facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 1-6 จุดจบของผม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-6 จุดจบของผม

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2562 14:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-6 จุดจบของผม
แบบอักษร

“นี่” 

จินฮึนเรียกพนักงานที่เดินผ่านมา พนักงานในชุดสุภาพเรียบร้อยจึงกล่าวทักทายสั้นๆ และเดินเข้ามาหาทันที 

“ไปเรียกประธานอันมาให้หน่อยได้ไหม” 

หลังจากนั้นจินฮึนก็หันมาจับแขนโนอึลที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้นแล้วดึงให้ลุกขึ้นมายืนอย่างแผ่วเบาโดยไม่ลำบากมากนัก และระหว่างที่เขาถูกจินฮึนดึง พนักงานคนเดิมก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่ง 

“ผู้อำนวยการคัง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ” 

“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอ บรรยายกาศในคลับวุ่นวายน่าดู” 

จินฮึนโอบไหล่โนอึลที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างเป็นธรรมชาติและถามอย่างไม่จริงจังนัก ทว่าโนอึลกลับเกร็งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเพราะถูกโอบไหล่ไม่พอ อีกฝ่ายยังซบหน้ากับศีรษะเขาอีก 

สีหน้าของอันซูฮุน ผู้เป็นเจ้าของคลับลับซึ่งกำลังจัดปาร์ตี้ยาอยู่นี้เข้มขึ้นกว่าปกติ จินฮึนซบหน้าลงกับหัวของโนอึลที่พอดีกับความสูงของตนพลางจ้องมองผู้ชายอีกคน ในสายตาของจินฮึนที่มีสติต่างจากคนอื่นๆ ที่มัวเมาอยู่กับยา เหล้าและเซ็กส์ ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติของคลับ ซึ่งสีหน้าอันซูฮุนกับพนักงานด้านหลังก็ไม่ดีเอามากๆ ด้วย 

“จะให้พูดตรงนี้เลย มันก็ออกจะลำบากไปสักหน่อย เราย้ายที่ได้ไหมครับ” 

สายตาของอันซูฮุนในชุดสูทสุภาพย้ายจากจินฮึนมามองคนที่ถูกโอบไหล่อยู่ ชุดธรรมดาที่โนอึลสวมต่างจากสูทราคาแพงของจินฮึนอย่างสิ้นเชิง ซูฮุนมองจินฮึนกับโนอึลสลับกันอีกครั้งเพราะเพิ่งเคยเห็นโนอึลเป็นครั้งแรก จินฮึนจึงยกหน้าออกจากหัวคนตัวเล็กนิดหน่อยเมื่อเห็นสายตาแบบนั้น 

“ฉันจะเอาเขาไปด้วย” 

นายก็สงสัยใช่ไหม จินฮึนผละใบหน้าออกมามองหน้าโนอึลแล้วถาม ทว่าก่อนโนอึลจะตอบ อีกฝ่ายก็มองอันซูอุนแล้วพูดเองเออเองตามใจชอบ 

“เขาบอกว่าสงสัยนิ” 

เมื่อเห็นท่าทางของจินฮึน อันซูฮุนก็ตระหนักได้ว่าโต้แย้งไปก็เมื่อยปากเปล่าๆ จึงนำหน้าไปเงียบๆ พลางถอนหายใจยาวๆ เหมือนรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้ 

โนอึลถูกจินฮึนลากให้เดินตามอย่างช้าๆ ไปทางที่ที่เขาไม่อยากไปและไม่รู้สึกสงสัยเลย ไม่อยากรู้ด้วยซ้ำว่ามีเรื่องอะไร เขาแค่อยากกลับไปพักผ่อนที่บ้าน เหนื่อยจนอยากจะฟุบลงไปทั้งๆ แบบนี้ อยากหลุดจากกลิ่นกระตุ้นจมูกกับเหล่าคนไร้สติที่มองเห็นอยู่รอบตัวแล้ว 

