Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่13

คำค้น : #เด็กข้างวัด #รามอุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2562 21:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่13
แบบอักษร

 [ราม] 

 

 

 

 

Rrrrrrrrrrrrrr 

Rrrrrrrrr 

"ครับ"

[แกอยู่ที่ไหน?]

"บริษัท มีอะไร?"

[ออกมาเลย]

"ไปไหน?"

[รับน้องอุ่น]

"อะไรนะ!!!! พ..พี่ว่าอะไรนะ"

[ไปรับน้องอุ่น]

"ที่ไหน?"

[สนามบินสิวะ]

"แล้วพี่ละ"

[กำลังจะไปเหมือนกันไปเจอกันที่สนามบินเลย]

"พี่ธามผมขอร้อง อย่าเพิ่งให้ใครไปรับได้ไหมพี่ ผมขอไปคนเดียวก่อน ให้ทุกคนไปรอที่บ้านเมียพี่เลย เดี๋ยวผมพาน้องไปนะ พี่หาวิธีช่วยผมสักครั้ง ผมอยากคุยกับน้องก่อน "

[ก็ได้ ที่กูยอมมึงเพราะมึงเรียกน้องเอื้อว่าเมียกูเลยนะ อย่าช้านะมึง กูไม่อยากโดนน้องเอื้อฆ่าก่อนได้เข้าหอ]

"ผมจะรีบพาน้องกลับไป พรุ่งนี้ผมจะซื้อหมาให้พี่ตอบแทนแล้วกัน"

[? ซื้อมาทำไม]

"เอาไว้ให้มันจูงพี่กลับบ้าน เพราะ'หลง'เมียหนักเว่อร์"

[ปากดีนะมึง เอาไว้จูงตัวเองมึงเถอะ อาการน่าจะหนักกว่ากู]

"แค่นี้แหละผมถึงรถแล้ว"

[โชคดีนะ]

"ขอบคุณครับ" ผมวางสายจากพี่ธาม ก็รีบขับรถออกไปทันที ตอนนี้ผมไม่สามารถบอกความรู้สึกได้เลย ทั้งดีใจ ทั้งตื่นเต้น อยากเจอหน้า แต่อีกใจก็กลัว กลัวว่าน้องจะเปลี่ยนใจจากผมไปแล้ว กลัวว่าสำหรับน้องผมอาจจะเป็นแค่คนอื่น แต่ทุกอย่างที่ผมกลัว มันไม่ได้ทำให้ผมอยากถอยหนีเลยสักนิด มันถึงเวลาที่ผมต้องเดินหน้าแล้วโอกาสของผมมาแล้ว

*ถ้าน้องเปลี่ยนใจ ผมก็จะทำทุกอย่างให้ใจน้องเปลี่ยน

*ถ้าน้องเห็นผมเป็นคนอื่น ผมก็จะทำทุกอย่างให้คนอื่นอย่างผม กับมาเป็นคนคุ้นเคยให้ได้

ผมใช้เวลากว่า50นาทีมาถึงสนามบิน ผมคิดว่าน้องน่าจะออกมาแล้ว คนเดินออกมาเยอะมาก ผมพยายามมองหาคนที่อยากเจอที่สุด สุดท้ายผมก็...เจอ...

 

ทันทีที่ผมหันไปเจอคนตัวเล็ก เหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุน ทุกอย่างพล่าเบลอไปหมด มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากคนตัวเล็กผิวขาวตาโตๆ ยืนห่างจากผมไม่กี่ก้าว น้องใส่เสื้อแขนสั้นสีขาวกางเกงขาสั้นสีดำแค่เข่า มีเสื้อแขนยาวสีดำมัดอยู่รอบเอว รองเท้าผ้าใบสีขาว มีกระเป๋าลากใบใหญ่อยู่ข้างๆตัว

น้องยืนมองผมแบบงงๆ เราสองคนยื่นจ้องหน้ากันนานหลายนาที โดยไม่มีใครกล้าขยับ ผมไม่กล้าเดินไปหาผมกลัวโดนปฏิเสธกลัวน้องเดินหนี ความกล้าที่ท่องจำระหว่างขับรถมาตอนนี้หายไปหมด ผมมองไปที่ข้อมือเห็นสร้อยข้อมือที่ซื้อส่งไปให้เมื่อตอนวันเกิดปีที่แล้ว 'น้องใส่มันด้วย' ผมรู้สึกว่าหัวใจพองโตคับอก ดีใจ ปลื้มใจ ที่น้องใส่ติดตัวไว้ อย่างน้อยๆน้องก็ไม่ได้ทิ้งมันไป ผมค่อยๆเงยหน้าจากข้อมือไปที่ใบหน้าสบตากับคนตัวเล็ก

