email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#เดย์เจ้าเอย 2

ชื่อตอน : #เดย์เจ้าเอย 2

คำค้น : เดย์เจ้าเอย แนวมหาลัย nana nanaกะหอยทาก น่ารัก หวาน อบอุ่น ผ่อนคลาย ฟิน จิกหมอน feelgood ฟีลกู๊ด

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2562 12:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เดย์เจ้าเอย 2
แบบอักษร

#เดย์เจ้าเอย 2 

 

 

                แปดโมงครึ่งพี่เดย์โทรเข้ามาและบอกว่าเขารออยู่หน้าคอนโดฉันที่แต่งตัวเสร็จแล้วก็ไม่รอช้าที่จะลงไปหาเขาการเดินทางของเรามีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆพี่วันใส่เพียงเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนสีเข้มพอลอบมองเขาก็สังเกตเห็นรอยช้ำที่คอเขา ถามเด็กปอสองยังรู้เลยว่ารอยนั้นมันคือรอยอะไร บ้าจริง ทำไมฉันอยากร้องไห้นะ

                “ตอนเย็นเสร็จก็โทรมาจะมารับ” เขาบอกเมื่อใกล้ถึงคณะที่ฉันเรียน

                “ขอบคุณค่ะ”

                “อือ แล้วทานข้าวหรือยัง...”

                “ได้เวลาแล้วขอตัวนะคะ ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” ฉันยกมือไหว้คนที่อาสามาส่งและลงจากรถทันทีเมื่อรถหยุดนิ่ง ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันเป็นอะไรฉันควรแสดงออกยังไงแต่ภายในใจฉันน่ะมันเจ็บมากจริงๆนะ เขาคงไม่ได้รอฉันอย่างที่ฉันรอเขามาตลอดหลายปี จะว่าไปตอนที่เขาบอกตอนนั้นเราก็ยังเด็กบางทีเขาอาจจะลืมไปแล้วก็ได้

                “มาแล้วๆ นั่งเลยมีเรื่องจะถาม” โพธิ์กดไหล่ให้นั่งบนเก้าอี้สีหน้าอยากรู้ของเพื่อนคืออะไรกันไหนจะคนอื่นๆในห้องที่มองอย่างใส่ใจนั่นอีก

                “อะไรทำไมมองแบบนั้น”

                “จะถาม เมื่อวานใครมารับ”

                “อ๋อ พี่ที่รู้จัก”

                “ฮื่อ! ทำไมรู้จักคนดังอย่างพี่เดย์สถาปัต พี่เขาหล่อมากเลยนะแล้วก็หาตัวยากมากๆเลยด้วยทำไมจู่ๆเมื่อวานมาโผล่ที่คณะเราได้” วิสาเล่ามาซะยาว เพื่อนคงจะหมายถึงตอนที่พี่เดย์มารับซินะ ก็พอจะรู้ว่าเขาดังมากด้วยเรื่องหน้าตาการเรียนทำให้สาวๆต่างชื่นชมและหลงใหลเขา

                “อิจฉาอ่า ถ้าพี่จะมารับอีกบอกหน่อยนะ จะอยู่เป็นเพื่อน” คงไม่ได้มารับแล้วล่ะ ฉันคิดกับตัวเองในใจ

                “สา โพธิ์ สอนเราขึ้นรถเมล์หน่อยได้ไหม” ฉันเอ่ยขอเพื่อนไปตรงๆเพราะทั้งสองรู้ว่าฉันเพิ่งกลับจากต่างประเทศเลยไม่คุ้นชินการเดินทางของที่นี่

                “ได้สิ วันนี้เลยไหมเรียนวิชานี้เสร็จก็ว่างยาวเลยวันนี้พี่ๆแจ้งมาว่าไม่มีเข้าเชียร์เข้าอีกทีอาทิตย์หน้านู่น”

                “ได้ๆ ขอบคุณนะเดี๋ยวพาไปเลี้ยงชานม”

                “แหมเอาของกินมาเซ่นฉันนะยะ” โพธิ์ผลักหน้าผากเบาๆก่อนจะทำท่าทางขึงขังแต่มันดูตลกไม่น้อยที่ผู้ชายตัวใหญ่ๆทำท่าทางแบบนี้

                “แล้วได้ผลไหม” วิสาถามต่อ

                “ได้ ฮาๆๆๆ” โพธิ์หัวเราะร่าฉันกับวิสาเองก็หัวเราะเราคุยเล่นกันไม่นานก็ต้องเงียบเพราะอาจารย์เดินเข้าห้องมาพร้อมกับสีหน้าดุๆ ฮื่อ น่ากลัว ขอคุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองหนูจากอาจารย์ด้วย!

