facebook-icon

ความสัมพันธ์แบบมีผลประโยชน์ร่วมกันผูกพวกเขาเอาไว้ ชื่อเสียงกับความแค้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักในรูปแบบไหนกันนะ...?

ตอนที่ 1-1 จุดจบของผม

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-1 จุดจบของผม

คำค้น : Hate or Glory ฝันแลกรัก นิยายเกาหลี นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ค. 2562 14:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-1 จุดจบของผม
แบบอักษร

1. จุดจบของผม 

 

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด 

ถุงขนม เบียร์และหมากฝรั่งที่วางอยู่เต็มเคาน์เตอร์ถูกใส่เข้าไปในถุงพลาสติกอย่างรวดเร็ว เมื่อยัดกล่องถุงยางอนามัยอย่างสุดท้ายลงในถุงเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มที่ยืนตรงข้ามกับลูกค้าที่กำลังคุยโทรศัพท์และพ่นคำหยาบคายไม่หยุดก็เปิดปากพูด 

“สองหมื่นเก้าพันแปดร้อยวอนครับ” 

“รู้ไหม ฉันจ่ายเพื่อนอนกับผู้หญิงคนนั้นไปเท่าไหร่ ถ้ารวมค่าข้าวกับค่าเหล้า ก็เกินสองเลยนะเว้ย แล้วยังไง ยังจะต้องจ่ายค่าโรงแรมเองอีกเหรอวะ โอ๊ย แม่งเอ๊ย” 

คนที่ตั้งหน้าตั้งตาคุยโทรศัพท์หยิบการ์ดออกจากเคสหลังโทรศัพท์ออกมาช้าไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะโยนมันลงบนเคาน์เตอร์อย่างไม่มีมารยาท ทว่าพนักงานพาร์ทไทม์เสื้อกั๊กสีน้ำเงินของร้านสะดวกซื้อก็หยิบการ์ดขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาคิดเงินอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็ยื่นการ์ดกับถุงพลาสติกหนักๆ ให้กับชายหนุ่มที่มัวแต่ยุ่งอยู่กับโทรศัพท์ตัวเอง อีกฝ่ายรับการ์ดกับถุงไปถืออย่างลวกๆ และออกไปจากร้านสะดวกซื้อ โนอึล พนักงานพาร์ทไมท์ของร้านสะดวกซื้อยกมือขึ้นถูปลายจมูกเพราะกลิ่นเหล้าเหม็นหืนจากชายคนนั้นส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่ว 

“ไม่รู้หรือไงว่าการจ่ายค่าโรงแรมให้ผู้หญิงน่ะ มันบ้ามาก” 

ใครๆ ก็รู้ว่าคงเสียเกินสองล้านวอน โนอึลส่ายหน้าขณะหยิบโทรศัพท์เก่าๆ ออกมาจากกระเป๋า ตอนนี้เข็มนาฬิกาชี้ไปที่เลขหก บนหน้าจอโทรศัพท์มีข้อความแจ้งเตือนไม่ผ่านการออดิชันสี่ข้อความ สายที่ไม่ได้รับสองสาย และข้อความให้ติดต่อกลับอีกหนึ่งข้อความ ระหว่างที่กำลังรอพนักงานพาร์ทไทม์กะถัดไปมารับช่วงต่อ โนอึลจึงกดปุ่มโทรออกหลังอ่านข้อความสุดท้าย 

“พี่ โทรมามีอะไรหรือเปล่าครับ” 

ท่าทางพนักงานพาร์ทไทม์คนถัดไปจะมาสายอีกแล้ว นี่มันเลยหกโมงแล้วด้วยซ้ำแต่ยังไม่เห็นหน้าเลย  

โนอึลเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงดังหนวกหูจากปลายสาย และจากเสียงรบกวนดังตึกๆ จนปวดหูก็เดาได้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ที่ไหน โนอึลหนีบโทรศัพท์ไว้ระหว่างหูกับไหล่และเริ่มคำนวณอย่างละเอียดให้พนักงานคนถัดไป 

