facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 1-4 จุดจบของผม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-4 จุดจบของผม

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2562 14:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-4 จุดจบของผม
แบบอักษร

โนอึลเคยเห็นจินฮยอนจากในโทรทัศน์อยู่ครั้งสองครั้ง เพราะอีกฝ่ายเป็นกรรมการผู้จัดการที่กำลังนำทางแทอุงกรุ๊ปเหมือนท่านประธานคัง แล้วก็เป็นว่าที่ประธานคนถัดไปด้วยเลยได้ออกสื่ออยู่บ้าง รวมถึงได้ข่าวว่าอึนจินกำลังคบกับนักแสดงอีกสองสามครั้ง แต่จินฮึนกลับไม่ปรากฏตัวเลยสักครั้งเดียว โนอึลเลยสรุปว่าอีกฝ่ายคงจะใช้ชีวิตเงียบๆ เหมือนสมัยก่อน  

“ชื่ออะไร” 

โนอึลนั่งตรงหลังอยู่บนโซฟาและไม่สามารถเงยหน้าขึ้นได้ ชื่อคังจินฮึน ถ้าจะว่าโหลก็โหล จะว่าไม่โหลก็ไม่โหล ไม่รู้ว่าจะเป็นจินฮึนเดียวกับที่เขารู้จักหรือเปล่า  

ควันสีขาวจากปากอีกคนกระจายเป็นหมอกไปทั่วห้อง โนอึลมองปลายรองเท้าตรงหน้าตัวเอง ก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดปากกับจมูกเพราะรู้ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มสูบไม่ใช่บุหรี่เพียวๆ จากความจมูกไว เขามึนหัวกับกลิ่นที่ส่งผลให้เกิดการเสพติดซึ่งผสมระหว่างกัญชากับบุหรี่  

“ตอบมาสิ” 

ฟู่ โนอึลเงยหน้าขึ้นเพราะคำพูดที่อ่อนลงและในขณะเดียวกันก็ฟังดูมีเมตตาด้วย ใบหน้าคมดูพร่ามัว ไม่รู้เพราะเขาเมากัญชาหรืออะไร โนอึลเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาไม่ต่างไปจากเมื่อก่อนเลยสักนิดของจินฮึน  

“ถ้าไม่ตอบภายในสามวิ ฉันจะส่งกลับไปให้ไอ้พวกนั้นอีกรอบนะ” 

ทว่าความเห็นอกเห็นใจมันสั้นกว่าที่คิด โนอึลจ้องมองจินฮึนอีกครั้งเพราะคำพูดที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน ชายหนุ่มโยนบุหรี่ลงพื้นขณะพูดคำน่าหวาดกลัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

“สาม สอง...” 

“นะ โนอึลครับ” 

“โนอึลเหรอ” 

โนอึลไม่ได้รู้สึกยินดีที่เจอจินฮึนทั้งๆ ที่ไม่ได้เจอกันมานานเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับเคอะเขินด้วยซ้ำ 

หลังฟังชื่อเขา จินฮึนก็จ้องมองกันเหมือนอดีต โดยที่โนอึลภาวนาอยู่ในใจว่าขอให้อีกฝ่ายจำเขาไม่ได้ ตอนนี้เขาอับอายขายหน้ากับความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างตัวเองกับจินฮึน ซึ่งเป็นความแตกต่างที่มากขึ้นยิ่งกว่าในอดีต 

กับการเป็นผู้ชายที่เกือบจะถูกผู้ชายด้วยกันข่มขืน 

แต่โนอึลตอบชื่อตัวเองออกไปเพราะเหมือนถูกหลอกหลอนด้วยคำว่าจะส่งกลับไปอีกครั้งจากปากจินฮึน และในที่สุดเขาก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง การที่มันน่าอายเมื่อต้องกลายเป็นคนไม่อยากมองเห็นความเป็นจริง และก็ดูเหมือนจะตรงกับตัวตนของเขาอย่างมาก  

“โนอึล โนอึล... โนอึลเหรอ” 

จินฮึนดูสบายใจต่างกับโนอึลที่คล้ายจะเป็นบ้า อีกฝ่ายใช่มือตีแก้มตัวเองเบาๆ พร้อมกับพึมพำชื่อโนอึลซ้ำไปซ้ำมาราวกับถ้าทำแบบนี้แล้วจะนึกออก 

“อ๋อ” 

