email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาท่านอ๋อง8 : เพราะท่านนั่นแหละ

ชื่อตอน : ชายาท่านอ๋อง8 : เพราะท่านนั่นแหละ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 718

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ค. 2562 14:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาท่านอ๋อง8 : เพราะท่านนั่นแหละ
แบบอักษร

ผ่านมาหลายวันผ่านไปแล้วจูซังกงก็ยังทำหน้าที่ให้พระสนมหรูได้ดียิ่ง นางคอยมาส่งยาให้ตำหนักบูรพาอยู่ตลอด อาจจะเพราะตำหนักนี้อยู่ไม่ไกลจากวังหลวงนักการเดินทางก็แสนจะง่ายดาย นางจึงคอยมาดูลี่จิงทานยาด้วยตัวของนางเอง หากแต่ช่วงนี้สายลับของนางก็แจ้งแก่นางว่าท่านอ๋องมิค่อยเข้าไปหาพระชายาดังเช่นคืนนั้น เมื่อเรื่องไปถึงหูของพระสนมหรูเรื่องลำบากจึงต้องตกมาอยู่ที่จูซังกงแทน นางจะทำอย่างไรให้ท่านอ๋องกับพระชายารีบมีทายาทเสียที  

เช้าวันนี้หลังจากที่ทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว จ้าวชองถีก็เข้าห้องหนังสือของตน ส่วนลี่จิงมานั่งจิตตกอยู่ที่ศาลากลางสระบัว กลิ่นหอมๆของดอกบัวไม่ได้ทำให้นางสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย คิ้วสวยๆของนางยิ่งขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปมได้ 

"เสี่ยวซีข้าจะทนไม่ไหวแล้วนะ...จูซังกงนำยามาให้ข้าทุกวันเช่นนี้ข้าก็หนักใจเป็นนะ" สุดท้ายจึงหันไประบายความในใจกับสาวใช้คนสนิทแทน 

"ก็ดีแล้วนี่เพคะ ท่านจะได้มีทายาทให้พระสนมหรูไวๆ" เสี่ยวซีตอบก่อนจะยิ้มแก้มแดง 

"ข้า..." ลี่จิงกำลังจะบอกว่านางกับท่านอ๋องยังไม่เคยผ่านการเข้าห้องหอแบบจริงๆ แต่นางก็ยั้งปากไว้ทันเพราะนางคิดได้ว่าหากบอกออกไป มีหวังนางอาจไม่อยู่เป็นสุขอีกเลยก็เป็นได้ "โอ้ย...ช่างมันเสียเถอะ" นางหันมาจ้องดอกบัวสีสวยสดในสระน้ำต่อ นางต้องหาวิธีเอาตัวรอดจากยาของจูซังกงก่อน นางจำเป็นจะต้องไปขอร้องให้ใครบางคนช่วยนางด้วย ไม่เช่นนั้นนางก็ต้องทนดื่มยาขมๆทุกวันจนกว่านางจะตั้งครรภ์เป็นแน่ 

ลี่จิงเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องหนังสือของจ้าวชิงถี ตำหนักนี้เป็นตำหนักที่แยกออกมาจากเรือนต่างหาก ตั้งอยู่เดี่ยวๆกลางต้นไม้และดอกไม้ นับว่าค่อนข้างสงบ นางถึงว่าว่าทำไมเขาชอบมาคลุกอยู่ที่นี่นัก 

"พระชายา" ก่อนที่นางจะเปิดประตูเข้าไปก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง  

อาเจินรีบเดินเข้ามาขวางประตูเอาไว้ทันที เขาเพียงแค่ไปปลดทุกข์ครู่เดียว ไม่คิดว่าวันนี้พระชายาจะมาหาท่านอ๋องเช่นนี้ หากนางเกิดเข้าไปได้ยินสิ่งที่ท่านอ๋องกับท่านอัครเสนาบดีคุยกันล่ะก็ เขามีหวังหัวหลุดออกจากบ่าเป็นแน่ 

"ข้าจะขอพบท่านอ๋องหน่อย" ลี่จิงไม่ได้สงสัยอะไร นางเพียงบอกจุดประสงค์ของนางเท่านั้น 

"ท่านอ๋องกำลังพักอยู่ขอรับ คงให้พบตอนนี้ไม่ได้"  

"คนอะไรพักผ่อนตอนนี้ เจ้าเข้าไปบอกเขาได้มั้ยว่าข้ามีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับเขา" นางเริ่มร้อนรน  

"คงไม่ได้ขอรับ เชิญพระชายากลับก่อนเมื่อท่านอ๋องตื่น ข้าจะทูลให้ท่านอ๋องรู้ขอรับ" อาเจินเริ่มเหงื่อตก เขาจะโกหกนางไปได้อีกนานแค่ไหน ถ้านางถามเขาต่อเขาต้องเผลอบอกนางแน่ๆเลยว่าท่านอ๋องกำลังคุยอยู่กับท่านอัครเสนาบดีน่ะ เกิดมาเคยแต่จับดาบต่อสู้แต่ไม่เคยโกหกใครมาก่อน 

