facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 1-8 จุดจบของผม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-8 จุดจบของผม

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2562 14:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-8 จุดจบของผม
แบบอักษร

มันเป็นตัวเลือกที่มัดมือชกต่างจากคำสั่งว่าให้เลือกมากๆ  

โนอึลก้มหน้าและกัดริมฝีปากเอาไว้แน่นกับคำสั่งที่ให้เขาเลือกว่าจะตายหรือแสดง นี่มันไม่ใช่การเลือก แต่เป็นการบังคับต่างหาก ถึงอีกฝ่ายจะสั่งให้เขาเลือก แต่มันก็มีคำตอบที่ชัดเจนไว้อยู่แล้ว อย่างน้อยก็สำหรับตัวโนอึล 

“ฮ่า” 

เป็นความรู้สึกเหมือนยืนอยู่คนเดียวบนหน้าผาสูงชัน 

ตัวเลือกมีสองข้อ แต่คำตอบน่ะ มีเพียงข้อเดียวเท่านั้น ก็คือจะตกจากหน้าผาสูงชันที่น่าหวาดเสียวด้วยตัวเอง หรือย้ายไปหน้าผาสูงชันอื่น โนอึลรู้ว่าคำพูดชักชวนว่ามาคุยเกี่ยวกับการแสดงของเขากันเถอะของจินฮึนมันไม่ปกติ เขารู้จักการบีบบังคับที่เรียกว่าทางเลือกดีมากๆ เพราะนี่มันไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก 

“จะหาสปอนเซอร์ หรืออยากตายล่ะ” 

ดวงตาของโนอึลร้อนผ่าวกับทางเลือกที่ไม่ได้แตกต่างกับตอนนั้น เขากัดฟันและกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลทะลักออกมาอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมถึงมีแค่เขาคนเดียวที่ถูกบังคับให้เลือกแบบนี้อยู่เรื่อย ไม่สิ เขาไม่อยากรู้หรอก เพราะยิ่งรู้ มันก็ยิ่งน่ากลัวเข้าไปอีก 

โนอึลบีบแก้วออนเดอะร็อก[1]ในมืออย่างแรง รู้สึกเหมือนสิ่งสกปรกทั้งหลายบนพื้นอัดแน่นเข้ามาในร่างกาย ตั้งแต่เท้า ขา หน้าอกลามกระทั่งถึงคอ โนอึลกลืนน้ำลายเหนียวๆ และขมปี๋เหนียวๆ ลงคอ 

“คุณรู้อยู่แล้วนี่ครับ ว่าผมจะเลือกอะไร” 

ถึงจะถูกบังคับให้เลือก แต่คนออกคำสั่งก็ยิ้มกับตัวเลือกนั้น โนอึลช้อนสายตาขึ้นมาจากแก้วออนเดอะร็อกเพื่อพูดกับคนที่สูบกัญชาอยู่ จินฮึนหัวเราะแผ่วเบาๆ เหมือนเสียงลมและพ่นควันยาวๆ ออกมา ก่อนจะยักไหล่มองโนอึลด้วยสายที่เรียกได้ว่าไม่เลวทีเดียว 

“ไม่มีใครอยากตายหรอก ใช่ไหมล่ะ” 

โนอึลกัดริมฝีปากที่สั่นระริกเอาไว้แน่นเมื่อมองเห็นจินฮึนยิ้มผ่านควันฉุนๆ จากบุหรี่ อีกฝ่ายเหมือนปีศาจที่คอยกล่อมด้วยพูดแสนหวานในนิทาน ถึงแม้คำพูดจะฟังดูแสนหวาน แต่จริงๆ แล้วเจ้าปีศาจตัวนั้นกำลังหลอกล่อให้เราไปลงนรกต่างหาก หลังมองจินฮึนกำลังหัวเราะอย่างรุนแรงเหมือนเพิ่งพูดอะไรน่าตลกออกมา โนอึลก็ยกมือขึ้นมาปิดหน้า [WU1] คำตอบที่ถูกกำหนดไว้มีแค่ข้อเดียว และเขาก็ทำได้แค่ต้องทำตามคำตอบนั้น นั่นเป็นความจริงและเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้  

“สูบสักอันสิ มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้สติพูดคุยกันนี่” 

