facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 2-4 หัวใจกำลังมอดไหม้

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-4 หัวใจกำลังมอดไหม้

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 854

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2562 13:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-4 หัวใจกำลังมอดไหม้
แบบอักษร

“พ่อถามหาพี่แหละ” 

“มีเรื่องอะไรล่ะ” 

“เห็นว่าหาตัวพี่กะทันหัน เพราะจะคุยเรื่องโปรเจกต์ใหม่รอบนี้อะ” 

อึนจินหยิบมะเขือเทศเชอร์รี่สีแดงจากบรรดาผลไม้ที่เอามาให้จินฮึนขึ้นมากินหน้าตาเฉย เธอกินมันอย่างเอร็ดอร่อยขณะมองพี่ชายทำท่าหกสูงอยู่ 

“พอฉันถามว่าให้หนูพาพี่ลงไปหาไหมคะ พ่อก็บอกช่างเถอะ ปล่อยเขาไป” 

“จริงเหรอ” 

“พี่ใหญ่พูดแทนพี่ด้วยนะ แหวะ ฉันน่ะเกือบอ้วกออกไปแล้วจริงๆ อย่าหัวเราะสิ นี่ซีเรียสนะ” 

“เธอล่ะ” 

“ฉันเหรอ ฉันก็เหมือนเดิม เตรียมโชว์ แล้วก็เตรียมถ่ายโฟโต้บุ๊กฤดูใบไม้ร่วง ไม่มีเวลาทำไปโปรเจกต์หรอก” 

“งั้นสินะ” 

ค้างอยู่ท่ายากยังไม่พอ เสียงลมหายใจก็ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด อึนจินส่ายหน้ากับท่าทางของจินฮึน พวกผู้ชายทนอยู่ในท่ายากๆ แม้แต่ผู้หญิงก็ทำไม่ได้แบบนี้ได้ยังไงกันนะ แน่นอนว่าเธอเริ่มเล่นโยคะก่อนพี่ชาย แต่ก็ทำได้แค่แลบลิ้นใส่จินฮึนที่เก่งกว่าเธอมาก อึนจินหงุดหงิดอย่างไร้เหตุผลจนพาลกินผลไม้ที่เอามาให้จินฮึนทีละนิด 

“ว่าแต่ทำไมเมื่อวานพี่ไม่เข้ามาล่ะ ฉันรออยู่นานเลยนะ เพราะมีเรื่องจะถามเนี่ย!” 

ขาของจินฮึนที่ค้างอยู่ในท่าเดียวมานานก็ค่อยๆ เลื่อนไปข้างล่างช้าๆ ก่อนจะพับขาอีกครั้งและเริ่มค้างอยู่อย่างนั้นต่ออีกครั้ง 

“ยุ่งน่ะ” 

“เหอะ ถ้าใครมาเห็นก็คงจะนึกว่าพี่ทำงานงงกๆ อยู่คนเดียวแน่ นี่เห็นเล่นสนุกอยู่ทุกวัน อย่ามาโกหกกันหน่อยเลยน่า” 

เขาเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของเธอภายใต้นรกของคฤหาสน์หลังนี้ อึนจินใช้ส้อมจิ้มกล้วยที่ตัวเองชอบและเอาเข้าปากในคำเดียว ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ดูแลเธอดีนักในสายตาคนอื่นๆ แต่เขาก็ปฏิบัติกับเธอดีกว่าคนอื่น อึนจินมองจินฮึนขณะเคี้ยวกล้วยนุ่มๆ เธอกลืนมันลงคอก่อนจะทำปากยื่น เมื่อพี่ชายหัวเราะฮึๆ ออกมา 

“ทำงานจริงอะ” 

“ก็ใช่น่ะสิ” 

“ถ้างั้นพี่ก็ไม่ได้ไปปาร์ตี้ของคียองกรุ๊ปอะดิ” 

“เปล่า” 

“อะไรกัน งั้นที่ไม่กลับบ้านก็เพราะไปสนุกที่นั่นมาล่ะสิ!” 

เพิ่งพูดว่าทำงานได้ไม่ถึงหนึ่งวินาทีด้วยซ้ำ ดันเปลี่ยนคำพูดซะงั้น อึนจินส่งเสียงดังเหอะออกไปกับคำตอบและท่าทางสบายๆ ของจินอึน 

“แย่ที่สุดเลย!” 

