facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 1-7 จุดจบของผม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-7 จุดจบของผม

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2562 14:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-7 จุดจบของผม
แบบอักษร

โนอึลมองเหล้าในแก้ว มันถูกเติมอย่างพอดี ไม่ขาดแล้วก็ไม่ล้น เขาทำอะไรไม่ถูกแม้จะไม่ใช้ครั้งแรกที่รับเหล้าจากคนอื่นก็ตาม แถมมันก็ไม่ได้ถูกใส่ยาอะไรลงไปในนั้นด้วย เขาเบนสายตาไปมองจินฮึนที่สูบบุหรี่เงียบๆ รอคำตอบ โดยไม่ได้ได้เร่งหรือข่มขู่ จากนั้นโนอึลก็ยื่นมือออกไปทางแก้วเหล้า ยังไงก็คงต้องตอบ เขามองเหล้าในแก้วที่อีกฝ่ายเคยดื่มแล้วยิ้มเยาะตัวเอง 

อย่างมากก็แค่ดื่มเหล้า เขายิ้มกับการระแวงมากถึงขนาดนี้ของตัวเอง 

“ผมถูกบีบครับ” 

“บีบเหรอ” 

โนอึลสัมผัสความคาดไม่ถึงจากอีกฝ่ายจนตัวเองยังแปลกใจ เพราะเมื่อครู่จินฮึนเฉยเมยกับการตายของคนๆ นึงขนาดนั้น แต่เขาก็รู้สึกสบายใจเมื่ออีกฝ่ายสนใจในการแสดงของเขาก่อนจะระเบิดหัวเราะอันว่างเปล่าออกมา โนอึลเหม่อมองแก้วในมือและเปิดริมฝีปากหนักอึ้งออก 

“พวกเขาบอกว่าผมต้องรับแขก ถ้าอยากแสดง...” 

หลังปลดประจำการ ก็กลับมายืนบนเวทีส่องสว่างอีกครั้ง 

ทว่าโนอึลกลับไม่มีบทพูดเลยด้วยซ้ำ แต่แค่บทเพื่อนที่ต้องนั่งอยู่ข้างๆ ตัวเอก เขาก็มีความสุขมากแล้ว มีความสุขกับแสงไฟร้อนๆ บนหัว มีความสุขกับสายตาของคนจำนวนไม่มากนักที่มารับชมการแสดง รวมถึงการหายใจร่วมกับเพื่อนร่วมเวที แม้จะไม่ได้เงิน แม้จะไม่ดัง แต่ช่วงเวลานั้นก็ทำให้เขามีความสุขมากๆ  

“แค่เล่นละครเวทีอย่างเดียวไม่ดังหรอก เขาบอกว่าต้องออกทีวี ต้องรับแขก” 

ทำไมอยู่ดีๆ ตอนนั้นเขาถึงยอมจมลงไปกับคำว่าชื่อเสียงกันนะ 

โนอึลกลืนความโง่เง่าของตัวเองและเงยหน้าจากแก้วมาสบตาคนสูบบุหรี่ ถึงจะไม่คาดหวังปฏิกิริยาอะไร แต่ใบหน้าของจินฮึนก็ยังคงเฉยชา เขากัดริมฝีปากสั่นๆ เอาไว้แน่นเมื่ออีกฝ่ายทำมือเหมือนสั่งให้พูดต่อ โนอึลรู้สึกว่าความสับสนวุ่นวายในวันนี้ถูกมือคู่นั้นความหมายกวาดออกไปหมด และดวงตานิ่งๆ ของจินฮึนก็ทำให้หัวใจที่เคยแตกสลายหายวับไปเหมือนกัน  

หัวใจที่คิดว่าเหมือนคนโง่และเป็นแค่คนธรรมดานั้นสั่นไหวอย่างหนักหน่วงในทันที 

สำหรับโนอึลแล้วมันไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้อดีตที่ไม่มีจินฮยอนจะลำบาก แต่การที่จินฮึนช่วยให้เขาหลุดพ้นหนีจากการถูกชายฉกรรจ์ข่มขืนน่ะ มันทำให้หัวใจกับความคิดของเขาอ่อนแอ ดังนั้นโนอึลจึงพูดความอึกอัดในใจของตัวเองออกไปอีกเล็กน้อย 

