email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาท่านอ๋อง9 : อนุภรรยา

ชื่อตอน : ชายาท่านอ๋อง9 : อนุภรรยา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 878

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2562 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาท่านอ๋อง9 : อนุภรรยา
แบบอักษร

ยามซื่อ (9:00-10:59)  

หลายวันที่ผ่านมานี้ลี่จิงก็ยังอยู่ดีสบายสุข จ้าวชิงถีไม่ได้ใช้งานอะไรนางใดๆทั้งสิ้น จนวันนี้นางก็คิดว่าเขาคงจะลืมไปแล้วว่านางไปตกลงอะไรกับเขาเอาไว้ แต่เมื่อเช้าวันนี้หลังจากที่นางทานอาหารเช้าเสร็จอาเจินก็มาตามนางไปที่ห้องรับรอบแขกของตำหนัก บอกแค่ว่าเขามีเรื่องจะคุยกับนางเพียงเท่านั้น 

ลี่จิงเดินเข้ามาในเรือนรับรองแขก นางก้าวเข้ามาก็ได้กลิ่นหอมของหญิงสาวโชยมาทันที นางหันซ้ายหันขวาก็เจอสตรีนางหนึ่งยื่นอยู่ สตรีนางนั้นแม้จะมีผ้ามาปิดบังใบหน้าอยู่แต่ลี่จิงก็รู้ว่านางงดงามยิ่งนัก แต่สภาพการแต่งตัวของสตรีนางนี้แล้ว ดูท่าว่าจะเป็นนางโลม 

"ท่านเรียกข้ามามีอะไรหรือ" นางหันไปถามจ้าวชิงถีที่นั่งจิบชาร้อนๆอยู่บนเก้าอี้ เขาหันมามองนางก่อนจะกวักมือให้นางเข้ามานั่งกับเขา หลังจากนางนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามเขาแล้ว สตรคนเมื่อกี้ก็เดินเข้ามาทำความเคารพนาง 

"ข้าน้อยขอแสดงความเคารพพระชายา" นางย่อเข่าแสดงความเคารพให้ลี่จิง 

"นางเป็นใครหรือ" ลี่จิงท่าทางงุนงง หันไปถามจ้าวชิงถีทันที 

"ข้าน้อยเป็นนางโลมขายเสียงเพลงอยู่ในหอสดับเดือน ชื่อลั่วหลานเพคะ" นางแนะนำตัว 

ลี่จิงพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปมองจ้าวชิงถี เขาเรียกนางมาทำอะไรอย่างงั้นหรือ หรือเรียกนางมาเพื่อให้ได้รู้จักสตรีของเขาอีกคน ลี่จิงคิดเช่นนี้ก็นึกโมโห นางไม่ค่อยชอบใจนักแม้กฎหมายจะให้สามีสามารถมีอนุภรรยาได้ แต่นางโตมากับครอบครัวที่บิดามีมารดาเป็นภรรยาเพียงคนเดียว นางจึงไม่ค่อยเห็นด้วยนัก 

"ท่านให้ข้ามาดูอนุคนใหม่ของท่านหรือ" ลี่จิงถาม 

จ้าวชิงถีแทบสำลักน้ำชาที่ดื่มไปทันที เขายังไม่ทันได้อธิบายอะไรเลย นางก็คิดไปไกลแล้วหรือ  

"พระชายาเข้าใจผิดแล้ว" ลั่วหลานเองที่เป็นฝ่ายรีบอธิบาย 

"จะให้ข้าไม่เข้าใจผิดได้อย่างไร ท่านคิดจะมีอนุท่านก็บอกข้าหน่อยก็ได้ข้าจะได้เขียนใบหย่าให้ท่าน" ลี่จิงน้ำเสียงขุ่น เขาไม่คิดจะอธิบายอะไรหน่อยหรืออย่างไรทำไมถึงเอาแต่เงียบเช่นนี้ 

