facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 2-3 หัวใจกำลังมอดไหม้

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-3 หัวใจกำลังมอดไหม้

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 889

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2562 12:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-3 หัวใจกำลังมอดไหม้
แบบอักษร

ปี๊บ ปี๊บ เมื่อไฟสีแดงจากโทรศัพท์สำนักงานบนโต๊ะสว่างวาบ จินฮึนเลยโบกมือสั่งให้หัวหน้าทีมควอนที่มีแววตาตกใจเล็กน้อยออกไป ระหว่างอีกฝ่ายเอ่ยลา เขาก็ยกหูโทรศัพท์ขึ้นแล้วตอบรับด้วยพูดว่าให้เข้ามาได้ เพราะเลขาแจ้งว่าหัวหน้าฝ่ายลีมาพบ ผู้เข้าพบคนใหม่เดินสวนกับหัวหน้าทีมควอน จากนั้นก็ครางในลำคอสั้นๆ หลังจากเห็นใบหน้าคุ้นเคยเดินตามหลังหัวหน้าฝ่ายลีเข้ามา เขาวางหูโทรศัพท์สำนักงานลง  

“ว้าว ผมได้พบประธานของซลในห้องทำงานตัวเองเลยนะครับเนี่ย” 

ประธานซล เอนเตอร์เทนเมนต์ใจฝ่อขณะเดินตามหลังหัวหน้าฝ่ายลี จินฮึนถอดสูทตัวนอกออกแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ เขาพับแขนเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าที่ใส่อยู่ขึ้นเมื่อเห็นท่าทางกึ่งนั่งกึ่งยืนพร้อมหลบสายตาเขาอยู่ตรงหน้าโซฟา  

“ผมทราบแล้ว ยังไงหัวหน้าฝ่ายลีออกไปก่อนนะครับ” 

ไหนๆ ก็ออกไปแล้ว ช่วยสั่งให้พวกเลขาปิดปากด้วย หัวหน้าฝ่ายลีออกจากห้องทำงานไปเงียบๆ ทันทีเมื่อจินฮึนพูดจบประโยค ใบหน้าของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาซีดเผือด  

“ท่านประธานจำเด็กที่ชื่อยูโนอึลได้ไหมครับ” 

มีคนเข้าพบทั้งที ดันไม่มีชาเตรียมต้อนรับเลย... อีกฝ่ายกลืนน้ำลายดังเอื๊อกกับคำพูดเจ้าของห้อง จินฮึนยืนอยู่ด้านหลังพลางเคาะบนโซฟา  

“ยูโนอึล ยูโนอึล...” 

ประธานซล เอนเตอร์เทนเมนต์พึมพำชื่อโนอึลซ้ำไปซ้ำมาอย่างไร้เสียงขณะย้อนความทรงจำ จินฮึนบิดคอไปมา 

“นานขนาดนี้แล้วยังไม่ตอบ ก็แสดงว่าจำไม่ได้สินะครับ” 

ก่อนจะตัดบทในชั่วพริบตา จริงๆ เวลามันก็เพิ่งผ่านไปแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นต่างจากคำว่านานไปมาก อีกฝ่ายหน้าซีดแต่ไม่สามารถแย้งว่าไม่ยุติธรรมได้ จินฮึนเท้าแขนกับโซฟาแล้วก็ยิ้มขณะมองท่าทางของประธานซล 

“น่าสนุกเนอะ” 

ยิ้มเหมือนมันสนุกจริงๆ ก่อนจะเก็บแขนลงแล้วยืดตัวขึ้น ซึ่งต่างจากอีกคนในห้องที่คิดว่ามันไม่ใช่สถานการณ์น่าสนุกเลย 

“ผมลองสืบดูเพราะรู้จักกับกับยูโนอึลเป็นการส่วนตัว ช่วงที่เขาอยู่ในสังกัดซล เอนเตอร์ฯ ก่อนหน้านี้ ก็เลยรู้มาว่ามันน่าสนุก” 

