Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่11

คำค้น : #เด็กข้างวัด #รามอุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2562 20:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่11
แบบอักษร

[ราม] 

 

 

 

 

"ไอ้รามยังไม่กลับเหรอวะ"

"เออ รอพี่กูอยู่"

"ทำไมมานัดเจอที่นี่วะ"

"จะให้กูพาไปหาเด็กเอื้อ"

"ให้พวกกูรอเป็นเพื่อนไหม"

"ไม่เป็นไร ขอบใจนะเว้ย"

"ส่งข่าวพวกกูบ้างละมึง"

"เออๆ "

เมื่อคืนหลังจากได้คุยกับพ่อ ผมก็โทรศัพท์ไปเล่าให้พวกมันฟัง ไม่อยากให้พวกมันกังวล มันก็อยากรู้ความคืบหน้าเรื่องน้องเหมือนกัน เพื่อนๆทุกคนต่างให้กำลังใจให้ผมเจอน้องเร็วๆ

ก่อนที่ไอ้พี่ธามจะมา ได้โทรฯ มาบอกรายละเอียดผมคร่าวๆ แล้วน้องพักอาศัยอยู่ที่บ้านของ ท่านพิชัยยุทธ เอื้ออังกูลไพศาล ซึ่งเป็นพ่อของเด็กเอื้อ และมีชื่อเป็นพ่อบุญธรรมของน้องในตอนนี้ด้วย

ท่านเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ที่มีทั้งบารมีและอำนาจ ผมจะทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้ พี่ธามบอกจะจัดการเรื่องนี้เอง บอกให้ผมใจเย็นๆ

แต่ใครละมันจะเย็นไหว เมียหายทั้งคน!!

 

 

[ธาม] 

 

 

 

 

"ราม!"

"ทำไมช้าจังวะ"

"ติดงาน ตึกคณะบริหารอยู่ไหน บอกมาเดี๋ยวจะเดินไปเอง แกไม่ต้องไปกับฉัน เดี๋ยวน้องเห็นหน้าแกแล้วไม่ยอมคุย ส่วนแกไปรอที่ร้านกาแฟหน้ามหาลัย"

 

ผมชื่อธามครับเป็นพี่ชายราม อายุ24ปี ผมเป็นลูกที่เดินตามรอยพ่อ เก่งเหมือนพ่อ อ่อนโยนเหมือนแม่ แต่รามเหมือนพ่อทุกอย่างใจแข็ง ดื้อ ไม่ยอมคน แต่ความเหมือน ไม่ได้ทำให้2คนนั้นเข้ากันได้ ตรงกันข้ามต่างคนต่างงัดความแข็งกระด้างความดื้อ ออกมาปะทะกัน

ปัญหามันเริ่มเกิดขึ้นมาตั้งแต่รามเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น และมาแตกหักในวันที่รามแอบไปสมัครเรียนในสายที่ตัวเองชอบ โดยไม่รับฟังการทัดทานจากคนอื่นเลย วันที่น้องเดินออกจากบ้านไม่ใช่ว่าพ่อจะมีความสุข แต่ในเมื่อรั้งรามไว้ไม่ได้ก็ต้องปล่อย ให้เขาได้รู้จักโลกภายนอกที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี ให้โอกาสรามได้เลือกว่าสุดท้ายแล้วรามเลือกอะไร

แน่นอนสุดท้ายรามเลือกด้านดี

วันที่ผมเห็นรามเดินไปคุกเข่าต่อหน้าพ่อ มันเกินความคาดหมายมาก คนหยิ่งทนงอย่างราม ไม่มีทางจะยอมทำแบบนั้นแน่นอน ถ้าไม่เรื่องสำคัญจริงๆ แต่ผมก็ดีใจที่รามกลับบ้านกับไปอยู่กับครอบครัว ไม่อยากเห็นรามไประหกระเหินอยู่ข้างนอก ถึงผมจะไม่ได้ติดต่อกับน้องโดยตรง แต่ก็มีคนรายงานให้ผมรู้ตลอด 

ผมเดินเข้าไปในคณะบริหารฯ สอบถามหาเด็กชื่อพลอยงามเพื่อนของน้องอุ่น จากที่ฟังจากรามมา บอกว่าน้องชื่อเอื้อเป็นเพื่อนที่สนิทกับอุ่น รักอุ่นมากและเกลียดรามมากเช่นกัน หน้ากลมๆ ตัวกลมๆ