"ข้าจะให้เจ้ามาช่วยนางนิดหน่อย" จ้าวชิงถีเอ่ย ลี่จิงจึงยิ่งคิดไปใหย่ว่าเขาคงจะอยากให้นางมาสอนมารยาทการเป็นอนุท่านอ๋องล่ะสิ  

"ข้าไม่ช่วย ข้าทำไม่เป็นเชิญท่านคุยกันไปเถอะ ข้าขอตัวแล้ว" ลี่จิงลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปจากเรือนรับแขกอย่างรวดเร็ว นางวิ่งออกมาโดยไม่ทันได้มองว่าคนงานในตำหนักกำลังทำการจัดตกแต่งดอกไม้ใหม่จึงวางกระถางไว้บนพื้น ลี่จิงสะดุดเข้าอย่างจังจนนางล้มลงบนพื้น 

"โอ้ย! "นางร้องออกมาอย่างเจ็บปวดก่อนจะแหงนฝ่ามือขึ้นมาดู เห็นเป็นแผลถลอกเลือดซิบออกมา แต่นางก็ไม่เจ็บเท่ากับเขาจะมีอนุหรอกนะ 

"พระชายาเป็นอะไรมากมั้ยขอรับ" คนสวนหลายคนรีบวิ่งเข้ามาดูนางก่อนจะขอโพยขอพายว่าอย่าลงโทษพวกเขา นางหาได้ฟังเขาไม่ นางลุกขึ้นแล้วเดินกลับเรือนของตัวเองอย่างคนอารมณ์ไม่ดีจนต่างคนต่างพากันงง 

ลี่จิงเดินเข้ามาในห้องของนาง นั่งลงตรงหน้าคันฉ่องทองเหลืองใบใหญ่ ใบหน้าบูดบึ้งแต่ดวงใจนางเคียดแค้นเขายิ่งกว่า 

"บุรุษที่ท่านบอกนักบอกหนาว่าเขาดี ไม่มีอนุ...หึ! ท่านแม่ท่านโกหกข้า ไม่สิ ท่านแม่ท่านโดนเขาหลอกเข้าแล้วแต่คนที่เจ็บปวดคือข้าต่างหากเล่า" ลี่จิงบ่นกับตัวนางในกระจก นางไม่รู้ว่าจะกำจัดความโกรธของตัวเองอย่างไรดี ตอนนี้นางกำลังโกรธเขา โกรธมาก ที่เขาไม่ยอมบอกนาง ให้นางมาพบเข้าเขาก็พาอนุเข้ามาในตำหนักแล้ว นางอยากร้องไห้นัก แต่นางก็ไม่รู้ว่าเหตุใดนางต้องร้องด้วย  

ลี่จิงใช้เวลาทั้งวันอยู่ในห้องแต่จิตใจนางก็หาได้สงบนัก ตะวันเกือบตกดินแล้วนางจึงเดินออกมาสูดอากาศเพื่อสงบจิตใจของตัวเอง แต่ทำไมวันนี้ตำหนักถึงได้เงียบนักนะ นางไม่เห็นสาวสักคนเดินไปมาเลย ลี่จิงเดินไปรอบๆเพื่อหาว่าพวกเขาหายไปไหนกันหมด นางเดินมาถึงเรือนเหมยกุ้ย ตรงนี้จะมีลานหินอ่อนค่อนข้างกว้างอยู่ นางจึงพบว่าทั้งเหล่าสาวใช้และคนงานทุกคนต่างถูกจับมานั่งคุกเข่าตรงนี้กันหมด นางรีบวิ่งเข้าไปหาพวกเขาด้วยความร้อนใจ 

"พวกเจ้าทำไมมานั่งคุกเข่าเช่นนี้" นางเดินมาถามเสี่ยวซีที่โดนนั่งคุกเข่ากับพวกสาวใช้ด้วย 