ตึก แผ่นไม้ค๊อกถูกโยนไปข้างๆ พร้อมเสียงหนักๆ ของไฟแช็กซิปโป้สีดำ โนอึลมองใบหน้ามีเมตตาเอื้อเฟื้อได้ทุกอย่างเหมือนนักบุญที่ใจกว้างของอีกฝ่าย ขณะพยายามรักษาศักดิ์ศรีสุดท้ายเอาไว้ 

“ไม่ครับ ไม่เป็นไร” 

โนอึลรักษาศักดิ์ศรีสุดท้ายที่ตัวเองสามารถทำได้ จากนั้นก็พ่นลมหายใจขมขื่นออกมาตามลำพัง 

จินฮึนมองท่าทางของคนตัวเล็กแล้วโยนบุหรี่ที่คาบอยู่ในปากลงพื้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกฝ่ายเติมเหล้าลงในแก้วว่างเปล่าของตัวเองจังหวะเดียวกับการใช้เท้าขยี้บุหรี่บนพื้น จ้องมองราวกับจะเยาะเย้ยศักดิ์ศรีของเขาก่อนจะยกแก้วขึ้นมาดื่ม เหล้ารสขมพร้อมกลิ่นแอลกอฮอลล์รุนแรง ระหว่างที่ดื่มสายตาของจินฮึนสำรวจโนอึลผ่านแก้วเหล้าใสแล้วก็ยกมุมปากขึ้น 

“งั้นก็มาพูดเกี่ยวกับการแสดงของนายตามที่สัญญากันไว้ดีไหม” 

จากนั้นการพูดคุยโดยไม่ใช้สติก็เริ่มขึ้น โนอึลยกแก้วที่กำแน่นตั้งแต่เมื่อกี้ขึ้นมาตรงขอบปาก น้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำแล้วก็จริง แต่ลิ้นไก่ของเขาก็ถูกเผาไปพร้อมกับเหล้าขมๆ จนต้องใช้มือกุมคอที่ร้อนผ่าวราวกับถูกไฟเผา ทว่าจินฮึนดื่มมันรวดเดียวโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร โนอึลกรนด่าความซื่อบื้อของตัวเองอยู่ในใจขณะเอามือกุมคอแล้วมองจินฮึนนั่งไขว่ห้าง 

“การแสดง อืม การแสดงเฮงซวยนั่นน่ะ จะช่วยให้นายได้แสดงจนเบื่อเลยล่ะ แต่มองยังไงนายก็มีจุดอ่อนนี่นา” 

จุดอ่อน 

โนอึลระเบิดลมหายใจสั้นๆ ออกมาเมื่อกับคำพูดและการยักไหล่อย่างไร้จุดอ่อนของอีกฝ่าย 

“ฉันรู้ว่าการสูบกัญชามันผิดกฎหมาย แต่ก็มองผ่านมันไม่ได้ ใช่ไหมล่ะ” 

จินฮึนพูดขำๆ ไปทางโนอึลราวกับไม่เคยพูดข่มขู่มาก่อน ดูเป็นคนละคนกับที่สั่งให้เลือกระหว่างความตายกับการแสดงเลย โนอึลระเบิดเสียงหัวเราะแห้งๆ ออกมากับความต่างจนน่าประหลาดนั้น 

“อื้ม... ใช่ ฉันก็มีตำแหน่งเหมือนกัน จะช่วยซัพพอร์ตให้ดีมากกว่าสปอนเซอร์คนไหนที่นายเคยเห็นเลยล่ะ ดังนั้นก็ปิดปากเงียบไว้แล้วกันนะ” 

ขณะพูดแบบนั้น จินฮึนก็หยิบโทรศัพท์สีดำออกมาจากกระเป๋ากางเกง อีกฝ่ายพูดเองเออเองอยู่คนเดียวราวกับไม่ต้องการคำตอบจากเขา โนอึลขนลุกกับความดีใจที่มากเกินไปบนหน้าจินฮึนซึ่งมองเห็นด้วยแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ เขาลูบแขนตัวเองผ่านเสื้อเชิ้ตช้าๆ  

“ผมเองนะ มีนักแสดงชายคนนึงชื่อยูโนอึล เขามีข่าวไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก่อนหน้านี้น่ะครับ แล้วก็ไอ้ลูกหมาที่ปล่อยข่าวลือนั้น รบกวนช่วยพาไปที่ห้องทำงานผมตอนหกโมงเย็นด้วยนะครับ แล้วก็ช่วยจัดการข่าวลือนั้นด้วย...” 

ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีครับ... โนอึลหยุดมือที่กำลังลูบแขนเพราะจินฮึนพรั่งพรูคำสั่งออกมาทันทีเมื่อปลายสายรับโทรศัพท์  

“แล้วก็ อืม หาต้นสังกัดที่เหมาะสมให้สักที่ด้วยนะ ที่ไหนดีล่ะ... อือ นั่นแหละครับ” 

สายตาของจินฮึนที่คุยโทรศัพท์เหมือนสั่งงานสบเข้ากับสายตาตื่นตระหนกของโนอึล ก่อนจะยิ้มออกมาคล้ายปลายสายพูดอะไรถูกใจ เมื่อกดวางสายก็ยัดมันลงกระเป๋ากางเกงอีกครั้ง ไม่ว่าเรื่องอะไรชายหนุ่มก็จัดการมันได้ง่ายดายมากๆ ต่างจากโนอึลที่ไม่มีโอกาสได้จัดการหรือแก้ไขความเข้าใจผิดอะไรเลย หลังจากหลับตากับความรู้สึกแปลกๆ ที่วุ่นวายใจแล้วลืมตาขึ้นก็พบว่าจินฮึนยังคงมองเขาอยู่ 

“ปัญหาสำคัญที่สุดที่ทำให้นายเล่นละครไม่ได้ น่าจะได้รับการแก้ไขภายในหกโมงเย็นของพรุ่งนี้” 

จริงๆ ปัญหามีเยอะเลยล่ะ ถ้าลองคิดดูดีๆ แล้ว ทุกอย่างล้วนเป็นปัญหาทั้งนั้น 

โนอึลรู้ว่าในบรรดาเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเขาน่ะ ไม่มีอะไรที่เป็นไปตามคาดหรือเป็นไปได้ด้วยดีเลย แต่ถึงอย่างไรเขาก็มองเห็นอะไรคล้ายความหวังจากคำพูดที่บอกว่าปัญหาสำคัญแก้ไขแล้วจากจินฮึน จนความหวังที่ไม่กล้าหวังลุกโชน 

“ต่อไปก็คือความตั้งใจใช่ไหม” 

จินฮึนลุกขึ้นจากเก้าอี้มาคว้าแขนของคนกำลังติดอยู่ในความรู้สึกต่างๆ ที่เคยลืมไปแล้วให้ลุกขึ้นจากที่ด้วยและกอดไหล่อย่างที่ทำมาเสมอ 

“รู้ไหมว่าสิ่งที่สปอนเซอร์อย่างฉัน จะทำกับนักแสดงของตัวเองอย่างแรกคืออะไร” 

“ไม่ครับ” 

เขาถูกพาออกจากห้องมืดๆ เดินไปในเส้นทางใหม่ ผ่านสถานที่ทำกิจกรรมเซ็กซ์หมู่อันอลหม่านถึงขนาดเรียกได้ว่าระเกะระกะ โนอึลมองคนที่กำลังโอบไหล่ของและดึงเขาเข้าไปใกล้ตัว หลังตอบกลับสั้นๆ ประตูบานสีดำที่ซ่อนอยู่บริเวณสุดทางเดินถูกเปิดด้วยมือของจินฮึน ลานจอดรถที่มีรถยนต์จอดอยู่หลายสิบคันปรากฏขึ้นในอีกฟากหนึ่งของประตู จากนั้นเขาก็มองเห็นผู้ชายที่ยืนอยู่คนเดียวในลานจดรถกว้างๆ ก้มหัวทักทายด้วยความตกใจ 

ยังไงอีกฝ่ายก็โค้งทักทายทักจินฮึนอยู่แล้ว โนอึลมองผู้ชายคนนั้นที มองจินฮึนทีด้วยสายตามึนงง  

“ฉันดื่มเหล้าไปน่ะ หัวหน้าฝ่ายลีช่วยขับรถให้หน่อยนะ” 

“ได้ครับ” 