ระหว่างที่โนอึลกำลังครุ่นคิดว่าต้องทำยังไงถึงจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้ คำอุทานเล็กๆ ก็ดังออกมา และเมื่อได้ยินเสียงนั้นหลังจากภาวนาว่าขอให้ไม่ใช่เถอะ ขอให้จำกันไม่ได้เถอะ โนอึลจึงเอามือที่ปิดหน้าลงแล้วมองหน้าจินฮึน ชายหนุ่มนั่งไขว้ห้างพลางเอียงคอ สายตาที่ประสานกันเห็นมุมปากของอีกฝ่ายยกขึ้นช้าๆ  

“อ๋ออ เจ้าเด็กน้อยน่ะเหรอ” 

เจ้าเด็กน้อย 

โนอึลเบ้หน้าเหมือนกับจะร้องไห้กับคำเรียกนั้น 

“โอ้ เจ้าเด็กน้อยโตมาได้ดีเลยแฮะ” 

มุมปากของจินฮึนยกขึ้นจนสุด ขนบนแผ่นหลังก็ลุกรับรอยยิ้มน่ากลัวของอีกคนทันใด โนอึลเองก็ผุดลุกจากที่นั่งโดยไม่รู้ตัวพร้อมกับทำหน้าซีดเมื่อจินฮึนค่อยๆ ่อยๆาใกล้เขาอย่างึลกลุสุด ชั่วคกฝ่ายยกขึ้นช้าๆเข้ามาใกล้ ทว่ากว่าจะได้สติ มือใหญ่ของอีกฝ่ายก็เชยคางเขาขึ้นมาซะแล้ว  

จินฮึนจับหน้าโนอึลหันซ้ายทีขวาทีสลับกันตามอำเภอใจ หลังจากพิจารณาใบหน้าซีดเผือกของคนตัวเล็กกว่าอย่างช้าๆ ก็หัวเราะเย็นๆ ออกมา  

“ตอนเด็กก็ดูดี โตขึ้นมาก็ดูดี” 

โนอึลหน้าหมองลงต่างจากใบหน้าที่สดใสขึ้นของจินฮึน ถึงจะหวังให้อีกฝ่ายจำกันไม่ได้ แต่มันก็ผิดคาด และเมื่อความผิดหวังบนใบหน้าโนอึลหายไป จินฮึนก็หัวเราะฮ่าๆๆ ขึ้นมาอีกครั้ง 

“พอมองดีๆ ก็เหมือนคนขับรถยุนอย่างกับแกะเลยนะเนี่ย” 

ดวงตาสองข้างของโนอึลโตขึ้นกับคำว่าคนขับรถยุนที่ไม่ได้ยินมานานแล้ว จินฮึนพูดคำนั้นเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร ย้ำว่าไม่ได้จำได้แค่เขาเท่านั้น แต่ยังจำคนตายไปแล้วอย่างพ่อเขาได้ด้วย จากนั้นความคิดถึงก็พุ่งขึ้นมาระหว่างความพลุ่งพล่านในจิตใจ พอได้ยินคำว่าคนขับรถยุน โนอึลก็คิดถึงพ่อมาก 

“อย่างงี้นี่เอง ก็ว่ามีนักแสดงหน้าเหมือนคนขับรถยุนอยู่คนนึง” 

แต่ความคิดถึงมันไม่ได้ยาวนานเท่าที่คิด  

“ถึงจะแตกต่างกับคนขับรถยุนที่ทำตัวใสซื่อก็เถอะ” 

การดูถูกและความสมเพช 

ความรู้สึกใหม่ๆ สวมทับบนใบหน้าที่จ้องมองกันและกัน โนอึลรู้สึกว่าเลือดทุกหยดของตัวเองแห้งเหือดไปกับรอยยิ้มแสยะบนหน้าจินฮึน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่แยแสและความขยะแขยงซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชนชั้นที่อยู่เหนือกว่า ไม่ว่าจะมองเมื่อไหร่ ก็ทำให้รู้สึกอับอายขายหน้าถึงแม้จะใส่เสื้อผ้าอยู่ครบถ้วน เขาจึงปิดปากสนิท  

“มาจับใครกันล่ะ” 