จินฮึนพูดช้าๆ จากด้านหลังก่อนจะเดินมานั่งลงบนโซฟาตัวข้างๆ ประธานของซล เขาไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเดียวและเท้าแขนดันศีรษะของตัวเองเอาไว้ ยิ้มอ่อนๆ หลังมองคนอ้าปากค้างพร้อมเบิกตาโพลงเหมือนกับคนโง่ 

“ไม่รู้สิ... ได้ยินข่าวลือว่าหายไปเพราะเรื่องยา” 

จินฮึนพูดเบาๆ เหมือนกับสนิทสนมกับโนอึลที่พึ่งรู้จักได้ไม่นานเท่าไหร่มาก่อนหน้านี้ 

“ข่าวนั่น เขาว่ากันว่าปล่อยมาจากต้นสังกัดเก่านี่นา คุณไม่รู้เหรอ เป็นถึงประธานเลยนะ” 

ใบหน้าโกโรโกโสที่ไม่ได้โกนหนวดมาให้เรียบร้อยของคนถูกเรียกว่าประธานเคร่งเครียด นัยน์ตาสีดำฉ่ำวาวของจินฮึนมองการห่อตัวลงกับหน้าที่ซีดจนม่วงเพราะความหวาดกลัวและความเครียด เขาเปลี่ยนขาที่ไขว้กันเมื่ออีกฝ่ายอึ้งจนพูดไม่ออก จากนั้นก็มองใบหน้าโง่เขลาขณะหยิบกล่องบุหรี่ออกจากกระเป๋ากางเกง กล่องที่มีบุหรี่จัดเรียงเป็นระเบียบเปิดออกพร้อมกับเสียงเฉพาะตัวของกล่องเหล็กนั้น 

“ลองแก้ไขมันก่อนที่ผมจะเข้าไปจัดการด้วยตัวเอง น่าจะดีกว่านะครับ” 

“ครับ? คะ ครับ! ถะ ถูกต้องเลยครับ!” 

ควันกลิ่นเมนทอลเย็นๆ รดลงบนใบหน้าเคร่งเครียด จินฮึนคีบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้วพลางโบกมือเหมือนสั่งว่าไหนลองพูดมาสิ เมื่อได้สติกับคำว่า ’ด้วยตัวเอง’ จากปากกับการขยับมือของจินฮึน ประธานซล เอนเตอร์ฯ ก็ทำสีหน้าคล้ายร้องไห้ในไม่ช้า เรียกได้ว่าเลือกทางเดินผิดอย่างมาก อีกฝ่ายใช้สมองอย่างรวดเร็วระหว่างที่พูดออะไรไม่ออกสักคำ  

เสียงการใช้ความคิดห่วยแตกภายในหัวของอีกฝ่ายดังออกมาจนถึงข้างนอก จินฮึนละเลียดสูบบุหรี่มองประธานต้นสังกัดเก่าของโนอึลยุ่งกับการคิดหาวิธีทั้งหมด  

แต่เมื่อบุหรี่ในมือไหม้ไปครึ่งหนึ่ง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อก็สั่นเบาๆ จินฮึนหยิบมันออกมาเช็กดูหน้าจอ ซึ่งข้อความแจ้งเตือนว่าจัดการโคชีวอนกับร้านสะดวกซื้อที่โนอึลเคยทำงานเรียบร้อยแล้วปรากฏขึ้น     

เขาจึงยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็คาบบุหรี่ไว้ในปากแล้วแตะหน้าจออย่างรวดเร็วเพื่อส่งข้อความกลับไปสั่งให้แจ้งเนื้อหาเกี่ยวกับงานให้โนอึลเพิ่มเติมด้วย แล้วยัดโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าเสื้ออีกครั้ง 

“ดะ เดี๋ยวผมจะสั่งให้คนจัดการเกี่ยวกับข่าวลือให้ครับ” 