 

**น้องยิ้มส่งมาให้** 

 

วินาทีนั้นสำหรับผมเพียงพอแล้วครับกับรอยยิ้มที่ส่งมาให้ มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้แตกต่างไปจากเมื่อ4ปีก่อนเลยสักนิด ผมเดินเข้าไปหาหัวใจของตัวเองพร้อมกับอ้าแขนกว้างโอบรัดน้องเข้ามาเต็มอก ซบหน้าลงบนซอกคอขาวของคนตัวเล็ก

"พี่ขอโทษนะครับคนดี พี่ขอโทษ" 

คำที่ผมเก็บไว้ยาวนาน ถูกถ่ายทอดให้คนที่ต้องการขอโทษมากที่สุดได้รับรู้

 

"ไม่เป็นไรเลยครับ " 

 

มือเล็กสัมผัสอยู่ด้านแผ่นหลังของผมเบาๆ เราสองคนยืนอยู่แบบนั้นหลายนาที ความรู้สึกตอนนี้ ทั้งดีใจ อบอุ่นไปทั้งใจในที่สุดผมก็ได้หัวใจผมกลับคืนมา

 

พี่..

พี่..ครับ

"พี่รามมารับอุ่นเหรอครับ"

ผมผละออกแล้วจ้องหน้าน้อง 

"ทำไมถึงถามพี่แบบนั้น"

"ก็..ก็ อุ่นไม่ได้บอกใครว่าจะมา" ท่าทางที่คนตัวเล็กแสดงออกมา มองผมทีมองพื้นทีนี่คืออาการของคนเขินใช่ไหมครับ ชั่งน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ ผมไม่ได้ตอบคำถามแต่ผมดึงเค้าเข้ามากอดอีกครั้ง ใช้สัมผัสแทนคำพูดน่าจะดีกว่า

"คิดถึงจังเลยครับ"

"เรา..เรากลับกันดีกว่าไหมครับ" น้องเริ่มหน้าแดงหันมองซ้ายขวา ผมมองตามสายตาน้อง คนยืนมองเราสองคนเยอะเลยครับ

"ก็ได้ครับ" ผมดึงกระเป๋าออกจากมือน้อง และมืออีกข้างก็กุมมือพาอีกคนเดินไปที่รถ น้องก็เดินก้มหน้าก้มตา แก้มนี่แดงสุกเลยครับ ไม่รู้เขินที่คนมองหรือเขินที่ผมจับมือ 

 

"พี่มารับอุ่นได้ไง เลิกจ้องหน้าแล้วตอบมาก่อนเลย"ผมหันไปมองคนที่ถาม หลังจากประตูรถปิดลง คำแทนตัวเองว่าอุ่นที่น้องพูดกับผม ผมบอกไม่ถูก มันน่ารักจนตัวผมเองแทบอย่างจะฟัดอีกคนบนรถ แต่ต้องใจเย็นๆ(บอกตัวเอง)

"แล้วทำไมไม่บอกกันบ้างว่าจะกลับมา"

"อุ่นอยากทำเซอร์ไพรส์นี่ครับ"

"อืม เซอร์ไพรส์มาก~~ ทำพี่เกือบตกบันไดที่บริษัทตาย เพราะใจร้อนทนรอลิฟท์ไม่ไหวกลัวมารับเราไม่ทัน"

"ขอโทษครับ" คนพูดทำหน้าหงอย 

"พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษ"ผมมองหน้าน้อง"ยกโทษให้พี่ได้ไหมครับ" น้องจ้องหน้าผมนิ่งไม่พูดอะไรจนผมเริ่มใจเสีย แต่สักพักคนตัวเล็กค่อยๆเอื้อมมือ มาดึงมือผมทั้งสองข้างเอาไปจับไว้

"ไม่ต้องขอโทษแล้วครับ พอแล้วนะอุ่นไม่เคยโกรธพี่เลย"

"ขอบคุณนะครับ"