หลังจากถามคำถามที่เต็มไปด้วยการดูถูกอย่างชัดเจนแล้ว จินฮึนก็ละมือออกจากคางโนอึลอย่างรุนแรง ก่อนจะแสยะยิ้มแล้วนั่งลงเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น อีกฝ่ายย่อขายาวๆ ลงมานั่งยองๆ แล้วก็ดึงเคสบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง โนอึลมองคนที่นั่งอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาของตัวเองแล้วยู่หน้า  

“สักอันไหม” 

นั่งยองๆ ทั้งที่สวมสูทไม่พอ จินฮึนยังยื่นบุหรี่มาให้พร้อมรอยยิ้มขบขันอีกด้วย โนอึลหน้าแดงกับภาพนั้นจนต้องยกมือขึ้นมาลูบหน้าตาน่าเวทนาของตัวเองทันที มาลองคิดดูแล้วเขาไม่มีทางได้รับการปฏิบัติแบบนี้จากอีกฝ่ายแน่นอน โนอึลส่ายหน้าช้าๆ ขณะคิดว่ามันทั้งน่าอายทั้งไม่ยุติธรรม 

“ไม่ครับ” 

กึก กล่องบุหรี่ในมือของจินฮึนปิดลงเหมือนรอคำตอบอยู่ พอมองภาพของอีกฝ่ายคาบบุหรี่พร้อมกับเสียงไฟแช็กซิปโป้กระทบกันเบาๆ จนเผาไหม้เป็นสีแดง โนอึลก็รีบเปิดปากเพื่อแก้ตัว 

“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ...” 

“แล้ว?” 

ฟู่ ควันสีขาวถูกพ่นลงบนหน้า โนอึลขบฟันอย่างแรงกับการย้อนถามแสนสั้น ความสนใจถูกดึงจนตึงเหมือนดึงเชือก แต่เขาก็พูดอธิบายไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัวเมื่อประสานกับสายตาเย็นชาของอีกฝ่าย 

“ผมแค่ถูกพี่ชายที่รู้จักเรียกมา...” 

“ใครกัน พี่ชายที่นายรู้จักน่ะ” 

“เรื่องนั้น...” 

ขณะตอบคำถามราวกับสอบสวนจากจินฮึนอย่างรีบร้อน โนอึลก็ต้องหยุดพูดเพราะถูกควันพ่นใส่หน้าอีกรอบ ส่วนผสมของกัญชาในบุหรี่ถึงแม้จะเจือจาง แต่ร่างกายของเขาก็กระสับกระส่ายราวกับถูกเผาไหม้เพราะสัมผัสได้ถึงกัญชาอย่างชัดเจน 

“ตอบยาวๆ หน่อยก็ดีนะ ฉันขี้เกียจถามซ้ำ” 

จินฮึนเคาะขี้เถ้าจากบุหรี่ลงบนพื้นขณะที่พ่นควันใส่หน้าเขา โนอึลก็เลยกังวลใจว่าสามารถพูดชื่อซังฮาออกไปได้หรือเปล่าจากคำถามเจาะจงของจินฮึน เพราะเขาไม่รู้ว่าพวกนักธุรกิจร่ำรวยจะทำอะไรบ้าง คนพวกนี้มักจะทำให้คนอื่นตกตะลึงด้วยการกระทำเหนือกว่าจินตนาการ โนอึลเคยอยู่ใกล้กับพวกคนที่โอ้อวดเงินทองด้วยวิธีหลากหลายเมื่อตอนเข้าวงการแรกๆ เขาเลยกลัวมากๆ แล้วก็สงสัยมากด้วย ทว่าตอนนี้กลับทำได้แค่ขยับปากนิดหน่อยโดยไม่สามารถตอบอะไรได้กับสายตาของจินฮึน 

“คงไม่ได้โกหกฉันหรอกใช่ไหม” 

“ไม่ใช่นะครับ!” 