“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว” 

จินฮึนทิ้งบุหรี่ที่ไหม้ไปจนถึงก้นกรองแล้วลงบนที่เขี่ยบุรี่ ก่อนจะยักไหล่มองคนพูดด้วยความหนักแน่น 

“ถ้าไม่ได้คิดจะเล่นตลกกับฉัน ก็พูดให้เคลียร์ด้วย เพราะฉันไม่ยอมอยู่เฉยๆ แน่ ไม่ได้ใจดีขนาดนั้น” 

เขาใช้นิ้วที่เคยคีบบุหรี่เคาะลงบนใบหน้าที่ใครๆ ก็เอ่ยทักว่าสดใส ประธานซล เอนเตอร์เทนเมนต์กุมมือสั่นเทาของตัวเองเอาไว้แน่นเมื่อเห็นท่าทางนั้น 

เรื่องราวเกี่ยวกับเบื้องหลังของผู้อำนายการคังจินฮึน ลูกชายคนที่สองของแทอุงกรุ๊ปถูกพูดถึงกันอย่างมากมาย 

นิสัยเย็นชาเหมือนท่านประธานคังผู้เป็นพ่อ เรียกว่าแทบจะยกดีเอ็นเอด้านดีๆ มาทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ ความสูงพอเหมาะกับใบหน้าสมชายชาตรี ลาดไหล่กว้าง กระทั่งรูปร่างก็ดูแข็งแรงเป็นอย่างมาก เขามีรูปลักษณ์ภายนอกที่น่าหลงใหล เท่านั้นไม่พอ ยังมีเพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง ทั้งการเป็นทายาทนักธุรกิจผู้มั่งคั่งรุ่นสาม จนถึงตำแหน่งผู้อำนายการของแทอุง อิเล็คโทรนิกส์ เมื่อมองจากคุณสมบัติเหล่านี้ จึงมีผู้หญิงที่มองทรัพย์สมบัติกับรูปลักษณ์ภายนอกอันโดดเด่นแล้ววิ่งเข้าหาอยู่มาก ซึ่งมักจะเต็มไปด้วยพวกนักแสดงหรือนักร้องที่คิดว่าหากไม่สามารถเป็นคนรัก ได้เขามาเป็นสปอนเซอร์ตัวเองก็ยังดี แถมพักหลังนี้ยังมีข่าวลืออีกว่าไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้น เขายังนอนกับผู้ชายด้วย ดังนั้นก็เลยมาพวกผู้ชายมาตามติดเพิ่มอีก 

บางวันเขาก็พานักแสดงหญิงที่มีชื่อเสียงในเกาหลีใต้ไปด้วย และขณะปรากฏตัวในสถานที่รวมตัวของโลกผู้มีอิทธิพล เขาก็เปิดปากด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ 

‘ขอโทษที แต่ถ้าหน้าตาไม่ดีก็ช่วยไปไกลๆ ฉันหน่อย ทนมองลำบาก’ 

หลังจากวิจารณ์ด้วยคำพูดที่ไม่ใช่ว่าใครๆ จะพูดได้อย่างหน้าตาเฉยเสร็จและไล่คนพวกนั้นออกไป แต่น่าขำเพราะคำวิจารณ์ที่รุนแรงนั้นกลับทำให้พวกคนดังหน้าตาดีเข้ามารายล้อมเขาเพิ่มเสียอีก 

เขามีชื่อเสียงจากการปรากฏตัวอย่างกะทันหันด้วยใบหน้าหล่อเหลา แม้แต่ในสายตาของผู้ชายด้วยกันเอง แต่ก็มีข่าวลือออกมาว่า ความจริงแล้วจินฮึนไม่ได้เป็นลูกที่เกิดจากภรรยาเอก เพราะถึงแม้เขาจะมีความสามารถโดดเด่นกว่าพี่ชายขนาดไหน ก็ยังถูกเรียกว่าผู้อำนวยการอยู่เรื่อย บวกกับไม่มีส่วนไหนเลยที่คล้ายภรรยาเอกของท่านประธานคัง แล้วหลังจากนั้นก็มีการกล่าวขานว่าเขาเป็นผู้ป่วยโรคจิตยิ่งกว่าคนถูกสงสัยว่าเป็นโรคจิตอย่างผู้อำนวยการโดอีกอมของดีเอสเสียอีก  