-วันนี้เลิกงานแล้วนายจะทำอะไร ถ้าไม่มีอะไรทำมาที่นี่ไหม  

“วันนี้มีอะไรเหรอครับ” 

หลังคำนวณเสร็จสิ้น เขาก็เขียนหมายเหตุลงบนกระดาษโน้ตก่อนจะเอ่ยถามปลายสายสั้นๆ 

โนอึลยกมือขึ้นมาปัดผมหน้าม้าที่ทิ่มตาตัวเองด้วยความรำคาญ ตอนนี้ขอแค่คนรับช่วงต่อมาก็พอ เล่นมาสายตลอดเลย แต่พนักงานพาร์ทไทม์คนถัดไปดันเกี่ยวดองกับเจ้าของร้านสะดวกซื้อ เขาเลยพูดอะไรไม่ได้ โนอึลคิดว่าการรอคอยมันเครียดหนักกว่าที่คิด และเขากำลังจะเลิกรอในไม่ช้านี้ขณะหรี่ตากับโทรศัพท์ที่ส่งเสียงน่าหนวกหูไม่หยุด 

แม้เสียงตึกๆ ในโทรศัพท์จะขาดๆ หายๆ แต่ก็ได้ยินเหมือนเสียงกรีดร้อง มันไม่เหมาะกับคนชอบความสงบอย่างเขาเลย โนอึลหรี่ตาพร้อมกับเอาโทรศัพท์ที่ส่งเสียงดังมากๆ ออกห่างไปอีกหน่อย ก่อนจะพูดว่าคงต้องวางแล้วพลางเก็บบทละครเก่าๆ ที่อ่านมาตลอดทั้งวันลงในกระเป๋าใบเก่าใต้เคาน์เตอร์คิดเงิน  

-ลองมาก่อน แล้วนายจะไม่เสียใจทีหลังเลย 

กึก ล็อกตัวล็อกกระเป๋าเสร็จ โนอึลก็กระพริบตาอยู่สักพักกับน้ำเสียงตื่นเต้นจากอีกฟากของโทรศัพท์ 

-นั่งแท็กซี่มาสิ ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากร้านที่นายทำงานด้วย 

“เข้าใจแล้วครับ ช่วยแชร์โลเคชันมาให้ผมหน่อยนะ” 

ถึงเขาจะไม่แยแสคนทั้งโลก แต่ซังฮาเจ้าของเสียงตื่นเต้นนั้นก็เป็นหนึ่งในบรรดาคนที่โนอึลให้ความสนใจ ระหว่างคุยโทรศัพท์สั้นๆ กับซังฮา โนอึลก็เห็นคนที่ตัวเองกำลังรออยู่เดินเข้ามาโดยไม่มีแม้แต่คำขอโทษ เขาจึงวางสายลง แม้หญิงสาวที่เป็นพนักงานกะถัดไปจะมาสายไปตั้งยี่สิบนาที แต่เธอก็ยังยิ้มอย่างหน้าตาเฉย โดยไม่เอ่ยขอโทษ แถมบอกว่าฝนตกแทน โนอึลมองร่มใสที่วางอยู่ใต้เคาน์เตอร์คิดเงิน ก่อนจะหยิบมันรวมถึงกระเป๋าตัวเองมาสะพาย 

“จะไปแล้วเหรอคะ” 

“ครับ มีนัดน่ะ” 

“น่าเสียดายจัง ฉันซื้อกาแฟมาดื่มกับคุณโนอึลด้วย” 

โนอึลมองแก้วกาแฟที่หญิงสาวถืออยู่ในมือสลับกับมองร่มด้วยสายตานิ่งๆ จากนั้นก็จ้องอีกฝ่ายที่หน้ากลายเป็นสีแดงด้วยความเขินอายทันที 

