email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาท่านอ๋อง10 : แผนล่อลวง

ชื่อตอน : ชายาท่านอ๋อง10 : แผนล่อลวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2562 14:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาท่านอ๋อง10 : แผนล่อลวง
แบบอักษร

ยามค่ำของอีกวัน  

ลี่จิงออกมารอจ้าวชิงถีตามที่รับปากเมื่อคืนนี้ นางรออยู่ได้ไม่นานเขาก็ออกมาสมทบกับนาง วันนี้นางแอบสังเกตุเห็นว่าเขาแต่งตัวไม่เหมือนวันก่อนๆ วันนี้ชายหนุ่มมาในอาภรณ์ชุดเขียวน้ำทะเลตรงปกเสื้อปักด้วยด้านสีทองอาภรณ์พริ้วไสวเหมาะสมกับเขายิ่งนัก วันนี้เขารวบผมขึ้นทั้งหมดไม่ปล่อยลงครึ่งหัวเหมือนก่อน ส่วนนางน่ะหรือ นางโดนเขาสั่งให้แต่งเหมือนบุรุษ คราแรกนางก็กลัวอยู่ว่านางจะแต่งออกมาเหมือนไป๋เหลี่ยนเกินไปหรือเปล่า แต่เพราะนางเพียงแค่ใส่เสื้อผ้าของบุรุษเท่านั้นไม่ได้อำพรางรูปร่างให้อวบอ้วนเหมือนแต่ก่อน และไป๋เหลียนเองก็หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวนัก แต่วันนี้นางแต่งออกมาแล้วดูเหมือนบุรุษที่เพิ่งแตกหนุ่มหน้ายังอ่อนเยาว์อยู่มากกว่า นางกับเขาขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้ไปยังหอสดับเดือนทันที  

"ท่านจะบอกข้าได้หรือยังว่าทำไมท่านถึงพาข้าไปที่นั่น แล้วท่านให้ข้าแต่งเป็นบุรุษทำไม" ระหว่างที่กำลังนั่งรถม้าไปนั้น นางจึงถือโอกาสถามคำถามที่นางข้องใจมาได้สักครู่แล้ว 

"พอไปถึงหอสดับเดือน ข้าอยากให้เจ้าไปช่วยลัาวหลานเสียหน่อย วันนี้นางจำเป็นต้องทำงานที่เสี่ยงมากๆถ้าได้เจ้าช่วย นางจะได้ไม่รู้สึกกลัว" ลี่จิงเบะปาก เขาอยากให้นางช่วยอนุของเขาเนี่ยนะ 

"ทำไมข้าจะต้องช่วยด้วยเล่า นางเป็นอนุของท่านท่านไม่ช่วยเองล่ะ ปล่อยให้นางไปรับแขกทำไมล่ะ"  

"เจ้าไม่อยากรู้หรือไงว่าตี้ลี่มันทำการค้าอะไรน่ะ" คำถามนี้ทำให้ลี่จิงต้องคิดทบทวนใหม่ 

"แล้วทำไมข้าจะต้องอยากรู้จักเจ้าหมอนั่นด้วย" แต่นางก็ยังคงไม่อยากแสดงออกไปให้เขารู้ว่านางเองก็สนใจในตัวตี้ลี่เช่นกัน 

"ข้าก็นึกว่าเจ้าก็อยากบอกเรื่องนี้แก่พี่ชายของเจ้าเสียอีก...เอ๋ จะว่าไปแล้วตั้งแต่ข้าแต่งกับเจ้าข้าเองก็ยังไม่เคยพบพี่ชายของเจ้าเลยสักครา ครั้งที่เรากลับไปเยี่ยมบ้านเจ้าก็เช่นกัน" พูดถึงตรงนี้ร่างบางก็ถึงกับไปไม่ถูก นางจะตอบเขาได้อย่างไรล่ะ ว่านางกับไป๋เหลี่ยนคือคนๆเดียวกันน่ะ 

"พี่ชายของข้าไม่ค่อยจะว่างสักเท่าไหร่นัก...ท่านก็รู้ว่ากิจการของตระกูลข้าเยอะแยะมากมายเพียงใด เวลาอยู่บ้านเขายังแทบไม่มีเลย" ลี่จิงรีบแก้ตัวแทน "เราอย่าคุยถึงเรื่องนี้เลย เอาเป็นว่าข้าจะยอมช่วยนางก็แล้วกัน ท่านอยากให้ข้าช่วยนางอย่างไรก็รีบบอกมาเถิด"  