จินฮึนยิ้มโดยไม่พูดอะไรเมื่อเห็นโนอึลไม่ตอบโต้ก่อนจะเคาะขี้บุหรี่ทิ้งอีกครั้ง และหลังจากโนอึลตกใจจนตอบอย่างรวดเร็วคล้ายการส่งเสียงกรีดร้อง จินฮึนถึงได้คาบบุหรี่อีกครั้งราวกับพึงพอใจแล้ว 

โนอึลไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้เลย ไม่สิ เขาไม่เข้าใจจินฮึนต่างหาก  

สมัยเด็ก จินฮึนมองข้ามโนอึลจนเป็นเรื่องปกติจนกระทั่งอีกฝ่ายอายุยี่สิบแล้วก็ไปเรียนต่อต่างประเทศนั่นแหละ นิ่งเฉยมากๆ ราวกับเขาเป็นแค่ลม เป็นแค่อากาศ โนอึลรับรู้จากการเฝ้ามองมาตั้งแต่อายุหกขวบแล้ว จินฮึนไม่ใช่ตัวสร้างปัญหาของคฤหาสน์ย่านชองดัม แต่เป็นจินฮยอนต่างหาก รวมถึงอินจินด้วย พวกเขามักจะสร้างปัญหาอยู่เสมอ แต่จินฮึนไม่เคยทำเลยสักครั้ง เพราะฉะนั้นโนอึลเลยไม่เข้าใจคนที่กำลังสูบกัญชาอยู่ตอนนี้ แล้วก็ไม่เข้าใจคำพูดทุกคำที่ผู้ชายสองคนนั้นพูดคุยก่อนจะมาเจอจินฮึนด้วย  

“หนาวเหรอ” 

“ครับ?” 

จินฮึนยืดขาแล้วลุกขึ้นยืน จากนั้นถอดสูทตัวนอกที่ใส่อยู่มาคลุมไหล่ให้โนอึล ชายหนุ่มดำสนิทไปทั้งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตและเสื้อกั๊กสีดำ ก่อนจะโยนบุหรี่ที่สูบจนหมดมวนลงบนพื้นอีกครั้งแล้วขยี้มันด้วยรองเท้า โนอึลกลอกตาด้วยความไม่สบายใจกับสูทตัวนอกบนไหล่ตัวเอง รู้สึกถึงกลิ่นไม้อบอวลอยู่ที่จมูกและมึนกับกลิ่นของกัญชา เขาลืมตาสองข้างมองจินฮึนที่ทอดสายตามองเขาอยู่เช่นกัน  

“ก็เห็นตัวสั่นอยู่นี่” 

“เอ่อ...” 

ตอนนั้นโนอึลถึงรับรู้ว่าตัวเองกำลังสั่น ดูเหมือนเขาจะตัวสั่นโดยไม่รู้ตัวเพราะความหวาดกลัวและการต่อต้านตามสัญชาตญาณ โนอึลจับปลายสูทของจินฮึนที่หนักพอๆ กับกลิ่นไม้แล้วพูดสั้นๆ ว่าขอบคุณพร้อมกับก้มหัวให้ 

ก๊อก ก๊อก 

หลังจากนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหันท่ามกลางความเงียบ โนอึลตกใจและเงยหน้าขึ้นมอง จินฮึนเองก็ละสายตาจากโนอึลไปทางประตูที่เปิดออกทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากเขา  

“คุณจินฮึน จะไปเมื่อไหร่ พวกเด็กๆ รอแค่คุณจินฮึนคนเดียวนะ” 

อีกฟากหนึ่งของประตูมีผู้หญิงคนนึงเปรอะเปื้อนด้วยลิปสติกสีแดงที่เคยทาอย่างสวยงามที่ริมฝีปาก เธอเดินโซซัดโซเซเหมือนทรงตัวไม่ได้และเอ่ยถามอย่างอ่อนเปลี้ย หญิงสาวสวมแค่ชุดชั้นในสีดำหัวร่อต่อกระซิกราวกับไม่รู้จักความอาย เธอยืนเกาะสายคล้องประตูไว้แล้วจ้องมองมาที่จินฮึนเพียงคนเดียว  

“อ๋อ ลืมไปแล้วนะเนี่ย” 

จินฮึนตอบกลับไม่ต่างจากปกติก่อนจะเดินไปหาผู้หญิงคนนั้น 

“รีบไปเถอะ... แบบนี้พวกเด็กๆ จะตายกันหมดนา เขาถอดเสื้อผ้าออกหมดตามที่คุณต้องการเรียบร้อย” 

“ตายก่อนฉันไปถึงได้หรือไง” 

จินฮึนลูบเส้นผมสีดำของหญิงสาวที่ขณะนี้ลงไปนั่งกับพื้นเพราะไม่สามารถทรงตัวได้ จากนั้นก็หยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เธอหัวเราะเหมือนขอให้ลูบต่ออีก จินฮึนหยิบเช็คจากกระเป๋าสตางค์ไปเหน็บไว้ในบราของอีกฝ่ายก่อนจะสั่งให้ออกไปด้วยการชี้นิ้ว เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของจินฮึนเป็นเธอก็ยื่นปาก และเมื่อหันมาเจอโนอึลนั่งอยู่บนโซฟา เธอก็เบะปากออกมา 