ทว่าพอเริ่มมีความสงสัยว่าไม่ใช่ผู้ป่วยโรคจิตเวชหรอกเหรอ ไม่นานนิสัยแท้จริงของเขาก็ปรากฎ เขาเรื่องมากสุดๆ ต่างจากใบหน้าที่ดูสบายๆ เหมือนนิสัยเดิมของเขาค่อนข้างซับซ้อน  

ถ้าหากไม่พอใจ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะหยิบจับอะไรก็ตามที่เห็นตรงหน้าโยนออกไป หรือไม่ก็ด่าทอและดูถูกต่อหน้าคนๆ นั้น ซึ่งคนที่โดนเชาทำแบบนั้นเริ่มจากหนึ่งคน เป็นสองคน เป็นสิบคน แล้วก็กลายเป็นสามสิบคน ซึ่งระหว่างนั้นก็มีคนที่ชีวิตล่มจมไปเลยปรากฏออกมา เช่น นักแสดงที่ถูกบุหรี่จี้หน้าจนไม่สามารถทำการแสดงต่อได้ นักร้องโดนเอาเหล้าที่อุ่นด้วยไฟรินรดลงไปบนลำคอจนไม่สามารถร้องเพลงได้ นางแบบที่ไม่สามารถทำงานให้เป๊ะได้ ก็ถึงขนาดกลับมาเดินแบบต่อไม่ได้เลยทีเดียว โดยคนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยก็ไม่ได้มีแค่คนสองคน 

“แล้วฉันต้องรออีกนานไหม หื้ม? ไม่ตอบรับสักที” 

น้ำเสียงปนหัวเราะเบาๆ ทิ่มแทงเข้าไปในหูของคนที่กำลังนึกถึงเรื่องนั่นนี่เกี่ยวกับอีกฝ่ายอยู่ ประธานซล เอนเตอร์ฯ เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ จากนั้นก็หน้าซีดเผือกเมื่อเห็นจินฮึนกำลังหัวเราะขณะสบตา ราวกับกำลังสนุกเต็มที 

“ฉันเบื่อการรอคอย จะให้อีกแค่สามวิ แต่ถ้าไม่ยอมพูดอะไรที่ถูกใจฉัน ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเด็กๆ ที่อยู่สังกัดซล เอนเตอร์เทนเมนต์อะไรนั่นดีนะ” 

เสียงนับเลขอย่างเย็นชาต่างจากรอยยิ้มที่ปรากฏใบหน้า ซึ่งแขกผู้มาเยือนก็รีบเปิดปากพูดหลังได้ยินน้ำเสียงเย็นชาราวกับจะบาดผิวด้วยความหนาวเย็น จากนั้นข้อความแจ้งว่าโนอึลไปถึงโรงพยาบาลตามเวลาที่กำหนดก็เข้ามาพอดี จินฮึนจึงยิ้มกว้างมากกว่าปกติ 

 

* * * 

 

“โอ๊ะ พี่ ทำไมกลับช้าขนาดนี้ล่ะ” 

“มาแล้ว ก็มาทานข้าวซะสิ” 

“ไม่ล่ะครับ ผมมีงานค้างอยู่” 

อึนจินวางช้อนในมือลงเมื่อเห็นพี่ชายเพิ่งเลิกงานพร้อมกับถือกระเป๋าโน้ตบุ๊กเข้าบ้านมาด้วย จินฮึนเอ่ยปฏิเสธสั้นๆ กับคำชวนเรียบๆ ของท่านประธานคังที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอาหารคนเดียว ก่อนที่อึนจินจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อเดินไปหาคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทานอาหารแล้วแขนไว้ เธอดึงเขามาทางที่นั่งของตัวเองอย่างขี้เล่นพลางยู่ปาก 