"ท่านนั่นแหละ หายไปไหนมาทำไมเพิ่งจะมาเอาป่านนี้" เสี่ยวซีน้ำเสียงน้อยใจ 

"เกิดอะไรขึ้น"  

"ข้าแค่ออกไปซื้อของ พอกลับมาท่านก็หายไป แล้วเจ้าพวกนี้ก็บอกว่าท่านได้รับบาดเจ็บ ท่านอ๋องจึงลงโทษพวกเราด้วยการให้นั่งคุกเข่าเช่นนี้แหละเจ้าค่ะ" เสี่ยวซีอธิบาย  

"เจ้าบอกว่าท่านอ๋องหรือ" ลี่จิงงง ท่านอ๋องมาเกี่ยวอะไรด้วย หรือคนที่สั่งให้พวกเขานั่งคุกเข่าคือท่านอ๋อง จ้าวชิงถี เจ้าจะใจร้ายเกินไปแล้ว 

"พระชายาโปรดอภัยให้พวกข้าด้วย ข้าไม่รู้ว่าท่านจะผ่านมาแถวนั้น ทำให้ท่านได้รับบาดเจ็บ พอท่านอ๋องรู้ท่านอ๋องก็สั่งลงโทษพวกข้า" คนสวนคนหนึ่งรีบเอาหัวโขกหินขอโทษนางทันที นี่สุดท้ายคือนางผิดหรอกหรือ นางเป็นสาเหตุให้พวกเขาต้องมานั่งคุกเข่าเช่นนี้หรอกหรือเนี่ย 

"ข้ารู้แล้ว" ลี่จิงลุกขึ้นก่อนจะวิ่งออกไป แต่นางยังวิ่งได้ไม่กี่ก้าว คนที่นางกำลังจะไปหา็เดินเข้ามาเองเหมือนรู้ใจนาง 

จ้าวชิงถีเดินเข้ามาในลาน ใบหน้าไม่ได้บ่งบอกอาการอะไรทั้งสิ้น เขาเดินผ่านหน้านางเข้ามาก่อนจะตรงไปนั่งบนโต๊ะหินอ่อน แล้วหันมามองหน้านางราวกับกำลังรอคำถามจากนาง 

"ท่านให้พวกเขาคุกเข่าทำไม พวกเขาไม่ได้มีความผิดเสียหน่อย" ลี่จิงเดินไปหาจ้าวชิงถีทันที ดูใบหน้าของสาวใช้บางคนอิดโรยจนนางสงสาร 

"ข้าบอกว่าให้พวกนางคุกเข่าจนกว่าเจ้าจะออกมา ในเมื่อเจ้าออกมาแล้ว...พวกเจ้าก็ลุกออกไปได้แล้ว" จ้าวชิงถีหันไปสั่งกับเหล่าคนรับใช้ในเรือนให้ลุกออกไป  

"ขอบพระคุณท่านอ๋อง" พวกเขาต่างก็เอ่ยขอบคุณก่อนจะพากันลุกออกไป  

ลี่จิงมองสลับระหว่างจ้าวชิงถีกับเหล่าคนรับใช้ไปมา นางไม่เข้าใจนักว่าเรื่องมันง่ายถึงเพียงนี้เลยหรือ เขาทำราวกับว่าคนที่ผิดก็คือนาง ทั้งๆที่เขาเป็นคนสั่งลงโทษพวกเขาแท้ๆ นางรู้สึกว่านางกำลังโดนโยนความผิดมาใส่ตัวเองทั้งๆที่นางยังไม่ได้ทำผิด 

"ท่านทำเช่นนี้ทำไม...ทำไมต้องสั่งลงโทษพวกเขาด้วย" ลี่จิงหันมาถามจ้าวชิงถีทันที 

"พวกเขาทำให้เจ้าล้ม...สมควรถูกลงโทษแล้ว" จ้าวชิงถีตอบก่อนจะดึงแขนของนางให้นั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเขา  

