email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#เดย์เจ้าเอย 4

ชื่อตอน : #เดย์เจ้าเอย 4

คำค้น : เดย์เจ้าเอย แนวมหาลัย nana nanaกะหอยทาก น่ารัก หวาน อบอุ่น ผ่อนคลาย ฟิน จิกหมอน feelgood ฟีลกู๊ด

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2562 13:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เดย์เจ้าเอย 4
แบบอักษร

#เดย์เจ้าเอย 4 

 

 

                รูปนี้มีคนส่งเข้ามาให้อย่างนั้นเหรอรูปนี้ตั้งแต่ที่พี่เดย์ไปรับที่คณะและยังมีรูปของวันนี้ด้วยรูปที่เราอยู่ร้านสเต็กกันแต่รูปที่ถ่ายออกมามันเหมือนกับตั้งใจให้มีแค่ฉันพี่เดย์แล้วก็พี่องุ่น ไม่มีอะไรน่าใจเสียเท่ากับคอมเม้นที่บอกว่าฉันเข้าไปเป็นส่วนเกินของพี่เดย์กับพี่องุ่น อยากจะเม้นตอบว่าถ้าไม่อยากให้เป็นส่วนเกินก็ตัดรูปฉันออกสิ บ้าจริง ทำไมต้องมาเจอคอมเม้นอะไรแบบนี้ด้วย บ้าที่สุดเลย!

                “นอนได้แล้วยัยเจ้าเอย อย่าไปคิดถึงเรื่องนั้น” ฉันบอกตัวเองอย่างหงุดหงิดเดินไปทั่วห้องปิดไฟจนทั่วห้องก่อนจะกระโดดขึ้นเตียงนอนสายตาเหลือบมองกรอบรูปที่ไร้รูปภาพอย่างเคืองๆ

                “คืนนี้ไม่บอกฝันดีหรอกนะ” ฉันว่างอนๆก่อนจะนอนตะแคงหันหลังให้กรอบรูปที่แอบตั้งเองว่ามันคือตัวแทนพี่เดย์ แต่กว่าจะข่มตาหลับได้ก็เกือบตีสองทั้งหงุดหงิดทั้งโมโหเพราะในหัวเอาแต่คิดถึงใบหน้าพี่เดย์ทั้งที่ไม่ควรจะคิดถึงเขาเลยสักนิด

                “พี่ฮึก พี่ใจร้ายมากเลยรู้ไหม” เมื่อคิดเรื่องเขาความน้อยใจต่างๆก็พุ่งจู่โจมความรู้สึกจนพาลทำให้น้ำตาไหลมือเอื้อมกลับไปหยิบกรอบรูปมากอดไว้แนบอกทั้งยังร้องไห้โยเยอย่างกับเด็กห้าขวบไม่รู้ว่าร้องไห้ไปนานเท่าไหร่แต่ฉันหลับไปทั้งที่ยังมีคราบน้ำตาอาบเต็มแก้ม แต่ตลอดทั้งคืนฉันรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้นอนคนเดียวเหมือนมีคนกำลังนอนอยู่ข้างๆ และสะดุ้งตื่นกลางดึกเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะ อยากจะโทรหาใครสักคนก็ไม่กล้าได้แต่ข่มตาให้หลับแม้ในหูจะยังได้ยินเสียงหัวเราะสลับกับร้องไห้ตลอดทั้งคืน

                รู้สึกตัวอีกทีตอนที่โทรศัพท์มีสายเรียกเข้าฉันปล่อยให้สายตัดไปอย่างไม่คิดจะรับแต่ไม่นานก็มีสายเรียกเข้ามาอีกจำต้องควานมือหาโทรศัพท์มาเพื่อรับสาย รับทั้งที่ตายังปิดอยู่

                “ค่ะ”

                (ตื่นยัง? พี่กำลังจะเข้าไปหานะ)

                “หือ?” หาอะไร ใครจะหาอะไรนะ

                (พี่บอกว่ากำลังจะเข้าไปหา ตื่นไปอาบน้ำได้แล้วพี่จะพาไปทานข้าว)

                “ไม่ไป”

                (ถ้าไปถึงแล้วยังไม่อาบน้ำแต่งตัวพี่จะทำให้เอง อีกครึ่งชั่วโมงถึง) หือ? ครึ่งชั่วโมง จะมาอาบน้ำให้ บ้าไปแล้วนะ!