“พี่ ทานข้าวแล้วค่อยไปทำงานสิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับพี่อะ” 

“นั่นสิจินฮึน ทานข้าวก่อน แล้วค่อยไปทำงานเถอะ” 

จินฮยอนประจำที่ของตัวเองและทานข้าวอยู่เงยหน้าไปทางคนที่ไม่ยอมขยับเขยื้อนสักนิดกับคำพูดของน้องสาว สายตาคมกริบของจินฮึนประสานกับสายตานุ่มนวลของจินฮยอน จินฮึนหัวเราะเบาๆ กับสายตาเหมือนเป็นห่วงน้องชายที่ทำงานจนดึก 

“ไม่เป็นไรครับ เลขาเอาของทานเล่นมาให้ทานบ้างแล้ว ผมก็เลยไม่หิวเท่าไหร่” 

“คุณชาย ถึงอย่างนั้น...” 

“อึนจิน ถ้ามีเรื่องจะคุยกับพี่ พอทานข้าวเสร็จแล้ว ก็เอาของของว่างขึ้นมาด้วยล่ะ” 

“อื้อ รู้แล้ว” 

จินฮึนพูดแทรกคำพูดของพี่สะใภ้ผู้เกล้ามวยผมอย่างเรียบร้อยและนั่งอยู่ข้างๆ จินฮยอนเหมือนไม่อยากฟังอีกต่อไป เขาก้มหัวทักทายท่านประธานคังที่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากล่าวชวนแค่หนึ่งครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องทานข้าวอย่างไร้เยื่อใยแล้วก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสาม 

คฤหาสน์ชองดัม ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปจากสิ่งที่โนอึลรู้ในอดีต พอมองอย่างถี่ถ้วนแล้วก็จะพบว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปมีแค่ภาพแขวนผนังกับดอกไม้ในแจกันเท่านั้น แม้แต่วอลล์เปเปอร์ก็เป็นสีเดิมเหมือนตอนนั้น พื้นก็ไม่มีอะไรต่างเช่นกัน เพราะถึงมันจะถูกซ่อมแซมปูใหม่ แต่ก็เป็นแบบและลวดลายเดียวกับในอดีต จินฮึนออกแรงจับกระเป๋าโน้ตบุ๊กในมือแรงขึ้นนิดหน่อยกับทางเดินที่เต็มไปด้วยความสวยงามจากฝีมือมนุษย์ ทว่ามันกลับไม่มีความเป็นมิตรอยู่เลยสักนิด ขณะย่นหน้าตามรูปที่แขวนอยู่ตรงผนัง เขาก็เหยียบบันไดขึ้นสุดท้ายของชั้นสามพอดี จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังห้องนอกของตัวเอง 

ห้องนอนของจินฮึนกินอาณาเขตมากกว่าครึ่งของชั้นสาม มันถูกเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นห้องกว้างห้องเดียวโดยไม่มีกำแพงกั้นตามสไตล์ชองจินฮึน เช่น ห้องหนังสือกับห้องทำงาน และห้องนอนกับห้องน้ำ เขาเดินเข้ามาในห้องของตัวเองที่บางครั้งก็โดนอึนจินเรียกว่าพื้นที่ของคนลาม หลังจากโยนกระเป๋าโน้ตบุ๊กที่ตัวเองถือมาลงบนโซฟา ก็ถอดเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ทีละชิ้นและโยนมันลงบนพื้น เริ่มจากเสื้อนอกไปยังเสื้อกั๊ก จากกางเกงไปถึงชั้นใน เมื่อถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดแล้ว จินฮึนก็นอนเหยียดลงในอ่างอาบน้ำที่เปิดน้ำทิ้งไว้ ก่อนจะหลับตาลงเพราะความเหนื่อยและความรำคาญที่ค่อยๆ พุ่งขึ้นมาช้าๆ  

