ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น...

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2564 01:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น...
แบบอักษร

ณ.. โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงและตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

ภายหลังจากเสร็จสิ้นการรักษาคนไข้รายสำคัญที่เพิ่งจะผ่านพ้นมาได้ไม่ถึงสิบนาที

บริเวณทางเดินด้านหน้าห้องฉุกเฉินนางพยาบาลสาวคนหนึ่งกำลังยืนก้มหน้าก้มตาตัวเกร็งสั่นด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นใจและไม่กล้าเงยขึ้นสบตาบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว

“พยาบาลบี!!! เธอเข้ามาเป็นผู้ช่วยหมอได้หลายเดือนแล้ว ทำไม? ถึงยังไม่พัฒนาการทำงานของตัวเองให้ดีขึ้นมากกว่านี้ ถ้าระหว่างการรักษาเกิดมีเหตุการณ์ผิดพลาดขึ้นมา.. เธอจะรับผิดชอบชีวิตคนไข้ได้หรือยังไง?”

แพทย์หญิง ศศินา สิทธาพัฒน์ หรือ หมอขัวญ.

หญิงสาวผู้มีดวงหน้าเรียวสวยและดวงตาอันกลมโต ริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่ม ผิวพรรณก็ขาวผุดผ่องใสรูปร่างค่อนข้างจะผอมบางเล็กน้อย

หากแต่ในแววตาคู่งามของเธอกลับแฝงไปด้วยความเฉยชาและด้วยสาเหตุนี้...

ถ้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องงานจึงไม่มีพยาบาลคนไหนที่อยากเข้ามาใกล้คุณหมอสาว

 

ศศินากล่าวคำตำหนิติเตียนนางพยาบาลพร้อมทั้งส่ายหน้าไปมาอย่างคนระอามากมายเต็มทีเพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องราวแบบนี้

“ขอโทษจริงๆค่ะ คุณหมอขัวญต่อไป... บีจะพยายามทำงานเต็มที่ให้มากกว่านี้ค่ะ”

พยาบาลสาวยังคงก้มหน้าตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะเธอรู้ดีว่าสำหรับแพทย์หญิงศศินาคนนี้แล้ว

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามต้องเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบแทบทุกอย่างและข้อสำคัญมากที่สุดห้ามมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นเด็ดขาด

“ถ้าเธอบอกว่าพยายามเต็มที่แล้ว... แต่ยังทำงานได้เท่านี้ก็ช่วยลาออกไปหางานที่มันเหมาะสมกับตัวเองทำเถอะ มันเสียเวลาเสียโอกาสคนอื่นที่เขามีความตั้งใจอยากเข้ามาทำงานในโรงพยาบาลนี้!!!”

กล่าวจบแล้วคนเป็นหมอสาวก็ก้าวเดินตรงออกไปด้วยสีหน้าเรียบตึงผ่านหน้าบรรดานางพยาบาลสาวอีกหลายคนที่ต่างชำเลืองแอบมองพร้อมกับเสียงซุบซิบตามหลัง

ทางด้านศศินาก็ไม่คิดจะใส่ใจสิ่งใดเพราะเธอกำลังหัวเสียอย่างหนัก

 

 

เวลาหกโมงครึ่ง...

นายแพทย์ ชลวิทย์ พลวิเศษ หรือ หมออาร์ต.

หมอหนุ่มหน้าหล่อตี๋จิตใจดีมากจึงเป็นขัวญใจของพยาบาลสาวๆประจำโรงพยาบาล ซึ่งเขาจะมักแวะเวียนมาหาศศินาอยู่เป็นประจำทั้งๆที่ในใจก็รู้ดีว่าหมอสาวรุ่นพี่ไม่เคยมีท่าทีว่าอยากจะพูดคุยกับเขาเลยสักครั้งก็ตาม

“พี่หมอขัวญ!!! จะกลับบ้านแล้วหรอครับ”

“อืมม.. หมออาร์ตมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า?”

หมอสาวปิดล๊อคกุญแจประตูห้องทำงานส่วนตัวเรียบร้อยแล้วก็หันมาเอ่ยถามหมอหนุ่มรุ่นน้องด้วยน้ำเสียงและสายตาที่แสนเรียบห่างเหินเหมือนเดิม

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่เคยทำให้ชลวิทย์รู้สึกโกรธเคืองหรือคิดจะถอดใจสักนิด

“เอ่อ... ผมไม่ได้มีธุระหรอกครับ”

ชลวิทย์ก้มหน้าลงแล้วผุดรอยอมยิ้มด้วยอาการเขินเล็กน้อย ก่อนจะหยิบกล่องขนมที่แอบซ่อนเอาไว้ข้างหลังออกมายื่นให้หมอสาว

“คืออ... ผมแค่เอาขนมคุกกี้นมสดมาฝากพี่หมอขัวญ”

“ขอบคุณที่อุตส่าห์ซื้อมาฝาก... แต่หมออาร์ตเอาไปให้คนอื่นกินเถอะ ฉันไม่ชอบกินขนมหวานพวกนี้หรอก”