“น้องครับพี่มาหาน้องปี1ชื่อพลอยงามรู้จักไหมครับ.....น้องครับ” น้องผู้หญิงที่ผมถาม ยืนบิดไปมาเขินจนหน้าแดงไปหมด จนผมต้องเรียกอีกรอบ

"ค..คะ กำลังเดินลงมาค่ะ ผมสั้นๆ ตัดหน้าม้าคนนั้นเลยค่ะ"

"ขอบคุณครับ" ผมมองตามมือน้องผู้หญิงไป คำเดียวที่สมองของผมคิดได้ตอนนี้ เด็กอะไรวะโคตรน่ารัก ตากลมโต ผิวขาวอมชมพู จมูกโด่งเรียวเล็ก ปากรูปกระจับสีชมพูอ่อน ตัวเล็กไม่อ้วนไม่ผอม [ไหนไอ้เวรรามบอกหน้ากลมๆตัวกลมๆ] เจ้ากรรมผมมัวแต่มองเพลินจนน้องเดินเลยผมไปแล้ว

“น้องเอื้อใช่ไหมครับ"น้องถอยหลังอย่างระวังตัว ผมรีบยกมือขึ้น2ข้างแสดงให้น้องรู้ว่าผมมาดี

"?ค่ะ"

"พี่ขอคุยด้วยได้ไหมคะ”

“?”

“พี่เป็นพี่ของราม ที่เรียนอยู่.....” พูดไม่ทันจบประโยค น้องยกมือบอกให้ผมหยุดพูดทันที

“เอื้อไม่คุยค่ะ” น้องทำท่าจะเดินหนีผมรีบวิ่งไปยืนขวางไว้

"ฟังก่อนได้ไหมคะ ขอแค่ครั้งเดียว"

“....” น้องพยายามจะเดินหนี

“น้องเอื้อไม่อยากให้เพื่อนมีความสุขเหรอคะ” ได้ผลเพราะน้องเอื้อหยุดเดินทันที รักเพื่อนจริงๆ สินะ

"เรื่องบางเรื่องที่น้องเอื้อรู้มาอาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดก็ได้ ถ้าฟังแล้วน้องเอื้อยังยืนยันที่จะไม่อยากให้เพื่อนมายุ่งเกี่ยวกับรามอีก พี่ก็จะไม่มาวุ่นวายอีกเลยค่ะ"

“ก็ได้ค่ะ แล้วทำไมต้องพูดคะขากับเอื้อด้วย พูดเหมือนพวกอาเสี่ยหื่นกามชอบล่อลวงเด็กเลย"

[ซวยเลยกู] "ฮ่าๆๆพี่ไม่ใช่อาเสี่ยหื่นกามค่ะแต่พี่คิดว่าคุยกับคนน่ารักก็ต้องพูดจาให้น่ารักด้วย" น้องมองผมแบบเอือมๆ ไม่มีเขินไม่มีอายเลย ผมรีบเปลี่ยนเรื่องยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว“ไปคุยกันร้านกาแฟหน้ามหาลัยดีไหมคะ”

“ก็ได้ค่ะพี่เดินไปก่อนเลย เอื้อจะเดินไปบอกรถที่บ้านก่อน"ผมไม่ได้เดินนำไปก่อน แต่เลือกที่จะเดินตามหลังน้องไป

“ลุงคะ น้องเอื้อมีธุระกับพี่คนนี้ จะไปคุยกันที่ร้านกาแฟ เดี๋ยวน้องเอื้อรีบกลับมานะคะ”

“ให้ผมไปเป็นเพื่อนไหมครับ” ลุงมองผมแบบไม่ไว้ใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ามีอะไรน้องเอื้อจะร้องดังๆให้ร้ายแตกเลย” น้องพูดยิ้มๆ พร้อมหันกลับมามองผม

“ครับคุณหนู”

ผมให้น้องเดินไปสั่ง ส่วนผมเดินเข้ามาเลือกโต๊ะที่ใกล้เจ้ารามเพราะมันนั่งรอผมอยู่อีกมุม น้องสั่งน้ำแดง กับเค้ก2ชิ้น

"พี่เอาอะไรคะเอื้อจะสั่งให้"

“ขอกาแฟร้อนก็ได้ค่ะ”

"กินกาแฟเวลาแบบนี้ไม่ดีนะคะ ช้าสุดก็อย่าให้เกินเที่ยง นี่จะ4โมงเย็นแล้ว อย่ากินเลยค่ะ" ผมนั่งอมยิ้มกับเหตุผลที่แสนน่ารักน่าชัง