ร่างกายของเขาหมดแรงจากกลิ่นแสนหวานที่เข้ามาในจมูก แต่โนอึลไม่สามารถปล่อยตัวได้เพราะไม่รู้ว่สภาพตัวเองจะเป็นอย่างไร เขาประสานนิ้วสั่นๆ ของตัวเองเอาไว้ด้วยกันอย่างเหนียวแน่น ทว่าสติของเขากลับปลิวหายไปเพราะมือบนไหล่กับกลิ่นไม้จากจินฮึน โนอึลพาร่างกายเหนื่อยอ่อนเดินตามการบังคับจนมายืนอยู่หน้าประตูบานหนึ่งโดยไม่รู้ตัว และอีกฟากหนึ่งของประตูที่ถูกเปิดออกก็มีผู้หญิงสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นจนเหมือนไม่ใส่อะไรกับผู้ชายหน้าคุ้นเคยที่มองเห็นจากไกลๆ ก่อนหน้านี้นั่งอยู่บนโซฟา  

“เฮ้ย นี่ใครวะ” 

ชายหนุ่มที่คาบบุหรี่สีขาวซึ่งดูก็รู้ว่าเป็นกัญชาหันหน้ามามองเพราะน้ำเสียงขี้เล่นของจินฮึน ก่อนจะหัวเราะทันทีแล้ววางกัญชาในมือลง จินฮึนเองก็ส่งเสียงหัวเราะเหมือนอีกฝ่ายออกมาเช่นกัน 

“ถ้าโดอีกอมอยู่นี่ แล้วใครตายเล่า” 

จินฮึนเยาะด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ จากนั้นก็จับแขนของคนมึนงงอย่างโนอึลเข้ามาด้านในตามอำเภอใจ อีกอมวางกัญชาลงแล้วยิ้มเหมือนประหลาดใจขณะมองโนอึลที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยการบังคับจากจินฮึน 

“นี่มันอะไรกันอีกล่ะ” 

อีกอมยืดหลังตรงมองโนอึลและเอ่ยถามสั้นๆ 

“จะอะไรล่ะ ก็คนไง เออ แล้วได้ยินว่ามีคนตายใช่ไหม” 

“อย่าเทียวจับคนอื่นไปทั่วสิ ฉันบอกแล้วไงว่ายังมีอะไรน่าสนุกอีก” 

“โอ๊ย หยุดทั้งสองคนนั้นแหละ นี่มันความวุ่นวายอะไรกันเนี่ย จริงๆ เลย!” 

ผู้หญิงที่สวมเสื้อชั้นในสีดำแบบเต็มตัวกับกางเกงในสีดำลูบลอนผมของตัวเองด้วยความหงุดหงิด โนอึลไม่ได้นั่งลงบนโซฟาและยืนอยู่ด้านหลังจินฮึนอีกที ทว่าเขากลับได้รับสายตาไม่เป็นมิตรจากอีกอมอย่างเจาะจง จนขนลุกขึ้นมาโดยอัตโนมัติกับสายตาคมกริบอย่างที่จินฮึนก็ยังทำไม่ได้  

“น่ารำคาญจริงๆ ฉันบอกแล้วไงว่าให้สนุกแต่พอดี!” 

“พอดีเหรอ ดูท่าเธอจะไม่รู้จักความหมายของคำว่าพอดีใช่ไหมเนี่ย” 

ไม่ใช่อย่างนั้นเหรอ โนอึลไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงกับน้ำเสียงขี้เล่นไม่น้อยหยอกล้อความรำคาญของหญิงสาวขณะตบมือลงบนไหล่เขา โนอึลไม่สามารถก้มหรือหันหน้าหนี เขาทำอะไรกับมือที่จับคางกับไหล่พลางตบจนดังปุๆ อยู่ตลอดได้เลย ทำได้แค่หลับตาและหลบสายตาที่เต็มไปด้วยความรำคาญจากหญิงสาวกับสายตาทิ่มแทงของผู้ชายที่ชื่อว่าอีกอม 

“แล้วมันเกิดอะไรกันแน่ ถึงได้เป็นขนาดนั้น” 

“ไม่ใช่ฉันนะ แค่ขอให้เอาของในห้องมาให้เอง ยังไม่ได้ฆ่าใครสักหน่อย” 

“อย่ามาตลก ได้ยินว่าโดนย้ายออกมาจากห้องนายนี่ เอาเถอะ แล้วทำยังไงต่อดีล่ะ! พวกนายเป็นผู้เชี่ยวชาญนี่!” 