“อ้าว... ได้มาคนนึงแล้วเหรอ” 

หญิงสาวมองโนอึลตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเปิดเผยแล้วหยุดสายตาที่เสื้อสูทบนไหล่  

“คงไม่คิดว่าฉันจะพอใจกับคนเดียวหรอกนะ” 

“อ๋า จริงด้วย... คุณเป็นผู้ชายแบบนั้นนี่เนอะ” 

“ไปก่อน เดี๋ยวจะเล่นให้แรงๆ เลยล่ะ” 

สายตาของหญิงสาวถูกกางเกงสีดำของจินฮึนบดบัง น้ำเสียงที่เคยเฉยชาก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นอ่อนโยนต่างจากการกระทำ จินฮึนชี้นิ้วอีกครั้งสั่งให้ออกไปได้แล้ว เมื่อหญิงสาวเงยหน้ามองและออกจากห้องไป จินฮึนก็ปิดประตูอย่างไร้เยื่อใยแล้วหันหน้ามามองโนอึล 

“คำตอบล่ะ” 

“ครับ?” 

“พี่ที่นายรู้จักน่ะ ใคร” 

จินฮึนถามอย่างรบเร้าถึงขนาดเรียกได้ว่าทู่ซี้ โนอึลขมวดคิ้วกับคำถามอันน่ากลัว จะให้ตอบไปตามจริงเลยเนี่ยนะ ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกขนลุกเพราะถ้าพูดชื่อซังฮาออกไป เขาก็ไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น  

“ตอบมาสิ” 

เมื่อรองเท้าหนักๆ กระทบเข้ากับพื้นหินอ่อน มันก็ส่งเสียงเฉพาะตัวตามออกมา โนอึลจับปลายสูทที่คลุมไหล่เอาไว้พลางมองภาพของจินฮึนเดินเข้ามาใกล้ 

“ตอนเด็กๆ ก็พูดเก่งนี่ พอโตมาดันไม่พูดซะงั้น” 

“ระ เรื่องนั้นมัน” 

ถ้าหากตอบตามความจริง จะทำอะไรกับเขางั้นเหรอครับ 

โนอึลมองจินฮึนที่ยืนกอดอกอยู่ เขาอยากจะถามแบบนั้นแต่ก็ไม่สามารถถามออกไปได้ ด้วยกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับซังฮาเพราะมีเขาเป็นต้นเหตุ อีกทั้งซังฮาก็ยังเข้ามาในเส้นทางที่ไม่ดีนี่เพราะเขาด้วย สำหรับโนอึลแล้ว ถ้าหากยังเพิ่มจินฮึนเข้าไปอีกก็รู้สึกเหมือนจะตัวเองต้องทำอะไรสักอย่างเพราะรู้สึกผิดจริงๆ  

เขาไม่กล้าพูดชื่อซังฮาออกมาแม้มันจะอยู่ที่ริมฝีปาก ก็ยังคงคอยกลืนมันลงคอไปอย่างต่อเนื่อง จินฮึนยิ้มมุมปากกับภาพความอึดอัดของโนอึล หลังจากนั้นก็จับเสื้อสูทที่คลุมไหล่ออกแล้วโยนมันไปที่โซฟาจนโนอึลเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับการกระทำแบบกะทันหัน จินฮึนยิ้มเย็นก่อนจะบังคับให้ลุกขึ้น แขนแกร่งโอบเข้าที่ไหล่ของคนกึ่งนั่งกึ่งยืนและดึงเข้ามาหาตัวพร้อมรอยยิ้มกว้าง 

“ถ้ามันพูดยากนัก ก็ไปดูเลยแล้วกันว่าคนไหน” 

ไหล่โนอึลตกอยู่ในกำมือของจินฮึน จากนั้นเขาก็ถูกลากไปตามแรงของอีกฝ่าย เรียวขายาวก้าวเดินเร็วกว่าปกติพอสมควร จินฮึนลากตัวโนอึลพร้อมผิวปากขณะที่คนโดนลากตะโกนอย่างสุดเสียง 

ความคิดเห็น