facebook-icon

เตือนเนื้อหารุ่นเรง!! ไม่เหมาะสมกับผู้พิทักษ์จริยธรรม,ผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ และผู้ที่จิตใจอ่อนไหวง่าย ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวรุ่นลูกของ พีและเพลิน จากเรื่อง Prince Of Engineer เมียวิศวะ

OVERDOSE 01 : เด็กน้อย

ชื่อตอน : OVERDOSE 01 : เด็กน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.5k

ความคิดเห็น : 107

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ค. 2562 21:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
OVERDOSE 01 : เด็กน้อย
แบบอักษร

OVERDOSE 01 : เด็กน้อย

 

ห้าปีก่อน…

 

ณ บ้านอัครสกุล

“ แสนหวานลูก.. “ น้ำเสียงคุ้นเคยเอ่ยเรียกฉันจากชั้นล่างสุดของตัวบ้าน และนั่นไม่ใช่เสียงของใครที่ไหน..เธอเป็นคุณแม่ของฉันเองแหละ

 

“ ค่ะแม่..มีอะไรคะ? “ ฉันขานรับทันทีที่มีคนเอ่ยเรียก..ซึ่งแน่นอนว่า ‘แสนหวาน’ คือชื่อของฉัน

 

“ เดี๋ยวอีกสามวันแม่ต้องบินไปญี่ปุ่นนะ พอดีคุณตาหนูไม่ค่อยสบาย “

 

“ ไปนานไหมคะ? “

 

“ หนึ่งเดือนค่ะ “ แม่ฉันเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นค่ะ คุณยายเป็นคนไทยแต่ท่านเสียไปนานแล้วล่ะ เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์..ส่วนคุณตาก็เป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆเลยค่ะ เมื่อก่อนพวกท่านก็อาศัยอยู่ที่ไทยจนแต่งงานมีลูกด้วยกันหนึ่งคนคือแม่ของฉันเอง

 

แต่เมื่อคุณยายเสียไปคุณตาแกก็ตัดสินใจกลับไปอยู่ที่ญี่ปุ่นกับญาติพี่น้อง เพราะลูกสาวคนเดียวของตนก็แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว..และทุกๆปีแม่ก็จะพาฉันบินไปเยี่ยมคุณตาที่ญี่ปุ่นค่ะ เพราะท่านน่ะคิดถึงหลานคนนี้เป็นที่สุด..แถมยังบอกด้วยนะว่าถ้าฉันแต่งงานเมื่อไหร่ ท่านจะเป็นคนควงแขนฉันเข้าไปในโบสถ์เอง

 

ใช่..มันน่าตลกดีนะที่โดยปกติแล้วการแต่งงานส่วนใหญ่คนที่จะควงเจ้าสาวเข้าไปในโบสถ์ มักพ่อของเจ้าสาว..แต่ในกรณีของฉันมันคงต่างออกไปเพราะฉันไม่มีพ่อ

 

พ่อแท้ๆท่านเสียชีวิตไปนานมากแล้วจากอุบัติเหตุรถคว่ำ..เสียตั้งแต่ฉันยังอายุได้แค่ขวบเศษ ความทรงจำอะไรที่เกี่ยวกับพ่อฉันไม่มีมันเลย..แต่แม่มักจะบอกเสมอว่าพ่อน่ะเป็นคนเก่ง และเขารักฉันมาก มากกว่าใครๆในโลกนี้เลยล่ะ

 

“ ..หนูไปด้วยไม่ได้เหรอคะ? “ ฉันถาม

 

“ ไม่ได้ค่ะ หนูต้องไปโรงเรียน..ยิ่งตอนนี้มอหกแล้วยิ่งต้องตั้งใจให้มาก ถ้าหนูยังอยากเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับคุณพ่อนะคะ ☺️

 

“ ก็ได้ค่ะ หวานไม่ไปก็ได้.. “

 

“ ช่วงนี้พ่อใหญ่ติดราชการต่างจังหวัด กำหนดกลับไม่ค่อยแน่นอนเท่าไหร่..แม่ให้หนูไปอยู่กับน้าเพลินก่อนได้ไหมลูก? “

 

พ่อใหญ่คือพ่อเลี้ยงของฉันเองค่ะ ท่านเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้แทนราษฏรของพักการเมืองชื่อดังพรรคหนึ่ง..ท่านเข้ามาในชีวิตแม่ตั้งแต่ตอนที่ฉันอายุได้ห้าขวบ ไม่นานหลังจากนั้นพวกท่านก็แต่งงานกัน พ่อใหญ่ดูแลแม่กับฉันเป็นอย่างดี..รักฉันเหมือนลูก

 

ภายนอกอาจดูเข้มขรึม สีหน้าท่าทางชวนให้หวั่นใจ..แต่พ่อใหญ่ไม่เคยดุด่าหรือแสดงด้านร้ายๆให้ฉันเห็นเลย แม้ว่าใครต่อใครจะพูดกันว่าท่านน่ากลัวเพราะมีอำนาจมาก..แต่สำหรับฉันแล้วท่านยังคงเป็นพ่อที่ดี เป็นพ่ออีกคนที่ให้ความอบอุ่นกับฉันได้

 

และตัวพ่อใหญ่เองก็เคยแต่งงานและมีลูกมาก่อน เหมือนกัน เขาคนนั้นชื่อพี่วาด..เป็นผู้ชายที่ร้ายลึกพอสมควร แต่เราสนิทกันนะคะเพราะอยู่บ้านหลังเดียวกันตอนเด็กๆ..ส่วนถ้าถามว่าตอนนี้พี่วาดอยู่ไหนก็คงต้องตอบว่าอยู่คอนโดใกล้ๆกับมหาลัยเขานั่นแหละ

 

ช่วงนี้พี่มันเพิ่งขึ้นปีหนึ่งกิจกรรมในมอก็เยอะ เลยจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ใกล้ๆจะได้เดินทางสะดวก..ตอนนี้บ้านเราเหมือนต้องกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทางกันหมดเพราะคำว่า ‘หน้าที่’

 

แต่ฉันก็เข้าใจนะคะว่าบางทีเราก็เลือกไม่ได้หรอก..คลื่นชีวิตมันมาไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง ฉะนั้นอย่าได้พยายามว่ายน้ำกลับฝั่งให้เปลืองแรงเลย เพราะยังไงเจ้าคลื่นมันก็ต้องทำหน้าที่ของมันอยู่แล้ว..นั่นคือพัดเข้าหาฝั่ง

 

“ ..ได้ค่ะ หวานพอจะสนิทกับพี่พีชอยู่บ้าง..คงไม่เหงาเท่าไหร่ “ ฉันตอบแม่ไปแบบนั้นก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆให้ และบ้านน้าเพลินก็ไม่ได้อยู่ไกลจากบ้านฉันเลย..ถัดๆกันไปสองหลังแค่เดินก็ถึงแล้วล่ะ สมัยเด็กๆในหมู่บ้านของเรามีเด็กไม่ค่อยเยอะมากค่ะทำให้ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์พ่อๆแม่ๆมักจะนัดแนะกันพาลูกออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน

 

และในตอนนั้นเองก็ทำให้ฉันได้รู้จักกับพี่พีชลูกชายของหน้าเพลินกับอาพี..พี่พีชเป็นคนที่คุยเก่ง อัธยาศัยดี แต่ลึกๆแล้วคงมีมุมที่ร้ายกาจอยู่บ้างเพราะบางวันฉันก็แอบเห็นว่าเขาหน้าเขียวหน้าช้ำกลับบ้านมา ซึ่งไม่ต้องเดาเลยว่ารอยช้ำพวกนั้นมันมาจากไหนถ้าไม่ใช่การต่อยตี

 

“ โอเคค่ะ วันนี้ถ้าเลิกเรียนแล้วหนูเตรียมเก็บของเลยนะ..แม่โทรบอกน้าเพลินแล้ว เดี๋ยวอีกสามวันแม่จะไปส่งที่บ้านน้าเพลินค่ะ “

 

“ ค่ะแม่ “

 

 

สามวันต่อมา..