น้ำในอ่างถูกเติมเต็มอย่างพอเหมาะ ในที่สุดจินฮึนก็เริ่มเข้าสู่การพักผ่อนภายในสถานที่ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวเขาเอง ที่นี่ไม่มีใครเข้ามาได้ถ้าหากไม่ได้รับอนุญาตจากเขา เพลิดเพลินกับการพักผ่อนอันสงบสุขในพื้นที่ไร้กำแพง ซึ่งมันสามารถมองเห็นคนที่แอบเข้ามาอย่างไม่มีมารยาทได้ทันที  

ไม่นานหลังนอนอยู่ในอ่างอาบน้ำด้วยความเหนื่อยล้าพอสมควร จินฮึนก็ก้าวออกมาจากอ่างและเริ่มล้างตัว ร่างกายกำยำเพราะเล่นกีฬาหลายประเภทเย็นสบายเพราะน้ำเย็นๆ เมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เขาก็สวมกางเกงออกกำลังกายตัวบางเพียงตัวเดียวโดยไม่สวมชั้นในอย่างที่เคยทำเป็นประจำ และเดินออกมาจากพื้นที่ที่ถูกแบ่งไว้เป็นห้องน้ำ 

สมาชิกในครอบครัวจำนวนสี่คนของคฤหาสน์ชองดัมพูดคุยสัพเพเหระกันยาวพอสมควร ท่านประธานคังทำตัวเป็นพ่อผู้เอาใจใส่ต่างจากเรื่องราวที่มันเกิดขึ้น ลูกชายคนโตอย่างจินฮยอนก็ทำตัวเป็นลูกชายที่เชื่อฟังคำพูดของพ่อ จางโซยอง ภรรยาผู้ขี้ขลาดของจินฮยอนก็มัวแต่ยุ่งกับการสังเกตุน้องสะใภ้และคุณพ่อสามี ส่วนอึนจินเมื่อเห็นพี่สะใภ้สังเกตตัวเองแบบนั้นก็เจตนายื้อบทสนทนาให้ยาวขึ้น ดังนั้นจินฮึนก็เลยสามารถออกกำลังกายได้อย่างสบายใจ เขากางเสื่อใต้หน้าต่างบานกว้างซึ่งมองเห็นวิวข้างนอก จินฮึนนั่งยืดขาอยู่บนเสื่อแล้วก้มตัวลงไปจับฝ่าเท้าอย่างหน้าตาเฉย โดยที่เสียงหายใจไม่ได้หนักขึ้นเลยสักครั้งเดียวและค้างอยู่ท่านั้นเป็นเวลานาน จากนั้นเขาก็เปลี่ยนท่า ซึ่งมันไม่มากนัก เช่น เปลี่ยนท่ามานั่งสบายๆ บิดเอวซ้ายทีขวาที สักพักก็นอนคว่ำพร้อมกับยันเสื่อไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะยกขาขึ้นมาและค้างไว้แบบนั้น จับเวลาอย่างสงบและเปลี่ยนท่าอย่างสม่ำเสมอ 

จินฮึนวางมือที่ประสานกันไว้ลงบนเสื่อแล้วยันหัวของตัวเองเอาไว้ระหว่างสองมือ เขายืดตัวขึ้นอย่างแข็งแรงเหมือนกับท่าหกสูงในสถานที่ที่ไม่มีกำแพงให้เอนพิงเลย ค้างอยู่สักพักจนรู้สึกถึงเลือดที่ไหลกลับด้านไปกองรวมกัน กระทั่งอึนจินถือจานใส่ผลไม้ที่เขาชอบกินหลายชนิดเดินเข้ามาในห้อง 

ความคิดเห็น