“ถ้าอย่างนั้นน้องเอื้อสั่งให้พี่เลยค่ะพี่ทานอะไรก็ได้” น้องเดินกลับมาพร้อมกับนมสดอุ่นๆ

“นมสดอุ่นๆ ดีกว่าค่ะ มีประโยชน์กว่ากาแฟเยอะ” น่ารักและยังใส่ใจคนอื่นเก่งด้วย“พี่มีอะไรจะคุยกับเอื้อคะ”

“พี่อยากถามเรื่องของน้องอุ่น”

“จะอยากรู้ไปทำไม? เพื่ออะไรคะ?”

"พี่ขอพูดในมุมของน้องชาย มันอยากเจอน้องอุ่น มันอยากอธิบายเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่ที่มันออกจากบ้านน้องอุ่นไป มันมีเหตุที่ทำแบบนั้น ทั้งเรื่องที่มันไม่กลับไปหาน้องอุ่นและเรื่องเงิน มันอยากอธิบายอยากเคลียร์กับน้องด้วยตัวมันเอง หลายเรื่องอาจเป็นการเข้าใจผิด"

"พี่ช่วยฟังสิ่งที่เอื้อจะพูดต่อไปนี้ แล้วพี่ช่วยบอกเอื้อที่ ว่าน้องพี่ควรได้รับโอกาสนั้นไหม? " 

"อุ่นกับยายอยู่ด้วยกันลำพังแค่สองคน หาเช้ากินค่ำ ทำขนมหวานขายเพื่อส่งให้อุ่นเรียน จนวันหนึ่ง ผู้ชายคนนั้น เข้ามาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด "

"อุ่นทำทุกอย่างให้กับน้องของพี่ ตั้งแต่วันที่เข้ามาอยู่ด้วย ดูแลอย่างดีทั้งที่น้องพี่ไม่เคยมองเห็นความดีนั้นเลย เที่ยวทุกคืน เมากลับมาทุกคืน จนวันหนึ่งก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ เอื้อคงไม่ต้องบอกนะคะว่าเรื่องอะไร"

"เช้ามาอุ่นต้องหอบร่างที่เริ่มมีไข้ ทำกับข้าวเพื่อไปให้ยายที่วัด อุ่นรีบกลับจากวัดมาพักและปฎิเสธไม่ให้ใครมาอยู่เป็นเพื่อน เพราะอุ่นกลัวทุกคนรู้ อุ่นเกือบตาย ไข้ขึ้นสูงมาก นอนตัวสั่นอยู่ในบ้านเพียงลำพัง” น้องเอื้อพูดไปพร้อมกับน้ำตา ซึ่งไม่ต่างจากคนแอบฟัง ผมเห็นน้องชายผมนั่งตัวสั่นเทา..รามกำลังร้องไห้

"อ๋อ..เอื้อลืมบอกไป ว่าอุ่นเป็นคนที่ร่างกายอ่อนแอมาก ยิ่งถ้าป่วย คูณสิบเท่ากับตอนปกติไปเลย ยายกลับจากวัด รีบเช็ดตัวให้อุ่นเพราะไข้ขึ้นสูง และนั่นทำให้ยายรู้ว่าอุ่นป่วยเพราะอะไร อุ่นเครียดมากกลัวไปหมด แต่ยายก็คือยายคือคนที่เข้าใจอุ่นดีมากกว่าใครทั้งหมด

2วันต่อมายายไม่สบายอุ่นหาเงินที่เก็บไว้ไม่เจอ ก็เลยรีบไปมหาลัยเพื่อไปหาน้องพี่ แต่สิ่งที่ได้ยินจากน้องพี่คือ คิดจะเขี่ยอุ่นให้กับเพื่อน อุ่นเสียใจมากที่น้องพี่รังเกียจ และขยะแขยงในตัวเค้า สิ่งที่น้องพี่พูดมันทำให้อุ่นเสียใจมาก เพื่อนเอื้อไม่ใช่คนใจง่ายไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่ายๆ ถ้าอุ่นไม่รัก อุ่นไม่มีวันยอม"

สิ่งที่น้องเอื้อเล่ามา ผมไม่กล้าแม้แต่จะพูดแก้ตัวให้ราม คนดีๆต้องถูกกระทำมากขนาดนี้ ไม่แปลกที่น้องดอื้อจะโกรธ