สุดท้ายเธอก็กระทืบเท้าจนดังตึงตังก่อนจะตะโกนสุดเสียงอย่างไม่รู้ตัวใส่คนที่กำลังผ่อนลมหายใจ และนั่งลงบนเสื่อ จินฮึนหลับตาทั้งสองข้างลงพร้อมกับระเบิดหัวเราะออกมา  

“แล้วมาหาเพราะเรื่องอะไร” 

“ฮะ? ...อ๋อ ถ่ายโฟโต้บุ๊คคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงคราวนี้อะ พี่พอจะมีเด็กแนะนำบ้างไหม” 

“แค่เรื่องนั้น ทำไมถึงต้องมาหาฉันด้วย” 

จินฮึนลืมตาขึ้นมองอึนจินนั่งทำปากยื่นอยู่บนโซฟาก่อนจะลุกขึ้นจากเสื่อ เขาใช้ผ้าชนหนูเช็ดเหงื่อและรับขวดน้ำที่อึนจินยื่นให้มาถือไว้  

“ก็พี่เก่งกว่าฉันนี่นา น่าแปลกเหมือนกันนะ พวกเด็กๆ ที่พี่แนะนำมาขึ้นกล้องจนฉันพูดไม่ออกเลย ตอนดูรูปนี่แบบ สุดยอดไปเลยอะ” 

จินฮึนดื่มน้ำอย่างสบายๆ กับคำพูดของน้องสาวจนขวดน้ำขนาดห้าร้อยมิลลิลิตรว่างเปล่าในพริบตา จากนั้นเขาหก็ยิบพีชซึ่งดูน่ากินที่สุดในบรรดาผลไม้ที่เหลืออยู่ไม่มากเท่าไหร่ขึ้นมาจากในชาม พีชละลายในปากราวกับสายไหม  

“ถ้าช่วยแนะนำให้ จะได้อะไรตอบแทนล่ะ” 

“ทำไมต้องมาทำตัวงกกับฉันแบบนี้ด้วยเนี่ย” 

จินฮึนกลอกตากับความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่ในมือและพีชที่ละลายอยู่ในปาก ทำไมถึงรู้สึกว่ามันคุ้นๆ กันนะ แต่ก็ไม่ต้องใช้เวลาคิดนานขนาดนั้นก็เจอคำตอบอย่างรวดเร็ว ก้นของโนอึลนั่นเอง มันเหมือนกับพีชที่เขาเพิ่งกลืนลงไปเลย ทั้งน่าดึงดูด แน่น และนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน 

 จินฮึนเอานิ้วที่เปื้อนน้ำจากลูกพีชนิดๆ เข้าปากดูดมันจนเกิดเสียงดังจ๊วบ ก่อนจะหัวเราะออกมากับความคิดที่มีต่อโนอึล ถึงแม้จะเป็นของที่มีคนอื่นกินมาแล้ว แต่กีรู้งานพอๆ กัน อีกฝ่ายจัดการคนรอบข้างที่มีอยู่ไม่มากเท่าไหร่และส่งโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าคืนตามคำสั่งราวกับหมาน้อยเชื่อฟังเจ้านาย ซึ่งจินฮึนก็รู้สึกว่ามันน่ารักดีเมื่อหมาน้อยตัวนั้นไปลอกหน้าและกลับบ้านโดยไม่มีเสียงบ่นสักคำ 

 

* * * 

 

โนอึลคิดว่าการใช้ชีวิตของตัวเองตอนนี้กับเมื่อก่อน ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ 

ตอนอาศัยอยู่ในโคชีวอน เขาก็ไม่สามารถทำอะไรเสียงดังได้ แถมบริเวณโดยรอบเองก็ไม่อึกทึกครึกโครมเหมือนกัน ดังนั้นเวลาฟังเพลงก็เลยมีสมาธิมากๆ เวลามักจะผ่านไปรวดเร็วระหว่างที่เขาฟังเพลงเงียบๆ พร้อมๆ กับอ่านบทละครเก่ากึก ซึ่งชีวิตที่บ้านย่านซัมซองนี้ เวลาก็เดินไปอย่างรวดเร็วเหมือนกัน ที่นี่ทุกอย่างเงียบสงบเหมือนที่โคชีวอน และเนื่องจากเครื่องเล่นซีดีที่หัวหน้าทีมควอนเอามาให้มีคุณภาพดีมาก เขาเองก็เลยจดจ่อกับมันอย่างช่วยไม่ได้เพราะเพลงติดหู 

โนอึลปิดหนังสือในมือลง เขากำลังอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการย้อนอดีต พออ่านแล้วก็เลยนึกถึงความหลังขึ้นมาอย่างที่ตัวเองไม่ได้ต้องการ อดีตที่ไม่ได้ไกลขนาดนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่จินฮึนมาหาเมื่อสิบวันก่อน  