 

                “เข้าใจไหม” วิสาถามเมื่อเราลงจากรถเมล์ยืนอยู่หน้าคอนโดโดยมีโพธิ์ที่เลี้ยวรถตามเข้ามา

                “เข้าใจนิดหน่อย ถ้าจะไปมหาลัยเขาก็ข้ามสะพานลอยไปฝั่งนั้นใช่ไหม” ฉันถามวิสาต่อ

                “ใช่ๆ แล้วก็นั่งสายเดิมเลยสังเกตดีๆมันจะมีป้ายบอกอยู่ก่อนถึงมหาลัยแล้วก็ทำอย่างที่สอน”

                “โอเค เราจะไปมหาลัยเอง” ฉันยืดอกอย่างมั่นใจ ฉันมีทางไปมหาลัยแล้ว

                “ถ้างงก็โทรมาเข้าใจไหมอย่านั่งเลยป้ายนะ”

                “รับทราบค่ะ”

                “ทราบแล้วก็ขึ้นรถเถอะไปทานข้าวกัน” วิสาบอกฉันพยักหน้าก่อนเราทั้งสองจะขึ้นไปนั่งบนรถที่มีโพธิ์นั่งคู่คนขับ อ่า ทั้งสองคนเป็นแฟนกันค่ะ น่ารักมากเลยพี่กายน่ะดูแลโพธิ์ดี๊ดีจนฉันเองก็ยังอิจฉา ฉันนั่งคุยเล่นกับวิสาอยู่นานก่อนที่โทรศัพท์ฉันจะมีสายเข้ามา

                “ค่ะ”

                (เรียนเสร็จยัง) เสียงพี่เดย์นี่

                “ค่ะเสร็จแล้ว”

                (กำลังจะไปรับ...)

                “หนูออกมาแล้วค่ะ มากับเพื่อน” ฉันรีบบอกก่อนที่เขาจะไปรอที่หน้าคณะ ฉันกลัวเขาหงุดหงิด

                (แล้วจะไปไหนต่อ)

                “ไปทานข้าวมั้งคะ”

                (ที่ไหน?//ไอ้เดย์มึงจะหนีพวกกูไปอีกแล้วใช่ไหม มึงซุกเด็กใช่ไหมวันนี้กูต้องเห็นหน้าเด็กมึงให้ได้//โอ๊ย! พวกมึงอย่ามาล็อคคอกูนะ ไอ้พาร์คปล่อย!) เสียงโวยวายของปลายสายทำเอาฉันขมวดคิ้ว พี่เดย์ทะเลาะกับเพื่อนอยู่เหรอ

                (เงียบ! ยังอยู่ไหม) ให้ฉันเงียบเหรอ? ฉันก็เงียบอยู่นะ

                “คะ? ค่ะ อยู่ค่ะอยู่”

                (ตกลงไปทานข้าวไหนกัน)

                “ไม่ทราบค่ะ เพื่อนพาไป”

                (ถามเพื่อนหน่อย ไม่ๆให้พี่คุยกับเพื่อนเราหน่อย) ฉันยื่นโทรศัพท์ไปให้วิสาที่กำลังถ่ายรูปตัวเองอยู่ถ่ายเป็นร้อยเห็นลงแค่รูปเดียวอ่ะ

                “ค่ะ ไปห้าง...ค่ะ ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ” พวกเขาคุยอะไรกันไม่รู้คุยแปบๆก็วาง ฉันกลับมานั่งเงียบๆเหมือนเดิมกระทั่งถึงห้างสรรพสินค้าเราก็มุ่งไปที่ร้านสเต็กทันทีฉันน่ะอยากทานสเต็กมากที่สุดเลย เพื่อนฉันเองก็ไม่ได้ขัดใจพามาทันที

                “จำทางมาได้ไหม” โพธิ์ถามระหว่างที่เรากำลังเดินเข้าไปในร้าน

                “แฮ่ ลืมดูทาง”