"สิ่งที่เอื้อเล่ามาพี่คิดว่ายังไงคะ? "

“ถ้าฟังจากที่น้องเอื้อเล่ามันก็เลวมากจริงๆ แต่!! มีหลายประเด็นที่มันมีอะไรมากกว่านั้น”

“พี่บอกเอื้อมาได้เลยค่ะ เอื้อจะบอกอุ่นให้”

“แต่พี่อยากให้2คนนั้นได้คุยกันเคลียร์กันเอง”

“ถ้าต้องการแบบนั้นก็รอแล้วกันค่ะ”

“เมื่อไหร่คะ พี่ไม่อยากให้เพื่อนน้องเอื้อเข้าใจเจ้ารามผิด”

“น่าจะประมาณ4-5ปีละค่ะ กว่าจะเรียนจบแล้วถึงจะกลับมา” เด็กเอื้อพูดพร้อมกับลุกขึ้นจะกลับ

อะไรนะคะ!! [ผม]

หมายความว่ายังไง?!!! [เจ้าราม]

ทั้งผมทั้งเจ้ารามตะโกนขึ้นพร้อมๆ กัน เจ้ารามลุกเดินมาหาน้องเอื้อทันที

 

 

[ราม] 

 

 

 

 

ผมฟังเด็กเอื้อนั่งคุยกับพี่ธามตั้งแต่ต้น ทุกอย่างที่น้องพูดมาเป็นความจริงเกือบทั้งหมด ผมไม่เคยใส่ใจน้อง ผมไม่เคยดูแล ผมมองข้ามความรู้สึกของน้อง แต่ในหลายๆ เรื่องผมก็อยากอธิบาย ไม่อยากให้น้องเข้าใจผิด แต่ตอนนี้เรื่องที่น่าตกใจสุดคืออะไรที่บอกว่าผมต้องรออีก4-5ปี

ตอนนี้ทั้งผมและพี่ธามต่างรั้งน้องเอื้อให้นั่งลง

“นั่งลงก่อนค่ะ น้องเอื้อช่วยขยายความหน่อยได้ไหมคะ” พี่ธามพูดกับน้องเอื้อ ส่วนน้องเอื้อก็จ้องหน้าผมอย่างไม่พอใจ พี่ธามต้องขอให้ผมนั่งร่วมโต๊ะด้วย

"ช่วยบอกได้ไหม? ว่าอุ่นไปไหน? ไปกับใคร? "

“...”

“พี่ขอร้องจะให้พี่ทำอะไรก็ได้ พี่ยอมทุกอย่าง” ผมขอร้องอย่างหมดหนทาง

“นะคะน้องเอื้อ” พี่ธามช่วยขอร้องอีกคน

“เอื้อว่าพี่บอกเหตุผลมาก่อนดีกว่าค่ะ แล้วเอื้อจะคิดดูอีกทีว่าควรบอกไหม”

"เรื่องเงินที่พี่หยิบไป วันนั้นเพื่อนพี่มันโดนตำรวจจับ พ่อแม่มันก็ไม่มีเงินประกัน พี่ติดต่อไปหาแม่พี่แต่แม่ก็ต่างประเทศอีก3วันถึงจะกลับ พี่จะรอบอกอุ่นก่อนแต่พี่ก็ไม่รู้ว่าอุ่นไปไหน และทางสถานนีตำรวจก็เร่ง พี่ไม่อยากให้เรื่องถึงมหาลัยเลยรีบไปช่วยเพื่อนก่อน แต่ถึงจะมีเหตุผลแบบนี้ พี่ก็รู้ตัวว่าพี่ก็ยังผิดอยู่ดี พี่หยิบเงินไปโดยไม่บอกเจ้าของ ก็เท่ากับพี่ขโมย "

"เรื่องที่ล่วงเกินน้องพี่บอกเลยว่าพี่ตั้งใจ ไม่ใด้ทำไปเพราะเมา รายละเอียดพี่ขอเก็บไว้คุยกับอุ่นเองนะ

"ส่วนเรื่องที่พี่ไม่กลับบ้าน หลังจากคืนนั้น ไม่ใช่เหตุผลที่อุ่นแอบไปได้ยินที่พี่คุยกับเพื่อน ถ้าอุ่นฟังจนจบอุ่นจะรู้ว่าพี่รู้สึกยังไง พี่ไม่มีวันยอมยกอุ่นให้ใครเป็นอันขาด และอีกอย่างพี่ก็จะรอเงินจากแม่เพื่อจะเอาไปคืนอุ่นด้วย แต่มันก็ไม่ทัน ที่พี่พูดไปทั้งหมดพี่ไม่ได้แก้ตัว พี่แค่อยากบอกในมุมของพี่"