 

ตั้งแต่เจอจินฮึนครั้งสุดท้ายก็ยังผ่านมาไม่ถึงสิบวันดีเลยด้วยซ้ำ ทว่าก็ไม่มีสายเรียกเข้าหรือข้อความเข้ามาเลยสักอย่าง ดังนั้นโนอึลเลยคิดว่าอาจจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับจินฮึนหรือเปล่านะ แม้หัวหน้าทีมควอนจะเพิ่งมาหาเมื่อวานซืนนี้เองก็ตาม 

ชายหนุ่มเอาหนังสือที่เขาทิ้งไว้จากร้านสะดวกซื้อที่เคยทำพาร์ทไทม์กับพวกบทละครแล้วก็แผ่นซีดีจากโคชีวอนมาให้ แต่ไม่ได้เอาพวกของใช้ในชีวิตประจำวันหรือเสื้อผ้ามาให้ โนอึลรับของของตัวเองที่มีปริมาณไม่เต็มลังแอปเปิ้ลหนึ่งลังดีมาถือไว้ พร้อมความเป็นจริงว่าเขาหาสปอนเซอร์ใหม่ได้แล้วจริงๆ 

“ผมเช็กแล้วนะครับ ว่าคุณมีเงินเดือนที่ยังไม่ได้รับจากร้านสะดวกซื้ออยู่ เงินจำนวนนี้รวมเงินเดือนเดือนนี้แล้วก็เงินที่ยังไม่ได้รับด้วยครับ” 

โนอึลรับซองบางๆ ที่หัวหน้าทีมควอนยื่นให้มาถือไว้ เขามึนงงกับคำพูดของอีกฝ่ายที่เอามาให้แม้กระทั่งเงินเดือนเมื่อเดือนที่แล้ว อยากจะรู้ว่าคนตรงหน้ารู้เรื่องทั้งหมดได้ยังไงเพราะเขาก็ไม่ได้บอก 

“แล้วก็ผมเช็คให้แล้วด้วยนะครับ ว่าคุณยังมีเงินที่กู้มาก่อนหน้านี้เหลืออยู่ ถูกต้องไหมครับ” 

“ครับ? อ๋อ ครับ...” 

เขายังคงค้างเงินกู้ค่าเทอมที่ไปเรียนเพียงไม่กี่ครั้ง บวกกับเงินกู้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอยู่ เนื่องจากรายรับไม่ค่อยมีเท่าไหร่ก็เลยยังค้างชำระ และเมื่อยื่นขยายการชำระหนี้ออกไปแล้ว การทำธุรกรรมทางธนาคารของโนอึลก็เลยลำบากไปด้วย ดังนั้นเลยทำได้แต่งานที่ได้รับเงินเดือนเป็นเงินสดเท่านั้น 

จำได้ว่าแม่บ้านที่เข้ามาทำความสะอาดกับดูแลบ้านเตรียมของเอาไว้เต็มตู้เย็น พอรู้สึกว่าการคุยครั้งนี้น่าจะยาว เขาก็เลยหยิบกาแฟออกมาจากตู้เย็นเทลงในแก้วแล้วยื่นให้หัวหน้าทีมควอน ชายหนุ่มก็รับกาแฟมาดื่มก่อนจะวางมันลง จากนั้นก็หยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋าที่นำมาด้วยเพื่อยื่นให้โนอึลที่นั่งอยู่ตรงข้าม บนหน้าแรกของเอกสารมีตัวอักษรตัวใหญ่ระบุว่า ‘รับรองการชำระเงินครบถ้วน’ ประทับอยู่  

“ผมจัดการเกี่ยวกับเงินกู้ที่ค้างอยู่ในชื่อของคุณโนอึลหมดแล้วนะครับ เย็นวันนี้บัญชีธนาคารก็จะกลับมาใช้ได้ตามเดิมอีกครั้งครับ” 

โนอึลมองเอกสารพิมพ์ชื่อบริษัทเงินกู้ที่คุ้นเคยแล้วสติหลุดโดยไม่รู้ตัว เอกสารนั้นมันไม่ได้หนัก แต่น่าแปลกที่เขาต้องจับมันแน่ด้วยสองมือและเหม่อมองด้วยสายตาเหลือเชื่อ มันผ่านมานานมากแล้วที่ต้องค้างชำระเพราะไม่มีเงินจนกระทั่งใช้บัญชีธนาคารไม่ได้ แต่เขากลับงุนงงเพราะทุกอย่างถูกแก้ไขในครั้งเดียวด้วยฝีมือของคนที่คิดไม่ถึง 