“ที่ร้านก็มีกาแฟนี่ครับ” 

“กาแฟกระป๋องกับกาแฟสดแบบนี้ รสชาติมันต่างกันนะคะ” 

แม้จะเคยบอกแล้วว่าไม่จำเป็นต้องซื้อมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด โนอึลมองหญิงสาวที่เตี้ยกว่าตัวเองพลางถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เขายื่นร่มที่ถืออยู่ในมือออกไปทันที 

“ขอบคุณนะครับ แต่ผมขอรับไว้แค่น้ำใจก็พอ แล้วก็ถ้าไม่มีร่ม ใช้ของผมก็ได้ครับ” 

ไหล่ของคนที่บอกว่าฝนตกนั้นเปียกเล็กน้อย โนอึลกลัวเธอจะไม่มีร่มเลยยื่นร่มของตัวเองให้อย่างเฉยเมย หญิงสาวทำตาโตด้วยความตกใจพร้อมกับมองหน้าโนอึล ดวงตาคู่โตของเธอเปล่งประกายระยิบระยับจากความเคอะเขินและมึนงง เมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังนิดหน่อย โนอึลก็ยกมือขึ้นเกาแก้มตัวเอง  

“ใส่เสื้อบางจังนะครับ” 

“อ่า” 

อีกฝ่ายสวมแค่เสื้อเชิ้ตตัวบางๆ ต่างกับโนอึลที่สวมเสื้อยืดก่อนจะใส่เชิ้ตทับอีกที แต่เสื้อเชิ้ตบางๆ น่ะ พอเปียกฝนมันก็มองเห็นทะลุไปหมด โนอึลเลื่อนสายตาจากช่วงไหล่มามองหน้าของหญิงสาวแทน ใบหน้าที่มีเครื่องหน้าชัดเจนสวยไม่น้อย บางทีข้างนอกเธอก็อาจจะเนื้อหอมพอสมควร แต่ปัญหาก็คือการเข้ามาแบบตัวเปียกๆ มันอันตรายนะ โนอึลเลยโบกร่มที่ยื่นออกไปอีกทีราวกับจะบอกว่าให้รับไป  

“ขะ ขอบคุณค่ะ” 

ใบหน้าของหญิงสาวแดงยิ่งมากขึ้นไปอีกขณะรับร่มไป จากนั้นโนอึลทิ้งเธอไว้อย่างนั้นแล้วก้าวออกจากร้านสะดวกซื้อไปอย่างไม่ใยดี  

เขาเองก็กลัวว่าการเดินท่ามกลางฝนตกตามคำบอกของหญิงสาวมันจะมากเกินไป ก็เลยโบกแท็กซี่ที่ขับผ่านแล้วแจ้งชื่อคลับที่ซังฮาบอกมา พอมันเป็นคลับที่มีชื่อเสียง คนขับแท็กซี่ก็ตกลงโดยไม่พูดอะไรเป็นพิเศษ โนอึลทอดสายตามองหน้าต่างที่มีเม็ดฝนเกาะอยู่นิ่งๆ ฝนเทลงมาเยอะพอสมควรเพราะเข้าหน้าฝนแล้ว ช่วงหน้าฝน มักจะไม่มีการออดิชัน แล้วก็ไม่ค่อยมีการถ่ายทำด้วย โนอึลถอนหายใจออกมาอัตโนมัติกับชีวิตที่เลี่ยงไม่ได้ในหน้าร้อนนี้ ไม่สิ อาจจะรวมทั้งปีเลยด้วยซ้ำ ถ้าเป็นแบบนี้จะออกมาจากต้นสังกัดทำไมกันนะ... เทียบกับการออกมาแล้วต้องพูดว่าเหนื่อยมากแล้ว เขาก็รู้สึกว่าเงินค่าตอบแทนมันเยอะกว่ามาก 

โนอึลมองฝนที่ตกกระทบหน้าต่างพร้อมกับถอนหายใจออกมายาวๆ เขารู้สึกปวดหัวตุบๆ อีกครั้งกับความคิดในหัวจนต้องยกมือกุมขมับ 

คนขับแท็กซี่ที่สังเกตท่าทางโนอึลแล้วถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ 

“เป็นนักศึกษาเหรอครับ” 

“ครับ?” 