"แต่ข้าอยากพบเขานี่ เจ้าเข้าไปปลุกเขาหน่อยมิได้หรือ ข้าแค่อยากคุยกับเขาครู่เดียว" นางยังไม่ละความพยายาม เป็นนิสัยเดิมของนางอยู่แล้ว 

"ใครมาเอะอะนอกห้องเสียงดังเยี่ยงนี้กัน" เสียงจากด้านในห้องเอ่ยขึ้น ฟังดูรำคาญยิ่งนัก  

"ข้าเอง...ข้าเข้าไปหาท่านได้หรือไม่" ลี่จิงรีบเอ่ยขึ้น นางไม่รอให้เขาตอบรับแต่กลับเปิดประตูเข้าไปทันที อาเจินได้แต่มองนางเข้าไปก่อนจะหันมามองเสี่ยวซีที่ยืนไม่รู้เรื่องอยู่เช่นกัน 

ลี่จิงเดินเข้ามาข้างในก็เห็นชั้นวางหนังสือเรียงกันสวยงาม หนังสือแต่ละชั้นถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของตนอย่างเรียบร้อย กลิ่นกำยานโชยมาแตะจมูกของนางทำให้นางรู้สึกสดชื่นแปลกๆ 

"ข้ายังไม่ได้อนุญาตให้เจ้าเข้ามา" ลี่จิงหันไปหาเจ้าของเสียงที่ถือหนังสือยืนอยู่หลังเก้าอี้นั่ง นางจึงเดินเข้าไปหาเขาทันที 

"ก็ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน ข้าก็ไม่บุ่มบ่ามเข้ามาเช่นนี้หรอก" นางเดินมายืนอยู่ตรงโต๊ะที่ขั้นระหว่างนางกับเขาอยู่ จ้าวชิงถีหันมามองนางก่อนจะขมวดคิ้วสงสัย 

"ข้าไปสร้างปัญหาอะไรให้เจ้าหรือ" แม้สีหน้าจะสงสัย แต่น้ำเสียงที่เอ่ยถามนางช่างเรียบเฉยราวกับไม่รู้สึกทุกข์ร้อนกับนาง 

"ถ้าไม่ใช่เพราะคืนนั้นท่าน...ทำแบบนั้นกับข้า ทุกวันนี้ข้าคงไม่ต้องมานั่งทนดื่มยาจากความเข้าใจผิดๆของจูซังกงหรอก"  

"ที่แท้...ที่เจ้าโวยวายเข้ามาหาข้า เพราะเรื่องแค่นี้เองน่ะหรือ" เขาตอบ 

"เรื่องแค่นี้สำหรับท่าน แต่ไม่ใช่สำหรับข้า ท่านไม่ได้ดื่มยานั่นทุกวันท่านก็พูดได้น่ะสิ" ลี่จิงน้ำเสียงโมโห แต่เขากลับหัวเราะนางขึ้นมา นางเริ่มจะรู้สึกว่าเขาชอบเห็นผู้อื่นตกทุกข์ลำบาก 

"แล้วเจ้าจะทำยังไง..."  

"ท่านก็ต้องช่วยข้าสิ ท่านจะให้ข้าดื่มยานั่นตลอดไม่ได้ เพราะต่อให้ข้าดื่มทั้งชาติก็ไม่ตั้งครรภ์ขึ้นมาอยู่ดี"  

"แล้วทำไมเจ้าถึงไม่ให้ตัวเองตั้งครรภ์เสียล่ะ"  

"ข้าจะตั้งครรภ์ได้อย่างไรข้าไม่ได้..." ลี่จิงหยุดพูดทันที ทำไมนางถึงรู้สึกว่าคำพูดของเขามันมีความนัยบางอย่างที่แอบแฝงอยู่ 

"เจ้าจะให้ข้าช่วย...เจ้าก็ต้องยอมเป็นของข้า ไม่เช่นนั้นข้าก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว" จ้าวชิงถีตอบน้ำเสียงแฝงด้วยเล่ห์ 

"ไม่ได้ๆ...ข้าแค่อยากให้ท่านบอกจูซังกงว่าต่อไปไม่ต้องนำยามาให้ข้าแล้ว ท่านจะหลอกนางก็ได้ว่าข้าตั้งครรภ์แล้ว หรือยังไงก็ได้"  

"เจ้าจะให้ข้าโกหกได้เช่นไร เจ้าไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆ อีกประการ...หากข้าโกหกออกไปฮ่องเต้ก็ต้องรู้ เจ้าคิดว่าความผิดฐานโกหกองค์เหนือหัว เจ้าจะโดนอะไรบ้าง" จ้าวชิงถีอธิบายนางจึงคิดได้ แต่นางก็หาวิธีอื่นไม่ได้แล้ว นางต้องทนกินยาแบบนี้ไปอีกนานเท่าใดกัน 