“ขั้นต่อไป เดี๋ยวผมจะหาต้นสังกัดใหม่ที่จะกลายเป็นต้นสังกัดในอนาคตของคุณนะครับ คุณโนอึลมีที่ไหนอยากเข้าเป็นพิเศษไหมครับ” 

“ไม่มีครับ ผมแค่อยากแสดงเฉยๆ” 

“อย่างนั้นนั่นเอง เข้าใจแล้วครับ” 

อยู่ดีๆ โนอึลก็คิดขึ้นมาว่าทุกอย่างมันไม่ได้ประหลาดเกินไปหรอกใช่ไหม เขาไม่รู้สึกถึงความลำบากของชีวิตตัวเองเลย เพราะสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เขาลำบากมาจนถึงตอนนี้ล้วนถูกจัดการอย่างง่ายดายมากๆ ทั้งเรื่องเงินกู้ ข่าวลือ รวมถึงต้นสังกัด เขารู้สึกว่ามันแปลกมากกว่าจะรู้สึกว่าจินฮึนกับหัวหน้าทีมควอนที่เล่าถึงสถานการณ์ต่างๆ อย่างเรียบเฉยนั้นเจ๋งมากๆ  

“งั้นวันนี้พอแค่นี้ครับ อ๋อ ลืมไปเลย ว่าจะบอกคุณว่าหน้าคุณดูดีขึ้นเยอะเลยนะครับเนี่ย” 

โนอึลตอบรับคำชมจากชายหนุ่มช้าไปนิดหน่อย 

เขาทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่อหัวหน้าทีมควอนจ้องหน้าเขาหลังจากลุกขึ้นยืน ถ้าเทียบกับวันแรกก่อนไปทำหน้าแล้ว มันก็ดีขึ้นจริงๆ อย่างที่อีกฝ่ายพูด แต่มันยังเหลือรอยแผลบางๆ ในบริเวณที่สะเก็ดแผลหลุดออกไป โนอึลก้มหน้าเล็กน้อยและตอบไปเบาๆ ด้วยความเขินอาย หัวหน้าทีมควอนเปิดประตูหน้าบ้านก่อนจะมองหน้าแดงๆ ของโนอึลแล้วหัวเราะ 

“ผู้อำนวยการจะมาเยี่ยมเร็วๆ นี้นะครับ ดังนั้นคุณไม่ต้องกังวลแล้วก็ใช้ชีวิตของตัวเองไปนะครับ” 

และตอนนั้นโนอึลก็ตระหนักได้ว่าการต้องทนทำการลอกหน้าที่เจ็บจี๊ด ลดน้ำหนัก และทิ้งน้ำหอมในกระเป๋าไปล้วนเป็นเพราะคำสั่งจากจินฮึนด้วยคำพูดของหัวหน้าทีมควอนที่จากไปพร้อมเสียงปิดประตู 

 

* * * 

 

โนอึลนอนเหยียดอยู่บนโซฟาที่เคยนั่ง หลังจากวันที่หัวหน้าทีมควอนมาหา เขาก็ได้เช็กว่าน้ำหนักของตัวเองลดลงไปสองกิโลกรัมอย่างที่จินฮึนสั่งให้ไปเข้าฟิตเนสไหม แล้วก็ต้องกังวลนิดหน่อยเพราะน้ำหนักเขาลงไปถึง สี่กิโลกรัม เพราะกลัวอีกฝ่ายจะตาไวและจับได้เมื่อน้ำหนักเขาลดลงเกินคำสั่ง 

 เขายกมือขึ้นมาลูบหน้าท้องที่แบนลงไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแต่น้ำหนักลดลงเท่านั้น แต่พอถูกบังคับให้ใช้ชีวิตอย่างหรูหราในแบบที่ไม่ใช่ตัวเอง ผิวพรรณก็เหมือนจะดีขึ้นด้วย โนอึลเปิดน้ำลงไปอ่างอาบน้ำเหมือนกับทุกวันและผ่อนคลายอยู่ในนั้นสักพัก ผิวกับรูปร่างของเขาก็เหมือนจะดีขึ้นมาเล็กน้อยเหมือนกัน ถึงจะกังวลแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันไม่ดีอะไร 