“ผมก็เลยยอมรับแขก แล้วก็... เสพยาด้วยครับ” 

ระหว่างรับแขก เขาไม่มีสติเลย คนพวกนั้นบอกให้รับยาที่ยื่นมาให้ โนอึลไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นยาอะไร และเขาก็ติดมันโดยไม่รู้ตัว 

ความสิ้นหวังและความรู้สึกผิด ความหวาดกลัวและการสำนึกผิด 

ความรู้สึกหลากหลายปรากฏบนใบหน้าเล็กๆ ของโนอึล จินฮึนโยนบุหรี่ที่เหลือแค่ก้นลงบนพื้นและขยี้ด้วยรองเท้า ขณะมองโนอึลที่กลัวจนซีดคล้ายจะตายซะเดี๋ยวนี้ พอมองอย่างละเอียดแล้วมันเป็นใบหน้าที่ไม่มีร่องรอยอะไรเลยต่างหาก ถึงจะเหมือนเด็กผู้ชาย แต่หากมองดีๆ ก็จะมองเห็นเส้นที่ชัด เป็นใบหน้าของผู้ชายคนนึง ดวงตาเหมือนมีเรื่องราวลึกซึ้งบนใบหน้าที่อยู่ระหว่างเส้นแบ่งของวัยเด็กกับวัยรุ่นก็ยิ่งทำให้บรรยากาศประหลาดไปอีก  

จินฮึนยกเท้าออกจากบุหรี่ช้าๆ และไขว่ขาอย่างเฉยเมย หลังมองโนอึลละล้าละลังเล่าเรื่องจริงจังออกมาอย่างยากลำบาก 

“คนอื่นๆ บอกว่าการเลิกบุหรี่ยากที่สุด... แต่ผมรู้สึกว่าการเลิกยาน่ะ มันยากยิ่งกว่าอีก” 

คนที่เป็นสปอนเซอร์คนสุดท้ายของโนอึลน่ะ ถ้าไม่มียาแล้วล่ะก็ เขาไม่มีทางมีอะไรกับคนๆ นั้นเลย อีกฝ่ายเทียบเท่าท่านประธานคังแห่งคฤหาสน์ชองดัม หรือแม้กระทั่งจินฮึน จินฮยอนไม่ได้ด้วยซ้ำ ทั้งที่ไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจเลิศเลอขนาดนั้น แต่กลับอวดดีเอามากๆ ชอบคุยโวว่าเมื่อก่อนตัวเองเป็นสปอนเซอร์ให้คนที่เป็นไอดอล แล้วก็วางมาดว่าตอนนี้ไอดอลคนนั้นเป็นสมาชิกของวงที่เป็นที่รู้จักตอนนี้ อีกฝ่ายสั่งให้โนอึลรักษาคำพูดและยืนยันว่าจะช่วยทำให้เขากลายเป็นแบบนั้นเหมือนกัน  

“ผมไม่สามารถออกไปนอกบ้านได้ เพราะติดยา... จนต้องขโมยเงินเพื่อเอาไปซื้อยา” 

คนๆ นั้นบังคับเขาไม่หยุด อีกฝ่ายสนุกกับการดูถูกและทำให้เขาละอายใจ สนุกอยู่คนเดียวกับการลากคนอื่นลงมาเหยียบย่ำ แต่ก็ไม่ยอมจ่ายเงินค่าตอบแทนตามที่เคยสัญญาเอาไว้  

“ผมก็เลยอยู่ในบ้านเพื่อให้หลุดพ้นจากมัน แล้วก็คิดว่าจะเลิกทั้งยา แล้วก็จะตัดขาดการเลี้ยงดูด้วย... ก็แค่ไม่ต้องทำอะไรเลย แล้วก็ตายๆ ไปซะ” 

คนที่เข้ามาในต้นสังกัดในเวลาเดียวกับเขา ได้แสดงซีรีส์ทางโทรทัศน์ แล้วก็ได้ออกรายการวาไรตี้ 