                ฉันสะดุ้งนั่งบนเตียงนอนเรียบเรียงประโยคของปลายสายอย่างตกใจอยากจะมั่นใจอีกสักหน่อยถึงได้ก้มมองเบอร์ที่โทรเข้ามาพอเห็นชื่อเท่านั้นแหละฉันถลาลงจากเตียงนอนเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวทันทีอาบน้ำแต่งตัวใช้เวลาสิบห้านาทีเผื่อทาครีมแต่งหน้าอีกสิบห้านาทีครึ่งชั่วโมงไม่ขาดไม่เกิน

                “เฮ้อ! นึกว่าจะไม่ทัน” หลังจากแต่งหน้าเสร็จฉันก็กระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงอีกครั้งอย่างสบายใจ ฉันชนะ! เพราะฉันเสร็จก่อนที่เขาจะมาถึง

                แกร๊ก

                “หือ?” ฉันครางในคออย่างสงสัยเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูแต่ยังไม่ทันจะได้ขยับลงจากเตียงประตูห้องนอนก็ถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงในชุดนักศึกษาแต่ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงฉันอ้าปากเหวอตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะเปิดประตูเข้ามาแบบนี้

                “เสร็จหรือยัง? เก็บของใส่กระเป๋าเลยจะพาไปทานข้าว”

                “ฮะ?” คืออะไรจู่ๆก็สั่งห้วนๆแบบนั้น สนิทกันหรือไงก็ไม่ ฉันสนิทกับกรอบรูปที่เขาให้มากกว่าเขาเสียอีก ชิ!

                “ไม่เข้าใจอะไร ก็บอกว่าเก็บของใส่กระเป๋าจะพาไปทานข้าวเร็วมันสายแล้วเดี๋ยวก็ปวดท้อง”

                “...”

                “เจ้าเอยเร็วๆ อย่าให้โมโหนะ” แค่นี้ยังไม่โมโหหรือไงกัน ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองแต่ก็ยอมลงจากเตียงเก็บโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ใส่กระเป๋าสะพายสีเข้มของตัวเอง ชุดที่ใส่วันนี้เป็นเพียงเสื้อยืดตัวใหญ่ๆกับกางเกงยีนขาสั้นอากาศที่นี่ร้อนขอใส่แบบนี้แล้วกันนะ

                พี่เดย์คนมึนเดินนำมาถึงรถก็เปิดประตูรถให้ฉันขึ้นไปนั่งและปิดประตูให้อย่างสุภาพบุรุษ แต่พอคิดว่าเขาคงจะทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นๆด้วยรอยยิ้มที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้สักสองนาทีกลับหุบลงเหลือเพียงใบหน้านิ่ง

                “ไปทำอะไรมาตาคล้ำ” คนที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่เอื้อมมือมาจับที่แก้มและยังใช้ข้อนิ้วเกลี่ยที่ใต้ตาเบาๆอีกด้วย น้ำเสียงที่เขาใช้ถามมันชวนให้ใจเต้นแรงตึกตัก

                “ปะ เปล่าค่ะ”

                “นอนไม่หลับเหรอหรือแปลกที่หรือมีอะไร?”

                “ไม่ค่ะ”

                “เฮ้อ เอาไว้เคลียงานโปรเจ็คอันนี้เสร็จแล้วเราค่อยมาเคลียกันแล้วกันแต่ระหว่างนี้อย่าเพิ่งไปซนที่ไหนนะ”

                “จะให้ไปซนที่ไหนกันเล่า” ทำอย่างกับฉันห้าขวบที่ต้องออกไปซนนอกบ้านอย่างนั้นแหละ

                “ก็บอกไว้ วันนี้อยากทานอะไร”

                “อยากทานยำ ยำแบบเมื่อวานค่ะ”

                “เอางี้เดี๋ยวพี่พาแวะซื้อของเข้าไปทำที่ห้องแล้วกัน ซื้อขนมกับเครื่องดื่มไปด้วย” พี่เดย์บอก

                “ทำไมไม่ทานข้างนอกล่ะเสร็จแล้วจะได้แยกกลับ”

                “งั้นเอาแบบนี้เราทานข้าวข้างนอกแล้วเดี๋ยวกลับห้องไปจะทำยำให้”

                “แล้วทำไม...”

                “เจ้าเอยเงียบก่อน พี่จะใช้สมาธิขับรถแล้วอย่าเพิ่งขัดอะไรพี่” อะไรของเขากัน!! มันใช่เหรอแบบนี้น่ะ

                ไม่นานพี่เดย์ก็พามาถึงห้างสรรพสินค้าเขาพาไปทานข้าวที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเสร็จแล้วถึงได้เดินไปที่โซนซุปเปอร์มาร์เก็ตพี่เดย์หยิบนู่นจับนี่ใส่รถเข็ญส่วนมากจะเป็นของสดรวมถึงพวกขนมเยลลี่แล้วก็เครื่องดื่มที่เขาบอกให้ฉันเลือกที่ฉันชอบพอซื้อของครบก็จ่ายเงินทันที เหมือนเขาไม่อยากจะเดินอยู่นานเลยต้องรีบซื้อแต่ก็สังเกตบ้างนะว่าเวลาเดินไปไหนก็จะมีสายตาสาวๆบางทีก็หนุ่มๆจ้องมองเขาไม่หยุดบางรายถึงกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปไว้เลยเขาเป็นคนดังของมหาลัยนี่นาคนรู้จักเยอะก็ไม่แปลก