"พี่รู้ไหมคะว่าทำไมอุ่นถึงไม่ฟังให้จบ.. อุ่นกลัว อุ่นกลัวการโดนทิ้ง อุ่นกลัวคนที่รักไม่ต้องการอุ่น อุ่นคงรับไม่ไหวถ้าคำตอบมันคือพี่ยกให้เพื่อน อุ่นจึงเลือกที่จะไม่รับฟัง"

“...”พี่ธานเงียบ

“...”ผมก็เงียบ

"อุ่นไม่ใช่หลานแท้ๆ ของยายแจ่มค่ะ ยายเก็บอุ่นมาจากข้างถนนตั้งแต่แรกเกิดเลย อุ่นถึงรักและผูกพันกับยายมาก จนวันที่ยายตาย.."

"อะไรนะ? ยายตาย!! ตายยังไง? เกิดอะไรขึ้น? อย่าบอกนะว่าเกิดจากเพลิงไหม้? " ผมทั้งตกใจ เสียใจ ปนเปกันไปหมด ไม่อยากเชื่อว่าเพียงไม่กี่วัน ทุกอย่างจะพลิกกับด้านถึงขนาดนี้ ผมไม่ไหวจริงๆ นี่มันอะไรกัน ทำไมโอกาสที่ผมพยายามร้องขอ มันถึงได้มืดมนแบบนี้

"ยายเสียวันที่ไฟไหม้ค่ะ แต่ไม่ใช่เพราะสาเหตุไฟไหม้ ยายเป็นโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษาแล้ว อุ่นก็ไม่รู้เรื่องนี้จนวันไฟไหม้อุ่นก็เกือบตายเพราะเข้าไปช่วยยาย โดยไม่รู้ว่ายายไม่ได้อยู่ในบ้าน ม๊าของเอื้อพายายไปหาหมอตั้งแต่เช้า หลังอุ่นออกจากบ้านไปมหาลัยแล้ว"

"อุ่นตัดสินใจไปกับอยู่กับพี่อุ้มที่ฝรั่งเศส ไปช่วยงานที่ร้านของพี่อุ้มและเรียนต่อที่นั่น"

"อุ้ม?? "

"พี่สาวเอื้อเองค่ะ"

"พี่ธามผมจะไปตามน้อง" ผมพูดขึ้นหลังจากน้องเอื้อพูดจบ

"ใจเย็นๆ เจ้าราม!! ค่อยๆ คิด เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาพ่อดูอีกทีดีกว่า"

"ให้เอื้อแนะนำไหมคะ"

"น้องเอื้อพูดมาเลยค่ะ"ผมไม่ตอบได้แต่พยักหน้า น้องเอื้อเป็นคนเดียวที่ใกล้ชิดน้องมากที่สุดในตอนนี้

"ที่อุ่นตัดสินใจไปอยู่กับพี่อุ้ม"

"*อุ่นไม่มียายอยู่ที่นี่แล้ว"

"**อุ่นเกรงใจป๊าม๊าที่ท่านต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งๆ ที่ป๊าม๊าท่านเต็มใจ พี่อุ้มกับเอื้อก็เต็มใจ แต่อุ่นก็คืออุ่นอยู่วันยังค่ำ คนขี้เกรงใจ"

"***อุ่นขอเวลาทำใจเรื่องพี่ราม อุ่นบอกว่าถ้าวันไหนที่อุ่นเห็นพี่มีความสุขกับคนอื่น แล้วทำให้ใจอุ่นมีความสุข อุ่นจะกลับมา เพราะความสุขของพี่รามคือความสุขของอุ่น"

ผมก้มหน้าร้องไห้อย่างไม่อาย ผมทำร้ายน้องทั้งกายทั้งใจ ยิ่งรู้ว่าน้องรู้สึกกับผมยังไง ผมยิ่งเสียใจ ผมอยากไปหาน้อง ไปตามน้องกับมา ผมอยากสร้างครอบครัวกับน้อง เป็นเสาหลักแทนยายให้น้องได้พักพิง

"ตอนนี้อุ่นอยู่กับพี่อุ้มพี่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ อุ่นได้ทำงานได้ทำขนมอย่างที่อุ่นชอบ เรื่องเรียนพี่อุ้มจัดการให้ทั้งหมด"

