่างเล็กหัวใจชากระตุกวูบลงทันทีที่ชนกันต์เข้ามาโดนตัว หากแต่เธอก็ไม่มีทางจะเปิดเผยความรู้สึกนั้นออกมาให้เขารับรู้เด็ดขาดไม่มีทาง

“ดี!!! เธออยากช่วยฉันมากใช่มั้ย?” 

หญิงสาวพูดพร้อมทั้งหยิบยกจานที่ยังไม่ได้ล้างทั้งหมดมาวางลงอ่างตรงหน้าชายหนุ่ม

ในขณะที่ชนกันต์ก็ยังได้แต่ยืนนิ่งอมยิ้มมองทุกการกระทำของหญิงสาวตรงหน้าแบบไม่ยอมละสายตาจากเธอได้แม้วินาทีเดียว

ศศินารู้สึกได้จึงจับจ้องชายหนุ่มรุ่นน้องอย่างขุ่นเคืองและไม่ชอบใจมากที่เขาเข้ามายุ่งย่ามกับเธอเกินไป

“งั้น... ก็ล้างไปคนเดียวเลย เอ๊าาา!!!”

หลังกล่าวสิ้นสุดจึงรีบสะบัดหน้าก้าวเดินออกมาจากตรงนั้นทันที

“ทำไม? เวลาอยู่ใกล้กับพี่ขัวญแล้วยิ่งใจมันต้องสั่นแบบนี้ด้วยว่ะ” 

ชนกันต์รำพึงรำพันกับตนเองขณะที่มองตามหลังหญิงสาวรุ่นพี่ไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่มันกำลังเริ่มก่อตัวเกิดขึ้นมาในหัวใจของเขา

 

 

ณ. ห้องนอนโทนสีขาวผ้าม่านสีฟ้าครามมันค่อนข้างราบเรียบและสบายตา

และอีกมุมหนึ่งยังมีโต๊ะนั่งทำงานข้างกันเป็นชั้นวางหนังสือเกี่ยวกับการแพทย์การรักษาโรคทั้งเก่าและใหม่มากมายเรียงกันไว้อย่างเป็นระเบียบ

หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของเปิดประตูก้าวเท้าเดินเข้ามาทรุดกายนั่งลงบนเตียงนอนสีขาวนุ่มพร้อมกับสายตาคู่งามมีแววสับสนกำลังทอดมองออกไปนอกหน้าต่างราวกับคนที่ไร้จุดหมายปลายทาง

เมื่อใบหน้าของชายหนุ่มรุ่นน้องกำลังตามติดมารบกวนหัวใจของเธออยู่และยิ่งพยายามผลักไสก็เหมือนจะเร่งจู่โจมเข้ามาเป็นระยะ

“ผู้ชายบ้าอะไร? ยิ้มหวานยิ่งกว่าผู้หญิงอีก!!!”

 

 

 

 

รุ่งเช้า...

เมื่อแพทย์หญิงศศินาแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็หอบแฟ้มเอกสารสามเล่มเพื่อออกมาขึ้นรถคันเก่งของเธอที่อยู่ลานจอดบริเวณหน้าบ้าน

“พี่ขัวญจะออกไปทำงานแล้วหรอครับ?” 

ชนกันต์เดินตรงเข้ามาหาหญิงสาวรุ่นพี่หลังจากที่เขามายืนรอเธอหลายสิบนาทีแล้ว

“อืมมม!!! แล้วเข้มอยู่ไหนล่ะ?” 

ศศินากล่าวพร้อมกวาดสายตารอบๆบริเวณหน้าบ้าน หากแต่ก็ไม่พบเห็นแม้แต่เงาของน้องชายสุดที่รัก

“ไอ้เข้มมันตื่นไม่ไหว... ก็เลยใช้ให้ผมช่วยไปส่งพี่ขัวญที่โรงพยาบาลแทนน่ะครับ”

“งั้น!!! เธออย่าลำบากเลย... ฉันไปแท๊กซี่เองก็ได้สะดวกดี” 

หญิงสาวพูดขณะที่จะก้าวเท้าเดินออกไปนอกบ้านแต่ชนกันต์รับรู้ได้ทันจึงรีบก้าวตามยืนมาขวางทางเอาไว้

“ผมรับปากไอ้เข้มแล้ว”

“ฉันก็จะเป็นคนบอกเข้มให้เธอเองน่ะ ตกลงมั้ย?”

“ไม่ได้หรอกครับ!!! พี่ขัวญรีบเอากุญแจรถมาให้ผมเถอะครับ ถ้าหากวันนี้ไม่อยากไปทำงานสาย...”

ชนกันต์ก็ไม่สนใจฟังที่ศศินาทัดทานและยังยืนขวางไม่ยอมหลีกทางหนีไปไหนจริงๆ

จนกระทั่งสุดท้ายก็เป็นเธอที่ไม่อยากเสียเวลาเพราะชายหนุ่มรุ่นน้องคนนี้อีกจึงยอมหยิบกุญแจในกระเป๋าสะพายแต่ก็ดันเผลอทำแฟ้มเอกสารที่ถืออยู่ทั้งหมดหลุดมือร่วงลงพื้นกระจัดกระจายทันที

“บ้าจริงๆ คนยิ่งรีบๆ อยู่น่ะ”

หญิงสาวสบถออกมาอย่างหัวเสีย ด้านชนกันต์ทันทีที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้ารีบร้อนก้มลงมาช่วยเก็บเอกสารเป็นจังหวะเดียวกับศศินาก็ก้มลงมาพร้อมกันทำให้หน้าผากของคนทั้งสองกระแทกใส่กันอย่างแรงจนคนร่างเล็กจำต้องเสียหลักล้มลงไปนั่งที่พื้น

“โอ้ยยย!!!”

“พี่ขัวญเป็นยังไงบ้างครับ? ขอผมดูหน่อยน่ะครับ...” 

ชนกันต์ตกใจมากจึงรีบตามมาดูอาการที่หน้าผากของหญิงสาวรุ่นพี่ทันที

“ไม่ต้อง!! ไม่ต้อง!! ฉันไม่เป็นไร...” 

ศศินากล่าวปฏิเสธพร้อมเอามือบางแตะหน้าผากตัวเองเพราะยังรู้สึกมีอาการมึนอยู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพลันสบสายตาห่วงใยที่ชนกันต์จับจ้องมาพอดี

“พี่ขัวญเจ็บมากมั้ยครับ?” 

หญิงสาวรุ่นพี่จำต้องรีบเบือนหน้าหลบหนีแล้วยันตัวเองลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“อืมม.. ก็ฉันบอกแล้วไง!!! ไม่ได้เป็นอะไร” 

ศศินาไม่เข้าใจตัวเองมากขึ้นทุกทีเวลาอยู่ใกล้ชายหนุ่มรุ่นน้องคนนี้ทีไรแล้วรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก

“ผมขอโทษครับ” 

ชนกันต์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวรุ่นพี่สายตาแสนเว้าวอนด้วยความหวาดเกรงว่าเธอจะโกรธเขามาก

“เธอไม่ต้องพูดมากแล้ว!!! รีบเก็บเอกสารตามฉันมาด้วยล่ะ” 

ศศินากล่าวสั่งการเสร็จสรรพก็รีบเดินหนีขึ้นไปนั่งรอในรถแล้วไม่วายหันกลับมามองคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บเอกสารของเธออยู่เพียงลำพัง

 

 

 

 

😙😙😙😙😙😙😙😙😙😙😙

 

 

 

................…..........………...……….….…………………………………...

 

 

 

 

ความคิดเห็น