                “ไอศกรีมไหม” พี่เดย์ถามเมื่อเรากำลังจะออกจากห้างสรรพสินค้า

                “ไม่ค่ะ”

                “งั้นกลับเลยนะ” พี่เดย์รวบรัดเอง ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งเมื่อเราทั้งสองกลับขึ้นไปนั่งบนรถ เกือบยี่สิบนาทีพี่เดย์ก็เลี้ยวรถเข้าไปที่จอดรถของคอนโดเขาจำได้ว่าเมื่อวานเขาก็แวะมาส่งพี่องุ่นที่นี่แสดงว่าพวกเขาพักด้วยกันอย่างนั้นเหรอ ไหนจะเจอกันทุกวัน พักที่เดียวกัน อ่า แบบนี้พวกเขาเป็นแฟนกันจริงๆใช่ไหม

                “ขึ้นห้องแดดมันแรง” ฉันไม่อยากไปเลย ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับพวกเขาเลยมันเจ็บจี๊ดๆที่ใจยังไงไม่รู้

                “เจ้าเอยเป็นอะไร”

                “ขอกลับได้ไหม” ฉันเงยหน้ามองพี่เดย์และบอกเขาไปความรู้สึกตอนนี้ฉันไม่อยากจะอยู่ใกล้เขา

                “ทำไม? โกรธอะไร”

                “เปล่าค่ะ แค่อยากกลับ...” สีหน้าคนที่ยืนหิ้วของอยู่ตรงข้ามเริ่มมองอย่างไม่พอใจ ใช่สิเจอกันวันที่เขาไปรับเขาก็มองแบบนี้

                “เจ้าเอยพี่เริ่มจะหงุดหงิดแล้วนะ หยิบกระเป๋าแล้วตามพี่มาเดี๋ยวนี้” เขาสั่งเสียงเข้ม แววตาที่มองฉันมันก็ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ฉันเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะข่มใจเดินตามเขาไปขนาดอยู่ในลิฟต์ก็อยากจะกลั้นหายใจกลัวว่าถ้าทำอะไรผิดไปเขาจะรำคาญมากกว่าเดิม

                “ถือ ถือช่วย” ฉันยื่นมือไปยังคนที่ยังทำหน้านิ่งแต่ไม่รู้ว่าตอนที่พูดออกไปเขาทำหน้ายังไงเพราะฉันไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมองเขาเลยสักวิ แต่ร่างหนาที่ขยับมาจนชิดและเขาโน้มเข้ามาใกล้วางคางที่กลางกระหม่อมนั่นทำให้ฉันหัวใจเต้นแรงตึกตักอย่างห้ามไม่อยู่อีกครั้ง เก่งจริงนะทำให้คนอื่นหวั่นไหวน่ะ

                “ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่รู้ว่าทำอะไรผิดแต่อย่าโกรธพี่เลยนะ” พี่เดย์กระซิบบอกเสียงนุ่มเหมือนเขาเองก็รู้สึกไม่ดีที่ฉันเป็นแบบนี้

                “ปะถึงแล้วรหัสห้อง 2002” เราเดินไปถึงห้องๆหนึ่งพี่เดย์ก็กระซิบบอกรหัสข้างหูฉันกดตามที่เขาบอกเมื่อประตูปลดล็อคเสียงคุยกันดังลั่นทำให้รู้ว่ามีคนอยู่ในห้องฉันชะงักเท้าตัวเองก่อนจะขยับเบี่ยงตัวหลบออกมาปล่อยให้พี่เดย์ที่เป็นเจ้าของห้องเดินเข้าไปก่อน

                “ช่วยพี่เอาของเข้าตู้เย็นก่อนนะ” พี่เดย์หันมาบอกเมื่อเขาวางถุงที่หอบหิ้วมาลงบนโต๊ะทานข้าวฉันพยักหน้ารับวางกระเป๋าตัวเองไว้บนโต๊ะและเดินไปเปิดตู้เย็น แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นมานั้นทำให้ฉันเริ่มจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องซื้อของเข้ามาเยอะแยะก็ในตู้เย็นเขามีน้ำเปล่าสองขวดใหญ่แล้วก็เบียร์อีกประมาณเจ็ดกระป๋อง

                “ไอ้เดย์!! มึงมาช้า” เสียงตะโกนดังลั่นห้องพร้อมกับเสียงก่นด่าสลับกันไปมาดังใกล้เข้ามาแต่เสียงนั้นก็เงียบไปเมื่อร่างพวกเขาก้าวเข้ามาในห้องและเห็นฉัน