"อั้ยยะ!! ท่าน! ข้าเจ็บนะ เบาๆไม่เป็นหรืออย่างไร" นางหน้าเบี้ยวทันทีที่เขากดโนแผลของนาง ทั้งวันนางไม่รู้สึกเจ็บจนนางลืมไปแล้วว่าที่มือของนางมีแผลอยู่ 

"เจ้านี่มัน..." เขาดึกแขนเสื้อของนางขึ้นดูแผลของนางทันที ก่อนจะหยิบยาในอกเสื้อของตนที่เขามักพกเป็นประจำออกมา 

"ท่ายพกยาด้วยหรือ" ลี่จิงถามขึ้นมาทันทีอย่างสนอกสนใจ 

"ข้าก็พกไว้ยามฉุกเฉิน....เช่นตอนนี้" เขาว่าก่อนจะเปิดมันแล้วเหยาะยาลงบนแผลของนาง ลี่จิงนิ้วหน้าเพราะแสบแผล  

จ้าวชิงถีเห็นเช่นนั้นจึงยกมือนางขึ้นมาเป่าเบาๆเพื่อบรรเทาความเจ็บให้นาง ลี่จิงเห็นก็อดรู้สึกดีขึ้นมาไม่ได้ นางคิดถึงมารดายามที่เหยาะยาให้ยามที่นางได้รับบาดเจ็บ พูกถึงมารดาแล้วนางก็พลันนึกถึงเรื่องเช้านี้ขึ้นมา 

"ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า" จ้าวชิงถีเอ่ยขึ้นหลังจากที่รู้สึกว่าความเจ็บนางทุเลาลงแล้ว 

"ข้าก็เช่นกัน"  

"เจ้าบอกมาก่อนเถอะ"  

"เรื่องเมื่อเช้านี้...ข้ากลับไปคิดทบทวนดูแล้ว อาจเป็นข้าเองที่เห็นแก่ตัวเกินไป" ลี่จิงเอ่ย "ข้าเติบโตมากับบิดาที่มีมารดาข้าเป็นภรรยาเพียงคนเดียว ข้าจึงไม่เข้าใจความรู้สึกของท่าน" 

"..." 

"ข้าไม่ห้ามท่านมีอนุแล้วเพราะข้าเองก็ไม่อาจทำหน้าที่ภรรยาที่ดีให้ท่านได้เช่นกัน...แต่ข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากขอร้องท่าน" 

"..." 

"หากท่านจะรับใครมาเป็นอนุ ข้าขอแค่ให้นางอย่ามายุ่งวุ่นวายกับข้าก็พอ...เพราะไม่เช่นนั้น ข้าจะขอหย่ากับท่านแม้ว่ามันจะขัดกับราชโองการก็ตาม" ลี่จิงเอ่ยจบก็เงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าหล่อเหล่าที่จ้องนางอยู่เช่นกัน นางสู้อุตส่าห์ใจดียอมให้เขมีอนุได้แล้ว แต่นางขอแค่อย่าให้อนุของเขามาข้องเกี่ยวหรือรบกวนนางก็เพียงพอแล้ว 

"เจ้าต้องการเช่นนั้นหรือ" จ้าวชิงถีจ้องดวงตาหวานที่มีแววสั่นไหวอยู่ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่านางต้องทำใจเรื่องนี้มากเท่าไหร่กว่านางจะยอมพูดกับเขา แต่ในเมื่อนางเข้าใจแบบนี้ไปแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายไปอีกทำไม  

"อืม...แล้วท่านมีเรื่องอะไรจะพูดกับข้าหรือ"  

"...พรุ่งนี้ยามซวี (19:00-20:59) ข้าจะพาเจ้าไปหอสดับเดือน" พูดถึงหอสดับเดือนร่างบางถึงจะยิ้มออกมาได้  

"ท่านจะไปทำอะไรหรือ"  