จ้าวชิงถียกยิ้ม ก่อนจะทำเป็นเออออตามนางไป แล้วจึงเล่าถึงหน้าที่ที่นางจะต้องไปทำในค่ำคืนนี้ที่นางจะต้องช่วยลั่วหลานอย่างไร  

ลี่จิงเข้าใจถึงแผนของเขาดี นางเพิ่งจะรู้ว่าจ้าวชิงถีเป็นคนที่รอบคอบและแม่นยำพอตัว ถึงว่าเล่าเป็นเชื้อเจ้าเชื้อวงศ์จำต้องฉลาดและเก่งกาจเช่นนี้เลยหรือไงกัน แต่ที่นางอยากจะช่วยก็เพราะว่านางอยากรู้ว่าตี้ลี่ผู้นี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นเช่นไรหรอกนะ 

หลังจากที่มาสบทบกับลั่วหลานและอาเจินที่หอสดับเดือนแล้ว ลี่จิงก็ขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะแห่งหนึ่งซึ่งลั่วหลานจะล่อให้เขาขึ้นมานั่งดื่มเหล้ากับนาง หน้าที่ของลี่จิงก็มีแค่แอบฟังเท่านั้น  

ไม่นานดูเหมือนแผนจะเริ่มขึ้นแล้ว ลั่วหลานใช้มารยาล่อลวงเขาให้ขึ้นมานั่งดื่มกับนางได้ บทสนทนาระหว่างทั้งคู่ดูจะสอิดสะเอียนพอสมควรโดยเฉพาะตี้ลี่ที่คอยพูดจาแทะโลมลั่วหลานไปเรื่อย 

"มาดื่มๆ" ตี้ลี่ยกจอกเหล้าขึ้น  

ลั่วหลานยิ้มรับก่อนจะหยิบจอกเล่าขึ้นมาเช่นกัน นางกำลังจะยกเหล้าเข้าปากแต่ลี่จิงก็สะกิดขานางก่อน ลั่วหลานแหลตาลงมามองด้านล่างเห็นนางทำท่าว่าให้ส่งจอกเหล้ามาให้นางแทน ลั่วหลานสีหน้าหนักใจแต่ลี่จิงก็เร่งนางให้ส่งมาให้ตน สุดท้ายนางจึงได้แต่ส่งจอกเหล้าไปให้ลี่จิง 

ลี่จิงรับมาดื่มจนหมดแก้ว ยังไงซะวันนี้นางก็มาช่วยลั่วหลานแล้ว นางจะให้เสียแผนไม่ได้เพราะถ้าลั่วหลานเมาล่ะก็ แผนก้จะจบลงทันที ทุกครั้งที่ตี้ลี่ให้ดื่ม นางจึงต้องดื่มแทนลั่วหลานท่ากครั้งไป เพียงแค่ให้ลั่วหลานแกล้งเมาเท่านั้นก็พอ 

เวลาล่วงเลยผ่านไปไม่รู้ว่านางดื่มหมดไปกี่จอกแล้ว แต่ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกว่านางเมามากแล้ว ลี่จิงจึงสะกิดขาของลั่วหลานเป็นสัญญาณว่านางไม่ไหวแล้ว  

"ท่านตี้ลี่เจ้าคะ ข้าเป็นเพียงนางโลมขายเสียงเพลง ข้ามิชินกับการดื่มสุราเท่าใดนัก...ไม่ทราบว่าท่านจะพาข้าเข้าห้องพักได้หรือไม่" ลั่วหลานแกล้งเอามือมากุมศรีษะใบหน้ามึนเมาเพราะรสสุรา 

"ได้สิๆน้องลั่วหลาน...พี่ตี้ลี่เองจะพาเจ้าไปพักผ่อนเองนะจ๊ะ" ตี้ลี่ที่ท่าทางมึนเมาอยู่พอสมควรแล้วรีบเสนอตัวเองทันทีก่อนจะลุกจากที่นั่งโซซัดโซเซเข้ามาพยุงร่างบางของลั่วหลาน 