                “ฮาๆๆ ว่าแล้วเชียวเอางี้ถ้าจะมาก็ชวนว่างจะพามา” โพธิ์อาสาอย่างน่ารัก

                “ฮื่อ น่ารักที่สุดเลย” ฉันวางมือประกบแก้มเพื่อนก่อนจะส่ายไปมาอย่างน่าเอ็นดู สเต็กและอาหารทานเล่นถูกสั่งไปแล้วระหว่างนั่งรอวิสาก็เอาโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปรอเราถ่ายรูปกลุ่มเยอะมากแต่เชื่อสิว่าวิสาจะเอาลงแค่รูปเดียวอีกนั่นแหละ เป็นอะไรที่เข้าใจยากอยู่เหมือนกันนะกับการถ่ายรูปเป็นร้อยแล้วอัพเพียงรูปเดียว เพราะนฉันเองก็เป็นแล้วก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจตัวเองด้วยเหมือนกัน

                “โอ๊ะๆ นั่นๆ นั่นพี่เดย์กับเพื่อนนี่” โพธิ์ทักขึ้นอย่างตกใจ ฉันที่ยังไม่ทันจะได้หันไปมองก็ตกใจเมื่อกลุ่มคนพวกนั้นนั่งลงที่โต๊ะข้างๆ ฉันเหลือบตามองก็เห็นว่ามีพี่เดย์และมีผู้ชายอีกสามคนและผู้หญิงหนึ่งคน คนเหล่านั้นจ้องฉันตาไม่กระพริบเลยส่วนผู้หญิงที่นั่งข้างพี่เดย์กำลังมองฉันอย่างไม่ชอบใจหน้าคุ้นๆเหมือนรุ่นพี่ที่คณะเลยล่ะแต่ฉันนึกชื่อไม่ออก พี่เดย์เดินเข้ามาใกล้และยืนข้างๆฉันแต่สายตากลับมองเพื่อนฉันและแฟนเพื่อนฉันแทน

                “จะรังเกียจไหมครับถ้าจะขอรวมโต๊ะ”

                “ไม่ค่ะ!” ทั้งวิสาและโพธิ์ต่างตอบพร้อมกัน แฟนโพธิ์กลับหัวเราะอย่างสนุกแทนแต่ที่ตอบตกลงไปน่ะทำไมเพื่อนไม่ถามฉันบ้างเลยล่ะ

                “ขอโทษนะครับช่วยต่อโต๊ะให้หน่อยได้ไหมครับ” พี่เดย์เอ่ยถามพนักงานอย่างสุภาพ ไม่ถึงห้านาทีเราก็รวมโต๊ะกันสำเร็จมันจะมีมุมหนึ่งที่ต้องนั่งสองคนและแน่นอนว่าพี่เดย์จับฉันนั่งตรงนั้นและเขาก็ตามเข้ามานั่งส่วนที่เหลือก็เพื่อนฉันและเพื่อนที่เดย์ที่จัดแจงที่นั่งกันเอง

                “สวัสดีครับพี่ชื่อฟาสนะครับ นี่ไอ้พาร์ค ไอ้มอนแล้วก็องุ่น องุ่นเรียนบริหารเหมือนน้องๆเลยนะ”

                “สวัสดีค่ะพี่ๆหนูวิสาค่ะ นั่นโพธิ์แล้วก็พี่กายค่ะแฟนโพธิ์ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

                “ยินดีเช่นกันครับ ส่วนน้อง...” พี่ฟาสเหล่ตามองฉันรวมถึงเพื่อนพี่เดย์คนอื่นๆ

                “สวัสดีค่ะ เจ้าเอยค่ะ”

                “ว้าวน้องเจ้าเอยสินะ” พวกพี่เขาทำหน้าทำตาแปลกๆระหว่างที่มองพี่เดย์ไปด้วย พวกเขาเป็นอะไรกันมีอะไรเข้าตาอย่างนั้นหรือเปล่า

                “พอ! อย่ามองน้องแบบนั้นสั่งอาหารไปหรือยัง” พี่เดย์ดุเพื่อนเขาก่อนจะขยับปากถามฉันโดยที่สายตายังจ้องที่เมนูอยู่

                “สั่งแล้วค่ะ”

                “เดย์สั่งอะไรเหรอเราเอาเหมือนเดย์เลยนะ” พี่องุ่นถามพี่เดย์เสียงหวานทั้งยังเอียงตัวเข้ามาชิดกับพี่เดย์เพื่อดูเมนู เอ หรือว่าฉันจะนั่งผิดที่นะตรงนี้ควรจะให้พี่องุ่นมานั่งหรือเปล่า คิดเองก็เจ็บเองไหนจะอาการหนึบๆที่ใจเมื่อคิดว่าทั้งสองช่างเหมาะสมกัน