จินฮึนเปิดประตูหลังเองก่อนคนที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าฝ่ายลีจะเปิดให้ แล้วดันไปโนอึลขึ้นไปจากนั้นก็ตามมานั่งข้างๆ ก่อนจะปิดประตูลง หลังจากนั่งประจำที่เรียบร้อย รถยนต์ก็เคลื่อนตัว 

“ให้ไปส่งที่ไหนเหรอครับ” 

“อืม... ไปย่านซัมซองดงแล้วกัน ไม่ได้ไปมานานแล้ว” 

จินฮึนเอ่ยถึงปลายทางหลังจากคิดอยู่สักพัก ก่อนจะพิงหัวตัวเองลงกับหัวของโนอึลแล้วหลับตาพลางพ่นลมหายใจยาวๆ โนอึลนั่งตัวแข็งเพราะศีรษะของจินฮึนค่อยๆ ไหลลงมาเรื่อยๆ จนเกือบถึงไหล่ระหว่างรถยนต์เคลื่อนที่ เขาสับสนกับคนที่เข้ามาทำลายกำแพงของเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยการกระทำเฉพาะของพวกคู่รัก โนอึลประสานมือที่เป็นอิสระของตัวเองเข้าหากันแน่น 

“ใช้น้ำหอมเหรอ” 

“ครับ?” 

เมื่อรถเลี้ยวซ้ายหัวของจินฮึนก็ตกมาอยู่ที่ไหล่โนอึลอย่างสมบูรณ์ จินฮึนเอ่ยถามออกมาว่าใช้น้ำหอมเหรอโดยที่เขาไม่คาดคิด ซึ่งโนอึลก็ครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะพยักหน้ารับ 

“ครับ ได้เป็นของ...” 

“กลิ่นไม่ค่อยถูกใจฉันเลย ทิ้งไปเถอะ” 

เหมือนของถูกๆ ประโยคว่าได้เป็นของขวัญถูกตัดบทด้วยคำพูดของจินฮึนก่อนจะพูดจบ ไม่สิ มันถูกขยี้อย่างแรงเลยต่างหาก โนอึลรู้สึกแบบนั้น 

ปกติเขาไม่ค่อยใช้น้ำหอมหรอก เพราะว่าการแสดงความฟุ่มเฟือยด้วยน้ำหอม มันยากมากๆ ในวิถีชีวิตของเขา โนอึลจะใช้มันเฉพาะตอนอารมณ์ดีเป็นบางครั้ง และตอนนี้เขากำลังนึกว่าน้ำหอมที่เพื่อนผู้ขาดการติดต่อไปนานให้เป็นของขวัญยังเหลืออยู่เท่าไหร่ ตอนได้มาคนให้ก็บอกว่ามันเป็นน้ำหอมราคาแพงของแบรนด์ที่มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็เกิดความคิดว่าคงต้องทิ้งจริงๆ มากกว่าคิดจะใช้จนหมด เนื่องจากคำพูดแผ่วเบาราวกับกระซิบของจินฮึน 

ความเงียบเข้าปกคลุมในเวลาเดียวกับที่บทสนทนาจบลง 

โนอึลปิดปากเงียบเพราะไม่รู้ว่าจินฮึนหลับหรือเปล่า เขาประหม่าเพราะไม่รู้อะไรเลย เช่น จะไปที่ไหน หรือไปทำไม ระหว่างนั้นก็นึกถึงจินฮึนที่นั่งอยู่ข้างๆ ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว 

จินฮึนตอนนี้แตกต่างจากในอดีตมาก ในอดีต อีกฝ่ายเหมือนพวกนักเรียนดีเด่นเหมาะสมกับฐานะทางสังคม ไม่เคยก่อเรื่องหรือปัญหาพิเศษอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว และมักจะได้คะแนนสูงกับคำชมอยู่เสมอ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะได้เป็นประธานนักเรียนด้วย จินฮึนเป็นนักเรียนตัวอย่างที่มีชื่อเสียงมากขนาดนั้น เป็นคนอ่อนโยนที่ยิ้มให้ทุกทีเมื่อมองเห็นเขา แม้จะไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร มันไม่ใช่รอยยิ้มแบบยิ้มเยาะ แต่กลับยิ้มออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่เหมือนตอนนี้อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเขาเลยช็อกมากๆ จนไม่อยากจะเชื่อ 

โนอึลคิดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และเมื่อรถหยุดลงจินฮึนก็ลืมตาขึ้นทันที โนอึลกะพริบตาและตื่นจากความคิดหลังได้ยินเสียงปลดล็อกประตูรถ โดยไม่ทันรู้ตัวก็มาถึงจุดหมายซะแล้ว  

“หัวหน้าฝ่ายลีเลิกงานได้เลยนะ” 

“เข้าใจแล้วครับ” 

นายก็ลงมา จินฮึนเปิดประตูลงจากรถแล้วตามด้วยโนอึล โดยที่จินฮึนจับประตูเพื่อปิดมัน แต่แล้วอีกฝ่ายก็ก้มไปที่ประตูที่ยังเปิดค้างอยู่ 

“อ้อ ประชุมตอนเช้าเลื่อนไปเป็นตอนเย็นนะ เดี๋ยวฉันจะออกไปทำงานจากที่นี่เลย เอาชุดสูทไปวางไว้ที่ห้องทำงานเลยนะ” 

จากนั้นก็ปิดประตูลงเหมือนไม่ต้องการคำตอบ 

โนอึลมองรถยนต์ยี่ห้อคุ้นตาเคลื่อนตัวจากไป ก่อนจะถูกลากไปทางอีกด้านหนึ่งของลานจอดรถ จินฮึนหยุดอยู่ตรงประตูบานสีดำที่มองออกว่าเป็นลิฟต์แล้วกดเลขที่คุ้นเคย ประตูแก้วที่ปิดอยู่จึงเปิดออก และจินฮึนก็เข้าไปอย่างรีบร้อนก่อนมันจะเปิดจนสุด เพราะอย่างนั้นโนอึลก็เลยเกือบจะกระแทกเข้ากับประตู เขาเลยสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร และเมื่อประตูลิฟต์ปิดลง โนอึลเหม่อมองจินฮึนแก้เน็กไทด์ออก  

เขาสามารถรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นอาคารที่มีสิบชั้นจากปุ่มกดในลิฟต์ และปุ่มเลขสิบที่เป็นปุ่มสุดท้ายถูกกดด้วยมือจินฮึน ลิฟต์ไม่หยุดจอดเลยแม้แต่ครั้งเดียวและขึ้นไปข้างบนด้วยความเร็ว ระหว่างนั้นจินฮึนก็พิงตัวกับโนอึลอีกครั้ง เมื่อลิฟต์ขึ้นไปด้านบนใบหน้าของจินฮึนก็ซีดเผือกนิดหน่อยต่างจากก่อนหน้านี้ ป่วยตรงไหนกันนะ โนอึลหันหน้าไปทางอีกฝ่าย ทว่าเสียงลมหายใจที่ได้ยินก็ไม่ต่างอะไรกับก่อนหน้านี้  

ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับข้อความเสียงนิ่มนวลว่าชั้นสิบ คนที่โนอึลกังวลว่าจะเจ็บป่วยตรงไหนก็ก้าวออกจากลิฟต์ไปก่อนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกๆ ชั้นจะมีบ้านอยู่หนึ่งหลังและมีประตูเพียงบานเดียวเท่านั้น โนอึลมองสถานที่ที่กว้างใหญ่ที่มีแค่ประตูเดียวก่อนจะมองแผ่นหลังของจินฮึนที่กดหมายเลขอย่างคุ้นเคยแบบเดียวกับตอนอยู่ชั้นล่าง จินฮึนที่มองเห็นใกล้ๆ ภายใต้แสงไฟสว่างจ้ามีแผ่นหลังกว้างเหมือนในอดีต และสูงกว่าที่คิด โนอึลรู้ว่าอีกฝ่ายสูงกว่าตัวเองตั้งแต่ตอนที่พิงตัวลงมาแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะขนาดนี้ เขาเองก็ไม่ได้เตี้ยนะ... โนอึลเดินเข้าไปข้างในเงียบๆ เมื่อจินฮึนเปิดประตูและส่งสายตาสั่งให้เข้าไป 

ภายในกว้างมาก โนอึลยืนเหม่ออยู่หน้าประตูบ้านที่กว้างมากกว่าวิลล่าไหนๆ ที่เขาเคยเห็นมาจนถึงตอนนี้ ก่อนจะได้ยินเสียงปิดประตูจากด้านหลัง เขาไม่สามารถเข้าไปได้ขณะมองจินฮึนถอดรองเท้าและเดินเข้าไปก่อน 