ศศินากล่าวปฏิเสธขณะเหลือบสายตามองที่กล่องขนมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ก่อนจะก้าวเดินมุ่งหน้าผ่านหมอหนุ่มรุ่นน้องไปอย่างไม่เคยมีท่าทีลังเลหรือคิดจะลองสนใจความรู้สึกของเขาสักนิด

ในขณะนั้นชลวิทย์ก็ได้แต่ยืนซึมสีหน้าหมองเศร้าเป็นที่น่าสงสารสำหรับคนที่รับรู้เรื่องนี้

เพราะไม่ว่าหมอหนุ่มจะพยายามทำดีมากแค่ไหน... มันก็ไม่สามารถทำให้หมอสาวรุ่นพี่ยอมใจอ่อนหันกลับมาเขาได้เลยสักครั้ง

 

 

 

แพทย์หญิง นิตยา เวฬุรักษ์ หรือ หมอนิต...

หมอสาวสวยดวงหน้าแสนหวาน รูปร่างอวบอิ่มไปทางอ้วนเล็กน้อย เธอเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของศศินาและกำลังรีบเร่งเดินตามออกมายังลานจอดรถในชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลพร้อมส่งเสียงร้องเรียก

“เดี๋ยวก่อนสิ... หมอขัวญ!!!”

“มีเรื่องสำคัญกับฉันมากหรือไง? ทำไม... หมอนิตต้องรีบเดินหน้าตาตื่นมาแบบนี้ด้วยล่ะ”

“แกใจแข็งจังน่ะ ไม่ยอมให้โอกาสหมออาร์ตสุดหล่อของฉันบ้างเลย”

เมื่อเดินมาถึงหมอสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงกระหืดกระหอบเล็กน้อย

“แกเชื่อเถอะ อีกไม่นาน... เขาก็เลิกสนใจฉันไปเองนั่นแหละ”

ศศินารู้สึกอย่างที่พูดออกมาจริงๆ เพราะขนาดผู้ชายที่เธอเคยมั่นใจว่าจะต้องรักและจริงใจมากที่สุดก็ยังเปลี่ยนแปลงมาทำเรื่องทรยศกันได้

“หมออาร์ตทั้งเก่งแถมนิสัยก็ยังดีมากอีกต่างหาก... ฉันว่าแกก็ควรต้องเปิดใจคบเขาดูบ้างก็ดีน่ะขัวญ”

นิตยารับรู้ว่าที่ผ่านมาศศินาจะต้องพบเจอกับเรื่องราวอะไรมาบ้าง หากแต่เธอก็ไม่อยากให้เพื่อนสาวต้องปิดกั้นตัวเองกับผู้ชายทุกคนจนสุดท้ายก็กลายมาเป็นคนเฉยชากับความรักอย่างเช่นทุกวันนี้

“ถ้าแกจะมาพูดเรื่องไร้สาระแค่นี้... ฉันรีบกลับก่อนน่ะ ปานนี้เข้มคงใกล้จะมาถึงบ้านแล้วล่ะ”

“อะไรน่ะ น้องเข้มของฉันจะกลับมาแล้วหรอแก?”

นิตยามีท่าทางตื่นเต้นขึ้นทันทีที่นึกถึงความหล่อเหลาคมคิ้วเข้มและน่ารักของน้องชายเพื่อนสาว

“อืมม... หมอนิตต้องดีใจมากขนาดนี้เลยหรอ? เข้มเป็นน้องชายฉันน่ะ ไม่ใช่น้องชายแก.. ฉันไปแล้วน่ะ เจอกัน!!!”

ศศินาพูดแล้วก็รีบเปิดประตูก้าวเท้าขึ้นนั่งรถซีอาวีสีขาวดำขับออกไปทิ้งให้นิตยาได้แต่ยืนยิ้มฝันหวานหน้าบานอยู่เพียงคนเดียว

“น้องเข้มมสุดหล่ออ...”

 

 

 

เวลาต่อมา...

แสงตะวันบ่ายคล้อยลงแล้วรถแท๊กซี่สีบานเย็นคันหนึ่งโลดแล่นมาจอดแน่นิ่งตรงหน้าบ้านสองชั้นขนาดกลางบริเวณรอบมีรั้วสูงและต้นกล้วยไม้เลื่อยเขียวชอุ่มปกคลุมเป็นแนวยาวสวยงาม

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผมสั้นเกรียนทั้งสองคนสวมชุดนักเรียนนายร้อยหิ้วกระเป๋าเต็มยศก้าวเท้าลงแตะพื้นถนนแล้วยืนตัวตรงแน่นิ่งท่าทางสง่างาม

พวกเขาสองคนกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนายร้อย จปร. ปัจจุบันเป็นรุ่นพี่ปีสุดท้ายแล้วอีกไม่นานก็คงจะเรียนจบได้ติดยศเป็นร้อยตรีสมใจที่ทุกคนต่างคาดหวังกันเอาไว้

คนหนึ่งคือ

ชนกันต์ พิสุทธิ์สกุล หรือ กันต์...