                “จะไปไหน” พี่เดย์เงยหน้าถามท่อนแขนก็ยกโอบเอวฉันไม่พอเขายังรั้งให้ฉันนั่งชิดอยู่กับเขาอีก

                “จะดูรูปกับเพื่อนค่ะ”

                “เดี๋ยวค่อยดูเลือกช่วยพี่ก่อน” พี่เดย์เลื่อนเมนูมาตรงหน้าฉันไม่ได้สนใจเลยว่ามีใครอีกคนพยายามเอียงหน้าเข้ามาดูเมนูกับเขา

                “พี่สั่งเถอะค่ะแล้วแต่พี่”

                “งั้นเราสั่งอะไรพี่เอาอันนั้น” พี่เดย์บอกอย่างดื้อดึง ฉันไม่อยากมองหน้าเขาเลยจิ้มไปที่เมนูมั่วๆพี่เดย์หัวเราะอย่างสนุกก่อนจะหันไปสั่งพนักงานที่รอรับเมนู

                “เอาชามะนาวแบบรีฟิลนะครับ”

                “เอาเหมือนกันอีกที่ค่ะ” เสียงพี่องุ่นบอกพนักงาน เป็นแฟนกันก็ต้องทานอะไรเหมือนๆกันสินะ บ้าจริง ฉันอยากร้องไห้จัง ระหว่างที่นั่งรออาหารฉันก็เบี่ยงตัวหันหลังให้พี่เดย์หันหน้าไปหาเพื่อนตัวเองพยายามคุยกับเพื่อนมากที่สุดเพื่อที่จะไม่มีช่องว่างให้พี่เดย์ได้คุยด้วย ที่จริงเขาคงไม่อยากจะคุยด้วยเท่าไหร่หรอกฉันรู้

                “ทุกคนเรามาถ่ายรูปกัน เดี๋ยวพี่จะแท็กทุกคนเองเพิ่มเพื่อนพี่มานะ” พี่พาร์คเอ่ยชวนอยากจะปฏิเสธแต่พอเห็นทุกคนสนุกเลยไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศ ฉันไม่เข้าใจอยู่นิดหน่อยว่าทำไมพี่เดย์ถึงต้องขยับตัวเอียงมาเบียดฉันขนาดนั้น

                “ทำไมไม่มองหน้าเลย” พี่เดย์กระซิบถามไม่สนใจเลยสักนิดว่าพี่พาร์ครัวถ่ายรูปมากแค่ไหน ถ้ามีหน้าเหวอจะขำให้ดู ไม่ใช่พี่นะ ฉันนี่แหละ อย่าเพิ่งชวนคุยได้ไหมคะ!

                “เดย์มองกล้องสักรูปหน่อยมึง มองแต่น้อง” พี่พาร์คเอ่ยขึ้นเพื่อนเขาหัวเราะส่วนเพื่อนฉันยกมือปิดหน้าเขินกันไปตามๆกัน

                “มองกล้องก่อน” ฉันบอกเสียงอุบอิบ พี่เดย์ยกมือยีผมฉันเบาๆก่อนจะหันกลับไปมองหน้าจอโทรศัพท์ของพี่พาร์คที่ตอนนี้ชูสูงขึ้นเพื่อถ่ายรูปรวมพวกเราไว้

                “โอเค เพิ่มเพื่อนพี่มานะเดี๋ยวจะแท็กทุกคนเอง” ฉันเตรียมหยิบโทรศัพท์ออกมาเพิ่มเพื่อนกับพี่ที่ชื่อพาร์ค พี่เดย์ที่นั่งอยู่ข้างๆกลับเป็นฝ่ายที่ดึงโทรศัพท์ฉันไปปลดล็อคแล้วจัดการเพิ่มเพื่อนพี่ๆให้จนหมด

                “ทานข้าวเสร็จไปเดินเล่นไหม”

                “จะไปดูหนังกับเพื่อนค่ะ” ฉันตอบพร้อมกับทำหน้าตื่นเต้นเมื่ออาหารที่สั่งไปถูกนำมาเสิร์ฟ หิวแล้วตอนนี้จะบ่ายโมงแล้วด้วยไม่แปลกที่ฉันจะหิวขนาดนี้ มื้อเช้าก็ไม่ได้ทานอะไรเลยตอนนี้เลยหิวมากๆ มากถึงมากที่สุดเลยล่ะ

                “งั้นเหรอ จะไปดูหนังเหรอพี่ขอไปด้วยได้ไหมครับ” นี่มันวันอะไร! ทำไมเขาต้องขอตามไปด้วยทุกที่เลยล่ะ!!