“ทำอะไรอยู่ เข้ามาสิ” 

บ้านนี้มันมีอะไรแปลกกันนะ 

โนอึลมองพื้นที่กว้างๆ แล้วถอดรองเท้าที่ตัวเองสวมอยู่ จากนั้นก็ก้าวเดินจากคำสั่งของเจ้าบ้าน มันกว้างเอามากๆ แต่กลับมีประตูเพียงแค่บานเดียว พื้นที่ทั้งหมดถูกเปิดโล่งเหมือนเป็นห้องเดี่ยว ข้างหน้าต่างที่มองเห็นด้านนอกได้อย่างชัดเจนมีเตียงหลังใหญ่ตั้งอยู่ ห่างออกไปอีกนิดหน่อยก็มีอ่างอาบน้ำกลมๆ เขามองเห็นทั้งอ่างล้างหน้า แล้วก็ตู้เสื้อผ้าได้อย่างชัดเจน สิ่งที่ใช้แบ่งพื้นที่คือฉากกั้นที่เป็นแก้วใสเท่านั้น 

“ถอดเสื้อผ้าแล้วก็ไปยืนหน้ากระจก” 

“ครับ?” 

“เดี๋ยวนี้” 

ผมเองครับ หัวหน้าทีมควอน... โนอึลมองจินฮึนที่เริ่มคุยโทรศัพท์ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ อีกฝ่ายชี้ไปที่กระจกเต็มตัวข้างๆ โทรทัศน์เครื่องใหญ่ด้วยปลายนิ้วอย่างเฉียบขาดราวกับไม่ต้องการฟังคำโต้เถียง 

“ผมทิ้งเสื้อไว้ที่คลับเหรอ ไม่รู้ว่าในเสื้อมีอะไรอยู่บ้าง ฝากเอามาด้วยแล้วกันครับ แล้วก็...” 

โนอึลกัดปากแน่น เขาไม่รู้ว่าเสียงหัวใจเต้นของตัวเองจะดังกว่าเสียงคุยโทรศัพท์ของจินฮึนหรือเปล่า  

จินฮึนหันไปทางเหล้านอกที่ถูกวางประดับไว้เต็มกำแพงด้านซ้ายของประตูทางเข้า ก่อนจะคุยเรื่องเกี่ยวกับการประชุมต่อ ถึงมันจะเริ่มจากการถามไถ่เรื่องเสื้อที่ทิ้งไว้ในคลับก็ตาม จินฮึนหยิบแก้วออกมาและเติมเหล้าสีเหลืองทองลงไปจนเต็มโดยไม่มีน้ำแข็งสักก้อน โนอึลมองอีกฝ่ายที่ไม่ได้มองและไม่ได้สนใจเขาเลย พร้อมกับรู้สึกทุกข์ทรมาน 

ระยะทางจากประตูหน้าบ้านไปถึงกระจก มันไม่ได้ไกลขนาดนั้น กลับใกล้ขนาดที่ว่าสามารถเดินไปถึงได้เพียงก้าวไม่กี่ก้าว แต่เขาก็เหม่อมองกระจกราวกับว่ามันไกลมาก  

เหมือนอีกฝ่ายคิดว่ายังไงเขาก็ต้องทำตามแน่นอน โนอึลมองจินฮึนดื่มเหล้าไปแก้วหนึ่งเต็มๆ และไม่เพียงแค่นั้น หลังจากวางสายก็เติมเหล้าอีกแก้ว เขาขยับเท้าที่เหมือนเต็มไปด้วยความหนักอึ้งเหมือนนักโทษ ทุกๆ ครั้งที่ก้าวออกไปทีละก้าว ทีละก้าว ทีละก้าว ใบหน้าของเขาก็ค่อยๆ ซีดเผือกลงและรู้สึกเหมือนเลือดทั้งหมดในร่างกายแข็งตัว  

ก็แค่ลองทำเหมือนที่เคยทำก่อนหน้านี้เอง ลองทำมันอีกรอบไงล่ะ 

 

[1] ออนเดอะร็อก เหล้าเพียวๆ

ความคิดเห็น