ณ บ้านพิพัฒน์เมทานนท์

อย่างที่ฉันเคยบอกไปว่าฉันค่อนข้างจะสนิทกับพี่พีชพอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเคยเข้ามาในบ้านพี่เขาหรอก..แค่เดินผ่านบ้างเห็นผ่านๆตาบ้างเพราะมันทั้งหลังใหญ่กว้างขวาง และรายล้อมไปด้วยชายชุดสูทสีดำที่กระจายกันยืนวนเวียนรอบๆตัวบ้าน

 

“ รบกวนคุณเพลินด้วยนะคะ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของแสนหวานรินโอนให้แกแล้ว..คุณเพลินไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ ☺️ “ เกือบลืมบอกไปว่าแม่ฉันน่ะชื่อเมรินค่ะ ส่วนพ่อเลี้ยงหรือพ่อใหญ่ท่านชื่อสิทธา

 

“ ไม่ต้องห่วงเช่นกันค่ะ มาอยู่กับน้าเพลินทังทีหลานสาวคนสวยจะไม่ได้ใช้เงินสักบาทเลย เพราะบ้านนี้กินฟรี555555 “ น้าเพลินเป็นคนน่ารักค่ะ ใจดีกับฉันมากๆ แต่ดูๆแล้วน่าจะมีด้านดุๆอยู่บ้างเพราะลูกชายออกจะร้ายกาจซะขนาดนั้น

 

“ 5555 ถึงยังไงรินต้องขอบคุณคุณเพลินอีกครั้งนะคะ กลับจากญี่ปุ่นคราวนี้ของฝากเพียบแน่ๆค่ะ “

 

“ ยินดีมากๆค่ะ ขอให้คุณพ่อหายป่วยด้วยนะคะ ☺️ “ หลังจากที่ผู้ใหญ่ทั้งสองคุยกันได้สักพักแม่ก็ขับรถออกไป วันนี้ที่บ้านน้าเพลินค่อนข้างเงียบพอสมควรค่ะเพราะตั้งแต่เข้ามาฉันไม่เห็นใครอยู่สักคนเลยนอกจากน้าเพลินกับแม่บ้าน

 

“ หอม..หอมอยู่ไหม?? “

 

“ อยู่ทางนี้ค่ะคุณเพลิน “ แม่บ้านที่ชื่อหอมขานรับตามเสียงเรียกก่อนจะรีบเดินเข้ามาหาเราสองคนที่หน้าบ้านทันที

 

“ นี่แสนหวานลูกสาวคุณเมริน เธอจะมาอยู่บ้านเราราวๆหนึ่งเดือนนะ..เดี๋ยวยังไงหอมช่วยพาแสนหวานไปที่ห้องพักแขกด้วย “

 

“ สวัสดีค่ะพี่หอม.. “ ฉันรีบยกมือไหว้ตามมารยาท และที่เรียกพี่ก็เพราะแม่บ้านคนนี้ยังดูอายุน้อยไม่น่าจะถึงสี่สิบด้วยซ้ำ..ฉันไม่อยากเรียกป้าเพราะอาจจะดูแก่เกินไปน่ะสิ

 

“ สวัสดีค่ะ คุณแสนหวานโตขึ้นแล้วน่ารักมากๆเลยนะคะ “

 

“ ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ☺️ “ ฉันตอบเขินๆ

 

“ มาค่ะ เดี๋ยวหอมพาไปดูห้อง “ พี่หอมเดินนำฉันขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน ก่อนที่กระเป๋าแชะสัมภาระของฉันจะถูกชายชุดสูทสีดำยกขึ้นแล้วเดินตามขึ้นมาติดๆ วันนี้เป็นวันอาทิตย์ค่ะปกติฉันจะไปหาร้านกาแฟนั่งอานหนังสือเงียบๆแต่ตอนนี้คงต้องนั่งอ่านในห้องแทนเพราะขืนไปนั่งไปเดินในบ้านคนอื่นตามอำเภอใจคงจะดูไม่ดีเท่าไหร่นัก

 

หลังจากจัดของเข้าตู้เสร็จฉันก็ไปนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงค่ะ จนราวๆห้าโมงเย็นพี่หอมก็ขึ้นมาเคาะที่ห้องอีกครั้งเพราะน้าเพลินให้พาลงไปกินข้าว..ฉันรีบเปลี่ยนไปใส่ชุดที่สุภาพแล้วเปิดประตูเดินตามพี่หอมไปที่ห้องครัวทันที

 

“ วันนี้หอมทำผัดผักรวม ห่อหมกทะเล ปลาทับทิมนึ่งมะนาว แล้วก็ต้มยำปลากะพงนะคะ..ส่วนของหวานเป็นทับทิมกรอบ 😊

 

ระหว่างทางเดินพี่หอมก็เปรยเมนูอาหารวันนี้ให้ฉันฟัง ซึ่งมันทำเอาฉันถึงกับหิวขึ้นมาแทบจะทันทีเลยล่ะ..เพราะของหวานปิดท้ายมันคือทับทิมกรอบของโปรดของฉันน่ะสิ

 

ทว่าพอมาถึงในครัวปุ๊บฉันก็ต้องรีบยกมีไหว้ผู้ใหญ่คนสำคัญอีกคนหนึ่งของบ้านหลังนี้ทันทีนั่นคือคุณอาพีที่อยู่ในชุดสูทสีน้ำเงิน สายตาราบเรียบเอนเอียงไปทางเย็นชา..ดูรวมๆก็ถือว่าค่อนข้างน่ากลัวค่ะ ขนาดน้าเพลินที่เป็นลูกสาวของมาเฟียชื่อดังยังไม่เข้มขรึมเท่าอาพีเลย

 

“ อาพีสวัสดีค่ะ หนูชื่อแสนหวานนะคะ.. “

 

“ อื่ม..นั่งก่อนสิ ทานข้าวด้วยกัน “

 

ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มใดๆ..แค่เพียงพยักหน้าแล้วปรายตามามองฉันนิดหน่อยเท่านั้น แม่เคยเล่าให้ฉันฟังว่าคุณอาพีนอกจากจะเป็นเจ้าของบ่อนคานิโนทั้งในไทยและต่างประเทศแล้ว ยังเป็นเพื่อนของอาพายุมาเฟียใหญ่พี่ชายของน้าเพลินอีกด้วย..แต่มากไปกว่านั้นคือสนามแข่งรถแอเรียห้าสิบเอ็ดที่อยู่ในข่าวบ่อยๆมันก็เป็นของเพื่อนอาพีเช่นกัน