"ไปกันเถอะครับ" ผมยังคงจ้องหน้าหวานนิ่งๆไม่ยอมออกรถ"พี่ราม กลับบ้านกันนะครับ"

ผมขยับตัวแล้วยื่นแขนข้ามตัวน้องไปเพื่อคาดเบลล์ให้ อีกคนเองก็ไม่ทันระวังตัว หลบไม่ทันทำให้จมูกมาสัมผัสที่แก้มผม ผมหันหน้าเข้าไปหา ตอนนี้หน้าเราสองคนหน้าห่างกันไม่ถึงเซนต์ สัมผัสลมหายใจของกันและกัน กลิ่นหอมอ่อนๆจากคนตัวเล็ก ทำให้ผมขยับหน้าเข้าไปชิด ตาของน้องค่อยๆปิดลง หลังจากปากผมประกบจูบลงไปที่ปากเล็กๆนั้น ความรัก ความคิดถึงความโหยหา ส่งผ่านจูบหวานที่ลึกซึ้งยาวนาน นานจนคนตัวเล็กเริ่มหายใจไม่ทัน ผมผละออกมามองหน้าใสๆ ที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอาย อดใจไม่ไหวจนต้องกดจูบย้ำๆไปที่ปากกับดวงตากลมโตนั้นอีกรอบ ก่อนจะผละออกด้วยความเสียดาย

ผมขับรถไปเรื่อยๆใช้ความเร็วแค่60 ผมไม่ได้กลัวอุบัติเหตุครับ ผมกลัวถึงจุดหมายเร็วต่างหาก บรรยากาศภายในรถ เงียบมาก น้องได้แต่นั่งก้มหน้า มือวางไว้บนตักอย่างเกร็งๆ หน้าก็แดงไม่หายตั้งแต่โดนผมจูบไป น่าจะเขินเอามากๆผมปล่อยมือด้านซ้ายจากพวกมาลัยรถ เอื้อมไปจับมือข้างขวาของน้อง สอดนิ้วประสานเอาไว้แน่น ผมอยากให้น้องรับรู้ไว้ว่าผมไม่มีทางปล่อยมือน้องไปอีกแน่ๆ

"พี่รามมันอันตรายนะครับ"

"เราก็ขับไปช้าๆไง รับรองครับ ปลอดภัยแน่นอนพี่อยากอยู่กับอุ่นนานๆ ถ้าไปถึงบ้านพี่คงไม่มีโอกาสได้คุยกับอุ่นแน่ๆ "

"มีเวลาคุยอีกเยอะครับ อุ่นกลัวพี่จะเบื่อคุยซะมากกว่า"

"ใครจะเบื่อ คนนั้นไม่ใช่พี่แน่ๆ"

"อุ่นจะรอดู"

"รอดูได้เลยครับตลอดชีวิตที่เหลือของพี่ อุ่นจะไม่ได้ยินคำว่าเบื่อออกจากปากพี่เลย" น้องเขินอีกแล้วครับแก้มแดงลามมาถึงหูเลย น่ารักน่าเอ็นดูจังครับ

"อุ่นอยู่ที่โน่นเป็นยังไงบ้าง สบายดีไหมครับ"

"ครับ สบายดี"

"มีคนมาจีบไหม"

"..."

"แสดงว่ามี!!"

"ไม่มีครับ " 

"พี่หวงเราไม่อยากให้ใครเข้าใกล้"

"ไม่มีจริงๆครับ"

"คืนนี้ก่อนนอนพี่โทรฯหาเราได้ไหม"

"ครับ ก่อนจะนอนเดี๋ยวอุ่นทักไปนะ"

"พี่จะรอนะ"

รถแล่นเข้าสู่รั้วบ้านหลังใหญ่ สถานที่ที่ผมเข้าออกบ่อยที่สุด รองจากบ้านตัวเอง

 

 

[อุ่น] 

 

 

 

 

ทันทีที่รถแล่นเข้าสู่ตัวบ้าน ความดีใจความตื่นเต้นทำให้ผมแทบนั่งไม่ติด เห็นเอื้อวิ่งออกมารอรับมีพี่ธามเดินตามออกมาด้วยรายนี้ถ้าเห็นเอื้อก็ต้องเห็นพี่ธามด้วยไม่เคยห่างกันเลย