บ้านซัมซองเดิมทีคงเป็นที่ที่จินฮึนเคยอาศัย เพราะเขาเห็นเสื้อผ้าคล้ายจะเป็นของอีกฝ่ายแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้าพอสมควร เฃ่น พวกเสื้อเชิ้ตสีดำกับสูท นาฬิกาข้อมือที่สมกับจินฮึน รวมถึงพวกเน็กไทด์ โนอึลมองเห็นแว่นตากรอบสีดำสนิทกับโน้ตบุ๊กวางอยู่ใต้โทรทัศน์ขนาดใหญ่เทียบเท่ากับเตียงที่โคชีวอนของเขา จินฮึนในอดีตก็มักจะสวมแว่นเวลาอ่านหนังสือ ตอนนี้ก็คงสวมแว่นตอนทำงานก็ได้เลยมีแว่นวางอยู่  

จู่ๆ ท้องก็ส่งเสียงร้องดังโครกคราก หลังจากลูบท้องตัวเอง โนอึลก็หน้าแดงแล้วลุกขึ้นยืน คิดไม่ออกว่าจะกินอะไรดีต่างจากเสียงท้องร้อง เขาเปิดตู้เย็นและมองอาหารต่างๆ ที่อัดแน่นอยู่ในตู้เย็นสักพัก ก่อนจะเปิดช่องผลไม้แล้วหยิบแอปเปิ้ลสีเขียวอ่อนออกมาหนึ่งลูก จากนั้นก็กัดกินคำใหญ่พลางปิดประตูตู้เย็นลง เขาควรจะต้องกินอะไรสักอย่างเพื่อเพิ่มน้ำหนักที่หายไปสองกิโลกรัม แต่กลับไม่อยากอาหารเลย โนอึลยืนอยู่หน้ากระจกพร้อมกับคิดว่าออกไปซื้อไก่ทอดมากินสักหนึ่งตัวดีไหมนะ  

“เหมือจะออกไปข้างนอกได้ แต่ก็เหมือนจะไม่ได้” 

เพราะโดนสั่งให้ระวังแสงแดดหลังการทำหน้าจากทางโรงพยาบาล เขาจึงออกไปข้างนอกได้แค่ตอนเย็นเสมอ โนอึลไปโรงพยาบาลในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว และไปฟิตเนสในตอนดึกมากๆ ซึ่งสะเก็ดแผลบนหน้าก็หลุดออกจนรอยแผลก็จางลงโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้กำลังครุ่นคิดอย่างระมัดระวังว่าจะออกไปซื้อไก่ดีไหม ขณะสำรวจใบหน้าของตัวเองไปด้วยเพราะไม่อยากรู้สึกแสบและคันอย่างที่เคยรู้สึกตอนทำหน้าอีกแล้ว 

หลังทำหน้าน่ะอดทนได้ยากจริงๆ เพราะมันคันมากๆ คล้ายตอนเลิกยาเลย โนอึลล้างหน้าด้วยน้ำเย็น และตบจนมันเกิดเสียงดังแปะๆ เมื่อคิดว่าไม่อยากโดนลอกหน้าอีกแล้วก็ตัดสินใจจะสั่งมากินเฉยๆ  

“ว่าแต่ที่นี่ไม่มีโบขัวร์เลยแฮะ” 

ไม่ว่าจะเป็นโคชีวอนหรือที่ไหนๆ ประตูหน้าหน้ามักจะมีสิ่งที่ใช้ในการโฆษณากับโบชัวร์แปะอยู่ แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อที่นี่ไม่มีที่ติดตู้เย็นหรือใบบลิวที่มีอยู่ทั่วๆ ไปแบบนั้นเลยสักอัน โนอึลเริ่มคิดแล้วว่าจะหาเบอร์โทรศัพท์ร้านไก่ทอดได้ยังไง 

“อ่า ไม่แน่ใจว่าห้ามคนส่งอาหารขึ้นมาด้วยหรือเปล่านี่สิ” 

อยู่ๆ เขานึกถึงคำพูดของหัวหน้าทีมควอนที่สั่งว่าอย่าให้ใครรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่  

โนอึลมัวแต่คิดว่า “จะทำยังไงดี...” ขณะกินแอปเปิ้ลที่เหลืออยู่ไม่มากนักโดยไม่รู้ตัว 

พอนึกถึงไก่ขึ้นมา ความอยากอาหารก็กลับมาจนน้ำลายเหนียวๆ เริ่มเอ่ออยู่เต็มปาก ถ้าไม่ได้กินก็คงพะวักพะวงกับมันอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าสั่งมากิน ก็จะกลายเป็นเปิดเผยตัวตนกับคนส่งอาหารอีก แล้วพอกลับไปคิดว่าจะออกไปซื้อเองดีไหม ก็กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหน้าอีก ตัดสินใจไม่ถูกเลย  

ความคิดเห็น