 

“ ขอบคุณค่ะ.. “

 

“ พีชโทรมาบอกว่าขอเงินเพิ่ม..จะอนุมัติไหม? “ น้าเพลินทิ้งตัวลงนั่งข้างๆฉันแล้ว หันไปถามอาพี..ซึ่งตอนนั้นเองก็ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกเอะใจขึ้นมาทันทีว่าพี่พีชเขาหายไปไหนทำไมถึงไม่กลับบ้านสักที

 

“ ..เท่าไหร่ล่ะ? “

 

“ สี่หมื่น “

 

“ ให้หมื่นเดียว..ถ้าไม่เอาก็กลับ “

 

“ อื่มๆ “ น้าเพลินพยักหน้าแล้วลุกออกไปโทรศัพท์หาพี่พีชทันที ส่วนฉันที่นั่งแคลงใจอยู่นานก็ตัดสินใจเอ่ยถามอาพีไปเรื่องพี่พีช

 

“ อาพีคะ..พี่พีชไม่อยู่บ้านเหรอคะ? “

 

“ ไปจีนน่ะ.. “ อาพีตอบกลับมาสั้นๆ ก่อนน้าเพลินจะพูดขยายความเพิ่มเติม

 

“ เป็นค่ายของมหาลัยเขาอะจ่ะ เห็นว่าไปเกือบเดือนเลยนะ..แต่ตาพีชคงจะช็อปปิ้งหนักมือไปหน่อยถึงได้โทรมาของบเพิ่มแบบนี้ “ น้าเพลินตอบยิ้มๆ ซึ่งมันทำฉันใจแป้วไปเหมือนกันนะเพราะทีแรกคิดว่ามาอยู่บ้านนี้จะมีเพื่อนบ้างแต่ตอนนี้กลายเป็นว่าฉันไม่มีใครที่คุยเล่นได้เลย

 

“ อ๋อ..ค่ะ “

 

“ ตอนเช้าน้าจะเป็นคนไปส่งแสนหวานที่โรงเรียนเอง แต่ตอนไปรับน้าคงต้องวานให้เพลย์ไปรับแทนนะคะเพราะน้าจะมีสรุปงานที่บริษัททุกวันเลย มันอาจจะค่ำเกินไปถ้าให้แสนหวานรอน้า “

 

ประโยคนี้ของน้าเพลินทำใจฉันกระตุกวูบทันทีเมื่อได้ยินชื่อของ ‘พี่เพลย์’

 

ใช่ค่ะ..น้าเพลินมีลูกชายฝาแฝดสองคนที่นิสัยต่างกันคนละขั้ว คนหนึ่งคือพี่พีชส่วนอีกคนคือพี่เพลย์..ฉันอายุห่างกับพวกเขาราวๆห้าปีได้ และแน่นอนว่าฉันไม่ได้สนิทอะไรกับพี่เพลย์เลยสักนิด สมัยเด็กๆเขาแทบไม่คุยไม่ยุ่งหรือแค่มาเล่นด้วยกันสักครั้งก็ไม่มี

 

ส่วนมากจะเห็นเขาอยู่กับอาพี ไปไหนทำอะไรก็จะติดอาพีตลอด และนิสัยก็คงจะคับคล้ายคับคลากัน..พี่พีชบอกฉันว่าพี่เพลย์น่ะ ไม่ใช่คนพูดน้อยคำเหมือนอาพีหรอกแต่ก็ไม่ใช่คนที่พูดจาปกติเหมือนมนุษย์ทั่วไป เขาจะคุยเฉพาะเรื่องที่อยากคุย และไม่ชอบอะไรที่ซ้ำซากเสียเวลา

 

ดูจากสายตาเห็นพี่พีชร้ายยังไง อาพีน่ากลัวยังไง..พี่เพลย์คือหนึ่งพันเท่าของสองคนนี้ค่ะ เขามีสายตาที่นิ่งลึกกว่าอาพีมาก และท่าทีก็ไม่มีจังหวะไหนเลยที่ดูใจดี ถึงจะไม่เคยคุยกันเท่าไหร่แต่สันนิษฐานได้เลยว่าเขาคนนี้ร้ายกาจมากอย่าบอกใคร

 

“ คือ..พี่เพลย์ สะดวกใช่ไหมคะ? “

 

“ ไม่สะดวกก็ต้องสะดวกจ่ะ ช่วงนี้ตาเพลย์ชักจะเกเรหนักเกินไป..น้าอยากให้เขาออกมาอยู่ในโลกของคนปกติบ้าง จะได้หัดอ่อนโยนกับคนรอบข้างให้มากกว่านี้..ไม่ใช่เอะอะก็เป็นจริงเป็นจังไปซะหมด “ น้าเพลินพูดอย่างหนักอกหนักใจกับลูกชายคนนี้เหลือเกิน เพราะเท่าที่ฟังฉันก็พอนึกออกค่ะว่าพี่เพลย์เขาเป็นคนประมาณไหน..แต่ถึงจะนึกออกฉันก็ยังกลัวเขาอยู่ดีแหละ

 

หลายเดือนก่อนตอนฉันวิ่งออกกำลังกายที่ถนนในหมู่บ้านแล้วผ่านมาทางหน้าบ้านน้าเพลินพอดี ฉันก็เห็นว่ามีรถตู้สีดำขับเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้านค่ะ ก่อนจะพบว่าคนที่ลงจากรถคันนั้นคือพี่เพลย์..เขาลากคอชายคนหนึ่งลงจากรถมาด้วยในสภาพที่ค่อนข้างสะบักสะบอมพอควรก่อนจะเหวี่ยงผู้ชายคนนั้นลงกับพื้นหน้าบ้าน

 

เท้าข้างขวาเหยียบลงกลางอกพร้อมกับคำพูดสุดเย็นชาบอกให้ชายคนนั้นนำเงินที่โกงไปมาคืนภายในสามวัน ซึ่งฉันได้ยินไม่ชัดหรอกค่ะว่าสามแสนหรือสามล้าน..แต่ที่แน่ๆคือระยะเวลาที่เขาให้มันช่างไม่สัมพันธ์กับจำนวนเงินที่ต้องหามาคืนเลยสักนิด

 

“ ค่ะ เอาตามที่น้าเพลินสะดวกดีกว่า..แสนหวานยังไงก็ได้ค่ะ 😊 “ ฉันตอบยิ้มๆแต่ในใจยังครุ่นคิดเรื่องพี่เพลย์ไม่ตก ซึ่งในตอนนั้นเองก็มีเสียงของบิ๊กไบค์คันหนึ่งขี่เข้ามาจอดหน้าบ้านก่อนจะดับเครื่องลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ฉันแอบเดาเอาไว้แล้วในใจ

 

ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำเดินย่างกายเข้ามาในบ้านด้วยสภาพที่เปียกปอนไปด้วยน้ำฝน ในมือข้างขวาถือหมวกกันน็อก พร้อมใช้มืออีกข้างยีผมสีเทาควันบุหรี่ไปมา..หน้าตาคงไม่ต้องถามหรอกค่ะว่าเหมือนใคร เพราะเขาคือฝาแฝดของพี่พีชยังไงซะหน้าตากว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ต้องเหมือนกันอยู่แล้ว

 

เพียงแต่สามสิ่งที่ไม่มีวันเหมือนนั่นคือท่าที คำพูด และสายตา..สองคนนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงราวกับไม่ใช่แฝดกัน เขาเดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงขึ้นไปที่ชั้นสองทันทีทำให้พวกเราที่นั่งอยู่ในครัวเห็นเขาเพียงแวบเดียวจากองศาที่มองผ่านประตูออกไป

 

ทว่า..พี่เพลย์จู่ๆก็ชะงักแล้วจะหันกลับมามองเมื่อองศาของเรามันตรงกัน สายตานิ่งลึกสุดเย็นชามองลอดเข้ามาในครัวเพียงชั่วฮึดใจเดียวเท่านั้น ก่อนเขาจะเลิกสนใจแล้วเดินขึ้นห้องไป..พี่เพลย์ไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว ผิดจากฉันที่ทุกครั้งเวลากลับบ้านจะต้องสวัสดีพ่อใหญ่ ทักทายพี่วาดและกวนประสาทผู้ช่วยพ่อใหญ่อีกที

 

“ หอมรีบไปเอาเสื้อผ้าเพลย์มาซักเลยนะ เดี๋ยวมันชื้นในห้อง..แล้วก็บอกเขาด้วยว่าให้ลงมากินข้าว “ น้าเพลินหันไปบอกพี่หอม

 

“ ได้ค่ะคุณเพลิน “

 

“ ไม่ลงมาหรอก เชื่อสิ.. “ อาพีวางช้อนส้อมลงแล้วตอบเบาๆ

 

“ รู้ใจกันดีจริงพ่อลูกคู่นี้หนิ! “

 

“ ..ถ้าเพลย์ทำตัวไม่ดีใส่ บอกอานะ “ อาพีหันมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ฟังดูเอาเรื่องอยู่ไม่น้อยเลย

 

“ พี่เพลย์คงไม่ทำหรอกค่ะอาพี ☺️ “ ฉันตอบกลับไปอย่างถ่อมตัว ไม่อยากไปเห็นดีเห็นชอบว่าลูกชายเขาเป็นเหมือนอย่างที่เขาพูด..แต่สุภาษิตเข้าเมืองหลิ่วต้องหลิ่วตาตามคงใช้ไม่ได้อีกต่อไปเมื่ออาพีดันตอบสิ่งที่ไม่มีความแสแสร้งปะปนอยู่เลยกลับมา

 

“ มันทำแน่.. “ นี่ขนาดคนเป็นพ่อยังกล้าเตือนขนาดนี้ แสดงว่าสิ่งไม่ดีที่ว่านั้น..พี่เพลย์ต้องทำกับฉันแน่ๆ ให้ตายเถอะพี่พีช!รีบกลับมาช่วยแสนหวานที!

 

” พี..หลานกลัวตาเพลย์หมดแล้ว! “ น้าเพลินเสียงเข้ม

 

“ ก็เรื่องจริง.. “

 

“ เฮ้อ..แสนหวานไม่ต้องคิดมากนะคะ อยู่กับน้าไม่มีใครทำอะไรหนูได้แน่นอน “

 

“ ค่ะ 😊

 

“ หนูขึ้นไปอาบน้ำนอนดูทีวีได้ตามสบายเลย แต่ถ้าอยากอ่านหนังสือหนูลงมาอ่านที่ห้องนั่งเล่นอ่านที่ห้องรับแขกได้เลยจ่ะ ส่วนรหัสวายฟายลองถามหอมดูนะ.. “

 

“ ได้ค่ะ งั้นหนูขึ้นห้องก่อนนะคะคุณน้าคุณอา.. “ ฉันลุกออกจากเก้าอีพร้อมกับยกมือไหว้ตามมารยาท แล้วเดินกลับขึ้นมาที่ห้องนอนของตัวเองซึ่งเดาว่าต้องผ่านห้องพี่เพลย์ก่อนเป็นแน่เพราะหยดน้ำจากเสื้อผ้าเปียกๆของเขามันลากเป็นทางยาวตั้งแต่หน้าบ้านจนหายเข้าไปในห้องนอนเลยทีเดียว

 

คืนนั้นฝนตกหนักอยุ่พอสมควรค่ะ ตกหนักจนไฟเฟตที่อยู่ปีกขวาของบ้านดับลง ตอนนั้นฉันกำลังดูหนังอยู่ซึ่งแน่นอนว่าการนอนดูหนังในที่มืดมันคงไม่ดีเท่าไหร่นักเลยสองจิตสองใจว่าจะนอนเลยหรือดูหนังต่อดี

 

จนสุดท้ายก็เดินลงมาที่น้องนั่งเล่นจนได้ค่ะเพราะหนังมันต้องดูจนจบไม่อย่างนั้นคงนอนไม่หลับจริงๆ..ซึ่งห้องนั่งเล่นฉันจำได้ว่ามันอยู่ทางปีกซ้ายของบ้านค่ะไฟยังคงสว่างเป็นใจให้ฉันดูหนังอยู่

 

“ คุณแสนหวานจะไปไหนเหรอคะ? “ พี่หอมเอ่ยทักฉันระหว่างทางที่เดินสวนกัน

 

“ อ๋อ หวานจะไปห้องนั่งเล่นค่ะ..พอดีไฟทางนั้นมันดับ “ ฉันตอบแล้วชี้ๆไปยังปีกขวาของบ้านที่มืดสนิท

 

“ คนของคุณพีกำลังเร่งแก้ไขให้ค่ะ อีกสองชั่วโมงน่ากลับมาใช้ไฟได้ตามปกตินะคะ “ พี่หอมว่าอย่างนั้นก่อนเธอจะเดินถือไม้ถูพื้นไล่เช็ดหยดน้ำที่พี่เพลย์ทำเลอะเทอะ..แต่ทว่าในตอนนั้นเองฉันก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นว่าภายในห้องนั่งเล่นมีใครอีกคนกำลังนอนดูทีวีอยู่..และเขาคนนั้นคือพี่เพลย์

 

กึก!