เพราะความสามารถในการแสดงดีและมีวาทศิลป์ดี รวมถึงจับสปอนเซอร์ที่ดีกว่าได้ด้วย  

...มันช่างว่างเปล่า 

คนนั้นแสดงได้ดีกว่า ได้รับคำชมเยอะกว่านาย โนอึลถูกดึงให้จมลงไปในความคิดแง่ลบนับร้อยนับพัน เขาข่วนร่างกายตัวเองเหมือนคนเป็นบ้าขณะลดยา จนน้ำตากับเลือดไหลออกมาพร้อมกับ อยากตายเพราะไม่สามารถทำการแสดงที่ตัวเองชอบได้ แล้วก็อยากตายเพราะการอยากเสพยามากๆ แต่ทำไม่ได้ด้วย โนอึลตัวสั่นอยู่ตลอดเวลาขณะมองรายชื่อสปอนเซอร์ใหม่ๆ เต็มโทรศัพท์ที่ถูกระงับสัญญาณ  

คนๆ นี้จะทำให้เราแสดงได้ไหมนะ แล้วเขาจะให้เงินซื้อยาหรือเปล่า  

และช่วงเวลานั้นโนอึลอยากเสพยามากกว่าการทำการแสดงสียอีกจนทำการกระทำบ้าๆ ด้วยตัวเอง 

มีอยู่วันหนึ่งที่เขายอมทำอะไรก็ได้ ขอแค่ให้มีเงินซื้อยาก็พอ บทละครเก่าๆ จนซีดที่พ่อเคยแสดงครั้งแรกก็เข้ามาในสายตา มันเป็นบทที่ไม่ได้สำคัญอะไรด้วยซ้ำ แค่บทบาทของคุณลุงแก่ๆ ในที่ทำงานพาร์ทไทม์ ซึ่งนางเอกของเรื่องเข้ามาทำในช่วงเป็นนักศึกษา บทพูดนั้นมีอยู่สองบรรทัดและเป็นการโต้ตอบสั้นๆ กับการทักทายถามสารทุกข์สุกดิบแล้วก็จบลง ไม่ว่าจะมองอีกกี่ครั้งมันก็จบลงเท่านั้นนั้น เป็นบทบาทที่ไม่ได้สำคัญอะไรเลยจริงๆ  

“ผมอยากแสดงได้ด้วยตัวผมเอง ไม่ใช่ผ่านสปอนเซอร์ ดังนั้นระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อเลิกยา ผมก็ได้รับการข่มขู่ให้ยกเลิกสัญญาจากต้นสังกัดครับ” 

ต้นสังกัดบอกว่าพวกเขาไม่สามารถต่อสัญญาได้ ถ้าไม่มีสปอนเซอร์ เพราะโนอึลไม่ทั้งความสามารถ และคนหนุนหลัง เท่านั้นยังไม่พอ พวกเขายังปล่อยข่าวลือจนโนอึลไม่ได้สามารถหาต้นสังกัดใหม่ได้อีกด้วย เขาโดนกดดัน โดนข่มขู่จนไม่สามารถแสดงได้เพราะไม่มีสปอนเซอร์ 

“ผมก็แค่อยากแสดงโดยไม่ต้องกังวลอะไร ก็เลยยอมทิ้งอนาคตเพราะพวกเขาเอาแต่พูดถึงสปอนเซอร์อยู่เรื่อย ผมตัดสินใจไม่ต่อสัญญาแล้วก็ออกจากบริษัทมาครับ แต่พอออกมาแล้ว ก็ไม่สามารถหาต้นสังกัดใหม่ได้... เพราะข่าวลือว่าผมเป็นนักแสดงที่ไม่ฟังคำพูดของต้นสังกัด กับรอยด่างพร้อยว่าเป็นนักแสดงติดยา” 

ดังนั้นจึงไม่มีต้นสังกัดมาจนถึงตอนนี้ 

โนอึลพูดถึงอดีตอันน่าอึดอัดของตัวเองอย่างนิ่งเฉยให้มากที่สุด ก่อนจะหยิบแก้วที่น้ำแข็งละลายไปเล็กน้อยขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวจนกลิ่นฉุนๆ ลอยเข้ามาในจมูก  

“อย่างนั้นเองสินะ” 