"อุ่น~ อุ่นใจร้ายฮึกๆๆหลอกเรา"คนน่ารักกอดผมแน่นเลย

"อุ่นแค่อยากเซอร์ไพรส์"

"คิดถึงอุ่นมากเลยนะ ฮึกๆๆ"

"คิดถึงมากๆเหมือนกัน" เห็นน้ำตาเอื้อผมก็กลั้นน้ำตาตัวเองไว้ไม่ได้เหมือนกัน

"ทีหลังไม่ต้องเซอร์ไพรส์เลย เอื้อทุกข์ใจตั้งหลายวันเลยนะ"

"อุ่นขอโทษนะ"

"เข้าข้างในกันเถอะค่ะ" พี่ธามเดินมาแยกผม2คน เอื้อผละออกแต่ไม่ยอมปล่อยมือ จากนั้นก็หันหน้าไปหาพี่ราม

"ทำไมมาช้าจังเลยคะพี่ราม ปกติ 40 นาที ก็ถึงแล้วนี่ปาเข้าไปเกือบ2ชั่วโมง"

"รถติด"

"วันเสาร์ค่ะ"

"รถติดจริงๆเอื้อ" ผมช่วยพี่รามกลัวเอื้อจะพาลไปโกรธพี่ธามด้วย ขานั่นแค่เอื้อเดินมากอดผมก็มองตาไม่กระพริบละ เห้อ~ไม่รู้จะหวงอะไรขนาดนั้น

เอื้อเดินจูงมือผมไปถึงในตัวบ้านตามด้วยว่าที่เจ้าบ่าวและก็พี่ราม ป๊ากับม๊านั่งรอผมอยู่ก่อนแล้วทันทีที่ผมเดินเข้าไป ม๊าก็ลุกเดินเข้ามากอด

"ยินดีต้อนรับกลับบ้านของเรานะลูก"

*บ้านของเรา ผมยิ้มทั้งน้ำตา ม๊าก็ดึงผมลงไปนั่งข้างๆป๊า

"อุ่นกลับมาแล้วครับ"ผมลงไปนั่งที่พื้นก้มลงไปกราบที่ตักของป๊ากับม๊า

"เดินทางไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมคะ"

"ไม่มีครับม๊า"

"สบายดีใช่ไหม"

"สบายดีครับป๊า"

ม๊าว่าน้องอุ่นอ้วนขึ้นหรือเปล่าคะ"

"อ้วนครับ อยู่ที่โน่นกินแต่เค้กร้านพี่อุ้มครับ"ทุกคนพากันยิ้มขำที่เห็นผมอายเรื่องที่ตัวเองอ้วนขึ้นยิ่งพี่รามมองเหมือนสำรวจตัวผมก็ยิ่งเขินหนัก

"แต่ป๊าว่าเราดูเพลียๆนะ"

"ผมตื่นเต้นครับ เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย"

"ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วอุ่นขึ้นไปพักเลยนะลูก ธามกับรามอยู่ทานข้าวด้วยกันนะ"

"ครับ/ครับ"

"คืนนี้อุ่นไปนอนกับเอื้อนะ"

"ไม่ได้นะคะ!!/ไม่ได้!!" เสียงห้ามแรกพี่ธามเสียงที่สองพี่ราม สองพี่น้องประสานเสียงอย่างพร้อมเพียง

"พวกเราคุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวตั้งโต๊ะเสร็จป๊ากับม๊าจะลงมา" ป๊าทำหน้าเอือมๆก่อนจะชวนม๊าเดินหนีออกไป

"อะไรของพี่สองคน เอื้อมีเรื่องจะคุยกับอุ่นพวกพี่จะมาห้ามทำไม"

"แต่พี่ว่าให้อุ่นพักเถอะ พรุ่งนี้เช้าค่อยคุยก็ได้นี่คะ"พี่ธามพยายามให้เหตผล

"พี่เห็นด้วยกับพี่ธามนะ" สองคนพี่น้องมองหน้าผมอย่างขอให้ช่วยเพราะถ้าผมเอ่ยปากเอื้อไม่เคยจะขัด

"อุ่นว่าอุ่นคงไม่ทันได้ฟังเอื้อพูด คงหลับไปก่อนแน่"

"อุ่นเพลียเหรอ"