หญิงสาวแผดเสียงแล้วขยี้ผมจนยุ่งเพราะเอาชนะอารมณ์ของตัวเองไมได้ โนอึลลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงหงุดหงิดเหมือนกับตกอยู่ในความแพนิคของอีกฝ่าย เธอสวมเสื้อผ้าที่ดูน่าสบายสุดๆ แล้วในที่นี้ แต่กลับหายใจหอบพร้อมกับยกมือขึ้นมาพัดหน้า พอมองดีๆ ก็เห็นดวงตาของเธอเองก็เหม่อเพราะเสพยาไปเหมือนกัน ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงแห้งผากจนดูเหมือนต้นไม้แตกระแหง ส่วนผู้ชายที่นั่งตรงข้ามสวมกางเกงกับเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมออกทุกเม็ด ดวงตาเหม่อลอยนิดหน่อยและการสั่นน้อยๆ ของมือขณะหยิบกัญชาขึ้นมาอีกครั้งทำให้โนอึลคิดว่าคนที่มีสติที่สุดในห้องนี้น่าจะเป็นเขากับจินฮึน  

“แต่ยังไงคนตายไปแล้ว มันก็ฟื้นขึ้นมาอีกรอบไม่ได้ซะหน่อย แต่ก็บ้ามากเลย ไม่ใช่เหรอ  

“การตายของคนธรรมดาๆ ไม่สำคัญ ทำไมต้องวุ่นวายขนาดนี้” 

จิตใจของโนอึลหลุดลอยไปครู่นึง เมื่อได้ยินน้ำเสียงเรียบๆ ของอีกอมจากด้านหน้า และน้ำเสียงขี้เล่นของจินฮึนจากด้านหลัง การพูดคุยของพวกเขาดูธรรมดาแต่เนื้อหามันกลับไม่ธรรมดาเลย 

คนตาย คนธรรมดาๆ ไม่สำคัญ 

ใครตายกันนะ ทำไมคนพวกนี้พูดคุยกันได้อย่างสบายๆ ถึงการตายของใครบางคน โนอึลขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวขณะมองหญิงสาวที่ยังคงกรีดร้องอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่ เธอดูรำคาญและหงุดหงิดมากเกี่ยวกับการตายของคนๆ นั้น ไม่น่าเชื่อเลย... โนอึลพึมพำอย่างไร้เสียงพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดหน้าซีดเผือกของตัวเอง บทสนทนากับท่าทางของกลุ่มคนตรงหน้าภายใต้แสงไฟนีออนสว่างจ้าทำให้ขนลุกชัน มือและร่างกายของเขาสั่นโดยอัตโนมัติ มีคนตายเลยนะ แต่อย่าว่าแต่เศร้าเสียใจเลย พวกเขากลับมีท่าทีรำคาญและถือว่ามันไม่สำคัญด้วยซ้ำ  

“ถ้าไม่สำคัญอะไร ฉันจะไปแล้วนะ” 

ระหว่างลูบไหล่และตบเบาๆ จินฮึนก็ยิ้มมุมปากกับหน้าซีดเผือกของโนอึลและดึงมือขาวสั่นเทาที่ใช้ปิดหน้าอยู่ลง  

“ว่าแต่ว่าตายเพราะอะไร” 

“หายใจไม่ออกเพราะเสพมอร์ฟีนเกินขนาด” 

“อ๋อ” 

จินฮึนจับมือโนอึลแล้วออกแรงดึง จากนั้นก็คว้าร่างบางที่โซเซเหมือนตกใจอะไรบางอย่างไว้ ชายหนุ่มมองซากศพที่ถูกปิดหน้าด้วยผ้าสีขาวข้างๆ อันซูฮุนที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ ก่อนจะยักไหล่ ระหว่างนั้นอีกอมก็จุดไฟที่ปลายกัญชา ส่วนมินฮีโบกมือราวกับรับรู้ด้วยท่าทางหงุดหงิดเหมือนเดิม 

“น่ารำคาญจริงๆ เลย” 

เมื่อเสียงบ่นของมินฮีจบลง จินฮึนก็โอบไหล่บางอ่อนแรงแล้วพาเดินไปทางประตู หัวเราะหึๆ กับใบหน้า ลำคอลามไปจนถึงฝ่ามือที่ซีดเผือกของโนอึล 

“อ้อ” 

จินฮึนหยุดชะงักเหมือนนึกอะไรออกพอดี เขาหันหน้าไปมองอีกอมที่ถูกควันกัญชาฉุนๆ บดบังก่อนจะกระพริบตาช้าๆ แล้วยิ้มออกมา 

“ห้ามใครเข้าไปที่ห้องว่างชั้นหนึ่ง ฉันต้องคุยเรื่องสำคัญมากๆ” 

“ครับ เข้าใจแล้วครับ” 