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังหยิบแก้วขึ้นมาเพราะคิดว่าจะต้องดื่มเข้าไปสักแก้วหนึ่ง แต่ในจังหวะที่ขอบแก้วสัมผัสกับริมฝีปาก จินฮึนก็พูดออกอย่างสั้นๆ โนอึลเลยลดแก้วลงเพราะคำตอบสั้นๆ จากอีกฝ่ายที่ไม่มีความรู้สึกอะไรแฝงอยู่เลย 

ทุกคนที่รู้จัก ต่างก็พากันบอกว่าเขาน่าสงสาร  

โนอึลหยุดหายใจไปสักพักเมื่อจินฮึนจ้องมองจากฝั่งตรงข้ามโดยไม่พูดอะไร ชานหนุ่มไม่พูดปลอบเขาด้วยคำว่า น่าสงสาร หรือน่าเห็นใจออกมาสักคำ เขากระพริบช้าๆ เหม่อมองภาพของจินฮึนคาบบุหรี่ไว้ในปากอีกครั้งและไฟแช็กที่หายเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหลังจากจุดเข้ากับปลายมวนเรียบร้อย ควันลอยล่องกระจายไปทั่วห้อง ควันว่างเติมเต็มพื้นที่เงียบสงบแทนที่สิ่งที่สวยงามแต่ไร้ประโยชน์ 

ทั้งสายตาคนกริบ ทั้งริมฝีปากว่องไวล้วนไร้อารมณ์อะไรเลย มันเงียบสงบราวกับกำลังสูบบุหรี่อยู่คนเดียวในห้องนี้ แม้แต่นิ้วเรียวยาวที่คีบบุหรี่อยู่ก็ยังนิ่งด้วย หัวใจของโนอึลว้าวุ่นเมื่ออีกคนไร้ปฏิกิริยาใดๆ ถึงขนาดคิดว่าจินฮึนได้ฟังสิ่งที่เขาเล่าหรือเปล่า 

โนอึลมองแก้วเหล้าเพียวๆ ในมืออีกครั้ง เขาพูดอะไรที่ไร้ประโยชน์ออกไปสินะ มันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะพูดกับคนที่ไม่ได้เจอกันมานานแล้วเลย... ความเสียใจกับความโง่เขลาถาโถมเข้ามาพร้อมกัน โนอึลยกมือที่เคยถือแก้วเอาไว้มาปิดปากโง่ๆ ของตัวเอง 

“ก็นะ ฉันไม่เคยล้มเลิก หรือทำอะไรด้วยเพราะถูกบังคับแบบนายเลย” 

ฟู่ ท่ามกลางความเงียบ น้ำเสียงหนักแน่นของจินฮึนก็ดังผ่านควันยาวๆ  

“ฉันไม่รู้ใจนายหรอกนะ” 

ตึกตึก จินฮึนเคาะเอาขี้บุหรี่ออกจากมวนบุหรี่ในมือเหมือนเคาะหัวใจอึดอัดของโนอึลออกมาด้วย ควันกับขี้บเถ้าฟุ้งกระจายเพราะลมอ่อนๆ จากเครื่องปรับอากาศ โนอึลมองจินฮึนพลางรอคอยคำพูดของอีกฝ่าย 

“แต่แล้วยังไงล่ะ ก็ต้องอารมณ์ไม่ดีสิ แล้วก็โมโหด้วย แบบไอ้หมอนั่นน่ะ แย่กว่าฉันซะอีก แต่พอมองภาพมันออกทีวีเพราะดันได้ของดี ก็รู้สึกแย่มาก” 

ถึงจะพูดว่าไม่รู้ใจเขา แต่คำพูดพวกนั้นจากจินฮึนก็ทำให้ใบหน้าของโนอึลแดง เพราะตัวเองก็เคยคิดแบบนั้นแม้จะเพียงชั่ววูบ 

“ต้องเป็นอย่างนั้นต่างหาก เออ ต้องแบบนั้นแหละ” 

จินฮึนยักไหล่ ถึงแม้มันจะไม่ใช่การกระทำและคำพูดที่เขารอคอย แต่โนอึลก็ผ่อนคลายกับท่าทางและคำพูดจากจินฮึน ความความจริงใจที่ไม่ใช่การให้กำลังใจหรือการปลอบที่มากเกินไปจนไม่รู้ว่าจริงใจไหม ดังนั้นโนอึลก็เลยเกิดความรู้สึกแปลกๆ ว่าเขารอคอยปฏิกิริยาแบบนี้มาตลอดหรือเปล่า 

“แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็มั่นใจขึ้นมาอย่างนึงจากเรื่องเล่าของนาย” 

“ครับ?” 