 

ฉันยกมือไหว้สวัสดีเขาแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป สายตาสอดส่องมามุมเล็กๆเพื่อนั่งดูหนังคนเดียวเงียบๆ..นี่ดีนะที่หยิบไอแพดกับหูฟังลงมาด้วยไม่อย่างนั้นเสียงคงตีกันแย่ พี่เพลย์ไม่รับไหว้ฉันเลยค่ะ เขาทำเพียงแค่มองมานิ่งๆไม่พยักหน้าไม่อะไรทั้งนั้น และไม่ถึงสามวิก็หันกลับไปดูทีวีต่อเหมือนไม่มีฉันอยู่ตรงนั้น

 

เราสองคนอยู่ในรัศมีห้าเมตรที่เงียบสนิทเหมือนอยู่คนเดียว..เราไม่คุยอะไรกันเลยสักคำจนกระทั่งฉันดูหนังจบและไฟมาพอดี จังหวะที่กำลังจะกลับขึ้นห้องไปนอนฉันก็รวบรวมความกล้าเอ่ยทักพี่เพลย์ทันทีเพราะเกรงว่าถ้าเราไม่คุยเรื่องพรุ่งนี้เดี๋ยวมันจะวุ่นวายเอาได้

 

“ พี่เพลย์.. “

 

“ ....... “ เขายันตัวลุกขึ้นยืนแล้วปิดทีวี สายตานิ่งขรึมมองมาที่ฉันราวกับกำลังถามว่ามีอะไร

 

“ เราชื่อแสนหวานค่ะ “ เออตลกดีมั้ยล่ะฉัน บ้านใกล้แท้ๆเจอกันก็บ่อยตอนเด็กๆยังต้องมายืนแนะนำตัวอีกให้ตายเถอะ

 

“ รู้ “ พี่เพลย์ตอบ

 

“ พะ พรุ่งนี้เราเลิกเรียนห้าโมง..พี่ว่างมารับเราไหมคะ? “ ฉันเอ่ยถามน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น เพราะจู่ๆเขาก็เดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน ภาพวันที่เห็นเขาเอาเท้าเหยียบอกผู้ชายคนนั้นด้วยความโหดเหี้ยมไหลวนเข้ามาในความคิดเป็นฉากๆ..แม้จะรู้ว่าเขาคงไม่ทำแบบนั้นกับฉันแต่มันก็ยังอดกลัวไม่ได้อยู่ดี

 

“ ...เรียนมหาลัยไหน? “

 

“ เอ่อ..เราเพิ่งมอหกค่ะ “

 

“ อ๋อ.. “ เขาพยักหน้าแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ คือถ้าฉันไม่พูดเขาก็ไม่คิดจะถามอะไรเลยจริงๆ

 

“ เราดูแก่เหรอคะ? “

 

“ เด็กกว่าที่คิด.. “ อย่างที่บอกว่าเราแทบไม่รู้จักอะไรกันเลยนอกจากชื่อ ตอนนี้เลยเหมือนกับต้องเรียนรู้กันใหม่จากศูนย์

 

“ พี่เพลย์อยู่ปีสี่เรายังรู้เลย “

 

“ ..สรุป เรียนที่ไหน? “ เขาตัดบทฉันทิ้งเหมือนอย่างที่พี่พีชบอกไม่มีผิดว่าพี่เพลย์น่ะ ‘เขาจะคุยเฉพาะเรื่องที่อยากคุย’

 

“ เราอยู่โรงเรียนนานาชาติIBS “

 

“ ..เธอต้องโทรตามฉันเอง เพราะฉันจะไม่โทรหา “

 

“ คะ? “ งงสิ เกิดมาไม่เคยพบเคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลยโว๊ยยย!

 

“ ..ไม่ได้ยิน? “ ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นแล้วมองมาด้วยสายตาที่ดูก็รู้ว่าเริ่มจะหงุดหงิดหน่อยๆ สีหน้าเขาทำใจฉันหล่นวูบไปเลยทีเดียวเพราะแค่หน้าปกติก็น่ากลัวอยู่แล้ว อย่าให้หงุดหงิดเพิ่มเลย..

 

“ ดะ ได้ยิน..เราได้ยินแล้ว “

 

“ ถ้าโทรเบอร์หลักแล้วฉันไม่รับเกินสองสาย ให้โทรเบอร์รอง..มันจะต่อสายตรงมาที่คนของฉัน “

 

พี่เพลย์ยื่นนามบัตรสีดำที่มีเบอร์โทรติดต่อมาให้ก่อนจะทิ้งทวนประโยคสุดท้ายอย่างนั้นและเดินกลับขึ้นห้องไปทันที ฉันหรี่สายตามองที่นามบัตรนั่นมันมีเบอร์โทรก็จริงแต่อีกด้านพิมพ์สลักคำว่า ‘ Cobra Casino ‘ ชื่อของบ่อนคาสิโนชื่อดังที่กำลังเป็นข่าวฟอกเงินอยู่ในตอนนี้

 

...นี่ฉันเริ่มจะกลัวพี่เพลย์จริงๆแล้วนะ

 

เฮ้อ..คืนนั้นยอมรับว่านอนเอาตีนก่ายหน้าผากเลยค่ะ เพราะฉันคิดไม่ตกจริงๆว่าจะใชีชีวิตหนึ่งเดือนต่อจากนี้กับพี่เพลย์ยังไงให้เราไม่ตึงใส่กันเกินไป..ฉันนอนคิดเรื่องนี้จนผล็อยหลับและสะดุ้งตื่นอีกทีตอนหกโมงเช้าก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะไปโรงเรียน

 

มันเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยนะที่ได้มีโอกาสนั่งรถราคาแพงระยับอย่างออดี้คันนี้..ครอบครัวน้าเพลินค่อนข้างฐานะดีค่ะ จัดว่าดีมากเลยด้วย เพราะเท่าที่เห็นคือบ้านน้าเพลินมีรถหลายคันมากตั้งแต่รถตู้ รถเก๋ง สปอร์ตคาร์ ไปจนถึงซูเปอร์คาร์..

 

ณ โรงเรียนนานาชาติIBS

พอน้าเพลินมาส่งที่โรงเรียนเสร็จก็รีบออกไปทำงาน ส่วนฉันก็เรียนตามปกติค่ะ..ความฝันเพียงอย่างเดียวของฉันในตอนนี้มันคือสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกับคุณพ่อให้ได้ ส่วนคณะที่อยากเรียนก็ตอบได้เลยว่าฉันอยากเรียนบริหารค่ะ เหตุผลคืออะไรยังไม่รู้..แต่ที่แน่ๆใจฉันรักคณะนี้ไปแล้ว

 

ตกเย็นถึงเวลาเลิกเรียนฉันกับพวกเพื่อนๆก็มักจะมาจับกลุ่มนั่งคุยกันเพื่อรอให้พ่อๆแม่ๆมารับกลับบ้าน ความจริงฉันเลิกเรียนสี่โมงค่ะ..แต่ที่บอกพี่เพลย์ว่าห้าโมงคือฉันอยากนั่งชิลกับเพื่อนต่อยังไม่อยากรีบกลับเท่าไหร่

 

แต่พูดถึงพี่เพลย์..ตอนนี้ก็ใกล้จะห้าโมงแล้วด้วย ฉันคงต้องโทรหาเขาจริงๆแล้วสินะ เฮ้อ..ใจเย็นๆแสนหวานเขาคงไม่ได้น่ากลัวเหมือนอย่างที่เข้าใจหรอก..อาจจะเป็นแค่คาแรคเตอร์เฉยๆก็ได้

 

Rrrrrr! Rrrrrrr!