                “สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้พี่ๆไปอย่างตกใจพวกเขาก็รับไหว้ด้วยท่าทีตกใจเช่นเดียวกัน

                “ครับ ไปไหนกันมาทำไมถึงได้พาน้องมาด้วย” พี่พาร์คเอ่ยถามพี่เดย์สายตาจับผิดส่งตรงไปยังร่างสูงที่ยืนหยิบผักและกุ้งออกจากถุง

                “ธุระ ทานข้าวหรือยังจะทำยำให้น้องก่อนเอาด้วยไหม” พี่เดย์ถามเพื่อน

                “แหมไม่น่าถามนะมึง พวกกูนี่ไม่เคยปฏิเสธ”

                “ก็ว่าอยู่ ขอเวลาแปบหนึ่งจะรีบไปช่วย”

                “เออๆ พวกกูพักไว้ก่อนดีกว่ารอทานเสร็จค่อยทำต่อ” พี่มอนเดินไปนั่งที่เก้าอี้มือก็ลื้อค้นของในถุงดู ฉันเลิกสนใจพี่ๆและนำขวดน้ำที่อยู่ในแพ็คเข้าไปแช่ในตู้เย็นส่วนเบียร์ฉันขยับไปวางชิดขอบตู้แทน

                “ขนมเยอะขนาดนี้มึงกินหมดเหรอเดย์”

                “มอนอย่าลืมมันไม่กินขนมนะ”

                “มึงต้องถามว่ามันซื้อมาให้ใครถึงจะถูก” ซื้อมาให้ใครอย่างนั้นเหรอ? จะว่าไปยังไม่เจอพี่องุ่นเลยนะหรือว่าพี่เขาติดเรียนไม่แน่อาจจะตามมาทีหลังก็ได้

                “น้องเจ้าเอยครับ”

                “คะ?”

                “อันนี้ใครเลือกมาเหรอ” พวกขนมและเยลลี่เหรอ ก็ฉันเองไงพี่เดย์บอกให้เลือกมานี่นา

                “หนูเองค่ะ ทำไมเหรอคะ”

                “พี่ขอชิมหน่อยได้ปะ”

                “อ้อ ได้ค่ะเอาเลย” ฉันอนุญาตซื้อมาตั้งเยอะนี่นาทุกยี่ห้อมันจะมีสองชิ้นอยู่แล้วเพราะฉันหยิบมาหนึ่งชิ้นพี่เดย์จะหยิบตามมาอีกหนึ่งชิ้นขนมก็เหมือนกัน ฉันจัดเก็บของใส่ตู้เย็นเสร็จเรียบร้อยพี่เดย์ก็เริ่มทำยำให้ส่วนขนมพี่เดย์เอาไปแช่ในตู้เย็นไว้หมดเลยส่วนพวกเยลลี่เขาหากระปุกใสมาใส่ให้แล้ววางไว้บนโต๊ะอาหาร ส่วนเพื่อนพี่เดย์กำลังทำอะไรสักอย่างพรางหัวเราะคิกๆอยู่กับโทรศัพท์

                “พี่เดย์”

                “หือ?”

                “หนูไปเข้าห้องน้ำนะ” ฉันบอกพี่เดย์หันกลับมาก่อนจะกวักมือให้เดินเขาไปใกล้เขา

                “รหัสห้องนอน 1402 ไปเข้าในห้องนอน” แต่ตรงนี้ก็มีห้องน้ำไม่ใช่เหรอแล้วก็ไม่มีใครเข้าด้วยแต่ฉันก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปอยู่แล้วเพราะกลัวว่าเขาจะหงุดหงิดใส่ ฉันเดินไปที่ห้องนอนกดรหัสห้องนอนอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปเข้าห้องน้ำสรุปห้องเขามีรหัสสองชั้นคือรหัสห้องที่ประตูใหญ่และรหัสห้องนอน ห้องนอนสีทึบของตกแต่งมีไม่เยอะมุมห้องใกล้ระเบียงมีโซฟาตัวยาวอยู่หนึ่งตัวฉันเดินไปเข้าห้องน้ำตามที่บอกไว้แต่พอออกจากห้องน้ำสายตาก็สบมองสิ่งที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนรูปนั้น รูปครอบครัวพี่เดย์ จะว่าไปตั้งแต่กลับมาถึงยังไม่ได้ไปเจอคุณป้าเลยมีแค่โทรคุยกันแค่นั้น แต่นั่นมัน...

                รูปคู่ในวัยเด็กของฉันกับพี่เดย์วางอยู่ข้างๆกรอบรูปครอบครัวเขา...

 

 

========================= 

ได้อ่านคอมเม้นแล้วมีกำลังใจอัพ มันสะท้อนให้เห้นว่าทุกคนมีความสุขและสนุกไปกับเนื้อเรื่อง ขอบคุณที่คอมเม้นนะคะ  

ความคิดเห็น