โนอึลขมวดคิ้วกับคำพูดที่ตัวเองฟังไม่เข้าใจ จินฮึนเขวี้ยงบุหรี่ในมือลงพื้นก่อนจะใช้รองเท้าขยี้อย่างแรงเหมือนเดิม จากนั้นก็ลูบผมตัวเองแล้วก็ระเบิดหัวเราะสั้นๆ สายตาที่เคยล่องลอยอย่างอ่อนแรงเพราะฤทธิ์กัญชากลับเปล่งประกายไม่เหมือนคนเพิ่งสูบมันเลย โนอึลประหม่ากับสายตาน่ากลัวซึ่งผสมระหว่างความบ้าคลั่งและความโหดร้าย 

“ที่นายบอกว่าตัวเองกับคังจินฮยอนไม่มีความสัมพันธ์กันไง” 

เสียงเข้มๆ ออกมาจากปากจินฮึน โนอึลขมวดคิ้วกับชื่อของจินฮยอนอีกครั้ง 

ความสัมพันธ์ระหว่างจินฮึนกับจินฮยอนไม่ดีงั้นเหรอ  

ความรู้สึกทิ่มแทงจนเสียววาบเหมือนเล็งมาที่คอ โนอึลจ้องมองปฏิกิริยาดุดันของจินฮึนด้วยสายตาไม่เข้าใจ เขากังวลว่ามันจะมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ในความสัมพันธ์ของพวกเขา เหมือนที่จินฮึนในตอนนี้แตกต่างกับจินฮึนในความทรงจำของเขา เพราะน้ำเสียงของอีกฝ่ายฟังดูน่าสงสัยขณะพูดชื่อออกมาราวกับอยากฆ่าจินฮยอนให้ตาย 

“อืม” 

บุหรี่ถูกขยี้ซ้ำอีกครั้งด้วยรองเท้าของจินฮึนพร้อมกับเสียงครางทุ้มสั้นๆ ในลำคอ จนสิ่งสกปรกที่อยู่ในไส้กรองเริ่มทะลักออกมาข้างนอก ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงหายใจภายในห้องแคบๆ มีเพียงเสียงลมเบาๆ จากเครื่องปรับอากาศเท่านั้น โนอึลยกมือขึ้นมากุมคอตัวเองเพราะความหนักหน่วงเหมือนอากาศไม่ถ่ายเท 

ทว่าอยู่ๆ ก็มีเสียงดังคลิกเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ โนอึลเลื่อนสายตาไปทางต้นเสียงและพบว่าจินฮึนดึงกล่องบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง โดยที่บุหรี่สีขาวมวนหนึ่งถูกหยิบขึ้นมา หลังจากนั้นชายหนุ่มก็วางบุหรี่ลงบนโต๊ะ โนอึลกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอกับสิ่งที่มองเห็นแม้ในนี้จะมืด กึก กึก จินฮึนเคาะบุหรี่ลงกับโต๊ะ เคาะแบบนั้นอยู่สองสามทีเหมือนกำลังจัดการความคิด ก่อนจะยิ้มแล้วพูดคำที่โนอึลคาดไม่ถึงออกมา 

“เพราะนายเล่าเรื่องที่สนุกๆ ให้ฉันฟัง ฉันก็จะเล่าเรื่องสนุกให้ฟังนายเหมือนกัน” 

“ครับ?” 