"อืม กะว่าจะรีบนอนพรุ่งนี้อยากไปหายายที่วัดไปใส่บาตรให้ยายและก็จะแวะไปกราบหลวงตาท่านด้วย"

"เอื้อไปด้วยนะ"

"อืม"

 

หลังทานข้าวเสร็จ ผมกับเอื้อไปส่งพี่ธามกับพี่รามหน้าบ้าน แล้วกลับมาคุยกับ ป๊าม๊า เอื้อ พวกเราคุยกัน หัวเราะกัน นี่สินะครับที่เค้าเรียกกันว่าครอบครัว [ยายครับยายมองดูอุ่นอยู่ใช่ไหม ยายเห็นใช่ไหมว่าอุ่นมีความสุข ไม่ต้องเป็นห่วงอุ่นแล้วนะครับ]คุยกันได้สักพักม๊าก็ไล่ขึ้นไปนอนคงเห็นอาการง่วงจากผม

ผมเข้ามาในห้องเดิม ห้องที่เคยพักก่อนไปอยู่กับพี่อุ้ม ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม โต๊ะ ตู้ เตียง ทุกอย่างยังคงสภาพเดิมสะอาดไม่ฝุ่นเลย ผมอาบน้ำจัดการตัวเองเรียบร้อยก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกเพลียและเหนื่อยขึ้นมาแล้ว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเปิดเครื่อง มีคนบอกผมไว้ก่อนนอนอยากได้ยินเสียง

มีข้อความเข้า

RAM 

นอนหรือยังครับ 

 

AUN 

กำลังจะนอนครับ

      เอื้อมานอนด้วยหรือเปล่า 

เปล่าครับ 

            ดีจัง ง่วงหรือยังครับ พี่กวนเราไหม 

ก็ง่วงหน่อยๆครับ แต่คุยได้

พี่คิดถึง 

^_^

มากๆเลย 

ครับ เหมือนกัน

    ขอบคุณนะครับ 

เรื่องอะไร?

      ขอบคุณที่คึดถึงพี่ 

เรื่องสร้อยที่ส่งไปให้ขอบคุณมากนะครับ 

อุ่นชอบไหม 

ชอบครับ

แค่อุ่นชอบมัน พี่ก็ดีใจแล้ว 

^_^

อุ่นนอนเถอะ พรุ่งนี้เจอกันครับ 

อุ่นนอนแล้วนะ ฝันดีนะครับ

    ฝันดีครับ 

 

****************

 

ผมตื่นแต่เช้าเข้าครัวเพื่อทำกับข้าวไปวัด เตรียมดอกไม้ธูปเทียนพวงมาลัย กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบจะ6โมงแล้ว ผมรีบกลับขึ้นไปอาบน้ำ ผมหยิบเสื้อขาวแขนสั้นออกมาใส่คู่กับกางเกงยีนส์ซีดๆ ผมเดินลงมาถึงข้างล่างก็เจอพี่รามนั่งอยู่ที่โต๊ะรับรองแขก 

"ทำไมมาเช้าจังครับ"

"พี่อยากไปวัดกับเราอยากไปไหว้ยายด้วย"

"พี่รามเห็นเอื้อลงมาหรือยังครับ"

"ไปไม่ไหวหรอกรายนั้น เห็นพี่ธามบอกคุยโทรศัพท์กันจนดึกเราไปกันสองคนนะ"

"ก็ได้ครับ"

เราสองคนช่วยกันถือปิ่นโต ดอกไม้ธูปเทียนสำหรับไปถวายพระ ส่วนพวงมาลัยผมจะเอาไปไหว้ยาย

 

"ยายครับอุ่นกลับมาแล้วนะอุ่นเรียนจบแล้วครับ อาจจะไม่ได้เป็นหมออย่างที่เคยบอกยายไว้ แต่สิ่งที่อุ่นร่ำเรียนมาก็สามารถช่วยเหลือคนได้เหมือนกัน และนี่ยายเห็นไหมครับอุ่นมากับใคร"

"ยายครับผมมากราบยาย ผมมาอยู่ข้างๆน้องแล้วนะครับ จากวินาทีนี้ไป ผมจะไม่มีวันห่างจากน้องอีกแล้วผมจะดูแลน้องแทนยายเองครับผมสัญญา"ผมสองคนก้มลงกราบไปที่รูปของยาย