อันซูฮุนพยักหน้าและตอบรับสั้นๆ กับคำสั่งจากจินฮึน 

ปัง จากนั้นประตูก็ถูกปิดด้วยฝีมือของจินฮึน โนอึลกระพริบตาอย่างเหม่อลอยซ้ำๆ เพราะยังตั้งสติไม่ได้ แม้จะไม่ถึงขนาดไร้สติไปเลย แต่เขาก็สับสนกันทุกอย่าง 

ทั้งบทสนทนาที่ได้ยิน ทั้งท่าทางของพวกเขาเหมือนไม่ใช่เรื่องจริงเลย มันเหมือนเป็นฉากๆ หนึ่งในภาพยนตร์ วุ่นวายราวกับความฝันจนไม่สามารถก้าวเดินได้ 

โนอึลเดินโซเซเหมือนเมาเหล้า จินฮึนจับไหล่กับมือพาคนตัวเล็กกว่าเดินไปตามทางเดินแคบๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงครางติดๆ ขัดๆ ชานหนุ่มใช้เท้าดันพวกร่างนอนสลบเหมือนซากศพระเกะระกะอยู่บนพื้นเพื่อให้โนอึลสามารถเดินได้สะดวก จินฮึนจับและลูบมือเย็นเฉียบและขาวซีดอย่างใจดีขณะพาลงบันไดไปที่ชั้นหนึ่ง  

“คงช็อกล่ะสิ” 

พวกเขาเข้ามาในห้องที่คุ้นเคยอีกครั้ง โนอึลลืมตามองด้วยความสับสนเมื่อคำพูดของอีกฝ่ายเข้ามาในหู จินฮึนจับให้โนอึลนั่งลงบนโซฟาอย่างอ่อนโยน แล้วตัวเองก็ไปนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามก่อนจะคาบบุหรี่ไว้ในปาก โนอึลขมวดคิ้วกับควันและคำพูดของชายหนุ่ม 

“ก็ มีคนตาย ก็ต้องช็อกสิครับ” 

มันก็เป็นไปได้ จินฮึนพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจขณะสูบบุหรี่และพ่นควันออกมา โนอึลจมอยู่กับความรู้สึกเหมือนตัวเองประหลาดหลังจากเห็นอาการเฉยเมยของจินฮึน มีคนตายเลยนะ แต่ท่าทางแบบนี้คืออะไรกัน ถึงเขาจะไม่รู้ว่าใครตาย แต่ก็คิดว่าคนๆ นั้นน่าสงสาร 

โนอึลเคาะสันกรามตัวเองเบาๆ เหม่อมองจินฮึนสูบบุหรี่ ท่าทางอีกฝ่ายเหมือนตอนที่ได้พูดคุยในห้องนี้ครั้งแรก จินฮึนไขว้ขาพร้อมกับพ่นควันออกมาโดยไม่แสดงความรู้สึกอะไรเลย ไม่เหมือนเพิ่งเห็นคนตายตรงไหน เหมือนจะมีแค่เขาคนเดียวที่ช็อกและไร้สติ ถ้าไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าเฉยเมย ก็เป็นตัวเขาเองที่แปลก 

ควันที่ออกมาจากปากจินฮึนฟุ้งเหมือนหมอก ควันที่ทั้งมีกลิ่นหวานและขมผสมผสานกันราวกับความฝัน เขามองตาของจินฮึนที่อ่อนแรงพร้อมฤทธิ์กัญชาและส่ายหน้าช้าๆ เพื่อให้ตื่นจากฝัน 

“ดูจากการไม่มีต้นสังกัดแล้ว ก็เหมือนนายจะเพิ่งเข้าวงการได้ไม่นานสินะ” 

จินฮึนเคาะขี้บุหรี่ออกทว่ามวนบุหรี่กลับตกลงบนพื้นด้วย จากนั้นรองเท้าเงาวับก็ขยี้มันอย่างไร้ความปรานี โนอึลมองตามการขยับของรองเท้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งเพราะคำถาม จินฮึนหยิบทิชชู่บนโต๊ะแล้วเทเหล้านอกลงไป เขาเหม่อมองอีกฝ่ายเช็ดปากด้วยทิชชู่เปียกเหล้า ก่อนจะคิดได้ว่าความหมายของการกระทำนั้นคืออะไร เขาก็สบตากับจินฮึน ชายหนุ่มส่งเสียงหึและยิ้มมุมปาก 