เมื่อคิดเช่นนี้ร่างบางก็ถึงกับคอตก หน้าเศร้าลงทันทีเมื่อนึกถึงรสยาขมๆที่ต้องทนกินทุกวัน นางทำอะไรไม่ได้นอกจากทำใจล่ะสินะ  

"ความจริงข้าก็พอจะมีวิธีอยู่บ้าง...เจ้าอยากลองฟังดูมั้ยล่ะ"  

ลี่จิงที่กำลังจะถอดใจเหมือนมีแสงสว่างส่องเข้ามาหานาง เมื่อเขาเอ่ยปากบอกว่ามีวิธีจะช่วยนาง ร่างบางดีใจจนเผลอลืมว่าตนนั้นวิ่งเข้าไปหาเขาจนเซเข้าไปหาอกแกร่งของชิงถี ลี่จิงรีบดึงตัวเองกลับมายืนเช่นเดิมทันทีก่อนจะทำหน้าสงบเสงี่ยมเจียมตัว 

"ข้าขอโทษที ข้าลืมตัวไปหน่อย..." นางเอ่ย จ้าวชิงถีอมยิ้ม เพิ่งเคยเห็นท่าทีบ้าบอของนางก็คราวนี้ นางก็ดูน่ารักดีเหมือนกัน 

"แต่ข้ามีเงื่อนไขว่า...ข้าอยากให้เจ้าทำอะไรเจ้าต้องทำตามที่ข้าบอกทุกประการโดยไม่มีข้อกังขา" 

"นี่มันเหมือนข้าเป็นทาสท่านชัดๆ"  

"ข้าแต่งเจ้าเข้าตำหนักเพื่อเป็นชายา แต่ในเมื่อเจ้าไม่ยอมทำหน้าที่ของเจ้า เจ้าก็ต้องเป็นสาวใช้แทน" จ้าวชิงถีตอบน้ำเสียงเรียบ 

"แล้วท่านมีวิธียังไง"  

"วิธีของข้า เจ้าไม่ต้องรู้...แต่หากเจ้ายอมรับปากข้า ข้ารับรองว่าพรุ่งนี้จะไม่มียาขมๆให้เจ้าเห็นอีก" ลี่จิงแทบอยากร้องดีใจออกมาดังๆ เช่นนี้ก็ดี นางแค่ยอมทำตามที่เขาบอกเท่านั้น 

"เช่นนั้นข้าก็ตกลง" ลี่จิงยิ้มรับออกมา นางไม่สนแล้วว่าเขาจะใช้วิธีอะไร แต่ขอแค่ให้นางรอดพ้นจากถ้วยยานั่นก็พอ "งั้นข้าขอตัวก่อน หากท่านมีอะไรท่านก็เรียกใช้ข้าได้ตลอด ข้าขอตัวก่อน" ลี่จิงเดินกึ่วิ่งออกไปจากห้อง แต่ก่อนนางจะเปิดประตูออกไป  

"อ้อ...ขอบคุณท่านมาก" นางหันมาเอ่ยคำขอบคุณกับเขาก่อนจะเปิดประตูออกไป 

จ้าวชิงถียิ้มออกมา ชั่วครู่ที่เขารู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นแปลกๆ แต่เขาก็หาได้ใส่ใจ เขาเดินมานั่งบนเก้าอี้ก่อนจะหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ 

"ท่านอ๋อง" หลังจากที่ลี่จิงไปได้ไม่นาน อาเจินก็รีบเข้ามา มองซ้ายหันขวาแต่ก็ไม่เห็นอัครเสนาบดีแล้ว 

"เขาไปแล้ว...เจ้าอย่าได้กังวลไป" จ้าวชิงถีตอบแต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้น 

"แล้วพระชายา..." 

"นางไม่รู้อะไรทั้งสิ้น อาเจินข้าชักจะสงสัยว่าเจ้าไปติดนิสัยขี้กังวลแบบนี้มาจากใครกันแน่" 

"ขออภัยขอรับ...กระหม่อมแค่เป็นห่วง" อาเจินก้มหน้า บางทีเขาอาจระแวงพระชายาเกินไปจริงๆ 

"เจ้าเอาจดหมายนี่ไปส่งให้เสด็จแม่ข้าทีนะ" จ้าวชิงถียื่นกระดาษแผ่นที่เพิ่งเขียนเสร็จพอดีให้อาเจินไป อาเจินรับมาด้วยสีหน้างุนงงแต่ก็ไม่กล้าถามอะไรออกไป ได้แต่พยักหน้ารับแล้วออกไปส่งจดหมายตามคำสั่งเท่านั้น 

ความคิดเห็น