อีกฝ่ายสังเกตผู้โดยสารของตนผ่านกระจกมองหลังและไม่สามารถเก็บความสงสัยไว้ได้เลยถามออกมา 

โนอึลเบนหน้าจากหน้าต่างมามองด้านหลังของคนขับแท็กซี่ 

“อ๋อ ครับ” 

ถึงแม้ว่าเขาจะลาออกจากมหาวิทยาลัยและไปเกณฑ์ทหารมาแล้ว แต่อายุก็ยังถือว่าเป็นนักศึกษาอยู่ดี 

โนอึลทิ้งช่วงเล็กน้อยกับคำถามจากคนขับแท็กซี่ก่อนจะตอบไปอย่างระมัดระวัง การบอกว่าเป็นนักแสดงที่ไม่ดังหรือตกอับ หรือจะบอกว่าเป็นพนักงานพาร์ทไทม์น่ะ มันก็ดูจะน่าเศร้าไปนิด ดังนั้นเขาเลยตอบว่าตัวเองเป็นแค่นักศึกษา 

“ผมนึกว่าเป็นพวกดาราซะอีก” 

“เอ่อ” 

“คุณดูเป็นดาราได้นะ พวกผู้หญิงคงไม่ปล่อยไปเฉยๆ แน่” 

“ขอบคุณครับ” 

เขาอยากบอกว่าอย่าว่าแต่พวกผู้หญิงเลย พวกผู้ชายก็ไม่ปล่อยไปเฉยๆ เหมือนกัน หมายถึงในหลายๆ แง่อะนะ 

หลังจากตอบไปสั้นๆ ด้วยสีหน้าฝืนๆ เล็กน้อยก็หันไปมองอีกฝั่งหนึ่งของหน้าต่างรถแทน ระหว่างนั้นฝนก็ตกหนักขึ้นมาอีก โนอึลรู้สึกหดหู่มาก ทั้งจากฝนที่ตกลงมา ทั้งจากคำพูดของคนขับแท็กซี่ที่บอกว่าสามารถเขาเป็นนักแสดงได้ เพราะความจริงเขาก็เป็นนักแสดง แต่ดันไม่สามารถบอกใครๆ ว่าตัวเองเป็นนักแสดงได้  

เรทค่าโดยสารออกมาอย่างเหมาะสม โนอึลจ่ายค่าโดยสารด้วยเงินที่สดที่มีติดตัวอยู่ไม่มากกับเรทปกติก่อนจะลงจากแท็กซี่ แม้ว่าฝนจะตกอย่างต่อเนื่อง แต่พวกผู้หญิงก็ยังสวมรองเท้าส้นสูงมากๆ รวมถึงพวกผู้ชายที่เอาแต่มองหาผู้หญิงแบบนั้นวิ่งผ่านตัวเขาไป ทว่าขณะที่โนอึลกำลังจะเดินเข้าไปบ้าง ชายหุ่นดีในชุดสูทสีดำก็ยกมือขึ้นขวางเขาไว้ โนอึลเลยต้องหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้า  

“ดูจากการแต่งตัวแล้ว ผ่านเข้าไปไม่ได้นะครับ” 

“เอ่อ” 