“เป็นเรื่องราวที่กับสนุกทั้งนาย ทั้งฉันเลยล่ะ” 

จินฮึนยกมุมปากของตัวเองขึ้นยิ้ม ขณะเดียวกันก็หยิบเน็กไทด์ที่ยัดอยู่ในกระเป๋าเสื้อกั๊กออกมาและเริ่มผูกมันอย่างรวดเร็ว โนอึลหลับตาและลืมตาอีกครั้งเมื่อนกระเป๋าเสื้อกั๊กออกมา างเล่าของนายชั่ววูบยบร้อยจินฮึนเริ่มผูกเน็กไทด์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แสงไฟจะมืด เขาไม่คุ้นกับวิธีการสนทนาที่กำกวมแบบนี้ 

“บุหรี่มวนนี้มีส่วนประกอบของกัญชามากกว่าบุหรี่ปกตินิดหน่อย” 

กึก กึก จินฮึนเคาะมันลงกับโต๊ะแรงขึ้นเหมือนกับจะสั่งให้เขามอง โนอึลฟังคำพูดของจินฮึนเงียบๆ และมองบุหรี่สีขาวตามที่อีกฝายต้องการ มันไม่ใช่บุหรี่ธรรมดาแต่เป็นบุหรี่ผสมกัญชาจริงๆ ด้วย 

“ถึงแม้ว่าฉันจะสนุกกับยา แต่ก็ต้องปรับลด เพราะทำตัวสนุกเหมือนคนบ้าขนาดนั้นไม่ได้” 

ราวกับยิ้มเยาะ ราวกับเป็นเรื่องปกติทั่วไป โนอึลมองบุหรี่ที่ผสมกัญชาด้วยความว่างเปล่า เขาไม่โอเคกับคำพูดของจินฮึนเท่าไหร่นัก อีกฝ่ายเป็นคนของแทอุงกรุ๊ป หนึ่งในบริษัทชั้นนำของเกาหลีใต้ ยังไงก็ไม่สามารถเสพยาโดยไร้เหตุผลได้หรอกเพราะจะต้องปรากฏตัวบนสื่อ แม้จะไม่มากเท่าอึนจิน หรือจินฮยอนที่เป็นมิตรกับสื่อ  

“แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่มีวันเลิก” 

กัญชาน่ะ มีฤทธิ์ทำให้เสพติดได้น้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาๆ แต่กลับเป็นสิ่งผิดกฎหมายต่างจากบุหรี่  

“มันเป็นการผสมผสานที่ลงตัวจนฉันชอบ ไม่ชื้นไป แล้วก็ไม่หยาบไปด้วย” 

กึก กึก บุหรี่ถูกเคาะลงบนโต๊ะอีกครั้ง โนอึลเอียงคอกับคำพูดที่ไม่เข้าใจความหมายมากขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่รู้เจตนาของอีกฝ่ายเลย อาจจะเป็นเพราะเขาหัวไม่ดี แต่มันไม่ใช่แค่การแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับกัญชาแน่ๆ  

“แล้วก็หลังจากได้ฟังเรื่องนี้แล้ว นายต้องเลือกมาหนึ่งอย่าง” 

“อะไรนะครับ” 

โนอึลที่เอียงคอเพ่งมองเจตนาของจินฮึนเปลี่ยนกลับมายืดคอตรงเพราะคำพูดหนักแน่นได้ยินกับหู และเขาย้อนถามช้าไปหนึ่งจังหวะเพราะการยกมุมปากขึ้นของอีกฝ่าย 

“จะเสียใจแล้วก็ยอมตายเพราะรู้ความจริงว่าผู้อำนวยการคังจินฮึนสูบบุหรี่ในคลับลับ หรือว่า...” 

บุหรี่ที่ใช้เคาะเบาๆ ถูกวางลงบนโต๊ะ มันกลิ้งบนนั้นด้วยฝีมือจินฮึนจนหยุดลงหลังกระแทกเข้ากับแผ่นไม้ก๊อกที่วางอยู่ตรงหน้าเขา โนอึลเหม่อมองบุหรี่ผสมด้วยกัญชาอย่างเหมาะสมมวนนี้  

“จะสูบบุหรี่นี่ แล้วเรามาพูดเรื่องการแสดงของนายกัน” 

โนอึลรู้สึกเหมือนสติของตัวเองขาวโพลนจากเสียงกระซิบของซาตานที่ได้ยินในหูกับกลิ่นกัญชาฉุนๆ ที่อบอวลในจมูก 

ความคิดเห็น