ทั้งสองพากันเดินเข้ามาในห้องของลั่วหลาน นางมองซ้ายหันขวาแต่กลับไม่รู้สึกถึงไอของใครเลย ลั่วหลานเริ่มใจไม่ดีแต่นางต้องเล่นละครต่อไป 

"น้องลั่วหลานเมามากเลยหรือจ๊ะ" ตี้ลี่ดันนางให้นอนลง ลั่วหลานเริ่มตระหนกนางรีบลุกขึ้นหนีไปที่หัวเตียงทันที 

"ขอบพระคุณท่านที่มาส่งข้า ท่านออกไปเสียเถอะ" ลั่วหลานเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ ใยท่านอ๋องจึงมาช้าเช่นนี้กัน  

"โถ่ นางลั่วหลานชวนพี่เข้าห้องขนาดนี้ เจ้าคิดว่าพี่ไม่รู้หรือไรว่าเจ้าเองก็ต้องการพี่เช่นกัน...มานี่มา มาเป็นของพี่เสียดีๆ" พูดจบเจ้าตี้ลี่ก็โถมเข้ามาขึงแขนทั้งสองของลั่วหลาน  

"ปล่อยข้านะ! ช่วยด้วยย" ลั่วหลานร้องเสียงหลง ร่างของชายแก่เนื้อตัวอวบอ้วนน่าเกลียดน่ากลัวของเขาทำให้ลั่วหลานอยากจะร้องไห้ ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นโผล่ขึ้นมาในหัวของนางทันที ภาพชายแก่หน้าตาหื่นกามกำลังขืนใจนางทั้งๆที่นางเพิ่งจะอายุ12เอง  

"ช่วยด้วย!!!" ลั่วหลานร้องไห้ออกมา เจ้าตี้ลี่ขาดสติไปแล้ว เขากระชากชุดสีสวยของนางออกทันที ลั่วหลานเองก็สู้ขาดใจนางหยิบผ้าผืนบางแถวนั้นเข้ามาปิดทันที  

"อย่าขัดใจข้า เจ้าไม่รู้หรือว่าเจ้าเล่นกับใครอยู่" ตี้ลี่ขู่เสียงแข็ง เขาพยายามจะแกะมือของลั่วหลานออกให้ได้  

ตุบ!!!  

เสียงของแข็งกระแทกกับผิวเนื้อดังสนั่นห้อง ก่อนที่ร่างขอตี้ลี่จะสลบเหมือดลงไปบนเตียงทันที ลั่วหลานหันไปมองคนที่เข้ามาช่วยนางทันที  

"พระชายา"  

ลี่จิงที่ยืนเอียงไปเอียงมาท่าทางเหนื่อยล้ากำลังจับแจกันหินอ่อนใบใหญ่ในมือของตัวเอง นางจ้องมองไปที่ตี้ลี่ด้วยความโกรธพลางจะยกขึ้นตีอีกครั้งแต่ร่างที่โผล่เข้ามาจากทางหน้าต่างก็จับมือของนางห้ามไว้ได้ทัน ลี่จิงหันไปมองจึงพบว่าเป็นจ้าวชิงถีเขามีสีหน้าที่ตกใจนิกหน่อยกับการกระทำของนาง  

"ทำไมท่านเพิ่งมา" นางเอ่ยขึ้นน้ำเสียงไม่มั่นคงแต่ก็เป็นการต่อว่าเขาปรายๆ 

จ้าวชิงถียึดแจกันในมือของนางกลับไปไว้ที่เดิม เขาเองก็นึกไม่ถึงว่าพวกลูกน้องของตี้ลี่จะมีเยอะขนาดนี้ เขาผิดเองที่ไม่ได้คิดถึงตรงนี้ให้ดีก่อน โชคดีที่ท่านอัครเสนาบดีเข้ามาช่วยสมทบด้วย กว่าจะจัดการพวกลูกน้องของตี้ลี่ได้จึงล่าช้าไปบ้าง  

จ้าวชิงถีรีบเข้าไปพยุงร่างของลั่วหลานทันทีก่อนจะหาผ้าผืนหนามาคลุมตัวนางเอาไว้ พยุงนางลุกขึ้นจากเตียง ตอนนั้นเองที่อาเจินและท่านอัครเสนาบดีหยางเสาเฟิงเข้ามาสมทบ 