 

“ ...ใคร? “ ปลายสายกดรับแล้วเอ่ยถามเสียงนิ่ง

 

“ แสนหวานเองค่ะ... “

 

“ อื่ม “

 

“ คือเราเลิกเรียนแล้ว “

 

“ เดี๋ยวไป “

 

พี่เพลย์ตอบแค่นั้นแล้วตัดสายทิ้งไปดื้อๆ ฉันก็นั่งรอเขาอยู่ตรงจุดรับส่งนั่นแหละค่ะ..แต่เพียงไม่ถึงสิบนาทีก็ได้ยินเสียงบิ๊กไบค์คันใหญ่ขี่มาจอดอยู่ตรงหน้า คนตัวสูงถอดหมวกกันน็อกของตัวเองออกก่อนจะยื่นมันมาให้ฉัน..แต่ด้วยความที่ทั้งชีวิตนั่งมอเตอร์ไซค์นับครั้งได้แถมหมวกที่เคยใส่มันก็ไม่ใช่หมวกแบบนี้ฉันเลยดูเงอะงะจนเขาเริ่มจะหงุดหงิด..อีกแล้ว

 

“ ..ใส่แบบนี้ “

 

“ อะ..ค่ะ >< “ เขาจับหัวฉันยัดเข้าไปในหมวกใบนี้ที่กลิ่นหอมมันตะหลบอบอบอวนซะจนฉันเริ่มจะมึน..พี่เพลย์น่ะตัวหอมใช้ได้เลยนะ นี่นอกจากหล่อแบบดุๆเถื่อนๆแล้วยังหอมฉุยแบบคาสโนว่าตัวพ่ออีกด้วยเหรอเนี่ย..

 

“ จะขึ้นเองหรือให้อุ้ม? “ ถามมาได้นะ..

 

“ ขึ้นเองค่ะ “ ฉันไม่ได้เงอะงะขนาดที่พาตัวเองขึ้นไปนั่งบนรถไม่ได้หรอก ถึงจะเตี้ยกว่าพี่เพลย์ยังไงฉันก็จะพยายามหลีกเลี่ยงการถูกสัมผัสตัวให้มากที่สุด..เพราะมันคงดูไม่ดีนักถ้าให้มาอุ้มกันในโรงเรียนแบบนี้

 

ทีแรกฉันเข้าใจว่าพี่เพลย์จะพากลับบ้านเลยแต่ที่ไหนได้เขาพาฉันมาที่มหาลัย! มาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์..ซึ่งก็เดาได้ทันทีเลยว่านี่ต้องเป็นคณะที่เขากำลังเรียนอยู่แน่ๆ

 

“ ..กูก็นึกว่ามันไปไหน 😏 “ ทันทีที่รถจอด เพื่อนพี่เพลย์ก็หันมามองกันเป็นแถวก่อนจะเอ่ยแซวตามๆกัน

 

“ กินเด็กของจริงหวะ “

 

“ พูดมากไอ้สัส.. “ พี่เพลย์ตอบแล้วหันมามองฉันราวกับบอกให้รีบตามลงมา ฉันก็ถอดหมวกแล้วน้อมรับคำสั่งทางสายตาคู่นั้นทันที

 

“ ..คุก คุก คุก! “ พี่ๆเขาดูน่ากลัวมากค่ะ ยิ่งเวลาอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ๆยิ่งน่ากลัว

 

“ พี่พาเรามาที่นี่ทำไมคะ? “ ฉันกระตุกชายเสื้อพี่เพลย์เบาๆแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะเขานึกจะพามาก็พามาดื้อๆ แถมยังเดินก้าวฉับๆไปนั่งกับเพื่อนหน้าตาเฉยโดยที่ไม่คิดจะอธิบายอะไรให้ฉันฟังเลยสักนิด

 

“ ส่งโปรเจ็ค.. “ ร่างสูงหันมาตอบแล้วเดินหายเข้าไปในตึกเรียนกับพี่ผู้ชายอีกคนทิ้งให้ฉันนั่งอยู่กับพวกเพื่อนๆที่แสนน่ากลัวของเขาข้างนอกนั่น

 

“ อายุเท่าไหร่แล้วคะ? 😊 “ ทันทีที่พี่เพลย์ไม่อยู่ พี่ผู้ชายหน้าตาคมเข้มคนหนึ่งก็เริ่มชวนฉันคุยด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์อยู่ไม่น้อยถ้าฟังจากคำพูดคำจาคะขาที่เขาใช้..ก่อนที่เวลาต่อมาฉันจะตกเป็นจุดสนใจของพี่ๆทุกคนในวง

 

“ อายุสิบเจ็ดค่ะ “

 

“ มอหกใช่ไหม? หรือมอห้า? “ พี่อีกคนถาม

 

“ มอหกค่ะ.. “

 

“ เอ่อ ค่อยดีหน่อย 😌 “ เสียงตอบรับนั่นเหมือนรู้สึกโล่งใจอะไรบางอย่าง แต่ก็มีอีกเสียงค้านขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้

 

“ ดีเหี้ยไร คุก ไอ้สัส!5555555 “

 

“ ประกันตัวกูด้วยนะ เผื่อโดนรวบ “

 

“ จะประกันไง ก็โดนรวบไปพร้อมมึง55555555 “ พี่ๆเขาคุยหยอกล้อกันไปมาด้วยเสียงหัวเราะ ส่วนฉันก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆอยู่อย่างนั้นเพราะไม่รู้จะทำตัวยังไง

 

“ ลุงชื่อ.. “ พี่ผู้ชายคนหนึ่งเดินมานั่งข้างๆแล้วกำลังจะแนะนำตัว แต่ก็ถูกอีกคนขัดเอาไว้เสียก่อน

 

“ ลุงพ่อมึงสิ พี่ก็ได้อยู่เว้ย! “

 

“ อ๋อๆ พี่ชื่อเวหานะ..เรียกพี่เวย์เฉยๆก็ได้ค้าบบ 😍

 

“ พี่ชื่อภาคภูมิ เรียกไอ้ภาคก็ได้ไม่ว่ากัน555555 “

 

“ เกินไปค่ะ555555 “ ฉันตอบแบบกลั้นขำหน่อยๆ แต่พี่คนนี้แอบกวนดีแฮะ

 

“ พี่ชื่อชยิน..เรียกชยินเฉยๆก็ได้ค้าบบบ “ ฉันย่นคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินพี่ชยินแนะนำตัว

 

“ ต่างกันตรงไหนวะ? เฮ้อ..พี่ชื่อกวินนะครับ ส่วนไอ้ที่กำลังเดินมากับไอ้เพลย์..มันชื่อเขตแดน “ พี่กวินกว่าแนะนำตัวเองพลางยกมือชี้ไปทางด้านหลังฉันที่มีผู้ชายสองคนกำลังเดินมาด้วยกัน คนหนึ่งแค่มองตาก็รู้แล้วว่าน่ากลัว รังสีของความเลือดเย็นมันแผ่กระจายออกมามากจนคนรอบข้างรู้สึกไม่ปลอดภัย

 

ช่างต่างกับอีกคนที่ชื่อ ‘เขตแดน’ เขาคนนี้ดูเป็นมิตรกว่ามากถ้าเทียบกับพี่เพลย์ แต่ทว่ารอยยิ้มขี้เล่นนั่นมันกลับเปี่ยมล้นไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลอุบายนับพันที่พร้อมจะล่อลวงให้ใครก็ตามที่พลั้งใจมาลุ่มหลง ต้องพบเจอกับบางอย่างที่ไม่ได้สดใสเหมือนดั่งรอยยิ้มกับดักนั่นเลย..สมแล้วล่ะที่ชื่อเขตแดน

 

โอเคเรามาเรียงชื่อกันก่อนเริ่มจาก เพลย์ เวหา ภาคภูมิ ชยิน กวิน เขตแดน..เอาหลักๆแค่นี้ดีกว่าค่ะเพราะพวกเขาดูจะใกล้ชิดกับพี่เพลย์มากที่สุดแล้วเท่าที่สังเกตอะนะ

 

“ ..นี่เด็กใครน่ารักจังครับบบ ☺️ “ ทันทีที่พี่เขตแดนเดินมาถึง เขาก็โน้มหน้าหล่อๆลงมาใกล้ๆก่อนจะเอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงหวานหู..ริมฝีปากกระตุกรอยยิ้มที่เป็นเหมือนกับดักนั่นออกมาจางๆก่อนจะต้องชะงักไปเมื่อพี่เพลย์เอามือดึงแขนเขาให้ถอยห่างออกมา

 

“ ........ “

 

“ โอเคชัดเจน ของมึง.. “ พี่เขตแดนหันไปมองหน้าพี่เพลย์แล้วยกมือขึ้นสองข้างราวกับเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าตัวเขาจะไม่ล้ำเส้นกับฉันอีก

 

“ แล้วน้องชื่ออะไรเหรอ?? “ พี่กวินถาม

 

“ ชื่อแสนหวานค่ะ.. “

 

“ อยู่มอหกแล้วอยากเรียนไรต่ออะครับ? “ พี่ภาคถามต่อ

 

“ เราอยากเรียนบริหารที่นี่เลยค่ะ 😊 “ ใช่แล้วล่ะ มหาลัยนี้คือหนึ่งในความฝันสูงสุดของฉันเพราะมันคือมหาลัยที่คุณพ่อเคยเรียน..และเจ้าคณะบริหารธุรกิจมันก็อยู่ถัดจากคณะวิศวะนีไม่ไกลเท่าไหร่นัก

 

“ ป่ะ! ไอ้เขต..ซิ่ว! “ พี่เวย์ลุกขึ้นแล้วตบบ่าพี่เขตแดนเบาๆ

 

“ ซิ่วแม่มึงสิ จะจบอยู่ละ5555555 “ พี่ๆทุกคนดูจะสนุกสนานเฮฮากันหมด ยกเว้นก็แต่พี่เพลย์..เขายืนเงียบแล้วกอดอกมองฉันนิ่งๆเหมือนกำลังกดดันให้ฉันกลับบ้านได้แล้ว

 

“ เอ่อ..พี่เพลย์ เราจะกลับกันรึยังคะ? “ ฉันถาม

 

“ ใส่หมวก.. “ เขาตอบกลับมาแค่นั้นแล้วเดินตรงไปที่รถทันที เล่นเอาฉันวิ่งตามแทบไม่ทันแหนะ..แต่ดีหน่อยที่พี่เพลย์ไม่ได้ขี่รถเร็วมาก ฉันเลยไม่ต้องกอดเอวเขาแน่นจนอะไรๆมันแนบชิดกันไปหมด

 

กระทั่งเรากลับมาถึงบ้านพี่เพลย์เขาก็เดินอ้อมไปทางโรงรถไม่ได้สนใจฉัน(อีกแล้ว) ซึ่งฉันก็ไม่ได้ต้องการจะเรียกร้องอะไรหรอก..สองสามวันต่อจากนั้นก็ไม่มีอะไรเลยค่ะพี่เพลย์ไปรับที่โรงเรียนเสร็จปุ๊บเราก็ต่างคนต่างอยู่ แทบไม่ได้ปริปากคุยอะไรกันเลย

 

จนอยู่มาวันหนึ่งพี่เพลย์เขาก็ขี่รถออกไปช่วงหัวค่ำไม่บอกไม่กล่าวอาพีกับน้าเพลินสักคำว่าไปไหนอะไรยังไง แต่ทางนี้เองก็ดูจะชินกับลูกชายตัวเองเหลือเกินชนิดที่ว่าแค่หันไปมองให้รู้ว่าออกไปข้างนอกแค่นั้นเป็นอันจบไม่ถามไถ่อะไรให้มากความอีกเช่นกัน

 

และคืนนั้นบังเอิญว่าน้ำในห้องนอนฉันมันหมดพอดีเลยเดินถือเหยือกลงมาที่ห้องครัวหวังจะเติมน้ำแล้วรีบกลับเข้าห้องไปเร็วๆ เพราะบ้านหลังใหญ่มันช่างวังเวงซะเหลือเกิน

 

แต่แล้วระหว่างทาง..หางตาฉันมันก็ดันเหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังนั่งทำแผลอยู่ที่โซฟารับแขก พี่เพลย์หายออกจากบ้านไปตอนหัวค่ำ..แล้วกลับมากลางดึกในสภาพที่เสื้อเปื้อนเลือดเนี่ยนะ? ให้ตายเถอะเขาไปทำอะไรมา?!

 

“ ..ให้เราช่วยไหมคะ? “ ฉันวางเหยือกน้ำลงที่โต๊ะแล้วเดินไปหยุดไม่ใกล้ไม่ไกลจากโซฟาที่พี่เพลย์นั่ง...สายตาเขามองทอดไปข้างหน้านิ่งๆราวกับกำลังคิดเรื่องหนักใจอยู่ พี่เพลย์ไม่ได้สนใจฉันไม่หันมา..ทีแรกฉันคิดว่าเขาไม่ได้ยิน แต่พอถูกคนใจร้ายดุใส่เท่านั้นแหละ ทำอะไรไม่ถูกเลยจริงๆ

 

“ ....... “

 

“ พี่เพลย์ “

 

“ ....... “

 

“ ได้ยินเรา.. “

 

“ เธอไม่ควรมาเซ้าซี้ตอนที่ฉันโมโห..จำไว้ “ สายตาคมกริบคู่นั้นฉายแววอำมหิตออกมาจนใจฉันสั่นไหวด้วยความหวาดเกรง..น้ำเสียงนิ่งงันนั่นมันเหมือนงูเหลือมตัวใหญ่ที่อาจไม่ขู่คำรามเหมือนเสือร้ายแต่กลับรัญจวนโอบรัดฉันเอาไว้ให้ขาดอากาศหายใจและตายช้าๆ

 

“ พี่อย่าทำให้เรากลัวได้ไหม..เราไม่กล้าอยู่ใกล้พี่แล้วนะ 😣

 

“ ..เหรอ? “

 

“ ....... “

 

“ ฉันน่ากลัวมากขนาดนั้น? “ พี่เพลย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนเขาจะเกินตรงมาที่ฉัน การกระทำดูที่อันตรายนั่นมันทำให้ฉันต้องถอยหนีเขาทันทีตามสัญชาตญาณ

 

“ ....... “

 

“ ..ตอบดิ “

 

“ ....... ฉันไม่ได้พูดอะไร แต่รู้สึกได้ชัดเจนมากว่าตัวเแงไม่ควรอยู่ใกล้เขาในตอนนี้จึงตัดสินใจเดินหนีไปทางอื่นแทนการก้าวถอยหลังอย่างไร้จุดหมาย..แต่ยังไม่ทันจะถึงไหนจู่ๆแขนขวาก็ถูกเขากระชากกับมาที่เดิม และไวกว่าความคิด..ฉันถูกพี่เพลย์ผลักให้ล้มลงไปนั่งที่โซฟาด้วยแรงที่ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย

 

ฟุบ!