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อหลา ผู้มีรอยยิ้มหวานละลายจิตใจสาว ผิวขาวของเขากลายเป็นสีแดงเพราะจำต้องฝึกฝนกฎระเบียบของทหารท่ามกลางแสงแดดจัดอยู่เป็นประจำ

“ไอ้เข้มครอบครัวของเอ็ง.. เขาจะไม่ว่าอะไรที่ข้ามาพักบ้านด้วยแน่ใจใช่มั้ยว่ะ?”

ในขณะที่ชนกันต์มองตรงเข้าไปในตัวบ้านตามช่องประตูรั้วเหล็กแล้วเกิดความก็รู้สึกกังวลใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่เป็นไร!!! พี่สาวทั้งสองคนของข้า.. เขาไม่ค่อยอยู่บ้านกันหรอก ยิ่งพี่ขัวญเป็นหมอแล้วต้องทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลตลอด... เอ็งไม่ต้องคิดมาก”

ศรุต สิทธาพัฒน์ หรือ เข้ม.

ชายหนุ่มหล่อคมคิ้วเข้มเดินเข้ามาตบไหล่ปลอบใจชนกันต์เบาๆ พร้อมจังหวะนั้นประตูรั้วหน้าบ้านบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว

ก่อนจะปรากฎร่างใครบางคนที่แสนคุ้นเคย

ศศินันท์ สิทธาพัฒน์ หรือ ข้าว...

หญิงสาวหน้าสวยหวานดวงตาคม รูปร่างเล็กสมส่วนเดินมาเห็นหน้าน้องชายสุดที่รักและด้วยความดีใจเธอจึงเรียกหาพี่สาวคนโตทันที

“พี่ขัวญ! พี่ขัวญ!!! เข้มกลับมาถึงแล้วค้าาา... เร็วๆ”

ทางด้านคนเป็นพี่สาวคนโตที่อยู่ในบ้านได้ยินอย่างนั้นก็เร่งรีบวางงานที่กระทำอยู่เพื่อมุ่งหน้าเดินออกมาต้อนรับน้องชายสุดที่รัก

 

โดยระหว่างนั้นจึงไม่ได้ทันสังเกตว่ามีชายหนุ่มหนึ่งคนกำลังยืนตะลึงมองมาไปศศินาแบบตาไม่กระพริบและเขาก็ไม่เคยเป็นเช่นนี้กับใครมาก่อนในชีวิต

“เข้มเป็นยังไงบ้าง? ดูสิผิวคล้ำลงไปเยอะเลย”

พี่สาวคนโตกล่าวพร้อมจับแขนน้องชายสุดที่รักมาสำรวจแล้วก็หมุนร่างสูงของเขาให้หันไปมาซ้ายขวาเหมือนตอนเป็นเด็กน้อยไม่ปาน

“พี่ขัวญไม่ต้องมาพูดดีน่ะครับ!!! วันหยุดก็ไม่เคยไปเยี่ยมผมสักครั้ง... ผมเห็นมีแต่พี่ข้าวคนเดียวตลอด”

ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะบ่นว่าพี่สาวกระทบกระเทียบด้วยสีหน้าเรียบตึง

จนศศินาเห็นสีหน้าน้องชายแล้วจึงรู้สึกผิดขึ้นมาเพราะมันก็เป็นอย่างที่เขาพูดทุกอย่าง

“ก็งานพี่ยุ่งมากจริงๆไม่ค่อยมีเวลาว่าง.. ขนาดบ้านของตัวเองก็ยังแทบไม่ได้กลับนอนเลย ถ้าเข้มยังไม่เชื่อลองถามข้าวดูก็ได้น่ะ”

ศศินาพูดพร้อมหันเสไปทางศศินันท์เพราะต้องการกำลังเสริมสำคัญที่จะช่วยพูดยืนยันให้น้องชายสุดที่รักเข้าใจเธอมากขึ้น

“โถ่!!! น้องเข้มของพี่กลายเป็นคนคิดมาก ขี้งอนแบบนี้.. ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย”

ศศินันท์ก็ไม่รู้จะต้องช่วยพูดยังไงดี เธอจึงได้แต่ทำพูดหยอกล้อเอ่ยแซวน้องชายออกไป

“อืมมม.. ผมแค่ล้อเล่นน่ะ พี่ขัวญไม่เห็นต้องร้อนรนรีบแก้ตัวขนาดนั้นก็ได้ครับ”

คนเป็นน้องชายกลั้นรอยยิ้มขบขันเอาไว้แทบไม่อยู่แล้วสุดท้ายจึงค่อยๆ เผยเสียงหัวเราะร่วนออกมาดังลั่นหน้าบ้านเพราะชายหนุ่มมีความสุขมากทุกครั้งที่ได้แกล้งพี่สาวคนโตถึงแม้เล็กน้อยก็ตาม

 

 

 

😙😙😙😙😙😙😙😙😙😙😙

 

 

 

 

.........................................................................................

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว