Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่7

คำค้น : #เด็กข้างวัด #รามอุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2562 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่7
แบบอักษร

~อุ่น~ 

 

 

 

 

ผมไม่รู้ว่าผมหลับไปยาวนานแค่ไหน อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวยังคงไม่ดีขึ้น เพิ่มเติมมาด้วยอาการไข้ ผมพยายามฝืนร่างกายตัวเองลุกขึ้นนั่ง นึกย้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมกลับมาจากวัด นอนอยู่ที่ห้องคนเดียว ผมมองรอบตัวมันเงียบมาก เสียงไฟจากบ้านหลังอื่นรอดช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ มืดแล้วสินะ ผมค่อยๆเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟ

เสื้อผ้าผมถูกเปลี่ยน!! ใครเปลี่ยน?

ใจผมเต้นระส่ำ ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ใครเช็ดตัวให้ ไม่ใช่คนที่หายไปแน่ ยายเหรอ?! ผมไม่กล้าคิดต่อ ในหัวผมมีแต่คำว่า ทำยังไงดีๆ ทำยังไงดีๆ ไม่ทันได้คิดอะไรเสียงเคาะประตูก็ดังทันที

ก๊อกๆ 

ก๊อกๆ

ผมสะดุ้งผวาด้วยความกลัว กลัวยายเสียใจ ไม่ทันได้เตรียมใจยายก็ผลักประตูเข้ามา

"ตื่นแล้วเหรอลูก?"

"..."นั่งก้มหน้า

"เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นไหมลูก?"

"..."น้ำตาไหล

"หายปวดหัวหรือยัง?" ทุกคำตอบคือความเงียบ 

*ไม่กล้าแม้แต่จะอ้าปาก

 

*ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา

 

*ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ 

 

 

 

~ยาย~ 

 

 

 

 

ยายแจ่มนั่งมองหลานรักที่นั่งก้มหน้าตัวสั่น น้ำใสๆหยดลงมาตามหน้าตักของหลาน เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาสร้างความห่วงใยในตัวหลานเพิ่มมากขึ้น ทำไมจะไม่รู้ว่าหลานรักคิดอะไร กังวลอะไรอยู่ อุ่นเป็นเด็กขี้กังวลขี้ห่วง ยิ่งเป็นเรื่องที่จะทำให้ยายรู้สึกเสียใจ อุ่นจะไม่ทำเลย

หลานกลัวยายผิดหวัง

กลัวยายเสียใจ

กลัวยายร้องไห้

 

รีบกลับจากวัด เพราะความเป็นห่วง เจ้าอุ่นไม่เหมือนคนอื่น ขี้โรค ขี้แพ้ ยาบางชนิด อาหารทะเล แมลง ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน แพ้แทบทุกอย่าง ร่างกาย ผิวพรรณบอบบางเกินหญิง เวลาป่วยร่างกายอ่อนแอลงกว่าเดิม10เท่าของเวลาร่างกายปกติ

กลับมาถึงเห็นหลานนอนอยู่คนเดียว ห่มผ้านอนตัวสั่น ไข้ขึ้นสูง สิ่งที่ทำได้ต้องรีบเช็ดตัว ต้องช่วยลดไข้ให้เร็ว ถ้าปล่อยไว้อาจจะชักเกร็งขึ้นมาได้ ช่วงวัยเด็กอุ่นจะเป็นบ่อยซึ่งหมอก็สั่งเอาไว้ให้ระวังอย่าให้ไข้ขึ้นสูงเสี่ยงต่อการชัก พอโตมาอาการชักก็ไม่ได้เป็นอีกเพราะยายจะระวังทุกครั้งเวลาอุ่นป่วย

 เตรียมผ้าเช็ดตัวผืนเล็กกับน้ำพร้อม ยายค่อยดึงผ้าห่มปลดกระดุมออก แค่สองเม็ดแรก คำตอบของสาเหตุที่หลานเป็นไข้ก็รู้ได้โดยไม่ต้องถาม ความรู้สึกตอนนี้มันไม่ใช่ความรู้สึกผิดหวังหรือเสียใจ แต่มันคือความรู้สึกสงสารหลานรัก กลัวหลานผิดหวัง หรือเสียใจกับรักครั้งนี้

จากที่เฝ้ามองดูชายหนุ่มที่ชื่อว่าราม เนื้อแท้รามเป็นคนดี หลายครั้งที่สังเกตุเห็น เวลาอุ่นกับยายทำขนม ทำกับข้าว ทำงานบ้าน รามอยากจะเดินเข้ามาถามเข้ามาร่วมวง แต่ก็จะมีบางอย่างทำให้เค้าไม่เข้ามา สิ่งที่เด็กหนุ่มอยากจะทำกับสิ่งที่เขาทำมันคัดแย้งกันเสมอ สิ่งที่แสดงออกตอนนี้คือการต่อต้านจิตใต้สำนึกที่ดี พยายามแสดงความหยิ่งทะนง ความแข็งแกร่ง ให้คนภายนอกได้เห็น แต่จิตใจภายในที่แสนอ่อนโยนกลับถูกกดทับไว้ไม่ยอมปล่อยมันออกมา ได้แต่ส่งผ่านทางแววตาเท่านั้น และนี่คือสิ่งที่ยายกลัว กลัวว่าจิตใต้สำนึกที่ดี ความอบอุ่นอ่อนโยน จะถูกทับจมหายไปตลอดกาล 

ทำไมยายจะมองไม่ออกว่าหลานชายแอบมีใจให้คนอาศัย แต่มันไม่ได้แสดงออกมาแบบโจ่งแจ้ง ยิ่งถ้าเป็นคนอื่นไม่มีทางรู้ไม่มีทางสงสัย แม้แต่ตัวหลานเองก็ไม่น่าจะรู้ตัวเองด้วยซ้ำ แต่สำหรับหญิงชราที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบ80ปี คนที่เลี้ยงอุ่นมาตั้งแต่เกิด ทำไมจะมองไม่ออก ยายไม่เคยห้าม และไม่เคยคิดจะห้ามสิ่งไหนที่ไม่ใช่สิ่งที่ผิด สิ่งไหนที่ทำแล้วอุ่นมีความสุขยายไม่เคยห้าม เพราะความสุขของยายคือ ความสุขของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าตอนนี้

"ยะ..ยาย อุ่น ขอโทษครับฮือๆๆ ฮืออๆ"มือเล็กพนมเข้าหากัน ฟุบหน้าลงที่พื้นพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังขึ้น 

"ไม่เป็นไรๆ อย่าร้องลูกอย่าร้อง"รีบดึงตัวหล่นเข้ามากอด ขวัญหนีดีฟ่อไปหมดแล้ว

"ยายตีอุ่นเลย ด่าอุ่นเลยฮือๆๆ ยายจะลงโทษอุ่นยังไงก็ได้ฮึกๆฮือๆๆแต่อย่าเกลียดอุ่น อย่าไม่รักอุ่นเลยนะฮือๆๆ

ฟังหลานรักพูดไปร้องไห้ไป ในใจเจ็บที่เห็นน้ำตาหลาน แต่ไม่ใช่เวลาที่จะมาร้องโอดโอยแสดงความอ่อนแอสงสาร ให้หลานได้รู้สึกแย่เพิ่มขึ้นไปอีก เวลานี้อุ่นต้องการที่สุดคืออ้อมกอด กำลังใจ คำพูดให้กำลังใจจากเธอ เธอคือต้นไม้ใหญ่ที่หลานต้องการพักพิงมากที่สุดในตอนนี้

"ร้องไห้ทำไมลูก ทำไมยายต้องตีอุ่น ทำไมต้องลงโทษอุ่น อุ่นไม่ได้ทำผิดอะไรเลย"

"อุ่นทำผิดครับ ผิดมาก"

"..."

"อุ่นทำให้ยายผิดหวัง อุ่นเป็นเด็กไม่ดี"

"พูดอะไรแบบนั้น ฟังนะลูก!! ยายไม่เคยผิดหวังในตัวอุ่นเลย"

"ฮึกๆๆฮือๆๆ"

"อุ่นคือความภูมิใจของยาย อย่าพูดว่าตัวเองแบบนี้อีกนะลูก" พูดจบหญิงชราก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ลูบหลังให้คลายความสั่นเทาลง

"..."

"เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่ผิดเลยลูก"

"..."

"อุ่นรักพี่เค้าใช่ไหมลูก?ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเกิดจากความรักที่อุ่นมีใช่ไหม?"

"..."

"พี่เค้าไม่ได้ขืนใจอุ่นใช่ไหม?"

ไม่ได้ยินคำตอบจากปากหลาน แต่การที่อุ่นพยักหน้าอยู่บนไหล่ของเธอก็เพียงพอกับใจของเธอ ไม่ได้คาดหวังอะไร ขอแต่จากวันนี้ไปขอให้หลานมีแต่ความสุขก็พอใจแล้ว

 

 

 

~อุ่น~ 

 

 

 

 

อ้อมกอดที่แสนอบอุ่น ทำหน้าที่อย่างดีมาตลอด18ปี ไม่เคยทำหน้าที่ขาดตกบกพร่องเลยสักครั้ง แม้แต่ครั้งนี้ที่เค้ารู้ตัวว่าทำผิดมหันต์ แต่ก็ยังได้รับคำพูดปลอบจากยาย อ้อมกอดของยายเหมือนยาวิเศษสำหรับอุ่น ความเหนื่อยล้าความอ่อนเพลียจากพิษไข้แทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง 

"อุ่นกินข้าวสักนิดนะลูกจะได้กินยา"

"ครับ"

"อุ่นของยายเก่งที่สุด ยิ้มหน่อยสิลูก"

ผมได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆให้ยาย ผมมองหน้ายายเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยายเดินเข้าห้องมา สายตายายไม่เปลี่ยนไปเลย สายตาที่มองมามันมีความรักอยู่เต็มเปี่ยม มันชั่งแสนอบอุ่น ผมยิ้มทั้งน้ำตา

"กินเสร็จกินยาแล้วนอนพักเลยนะลูก อย่าคิดมาก อย่าคิดไปเอง ไม่มีอะไรที่จะมาทำให้ยายไม่รักอุ่น"

"ครับยาย"

เรื่องของพี่ก็อย่าเพิ่งไปคิดเอาเอง เข้าใจไหมลูก"

"ครับ"

"ยายก็จะไปนอนแล้ว พรุ่งนี้ไม่ต้องรีบตื่นนะลูกพักอีกสักวัน ยายก็อยากพักเหมือนกัน"

"ครับ"

"ยายรักอุ่นนะลูก"

"อุ่นก็รักยายครับ รักที่สุดเลย"

^_^ / ^_^

 

ผมตื่นขึ้นมาของเช้าอีกวัน อาการผมดีขึ้นมากอาการไข้หายเกือบหมด จะเหลือก็เพียงร่องรอยตามตัวเท่านั้นแต่ก็เจือจางลงไปมากแล้ว เอื้อกับคุณหญิงก็เข้ามาเยี่ยมที่บ้านหอบหิ้วของกินของบำรุงมากมาย เอื้อมาอยู่เป็นเพื่อนผมทั้งวัน เราเล่นเกมส์ ดูหนังแผ่นเก่าๆ ด้วยกันผมรู้สึกดีขึ้นมากทั้งกายทั้งใจ 

"อุ่นทำไมติดกะดุมเสื้อติดคอแบบนี้ ไม่อึดอัดหรือไงมาๆ เราปลดให้"

"ไม่เป็นไรเอื้อเรายังรู้สึกหนาวน่ะ" ผมรีบตอบพร้อมกับจับคอเสื้อไว้แน่น กลัวว่าเอื้อจะเห็นรอย

"อุ่นมีอะไรปิดบังเรา"

"เปล่านะ"

"แต่เราว่ามี"เอื้อถามอย่างสงสัย เอื้อไม่ใช่คนที่จะหลอกได้ง่ายๆยิ่งเป็นผมด้วยแล้ว เอื้อยิ่งจับผิดได้ง่าย

"ไม่มีอะไรหรอกลูก เจ้าอุ่นมันแพ้พิษไข้ผื่นขึ้นเต็มตัว มันเลยอายน่ะ" ยายช่วยชีวิตผมไว้อีกแล้ว

"แค่นี้เอง กับเราจะอายทำไม"

"ก็เราอาย เอื้อกลับบ้านได้แล้ว....ฟ้าจะมืดแล้ว"

"อืม งั้นเราไปนะ พรุ่งนี้เช้าเจอกัน"

"พรุ่งนี้เจอกัน"

 

หลังจากเอื้อกลับไปแล้ว ผมก็นั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน คิดย้อนกลับไปถึงกับเรื่องที่เกิดขึ้น พี่รามเค้าจะรังเกียจผมไหมนะ เค้าจะมองว่าผมใจง่ายหรือเปล่า เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นพี่รามก็หายออกจากบ้านไป2วันแล้ว ยังไม่กลับมาเลย

"เป็นอะไรลูก นั่งเหม่อเลย" ยายถามพร้อมกับเดินเข้ามานั่งข้างๆ

"..."

"คิดเรื่องพี่เค้าเหรอลูก" ผมเลือกที่จะเงียบแทนคำตอบ

"..."

"ให้เวลาพี่เค้าก่อนนะลูก ทุกอย่างต้องใช้เวลา อย่าเพิ่งคิดไปเอง อย่าเข้าใจไปเอง รอฟังจากปากพี่เค้าก่อน"ผมหันไปกอดยาย ยายกอดตอบผมพร้อมโยกไปมา คำพูดปลอบโยนไม่กี่คำแต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกคลายกังวล และยิ้มได้ทุกครั้ง

"อุ่น"

"ครับยาย"

"ถ้าวันข้างหน้าอุ่นไม่มียาย อุ่นต้องเข้มแข็งนะลูก"

"ไม่เอาๆ ยายอย่าพูดแบบนี้ ยายจะต้องอยู่กับอุ่น"

"ยายแค่พูดเผื่อไว้ อุ่นฟังยายนะ" ผมยกมือขึ้นปิดหูแต่ยายก็จับมือผมมากุมไว้

"ชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน จะตายวันตายพุ่งก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ สิ่งที่ยายเป็นห่วงที่สุดก็คืออุ่น อุ่นต้องเข้มแข็งใช้ชีวิตให้มีความสุข ความเกลียด ความโกรธ ความแค้น คือการสร้างทุกข์ให้กับตัวเอง การให้อภัย คือ ความสุขที่แท้จริง ทุกข์สิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นกรรม ถ้าอุ่นคิดได้แบบนี้อุ่นจะมีแต่ความสุข"

"..."

"อุ่นทำได้ไหมลูก?"

"ทำได้ครับ"

"สัญญากับยายได้ไหม?"

"อุ่น 'สัญญา' ครับ อุ่นจะจำและทำตามคำสอนของยายทุกอย่างเลย อุ่นจะใช้ชีวิตให้มีความสุขครับ แต่เลิกพูดเรื่องตายเถอะครับอุ่นไม่ชอบเลย"

"ถ้าอย่างนั้นอุ่นก็ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้กินข้าวกินยา รีบเข้านอน"

"ครับยาย"

 

ผมสะดุ้งตื่น ทำไมบ้านเงียบผิดปกติ ผมคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาตี5แล้ว ปกติยายต้องตื่นแล้ว ผมรีบลุกออกจากห้อง หน้าบ้านไม่มียายเลย ผมรู้สึกไม่ดีเลย

"ยาย ยายครับ"

*เงียบ*  

ผมเปิดประตูเข้าไป เห็นยายยังหลับอยู่

"ยายครับ"

"..."

"ยาย" ผมเดินไปจนถึงตัวยายก็ยังเงียบ

"อุ่นเหรอลูก"

"ยายเป็นอะไร ทำไมยายนอนนิ่งแบบนี้ ผมเรียกยายตั้งนาน" ผมเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผาก ไม่ร้อน แต่มือเท้ากลับเย็นชืด"ยายหนาวเหรอครับ"

"ยายไม่เป็นไรลูก ยายแค่นอนไม่ค่อยหลับ กว่าจะหลับก็ปาไปจนดึกดื่นเลยตื่นสายนะ"

"ไปหาหมอกันนะครับ ถ้ายายเป็นแบบนี้อุ่นไม่อยากไปเรียนเลย" เรียนไม่รู้เรื่องแน่ๆ

"เอาอย่างนี้แล้วกัน ยายจะกินข้าวแล้วกินยาถ้ายังไม่หาย กับจากมหาลัยอุ่นพายายไปหาหมอได้เลย ตกลงไหม"

"เอาแบบนั้นก็ได้ครับ แต่ยายห้ามเป็นอะไรนะ ผมจะโทรหายายทุกชั่วโมงเลย"

"จ้าๆ ยายไม่เป็นอะไรหรอกลูก"

"ถ้าอย่างนั้นผมจะไปทำกับข้าว ยายอยากกินอะไรครับ"

"ข้าวต้มก็ได้"

"ยายนอนต่อไปก่อนก็ได้ครับ"

"อืม ยายจะพักอีกซักหน่อย อุ่นทำเสร็จแล้วทานเลยไม่ต้องรอยาย จะได้รีบไปเรียน อย่าปล่อยให้เอื้อรอนาน"

"ค้าบบ"

 

 

"อุ่นมารอเรานานหรือยัง"

"ไม่นานเราก็เพิ่งมา"

"งั้นไปกันเลยอุ่นมีเรียนเช้านี่"

"อืม"

"อุ่นเป็นอะไรทำไมดูซึมๆ ยังไม่หายเหรอ"

"เปล่าๆ พอดียายไม่ค่อยสบายน่ะเราเลยเป็นห่วง จะพาไปหาหมอยายก็ไม่ยอม แต่ถ้าเย็นนี้ยังไม่ดีขึ้น เราจะพายายไปหาหมอ" ผมเลือกที่จะบอกความจริงไม่หมดความกังวลของผมอีกอย่างก็คือ หลังจากผมออกมาจากห้องยายผมเดินกลับไปที่ห้อง เปิดตู้หยิบกล่องเก็บเงินมาเปิดดู เผื่อเย็นนี้ต้องใช้เงิน แต่เงินที่ผมเก็บสำรองไว้หายไปเกือบหมด เงินหายไปไหน? ใครหยิบ? พี่ราม.. หรือเปล่า? หรือใครเข้ามาขโมย แต่ผมเก็บไว้ที่นี่ตลอดไม่เคยหาย 

"ถ้าพายายไปหาหมอ เอื้อจะไปเป็นเพื่อน ตอนเย็นเจอกันนะ ลุงเลยไปส่งอุ่นหน้าคณะเลยนะคะอุ่นจะสายแล้ว" พูดจบเอื้อก็ลงจากรถเมื่อถึงหน้าคณะตัวเอง ไม่รอฟังคำปฎิเสธจากผมเลย เห้อ...เอาแต่ใจจริงๆ

คาบเช้าผมเรียนไม่รู้เรื่องเลยกังวลไปหมด ทั้งเรื่องยายและเรื่องเงิน ช่วงพักผมตัดสินใจที่จะไปหาพี่รามที่คณะ ถึงผมจะยังไม่กล้าสู้หน้า แต่เรื่องยายมันสำคัญที่สุด ถ้าพี่รามเอาไปจริงถ้ายังมีเหลือผมก็จะขอคืน แต่ถ้าพี่รามใช้หมดไปแล้ว ก็คงไม่พ้นต้องรบกวนเอื้อ ผมเกรงใจครอบครัวเอื้อ เพราะว่าถ้าผมเอ่ยปากครอบครัวเอื้อพร้อมช่วยเหลือผมเสมอ ผมคงต้องช่วยเหลือตัวเองให้ถึงที่สุดก่อน 

หมดคาบเช้าผมรีบวิ่งลงมาเพื่อที่จะไปหาพี่รามที่คณะ

"อุ่นจะรีบไปไหน" ผมหยุดตัวเองเมื่อเสียงเอื้อเรียก

"อ้าว~..เอื้อ มาได้ยังไง"

"มากินข้าวกับอุ่นไง"

"พอดีอุ่นมีธุระจะต้องรีบไปหาพี่รามน่ะ เอื้อรอก่อนได้ไหม"

"เอื้อไปด้วย มีอะไรอุ่นบอกเอื้อได้ไหม"

"เดี๋ยวอุ่นค่อยเล่าทีหลังนะ อุ่นรีบจริงๆ" ผมพูดจบ ผมคว้าข้อมือเอื้อ ตรงไปคณะวิศวะทันที มาถึงผมก็ช่วยกันมองหาแต่ก็ไม่เจอ เห็นผู้ชายกลุ่มใหญ่ยืนเล่นกันอยู่

"พี่คะ เห็นพี่รามบ้างไหมคะ"เอื้อถามออกไปกับพวกพี่ๆรวมคณะกับพี่ราม

"ถ้าบอกแล้วจะให้อะไรตอบแทนครับ ถ้าไม่มีพี่ก็ไม่บอกนะครับ" พี่ๆทั้งแซวทั้งโห่ร้องกันอย่างสนุกเอื้อบีบมือผมแน่น ซึ่งนั่นผมรู้ได้ทันทีว่าเอื้อกำลังเริ่มโมโห

"เออ...พี่ครับช่วยบอกหน่อยเถอะครับเรามีธุระด่วนจริงๆ"

"ก็ได้ๆ นี่พี่เห็นกับความน่ารักของน้องๆ นะน้องขนมหวานกับเพื่อนแก้มชมพู"

**หวานจริงหรือเปล่าวะอยากชิม แก้มสีชมพูจะนุ่มเหมือนมาชเมลโล่ไหมวะฮ่าๆๆๆๆ** 

เสียงโห่เสียงแซวยังดังมาอย่างต่อเนื่อง ผมบีบมือเอื้อไว้เพราะอยากให้อีกคนลดอารมณ์โกรธลง 

"ไปอัดมะเร็งแถวๆ ตึกเก่าเลยน้อง"

"ขอบคุณครับ" ผมรีบลากเอื้อออกมาทันที

"พวกพี่แม่งปากหมา"

"ชั่งเค้าเถอะเอื้ออย่าไปสนใจเลย เรารีบไปกันเถอะ" ผมมาถึงด้านข้างของอาคารที่พี่ๆบอกมา ได้ยินเสียงคนคุยกันเป็นกลุ่ม หนึ่งในนั้นมีพี่รามแน่ๆ ผมจำเสียงได้ ผมจับมือให้เอื้อเพื่อหยุดฟัง

"ไอ้รามคืนนี้มึงจะไปงานแพรวไหม กูเห็นมาหามึงแต่เช้า" 

"กูคงไปแหละเดี๋ยวจะเสียน้ำใจ เคยรับปากไว้นานแล้ว" 

"กูคิดว่ามึงจะหลงของหวานจนลืมของเปรี้ยวไปแล้วสะอีก ระวังนะเว้ยได้หลังแล้วจะลืมหน้าฮ่าๆๆๆ" 

"เลิกพูดเลยไอ้สัส ขยะแขยง แค่พูดกูก็จะอ้วกแล้ว" 

"มึงพูดจริง? มึงไม่เอา ถ้าอย่างนั้น "กูขอ อยากลองว่ะ" 

 

"กลับเถอะ" ผมดึงเอื้อออกมาโดยไม่รอฟังพี่รามตอบคำถามของเพื่อน

ผมกลัว กลัวคำตอบไม่กล้าแม้แต่จะยืนอยู่ตรงนั้น แค่คำว่าขยะแขยง แค่นี้ก็คงจะเดาคำตอบได้ไม่ยาก หัวใจที่พยายามเข้มแข็งมาตลอด มันอ่อนล้าหมดเรี่ยวแรงที่จะเดินต่อ แต่ตอนนี้จะอ่อนแอกว่านี้อีกไม่ได้แล้ว ยายรอผมอยู่

"หยุดๆ! หยุดก่อนอุ่น! พวกนั้นพูดหมายความว่ายังไง มันเกี่ยวกับรอยที่หลังต้นคออุ่นใช่ไหม?"

"..."

"อุ่นปิดบังอะไรเรา อุ่นไม่ไว้ใจเราแล้วใช่ไหม?"

"ไม่ใช่แบบนั้นเอื้อ แต่เราไม่รู้จะเริ่มยังไง"

"ทุกอย่าง! อุ่น ทุกอย่าง!" เอื้อพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มโกรธแต่มันแฝงไว้ด้วยความน้อยใจ

"..."

"เรื่องที่ทำให้อุ่นทุกข์ใจ"

"..."

"ทุกเรื่องที่อุ่นมีปัญหาอยู่ตอนนี้"

"..."

"ถ้าอุ่นไม่มีความสุขเอื้อก็ไม่มีเหมือนกัน"คำพูดทุกคำของเอื้อ มันยิ่งตอกย้ำ เอื้อเป็นอีกคนที่มีแต่ความรักและความห่วงใยให้ตลอด ผมยิ่งรู้สึกผิด

"ขอโทษนะเอื้อ เย็นนี้เราจะไปหาเอื้อที่บ้านเราจะบอกทุกอย่างกับเอื้อ เราสัญญา"

"ขอบใจนะ เอื้อแค่อยากเป็นเพื่อนที่สามารถ ยืนข้างอุ่นได้ในทุกๆ เรื่องอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ อุ่นไม่ได้อยู่คนเดียวนะ อุ่นยังมียาย มีเรา มีป๊าม๊า พี่อุ้ม พวกเรารักอุ่น"

"เรารู้" ผมบอกเอื้อ แต่ที่ผมทุกข์ใจตอนนี้คือเรื่องเงิน

"รู้แล้ว ทำไมทำหน้าแบบนั้น มีอะไรหรือเปล่า อุ่นบอกเราได้ทุกเรื่อง"

"คือ..ว่า เรา...เราขอยืมเงิน พายายไปหาหมอก่อนได้ไหม"

"เรื่องแค่นี้เอง ได้อยู่แล้วเดี๋ยวเราโอนให้เลย อย่าคิดมาก ยายอุ่นก็เหมือนยายเอื้อ แต่ตอนนี้เรารีบไปหาอะไรใส่ท้องก่อนเถอะ"

"อืม"เอื้อรีบดึงผมไปที่โรงอาหาร

"อุ่นกินอะไร? อย่าบอกนะว่าไม่หิวไม่กิน"

"เอาแบบเอื้อก็ได้" เอื้ออาสาเดินไปซื้อข้าวซื้อน้ำให้ผม เพื่อนดีๆ แบบนี้ผมคงหาไม่ได้อีกแล้ว ผมนั่งดูทีวีที่เปิดไว้รอบๆ สักพักเอื้อเดินกลับมาพร้อมกับข้าวขาหมู กับน้ำแดง2แก้ว

"อุ่นต้องกินอาหารที่ให้พลังงานเยอะๆ แล้วเราก็จะยอมกินเป็นเพื่อนอุ่น เรายอมอ้วนเพราะอุ่นเลยนะ" เอื้อวางจานข้าวไว้ตรงหน้าพร้อมกับคำพูดจาที่แสนจะน่ารักออกมา เพื่อช่วยให้ผมอารมณ์ดีขึ้น นี่แหละเอื้อของผม

 

 

ข่าวด่วน!!  

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ชุมชนข้างวัดXXX การดับเพลิงเป็นไปด้วยความอยากลำบาก เพราะรถดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ ไฟยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง สาเหตุคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร... 

 

 

 

ผมไม่รอฟังจนจบข่าว แค่สถานที่มันก็ชัดเจนเกินพอแล้ว ผมลุกขึ้นวิ่งทันที

"อุ่นเดี๋ยวรอเราด้วย"

"เราจะนั่งพี่วินล่วงไปก่อน เอื้อนั่งแท็กซี่ตามไปนะ"

"เราจะโทรบอกที่บ้านให้ไปช่วยยายก่อน อุ่นระวังตัวด้วยอย่าใจร้อน ตั้งสติดีๆ"

ผมรีบวิ่งออกจากมหาลัยให้เร็วที่สุด ขอร้องอย่าพรากยายไปจากผมตอนนี้เลย 

ผมมาถึงบ้าน ซึ่งตอนนี้มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากควันและเปลวไฟ คนตะโกนโวกเวกโวยวายดังลั่นซอยมีเจ้าหน้าที่นับสิบนายมาช่วยกั้นคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในเขตอันตราย พนักงานดับเพลิงดูดน้ำจากคลองขึ้นมาดับไฟ เพราะรถดับเพลิงเข้าไม่ได้

 

"ป้าครับเห็นยายผมมั้ยครับ?"

 

"น้าเห็นยายผมบ้างมั้ย?"

 

"ลุงเห็นยายผมบ้างมั้ย?"

 

"ไม่เห็นเลยเจ้าอุ่น" คำตอบเดียวที่ผมได้รับจากทุกคน

ผมตัวสั่นไปหมด กลัวเหลือเกิน ผมรออยู่แบบนี้ไม่ได้ ยายผมไม่สบาย อาจจะยังหลับอยู่ในห้อง ผมคิดได้แบบนี้แล้วผมคงไม่รอต่อไป ผมไม่กลัวตายเพราะถ้าไม่มียายก็ไม่ต่างอะไรที่จะอยู่แบบตายทั้งเป็น ผมใช้ถุงป่านเก่าๆ คลุมหัวแล้ววิ่งเข้าไปในบ้าน

"ยายๆ..ยายๆๆอยู่ไหนครับ" ผมมองอะไรไม่เห็นเลย มีแต่ควันมืดไปหมด ผมพยายามคลานให้ต่ำที่สุด ผมพยายามคลำทางไปจนถึงห้องยาย

"แค่ก.. แค่ก.."ไม่มี..ไม่มียาย

ผมเริ่มหายใจไม่ออก

ผมหายายไม่เจอ

ไม่เจอเลย

"ยายจ๋า........."

เรี่ยวแรงสุดท้ายของผม

ดับวูบบบบ

 

 

 

 

 

///จบตอนที่7/// 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ 

ฝากติดตาม #เด็กข้างวัด #รามอุ่น 

ขอบคุณคอมเม้นด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น