"ไปหาหลวงตากันครับ" พี่รามเดินจับมือผมไปยังกุฎิของหลวงตา

 

"เจ้าอุ่นใช่ไหม"

"ครับหลวงตา" ผมกับพี่รามคลานเข้าไปกราบหลวงตาใกล้ๆ

"ไปไงมายังไงละ และพาใครมาด้วย"

"อุ่นเพิ่งเรียนจบกลับมาครับหลวงตา เลยมาไหว้ยายและนี่พี่รามครับ "

"ใช่คนที่เคยมาพักอยู่กับเรากับยายแจ่มนะเหร้อ"

"ใช่ครับหลวงตา"

"ดีๆยายแจ่มคงดีใจ ยายแจ่มทำบุญทำกุศลไว้มากแกไปสบายแล้ว ถ้าแกยังอยู่คงดีใจภูมิใจในตัวเอ็งมากเจ้าอุ่นเอ้ยยย"

"หลวงตาคร้าบบบ~~~ หลวงตา~~~~"(พี่บิ๊ก) 

"ใครมาตะโกนโวกเวกโวยวายเรียกข้าวะ"(หลวงตา)

"อ้าวววขอโทษครับผมไม่รู้ว่าหลวงตามีแขก"(พี่บิ๊ก)

"แขกเขือกที่ไหนกันแกจำมันไม่ได้รึไง"(หลวงตา)

"ใครครับหลวงตา"(พี่บิ๊ก)

"พี่บิ๊กสวัสดีครับ"ผมยกมือไหว้รุ่นพี่ที่เคยเป็นเด็กวัดที่นี่

".?.."(พี่บิ๊ก)

"อ้าววไอ้นี่ยังเสือกทำหน้างงอยู่ได้ ข้าแก่กว่ายังจำมันได้เลย"(หลวงตา)

"ผมอุ่นไงพี่หลานยายแจ่มไงครับ"

"มันหล่อขึ้นละสิเอ็งเลยจำมันไม่ได้"(หลวงตา)

"หล่อที่ไหนหลวงตาแบบนี้เค้าเรียกน่ารัก ตาเตอเริ่มไม่ดีละ"(พี่บิ๊ก)

"อ้าววไอ้นี่วอนไม้เท้าแต่เช้าไหมละเอ็ง"(หลวงตา)

"ผมแค่หยอกหลวงตาเล่น"(พี่บิ๊ก)

"เออๆว่าแต่เอ็งเถอะมีอะไรมาหาข้าแต่เช้า"(หลวงตา)

"ก็เรื่องสร้างหอระฆังนั่นแหละ ผมจะจัดหาผ้าป่ามาตกลงหลวงตาจะจัดวันไหนผมจะได้พิมพ์ซองถูก"(พี่บิ๊ก)

"ช่วงปลายเดือนหน้าแล้วกัน"(หลวงตา)

"งานอะไรเหรอครับหลวงตา"ผมถามขึ้นบ้างผมสนใจนะเรื่องทำบุญ

"งานสร้างหอระฆังใหม่น่ะ พอดีพวกเจ้าบิ๊กมันจะหาผ้าป่ามาทอดกฐินรวบรวมเงินมาสร้างหอระฆังใหม่"(หลวงตา) 

"ผมอยากร่วมทำบุญด้วยครับ"

"ถ้าอย่างนั้นเอ็งคุยรายละเอียดกับเจ้าบิ๊กมันเลย ดีเหมือนกันถือว่าทำบุญใหญ่ให้ยายแจ่มไปด้วยเลย พวกเอ็งไปคุยกันเอานะ ข้าจะไปสวดมนต์ทำวัดแล้ว"(หลวงตา)

"ครับหลวงตา ผมสามคนก้มลงกราบ ก่อนจะเดินออกจากกุฎิ"

"เอาเบอร์โทรศัพท์มา เดี๋ยวพี่จะโทรฯไปบอกรายละเอียดไปให้ทีหลัง"(พี่บิ๊ก)

ผมกำลังจะล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเพื่อส่งให้พี่บิ๊ก แต่ก็ถูกอีกคนยื่นโทรศัพท์ของตัวเองไปให้เสียก่อน ผมก็ไม่ได้พูดอะไรเดี๋ยวค่อยขอเบอร์จากพี่รามก็ได้

"พี่ไปละไว้เจอกัน ว่างๆจะโทรฯไปคุยด้วย"(พี่บิ๊ก)