"เจ้าตี้ลี่เล่า" หยางเสาเฟิงถามทันที ก่อนจะหันไปเห็นว่าสลบคาเตียงไปแล้ว  

"ลั่วหลานข้าขอโทษเจ้าที่ข้ามาช้าไป เจ้าชั่วนั่นไม่ได้ทำอะไรเจ้าใช่มั้ย" จ้าวชิงถีหันมาถามลั่วหลานที่ยืนตัวสั่นอยู่ในออมกอดเขา 

"ข้าไม่เป็นไรเพคะ โชคดีที่พระชายาเข้ามาช่วยข้าไว้" ลั่วหลานตอบ ทุกคนจึงหันไปมองลี่จิงเป็นสายตาเดียว 

ลี่จิงหาได้ตอบใครไม่ ตอนนี้นางเริ่มจะสติเลื่อนลอยแล้ว นางคล้ายว่าจะเป็นลมเสียตรงนั้น ตอนนั้นเองที่โลกดับมืดลง เปลือกตาของนางปิดสนิทร่างของนางล้มลงพับไปกับพื้นทันที หลังจากนนั้นนางก็หาได้รู้เรื่องอันใดอีก 

"พระชายา" ทุกคนร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อร่างบางของลี่จิงล้มลงไปนอนบนพื้น จ้าวชิงถีรีบปล่อยลั่วหลานทันทีก่อนจะเข้ามาอุ้มนางขึ้น 

"ลั่วหลานนางเป็นอะไร" เขาถามลั่วหลานเสียงดุ เห็นใบหน้าที่แดงก่ำของลี่จิงแล้ว คล้ายนางจะถูกวางยาเข้าเสียแล้ว 

"พระชายา...ดื่มสุราแทนข้าเจ้าค่ะ ข้าไม่ทันระวังเองท่านอ๋องโปรดอภัยด้วย" ลั่วหลานรีบก้มหน้าลง 

"หรือว่าในสุราจะมีพิษ" หยางเสาเฟิงเดินไปดมใกล้ๆตี้ลี่ก็รู้ทันที "มันตั้งใจจะใส่ยาปลุกกำหนัดลงไปในสุราเป็นแน่ กลิ่นยาบนตัวมันฉุนมาก"  

"เจ้าตี้ลี่เจ้าโจรชั่ว" จ้าวชิงถีสบดออกมาอย่างโกรธกริ้ว 

"ท่านอ๋องท่านพาพระชายากลับก่อนเถิด ส่วนเรื่องทางนี้ข้าจะจัดการเองวันนี้ถ้าไม่มีพระชายาแผนเราคงไม่สำเร็จ" อัครเสนาบดีหันมาบอกให้จ้าวชิงถีวางใจ เรื่องหลังจากนี้เขาจะจัดการเอง 

"อืม...ข้าฝากเจ้าด้วย ลั่วหลานเจ้าก็อย่าลืมที่เราคุยกันไว้ด้วยล่ะ"  

"เจ้าค่ะ"  

จ้าวชิงถีเดินอุ้มร่างบางที่สลบไสลไม่รู้ความออกไปทันที ก่อนจะรีบกลับไปยังตำหนักของตัวเองเพื่อไปหายาแก้ให้นาง หากปล่อยไว้เช่นนี้นางมีหวังได้ทรมานเจียนตายเป็นแน่ 

ยามจื่อ (23:00-24:59) 

ร่างบางของลี่จิงดิ้นไปดิ้นมาบนเตียง ผ้าห่มผืนหนาถูกเตะออกไปอยู่ตรงปลายเตียงของนาง ร่างบางลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะรู้ว่าบนตัวของนางเต็มไปด้วยเหงื่อ นางลุกขึ้นมานั่งก็ได้กลิ่นกำยานห้องฟุ้งไปทั่วห้อง เป็นกลิ่นที่นางคุ้นเคยเพราะมักจะได้กลิ่นนี้จากห้องหนังสือของจ้าวชิงถี แต่ตอนนี้นางนอนอยู่ในห้องของนางนี่ แล้วทำไมนางถึงรู้สึกร้อนเช่นนี้ 