                “ดะ ได้ค่ะ แต่แบบว่าทานเสร็จหนูขอถ่ายรูปกับพี่ได้ไหมคะ หนูเป็นแฟนคลับพี่” วิสาเอ่ยทั้งยังบิดตัวไปมา ก็ว่าอยู่ทำไมถึงตื่นเต้นตอนที่ถามว่าฉันรู้จักกับพี่เดย์หรือเปล่า

                “ได้ครับ”

                “ไปด้วยอยากดูหนังด้วย” เพื่อนพี่เดย์อีกตามเคยเหมือนพวกเขาจงใจจะแกล้งพี่เดย์เลยล่ะ

                “ได้ค่ะ ไปเยอะๆสนุกดี” เพื่อนฉันนี่ยังไง ทำไมถึงยอมให้พวกเขาตามไปง่ายๆล่ะ

                “ไม่ต้องมาดุทางสายตาเลยนะ” วิสาหันมามองก่อนจะเอ่ยอย่างรู้ทัน ก็ฉันอยากไปแค่กับเพื่อนนี่ฉันยังไม่พร้อมจะเจอหรือคุยกับคนข้างๆนี่นา จะให้เวลาหน่อยก็ไม่ได้แล้วไหนจะยังมานั่งตัวติดกับฉันอีก ฉันเบ้ปากทำหน้าจะร้องไห้แต่เพื่อนกลับหัวเราะซะอย่างนั้น นี่พวกมันเห็นความลำบากใจของฉันเป็นเรื่องตลกเหรอ ฉันจะร้องจริงๆแล้วนะ

                “ทานได้แล้ว” พี่เดย์บอกมือเขาก็หั่นสเต็กในจานเขาทั้งยังป้อนไม่สิเรียกว่ายัดจะเหมาะกว่า เขายัดเข้าปากฉันโดยที่ไม่สนใจสีหน้าฉันเลยว่าฉันโอเคหรือเปล่า

                “โทรหาแม่บ้างหรือยัง” แม่เหรอ? กรี๊ด! ฉันลืมโทรหาแม่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

                “ลืม?” พี่เดย์ถามย้ำพอเห็นว่าพยักหน้าเขาก็ส่ายหน้าระอาก่อนจะบอกให้รีบทานต่อ

                “แล้วหนังจะดูเรื่องอะไร”

                “คิงคอง” ฉันตอบกลับไปอย่างมั่นใจแต่เสียงเพื่อนที่เอ่ยแก้ทำให้พี่ๆหัวเราะลั่น

                “ก็อดซิลา!”

                “อย่ามาหัวเราะนะ” ฉันยกมือตีต้นขาคนที่นั่งข้างๆอย่างงอนๆ ก็เขาหัวเราะไม่หยุดเลยนี่ฉันเองก็อายนะ

                “โอ๊ย! ไม่แล้วๆไม่ขำแล้ว โอ๋พี่ไม่ขำแล้วครับ” พี่เดย์รวบฉันเข้าไปกอดน้ำเสียงยังฟังดูกลั้นขำอยู่เลย ก็คนมันแยกไม่ออกนี่ทำไมต้องมาขำกันแบบนี้ด้วย

                “กูว่าแปลกจริง อยู่กับน้องนี่คนละคนกับอยู่พวกเรา”

                “กับคนที่ไม่สนิทนี่นึกว่าเป็นใบ้”

                “พอมันอยู่กับน้องมันดูพูดเยอะแล้วยังขี้แกล้งอีก”

                “อยู่กับเราถ้าไม่แกล้งให้มันโมโหมันไม่พูดด้วยนะ แต่นี่อะไรวะ”

                “กูนึกว่ากูฝันไป”

                “มึงถามมันซิว่าน้องใช่คนเดียวกับรูปเด็กในกระเป๋าตังค์มันไหม”

 

 

==================================================== 

น้องลูกอย่างอนไปเลยพี่ก็แยกไม่ออกระหว่างก็อดซิล่ากับคิงคอง 

แต่รูปใครนะที่อยู่ในกระเป๋าตังค์พี่เดย์ แต่น้องเอยจะออกแนวใสๆแต่ไม่ซื่อบื้อนะคะ นางไปทางโก๊ะและซุ่มซ่าม ตอนต่อๆไปจะหลงรักน้องกันหนักกว่าเดิม ^_^  

ฝาก #เดย์เจ้าเอยด้ยวยนะคะ  

ความคิดเห็น