"ครับพี่" พี่บิ๊กเดินหายไปแล้ว แต่ดูเหมือนคนข้างๆผมไม่ยอมขยับหันมามองหน้าผมคิ้วสองข้างติดกันเลย

"เป็นอะไรครับ"

"นั่นใคร"

"ไหนครับ"

"อย่าแกล้งพี่สิ พี่จริงจังนะ"

"พี่บิ๊กครับเคยเป็นเด็กวัดที่นี่ เคยเป็นนักมวยอยู่ที่ค่ายๆที่ม๊ากับยายส่งอุ่นกับเอื้อไปเรียน เราก็เลยสนิทกัน" 

"สนิทแบบไหน"

"อุ่นกับเอื้อเพิ่งจะสิบขวบครับ"

"สิบขวบก็ไว้ใจใครไม่ได้แล้วนะ"

"เราสนิทกันแบบพี่น้องนะครับ"

"ไม่รู้ละ เมื่อกี้หมอนั่นชมเราว่าน่ารักด้วย ถ้าหมอนั่นโทรมาพี่จะคุยเองจัดการเรื่องทำบุญเอง แล้วพี่จะเป็นคนมาบอกอุ่นทีหลังห้ามคุยกันโดยตรง"

"ทำไมถึงห้ามครับ"

"ก็พี่หวงเรานี่ พี่หวงไม่ได้เหรอครับ"

ผมแค่แกล้งถามกลับไปทั้งๆที่ผมรู้อยู่แล้ว แต่พอเห็นหน้างอยๆ ซึมๆก็อดสงสารไม่ได้ผมไม่น่าไปแกล้งแหย่พี่เค้าเลย

"หวงได้ครับ อุ่นแล้วแต่พี่รามทุกอย่างเลยโอเคไหมครับ"

"โอเคที่สุดเลยครับ" จากที่งอยๆเมื่อกี้ตอนนี้หน้าบานเลย เห้อออ~~

 เราสองคนเดินกลับจากวัด มาหยุดตรงสะพานคลอง ที่เคยเป็นชุมชนข้างวัดมาก่อนที่ๆผมเคยอาศัยอยู่กับยาย ตอนนี้กลายเป็นตึก3ชั้น สร้างทดแทนชุมชนที่เคยถูกไฟไหม้ คนที่มาอาศัยอยู่ส่วนใหญ่ก็กลุ่มคนเดิมๆ ถ้ามาใหม่ก็จะต้องผ่านการคัดกรองจากกรรมการวัดก่อน หลวงตาอยากได้คนที่ลำบากจริงๆ ไม่มีที่พักพิงแล้วเข้ามาอาศัย เงินที่นำมาสร้างก็มาจากเงินบริจาคจากทางวัด อีกส่วนหนึ่งก็มาจากเงินสนับสนุนของป๊ากับม๊า

"อย่าคิดมากนะ เก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีของเรา ทั้งของยายของอุ่นและของพี่ด้วย ที่นี่ทำให้พี่ได้เจออุ่นเจอยาย"

"ครับ อุ่นไม่คิดมากพี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ" มือใหญ่หนาของพี่รามลูบลงบนศรีษะผมเบาๆ มือที่กุมมือผมบีบแน่นขึ้น ก่อนจะพาเดินกลับไปบ้าน

"พี่จะแวะเข้าไปในบ้านก่อนไหมครับ"

"พี่กลับเลยดีกว่าพี่มีประชุมเช้า ฝากสวัสดีคุณอาทั้งสองด้วยนะและวันนี้เราจะไปไหนไหมครับ"

"ม๊าบอกว่าจะพาเข้าบริษัทช่วงบ่ายๆนะครับ"

"เสร็จจากบริษัทแล้วโทรฯหาพี่ได้ไหม"คำพูดของพี่รามส่วนใหญ่เหมือนจะดูเกรงๆ

"ได้ครับ"

"ถ้าอย่างนั้นเข้าบ้านเถอะ ไม่ต้องรอส่งพี่หรอก"

"ก็ได้ครับ บายค้าบบ"

"บาย~"

 

 

 

///จบตอนที่13/// 

ขอบคุณคอมเม้น 

ขอบคุณคนอ่าน 

ขอบคุณกำลังใจ 

ความคิดเห็น