"ฟื้นแล้วหรือ" จ้าวชิงถีเดินเข้ามาในห้องของนาง ในมือถือถ้วยยาเดินเข้ามาด้วย 

"ทำไมเรากลับมากันแล้วล่ะ..." ร่างบางเอ่ยถามทันที นางจำได้แค่ว่านางเอาแจกันทุบหัวของมันเสร็จแล้วนางก็หลับไปเลย 

"เจ้าวางใจเถอะ วันนี้เจ้าทำได้ดีแล้วขอบใจเจ้ามาก" จ้าวชิงถีเดินเข้ามานั่งข้างๆนาง "ดื่มยาเสียหน่อยเถิด"  

"ทำไมข้าต้องดื่มยาด้วย ข้าไม่ได้ป่วยเสียหน่อย เอาออกไปนะกลิ่นมันเหม็น" นางปิดจมูกของตนก่อนจะถอยออกห่างจากเขา จ้าวชิงถีส่ายหน้าก่อนจะดึงนางกลับมาหาเขา 

"เจ้าจะดื่มหรือไม่ดื่ม" เขาขู่  

"ทำไมข้าต้องดื่มด้วย...ปล่อยข้านะ" นางขู่เขากลับ แต่ยิ่งนางอยู่ใกล้เขา ทำไมนางถึงรู้สึกแปลกๆเล่า "ท่านเอาไปให้ลั่วหลานเถิด นางสมควรเป็นคนดื่มมากกว่าข้า" ลี่จิงไม่รู้ว่าทำไมนางถึงได้พูดจาตัดพ้อเช่นนี้ออกมา เมื่อครู่นางเจออะไรที่กระทบจิตใจนางมาอย่างนั้นหรือ แล้วทำไมนางคิดอะไรแล้วทำไมนางต้องพูดออกไปหมดเลยด้วย 

"ถ้าเจ้าไม่ดื่มก็ทิ้งมันเสีย" จ้าวชิงถียื่นถ้วยยาไปให้นาง ลี่จิงมองถ้วยยาที่เขาส่งมาอย่างเจ็บแค้น บุรุษผู้นี้ไม่เข้าใจสตรีเอาเสียเลย 

"ไม่ทิ้ง"  

"งั้นก็ดื่มมันเสีย"  

"ข้าไม่ดื่ม ท่านเอามาจากไหนก็เอากลับไป ข้าไม่ดื่ม" ลี่จิงเถียง นางยิ่งเถียงนางยิ่งรู้สึกร้อน นางไม่เข้าใจร่างกายของนางยิ่งนัก นี่นางเป็นอะไรไปหรือ ร่างบางยกมือขึ้นปาดเหงื่อของนางออก "ร้อน...ท่านช่วยไปเปิดหน้าต่างให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าร้อน"  

จ้าวชิงถีเริ่มงง เมื่อกี้นางยังทะเลาะกับเขาอยู่เลย ทำไมตอนนี้นางถึงได้มาขอร้องเขาล่ะ ไม่คิดว่ายาปลุกกำหนัดจะทำให้คนเรามีสองอารมณ์ได้ด้วย เขายอมเดินไปเปิดบานหน้าต่างให้นาง แต่พอหันกลับมามองนาง นางกำลังถอดอาภรณ์ของตนอยู่ จ้าวชิงถีรีบกลับไปปิดหน้าต่างอีกครั้งทันที ก่อนจะเดินไปจับแขนของนางให้นางหยุดถอดเสื้อผ้าของนางเสียที 

"ท่านจะทำอะไรอีก" ลี่จิงจ้องมองเขา แต่แววตาของนางกลับดูเย้ายวนเขาเสียงั้น 

"เจ้าจะทำอะไร" จ้าวชิงถีถาม  

"ท่านช่วยข้าด้วย...ข้าไม่รู้ว่าข้าเป็นอะไรไป" นางเอ่ยน้ำเสียงอ้อนวอน  

"ข้าก็บอกว่าให้เจ้าดื่มยาซะ"  

ร่างบางดึงจ้าวชิงถีเข้ามาประกบจูบทันทีที่เขาพูดจบ จ้าวชิงถีตกใจไม่คิดว่านางจะกล้าดึงเขาเข้ามาจูบเช่นนี้ แต่ในเมื่อนางเป็นคนเริ่มก่อน นางก็อย่ามาเสียใจเอาทีหลังแล้วกัน 

ความคิดเห็น