จากคำพูดของอีกฝ่าย โนอึลจึงสำรวจเสื้อผ้าตัวเอง เขาสวมเสื้อยืดบางๆ สีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตลายหมากรุกสีงาช้างกับกางเกงผ้าคอตตอนสีน้ำตาล ก่อนจะเบนสายตาไปมองชุดเดรสสั้นๆ ของผู้หญิงทั้งหลาย และพวกผู้ชายที่ประโคมแต่งตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะแต่งได้ในแถวยาวๆ ข้างๆ จากนั้นโนอึลก็ถอนหายใจยาวเหยียด เสื้อผ้าเขาไม่เหมาะกับคลับจริงๆ แหละ แล้วก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้วว่าทำไมซังฮาถึงต้องเรียกคนชอบความสงบมาที่แบบนี้ โนอึลยกมือขึ้นปัดผมหน้าม้าของตัวเอง เดี๋ยวนะ เขาจะยืนอยู่แบบนี้ไม่ได้ โนอึลหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า กดโทรหาซังฮาแล้วเอามาแนบหู 

“พี่ คือผม...” 

“โนอึล!” 

ก่อนโนอึลจะทันได้พูดว่าจะกลับบ้านทันทีที่อีกฝ่ายรับโทรศัพท์ เขาก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเรียกชื่อ ทว่าไม่ได้มาจากในโทรศัพท์ แต่มาจากด้านหลังการ์ดที่ยืนขวางทางเข้าอยู่ ซังฮาสวมกางเกงยีนส์สีดำโบกไม้โบกมือให้ โนอึลเลยกดตัดสายทิ้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายลดโทรศัพท์ในมือลง เขายัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะเดินเข้าไปหาซังฮาที่กำลังคุยกับการ์ดอยู่ 

“มาเป็นกลุ่มน่ะครับ” 

สายตาของการ์ดที่ทำหน้าที่แยกคนตรงทางเข้าหันมามองโนอึลตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้งอย่างเปิดเผย ขณะที่ใบหน้าของโนอึลบูดบึ้งกับสายตาแบบนั้น การ์ดก็หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าแจ็กเก็ตตัวเอง 

“... ใช้แล้วดีแน่ๆ” 

อีกฝ่ายมองไปรอบๆ สักพักก่อนจะยัดอะไรบางอย่างลงในมือของเขาลวกๆ แล้วเบี่ยงตัวออก โนอึลจึงเดินผ่านคนที่หลบไปด้านข้างเพื่อประตูทางซ้ายไปพร้อมกับซังฮา ไม่ใช่ประตูทางขวาซึ่งหลายๆ คนที่ยืนต่อแถวอยู่ใช้เป็นทางเข้า 

“วันนี้มันยอดเยี่ยมมากเลยล่ะ นายจะไม่เสียใจเลย” 

อีกด้านของทางเข้าเป็นทางเดินยาวๆ ต่างกับคลับทั่วๆ ไป กลิ่นเหล้าคละคลุ้งทั่วทางเดินที่ไร้จุดสิ้นสุดราวกับถนนตอนกลางคืนอันมืดมิด โนอึลหรี่ตากับคำพูดของคนข้างตัวที่พูดนั่นพูดนี่ไปเรื่อย และยังไม่สามารถตอบโต้ได้ว่ามันจะเป็นอย่างที่ซังฮาบอกหรือเปล่า  

ยิ่งเข้าใกล้ปลายทางมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้กลิ่นที่คุ้นเคยมากเท่านั้น ซึ่งในไม่ช้าก็รับรู้ได้ว่ามันคือกลิ่นอะไร โนอึลขมวดคิ้วพลางยกสิ่งที่การ์ดหน้าประตูยื่นให้ขึ้นมามอง มันเป็นอะไรที่คุ้นเคยมากๆ จนตระหนักถึงฤทธิ์เดชของมันแม้จะอยู่ในสถานที่มืดมิด มันเป็นสีขาว และมันก็คือกัญชา 