"ส่วนเรื่องที่พี่คิดจะตามไปหรือจะดึงอุ่นกลับมา อย่าทำเลยค่ะ ทางที่ดีพี่ควรพิสูจน์ตัวเอง ตอนนี้อุ่นไม่ใช่เป็นแค่หลานยายแจ่ม แต่เป็นถึงลูกท่านพิชัยยุทธ และป๊าก็รู้เรื่องของอุ่นทั้งหมดรวมถึงเรื่องที่เกี่ยวกับพี่ด้วย แล้วพี่คิดดูนะคะว่าท่านจะยอมปล่อยลูกชายคนเดียวของท่าน มายุ่งเกี่ยวกับพี่ไหม เอื้อก็ไม่ยอมเหมือนกันค่ะ ถ้าพี่ยังเป็นแบบนี้ พี่ช่วยพิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวของเราได้เห็นก่อนดีกว่าไหมคะ ว่าอนาคตพี่จะไม่พาอุ่นไปลำบาก เอื้อคงพูดได้แค่นี้"

"...."

"เอื้อกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวที่บ้านจะเป็นห่วง"

"ขอบคุณมากนะ" ผมขอบคุณน้องเอื้อด้วยใจจริง

"ไม่เป็นไรค่ะเอื้อทำเพื่ออุ่น ถ้าอุ่นเป็นทุกข์ เอื้อก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน"

"เดี๋ยวค่ะ พี่ขอเบอร์น้องเอื้อไว้ได้ไหมคะ"

"? "น้องเอื้องง

"? "ผมก็ไม่เข้าใจไอ้พี่ธาม

"ไว้สอบถามเรื่องน้องอุ่นไงค่ะ"

"เอาโทรศัพท์พี่มาค่ะเอื้อกดเบอร์ให้"

น้องยื่นโทรศัพท์คืนพี่ธาม แล้วยกมือไหว้ผมสองคนก่อนเดินออกจากร้านไป

"พี่ว่าที่เอื้อพูดมาก็ถูกนะราม ถึงแกจะไปตามน้องกลับมาได้ แต่ก็ใช่ว่าน้องจะมีความสุขตราบใดที่ผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วย อุ่นก็ต้องอยู่กับแกแบบทุกข์ใจ แกจะปล่อยให้น้องทุกข์ใจไปตลอดชีวิตเหรอวะ แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ ระหว่างรอน้องกลับมา รีบเรียนให้จบ สร้างเนื้อสร้างตัว ทำงานเก็บเงินเก็บทอง เตรียมค่าสินสอด ปลูกเรือนหอ จริงอยู่พ่อเราอาจจะมีเงินอยู่แล้ว ไม่ต้องทำงานก็มีเงินเลี้ยงน้อง แต่แกคิดดูนะถ้าแกใช้เงินที่แกสามารถหามาได้ด้วยตนเอง น้องคงภูมิในตัวแกสุดๆ ไปเลย และฝั่งพ่อแม่น้องอุ่นเค้าก็ไม่มีข้อโต้แย้งได้ ระหว่างนี้ฉันก็จะโทรศัพท์หาน้องเอื้อเพื่อสอบถามเรื่องน้องอุ่นเรื่อยๆ แกจะได้คลายกังวลดีไหม?? "

ธาม พูด ผม คิด ตาม 

"เดี๋ยวนะ!!ทำไมต้องขอเบอร์เด็กเอื้อ? ทำไมต้องถามเรื่องอุ่นผ่านเอื้อ? "

"ก็กูจะจีบน้องไง"

ไอ้...ไอ้พี่เวร!!  

“ฮ่าๆๆๆปะๆ กลับบ้าน” พี่ผมเดินออกร้านหน้าระรื่นต่างจากผมคนที่เดินคอตก

 

**ก็จริงอย่างพี่ธามว่า รีบเรียน รีบทำงาน หาเงินให้ได้เยอะๆ ปลูกบ้านแบบที่น้องชอบ ให้พ่อกับแม่ไปสู่ของน้อง ผมจะรอวันที่เราได้แต่งงาน สร้างครอบครัวด้วยกัน ผมหวังว่าน้องจะรอผมและให้โอกาสผมอีกสักครั้ง

 

 

 

 

 

 

///จบตอนที่11/// 

**อิพี่ธามพูดคำว่าน่ารักไปกี่ครั้ง55555

**ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

ความคิดเห็น