"เอาไว้พรุ่งนี้เจ้าก็จะรู้เอง" เขาบอกก่อนจะเก็บขวดยาใส่อกเสื้อเหมือนเดิม 

"ข้าชักจะอยากรู้แล้วสิ" ลี่จิงยิ้มออกมา นี่เป็นครั้งแรกที่นางจะได้ออกไปข้างนอกโดยที่ไม่ได้แอบเขาไป  

"อยากรู้ขนาดนั้นเชียวหรือ" จ้าวชิงถียิ้มออกมาก่อนจะถามนาง 

"ใช่สิ...ก็นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าจะได้ออกไปโดยที่ท่านอนุญาตนี่น่า"  

"ถ้าเจ้าอยากรู้ เจ้าก็หลับตาก่อนแล้วข้าจะบอกให้เจ้ารู้ว่าเราจะไปทำอะไร"  

"จริงหรือ" ลี่จิงยิ้มก่อนจะหลับตาลง รอฟังคำตอบจากเขาอย่างใจจดใจจ่อ  

จ้าวชิงถีมองร่างบางของลี่จิง ร่างบางยามนี้นางดูอ่อนหวานราวดอกไม้ที่รอคอยให้ภมรมาดอมดม เขาชักจะเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าเขาจะอดทนกับนางได้อีกนานแค่ไหนกันแน่ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งอยากลิ้มลองนาง ริมฝีปากของนางเขาถึงขั้นเก็บเอาไปเพ้อฝันอยู่หลายคืน นับว่านางนั้นก็มีความร้ายกาจต่อใจเขาอยู่พอตัว 

จ้าวชิงถีก้มลงไปจุมพิตลี่จิงทันที มือข้างหนึ่งจับท้ายทอยของนางไม่ให้นางขยับหนีไปไหนได้ ลี่จิงลืมตาขึ้นทันทีด้วยความตกใจ นี่เขาฉวยโอกาสกับนางอีกแล้วหรือ ร่างบางตกใจแต่หากร่างกายกลับไม่ตอบโต้เขาหรือปฏิเสธเขาเลยแม้แต่น้อย นางปล่อยให้เขาลุกล้ำนางอย่างเต็มใจ นี่นางเป็นอะไรไปกันแน่นะ  

ลี่จิงรู้สึกตัวอีกทีจึงรีบดันจ้าวชิงถีออก นางรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองก่อนจะมองเขาด้วยสายตางุนงงปนอ้ำอึ้ง ก่อนจะรีบวิ่งหนีจากไปทันที จ้าวชิงถีมองตามร่างบางที่วิ่งหายไปก่อนจะยกยิ้มออกมาอย่างถูกใจ  

อาเจินเดินเข้ามา นี่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาเป็นพยานให้กับทั้งสองคน อาเจินมองหน้านายของตนที่กำลังยิ้มอย่างอดคิดไม่ได้ว่าท่านอ๋องของตนจะมีใจให้กับพนะชายาแล้ว 

"เจ้ามองข้าทำไม" จ้าวชิงถีหันไปถามอาเจินทันที หลังจากเพิ่งรู้ตัวว่าตนถูกจ้องอยู่ 

"ไม่มีอะไรนี่พ่ะย่ะค่ะ" อาเจินทำทีเป็นไม่รู้  

จ้าวชิงถีหาได้สนใจ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น เขายังมีอะไรอีกมากมายต้องจัดการ เพราะว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่ยอมให้แผนของตนพลาดเด็ดขาด คืนพรุ่งนี้ไม่ได้สักอย่างก็ต้องได้สักอย่างแหละน่า อาเจินเองก็เดินตามหลังเจ้านายของตนออกไปอย่างรู้งาน เขามีหน้าที่ช่วยจ้าวชิงถี เขาต้องทำให้ดีที่สุด ตอบแทนที่จ้าวชิงถีช่วยชีวิตเขาและครอบครัวของเขาเมื่อครั้นนานมาแล้ว 

ความคิดเห็น