 

“ พะ พี่เพลย์..เราเจ็บนะ “ ฉันนิ่วหน้าแล้วเอามือกุมต้นแขนข้างที่ถูกดึงเอาไว้เบาๆ เป็นการบอกให้เขารู้ว่าฉันเจ็บจริง

 

“ ผู้หญิง..มันสำออยแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ? “ เขาเอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงเหยียดยัน ราวกับกำลังเปรียบเทียบฉันกับผู้หญิงอีกคนอยู่..ซึ่งฉันไม่อาจรู้ได้เลยว่าเธอคนนั้นเป็นใคร

 

“ เราไม่รู้ว่าพี่ไปเจออะไรมา แต่พี่ทำกับเราแบบนี้ไม่ได้..เราไม่รู้เรื่องอะไรด้วย! “

 

“ ....... “ ทันทีที่ฉันพูดออกไปแบบนั้นแววตาเขาก็เหมือนกระตุกไปวูบหนึ่งราวกับเพิ่งนึกได้ว่าจริงๆแล้วตัวเขาไม่ควรทำแบบนี้กับฉัน..

 

“ ถ้าพี่ไม่ถอยไป เราจะตะโกนแล้วนะ! “

 

“ ก็ลองดูสิ.. “ ไร้ซึ่งคำขอโทษ..พี่เพลย์แค่นหัวเราะ แล้วเปลี่ยนจากอารมณ์โกรธเป็นอารมณ์ที่ฉันตั้งตัวรับไม่ทัน..เขาเหมือนจะรู้นะว่าเผลอทำรุนแรงใส่ แต่ก็ยังไม่ยอมถอยห่างออกไปเสียที

 

“ น้าเพลิ..อื้ออ! >< “ และเมื่อฉันคิดจะตะโกนเรียกน้าเพลินมันก็เหมือนกับฉันกำลังพาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดที่อันตรายมากขึ้น..แทนที่จะรอดกลับไม่รอดเพราะจู่ๆพี่เพลย์ก็เอามือมาปิดปากฉันเอาไว้ทันที และการกระทำนั่นมันทำให้ฉันกลัวจนน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัวเลยจริงๆ

 

“ ..หยุดดิ้น! “

 

“ อื้อออ! อ่อยยย! (ปล่อยยย!) “ สองมือเล็กเริ่มทุบตีจิกข่วนพี่เพลย์เพื่อหวังให้เขาหยุดทำบ้าๆสักที..แต่ยิ่งพยายามหนีมันก็ยิ่งเหมือนจะแย่ลงไปอีก พี่เพลย์จับรวบข้อมือเล็กๆทั้งสองข้างของฉันไว้ด้วยฝ่ามือหนาเพียงข้างเดียวก่อนจะยันตัวฉันทีหลังติดพนักให้เอนลงไปนอนราบกับเบาะโซฟาสีทองนั่นทันที

 

“ ถ้ายังไม่เลิกโวยวาย เธอได้เป็นเมียฉันแน่.. “

 

เสียงกระซิบอันแผ่วเบานั่นมันเหมือนคำสาปทำให้ฉันตัวแข็งทื่อไปแทบจะทันทีทันใด สายตาคมกริบหลุบต่ำลงก่อนจะลากผ่านส่วนเว้าส่วนโค้งบนร่างกายฉันไปช้าๆอย่างจาบจ้วง..ฉันน้ำตาไหลรอนด้วยความกลัวอยากจะร้องตะโกนใจแทบขาด แต่ต้องนิ่งต้องเงียบ เพราะตอนนี้มันไม่มีใครเป็นฮีโร่มาช่วยฉันได้..แม้แต่น้าเพลินหรืออาพีก็ตาม

 

“ ....... “

 

“ อย่ามาร้องไห้ ถ้าเธอคือคนที่ทำร้ายฉัน.. “ พี่เพลย์ผละมือทั้งสองออกไปปล่อยให้ฉันได้เป็นอิสระ เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปื้อนรอยเลือดนั่นแล้วถอดมันออกต่อหน้าต่อตาฉันที่นังคงช็อคอยู่กับเหตุการณ์เมื่อครู่

 

แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าตอนนี้มันยิ่งทำให้ฉันแทบหัวใจวาย หุ่นพี่เพลย์ดีงามพระรามเก้ามากจริงๆ..ผิวขาวเนียนและกล้ามหน้าท้องรำไรนั่นมันชวนให้แก้มอ้วนๆของฉันร้อนเห่อซะจนตอนนี้คงแดงก่ำเป็นลูกมะเขือเทศไปแล้ว

 

แต่ก่อนจะคิดอะไรไปไกลมากกว่านี้ฉันก็ต้องเรียกสติตัวเองกลับมาอีกครั้งด้วยการกระพริบตารัวๆแล้วยันตัวลุกขึ้นมานั่งทบทวนไตร่ตรองคำพูดของพี่เพลย์ที่บอกว่าฉันทำร้ายเขา

 

“ ระ เราทำอะไร..พี่เพลย์ดึงแขนเราก่อนนะ “

 

“ ..ดูผลงานเธอหน่อยไหม? “ ทันทีที่เขาบอกให้มองเจ้าสายตาไม่รักดีก็กวาดไล่สำรวจไปทั่วลำตัวอย่างหยุดไม่ได้..แต่มันก็คงจริงอย่างที่เขาบอกแหละ ตอนนี้ตัวเขามีแต่รอยเล็บรอยฝ่ามือฉันเต็มไปหมด..แดงบ้างช้ำเลือดบ้าง หรือเลือดซิบออกมาเลยก็มี

 

“ ..ก็พี่มาขู่เราแบบนั้นทำไมล่ะ? “

 

“ หึ กลัวได้เป็นเมียฉันงั้นสิ? “

 

แล้วร่างสูงโถมกายลงมาพร้อมเอาสองแขนยันไว้เพื่อปิดทางหนีฉัน สายตานิ่งลึกคู่นั้นจ้องมองมาอย่างไม่ลดละจนเราสองคนอยู่ในระยะห่างที่อันตรายเหลือเกิน..ฉันเอามือดันๆไหล่เขาแล้วเบี่ยงใบหน้าหลบสายตาเขาทันที หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวไปหมดเพราะนอกจากแม่กับพ่อใหญ่และพี่วาดแล้ว ฉันก็ไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชายที่ไหนแบบนี้เลย

 

“ พะ พี่เพลย์..เรากลัวจริงๆนะคะ 😣

 

“ ฉันก็กลัว.. “

 

“ ....... “

 

“ คดีพรากผู้เยาว์น่ะ... “

 

————————————

..ทำไมพี่เพลย์ไม่อ่อนโยนเลย หื้อออ โซแบดเวอร์!!

ความคิดเห็น