ตึก ตึก ตึก ตึก 

เสียงดนตรีน่าหนวกหูดังกระทบหูเขาอย่างรวดเร็วและกะทันหันมาก 

โนอึลขมวดคิ้วกับสถานที่แห่งความโกลาหลตรงหน้า รวมถึงกัญชาในมือ ตอนมองจากข้างนอกมันก็ดูเป็นแค่คลับธรรมดา แต่ภายในมันเหมือนกับร้านหรูๆ ร้านหนึ่งเลยทีเดียว ภายใต้เสียงเพลงดังๆ และแสงไฟสลัวๆ มีทั้งคนกลุ่มใหญ่ ทั้งคนที่โยกร่างกายเบาๆ อยู่คนเดียว แก้วเหล้ากับขวดเหล้านอกวางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะ รวมถึงเข็มฉีดยาใช้แล้วทิ้งอันคุ้นเคยนั้นก็วางอยู่โดยไม่มีใครแตะต้องเช่นกัน อยู่ๆ โนอึลก็รู้สึกปวดหัวทันที 

“ที่นี่ไม่ใช่คลับธรรมดาหรอกนะ ถามว่าทำไมน่ะเหรอ ก็ที่นี่มันเป็นคลับลับๆ ของเพื่อนกรรมการผู้จัดการโดของดีเอสกรุ๊ปคนดังคนนั้นไงล่ะ” 

“คลับลับเหรอครับ” 

ซังฮาดูกระตือรือร้นมาก อาจจะเพราะกัญหา หรือไม่ก็เพราะเหล้า โนอึลยกมือขึ้นแตะหน้าผากปวดตุบๆ ของตัวเองกับท่าทางและคำพูดที่ดูตื่นเต้นมากๆ ของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อย เขามองคนที่แออัดกันอยู่เต็มพื้นที่กว้างๆ พลางส่ายหน้าช้าๆ ไม่คิดว่าจะได้ยินคำว่าคลับลับจากปากซังฮา  

“วันนี้มีปาร์ตี้ยาของลูกสาวคนเล็ก คียองกรุ๊ปน่ะ เห็นตรงนั้นไหม นั่นเด็กในสังกัดทั้งหมดเลย” 

...โอ้มายก็อด 

โนอึลมองไปตามปลายนิ้วซังฮาและเห็นกลุ่มคนที่แต่งตัวเหมือนเรียกว่าเสื้อผ้าไม่ได้ด้วยซ้ำอยู่ตรงนั้นตรงนี้จนต้องยกมือขึ้นปิดปาก ผู้คนในสังกัดเก่าที่เขาจำได้ฝังสมองสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นไม่ต่างอะไรกับการเปลือยเปล่าและโยกย้ายร่างกายพร้อมหัวเราะคิกคักคล้ายเมาเหล้าและยา 

ปาร์ตี้ยาน่ะ ถือเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับพวกคนรวย และคนพวกนั้นก็จะใช้เงินซื้อเหล่านักแสดงมาแทนการซื้อผู้หญิงหรือผู้ชายขายบริการ  

ใบหน้าโนอึลเปลี่ยนเป็นขาวซีดภายใต้แสงไฟแอลอีดีวูบวาบ ร่างกายสั่นเทาจนไม่สามารถยืนอยู่เฉยๆ ได้ เขาคว้าแขนซังฮาที่ดูอารมณ์ดีเพราะมัวเมาอะไรบางอย่างอย่างรวดเร็ว คนโดนคว้าแขนมองหน้าซีดเผือกของโนอึลและยิ้มกริ่มเหมือนคนบ้า  

“ตรงนั้นเต็มไปด้วยเด็กเกรดบีจนถึงเกรดซีเลยล่ะ มารวมกันหมดเพื่อของดียังไงล่ะ” 

เกรดบีกับเกรดซี 

โนอึลดันแขนที่ตัวเองคว้าเมื่อครู่ออกโดยไม่รู้ตัวเมื่อคำน่าเกลียดออกมาจากปากซังฮา บนใบหน้าขาวซีดมีทั้งความตกใจ ความโกรธ รวมถึงความเศร้าปะปนอยู่ 

ความคิดเห็น