“ตั้งแต่ยี่สิบแล้วครับ” 

“ตอนนี้ยี่สิบหกไม่ใช่เหรอ ก็นานอยู่นะ” 

ขณะประสานสายตา โนอึลก็มึนงงราวกับเห็นอะไรผิดปกติ แต่ก็ต้องอ้าปากเล็กน้อยเมื่ออายุของตัวเองจากปากอีกฝ่ายกับอายุ โนอึลตกใจที่จินฮึนจำอายุของเขาได้ 

หลังจากโนอึลลาออกจากมหาวิทยาลัยเพราะเรียนคณะที่ไม่เหมาะกับตัวเองแล้ว เขาก็ตัดสินใจเข้ากรมฯ และหลังปลดประจำการก็เริ่มค้นหาการแสดงละครเวทีอีกครั้ง เพราะสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขมากๆ เรียกว่าการแสดงละครเวที โนอึลทำมาตั้งแต่อายุยี่สิบก่อนเข้ากรมทหาร จากนั้นก็รับบทเป็นตัวประกอบในซีรีส์หรือภาพยนต์บ้าง พร้อมๆ กับการแสดงละครเวที ถึงแม้ที่ทำมาจนถึงตอนนี้จะมีส่วนที่ออกอากาศไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงดี แต่เขาก็มีความสุข ดังนั้นเขาสามารถทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองได้ทำการแสดง แม้มันจะเป็นทางที่ผิดก็ตาม 

จินฮึนปาทิชชู่เปียกๆ ลงถังขยะและเทเหล้าสีน้ำตาลเข้มที่เคยเทลงทิชชู่ ลงในแก้วเหล้าเปล่าๆ โดยเติมจนเต็มแก้วทั้งที่ไม่มีน้ำแข็งสักก้อน จากนั้นก็ยกดื่มแล้ววางแก้วที่ว่างเปล่าอีกครั้งลงบนโต๊ะตามเดิม  

“แล้วทำไมถึงไม่มีต้นสังกัดล่ะ ไม่ได้ต่อสัญญาเหรอ” 

คราวนี้อีกฝ่ายตักน้ำแข็งลงในแก้วเปล่า โนอึลมองภาพจินฮึนรินเหล้าลงบนน้ำแข็งในแก้วแล้วพยักหน้าตอบ 

“ผมเป็นคนบอกว่าจะไม่ต่อสัญญาเองครับ” 

“ทำไมล่ะ มีต้นสังกัด น่าจะทำงานแสดงได้สะดวกนะ” 

ดื่มสิ จินฮึนดันแก้วไปทางโนอึล ก่อนจะหยิบแก้วใบใหม่วางลงบนโต๊ะแล้วหยิบซองบุหรี่ออกมาอีกครั้ง ชายหนุ่มคาบบุหรี่ผสมกัญชาไว้ในปากและจุดไฟแช็กที่ปลายมวน จินฮึนคีบบุหรี่ไว้ในมือและพ่นควันยาวๆ คล้ายถอนหายใจ ระหว่างนั้นก็ใช้มือข้างที่คีบบุหรี่อยู่ส่งสัญญาณว่าดื่มสิ เพราะโนอึลเอาแต่มองแก้วเงียบๆ ด้วยใบหน้ายุ่งเหยิง 

“พวกนักแสดงที่ฉันรู้จัก ถึงตัวเองจะตาย ก็ยอมเกาะติดกับต้นสังกัดนะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไง” 

จินฮึนเปลี่ยนขาไขว่ห้างขณะมองหน้าที่ถูกปกคลุมด้วยความสิ้นหวังอย่างไม่รู้ตัวของโนอึล เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความรู้สึกอะไรแฝงอยู่เลยพร้อมกับพ่นควันออกมา แต่ใบหน้าสิ้นหวัง ว่างเปล่าก็ปรากฎความโกรธจางๆ เพราะพูดถึงการแสดงกับต้นสังกัด ไม่สิ ใบหน้านั้นแสดงความโกรธ แต่แววตากลับเปล่งประกายเหมือนร้อนใจว่าอยากแสดง จินฮึนเคาะขี้บุหรี่ลงบนพื้นและรอฟังคำตอบของโนอึล จ้องมองคล้ายตื่นเต้นกับการควบคุมสีหน้าไม่อยู่อย่างไม่สมกับเป็นนักแสดง 

ความคิดเห็น