Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่4

คำค้น : #เด็กข้างวัด #รามอุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2562 19:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่4
แบบอักษร

~อุ่น~ 

 

 

 

 

"อุ่ย! ตกใจหมดเลย" ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ ไม่ได้ทันตั้งตัว อยู่ๆก็เจอหน้าอีกคนมายืนอยู่หน้าห้องแล้ว 

"ทำไมมาเร็วจังครับวันนี้" 

"ทำไมแต่งตัวแบบนี้!" 

" ? อ้าวววอะไรอ่ะ จะเสียงดังทำไมผมตกใจหมดเลย ก็ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จ"อะไรพอเจอก็มาทำหน้ายักษ์ใส่กันเลย 

"แล้วทำไมไม่เอาผ้าคลุมไหล่มาด้วย" 

"?" 

"ครั้งหน้าเอาเสื้อไปใส่ในห้องน้ำแล้วค่อยเดินออกมา" 

"ฮ่าๆอะไรของพี่ ทำอย่างกับผมเป็นผู้หญิง" ผมพูดพร้อมกับหัวเราะขำกับท่าทางของอีกคน 

"..." 

พี่รามไม่ตอบได้แต่ทำหน้างงๆ แล้วก็เดินเข้าห้องไปเลย แปลก? วันนี้กลับบ้านเร็วอีกต่างหาก แต่ก็ช่างเถอะดีซะอีกผมจะได้ไม่ต้องอยู่บ้านคนเดียว เพราะวันนี้วันพระยายเข้าวัดถือศีลกว่าจะกลับก็พรุ่งนี้สายๆ  

"พี่!เย็นนี้อยากกินอะไร? "อยู่กันแค่สองคนถามอีกคนดูเกิดมีไอเดียร์เมนูใหม่ๆ 

"อะไรก็ได้" 

"ผมทำข้าวผัดแล้วกันนะง่ายดี" 

"อืม นี่ถ้ายายไปวัดแบบนี้ เราก็ต้องอยู่คนเดียวนอนคนเดียวเหรอ" 

"ครับ บางทีก็อาจจะไปนอนบ้านเอื้อแต่ก็ไม่บ่อยผมเกรงใจเพื่อน" 

"นอนได้ไงคนเดียว อันตราย!"พี่รามทำหน้าขึงขัง วันนี้พี่เป็นอะไร 

"ไม่อันตรายครับ ผมนอนมาตั้งแต่เด็ก" 

"ต่อไปนี้ห้ามนอนคนเดียว ถ้าพี่ย้ายออกไปแล้ว ก็ไปนอนกับเอื้อหรือไปนอนวัดกับยาย" 

"..." 

"ฟังพี่พูดหรือเปล่า" 

"ฟังครับแต่..." 

"ไม่มีแต่.. ทำตามที่พี่บอกเข้าใจไหม" 

"..." 

"เข้าใจไหม?" 

"ครับ"ผมเข้าใจที่พี่บอก แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผมต้องทำตาม ผมอยู่คนเดียวทุกวันพระ คนในชุมชนข้างวัดผมรู้จักทุกคน ถ้าจะมีอะไรคงมาจากคนภายนอก แต่ผมไม่รู้จะบอกพี่รามยังไงในเมื่ออีกคนไม่ปล่อยให้ผมได้พูดเลย 

หลังทานข้าวเสร็จผมกับพี่รามก็นั่งอยู่นอกห้อง พี่รามนอนดูทีวีส่วนผมนั่งอ่านหนังสือ ต่างคนต่างเงียบ ต่างคนต่างใช้เวลาของตัวเอง 

"วันๆ เรียน,อ่านหนังสือ,ทำขนมไม่เบื่อบ้างหรือไง" 

"สนุกครับ" 

"สนุก? "พี่รามทำท่าเหมือนไม่เข้าใจคำว่าสนุกของผม 

"ครับ" 

"ยังไง? " 

"เรียน,อ่าน มันเป็นการเพิ่มความรู้ครับ ยิ่งอ่านมากยิ่งได้มาก เวลาที่เราไปเรียนกับอาจารย์ เราเข้าใจมันก็ทำให้เราสนุกไม่น่าเบื่อ ส่วนทำขนมมันเป็นอาชีพครับ มันไม่ใช่ว่าใครอยากทำก็ทำได้ มันต้องเรียนรู้ ขั้นตอนแต่ละอย่างของขนมแต่ละชนิดมันไม่เหมือนกันเลย ของบางอย่างไม่ใช่แค่อ่านแค่ท่องจำแล้วจะเข้าใจนะครับ มันต้องได้ลองทำจริงๆถึงจะรู้ ของบางอย่างที่เราเห็นแค่ภายนอกเราอาจจะมองว่ามันแพง แค่ของกินทำไมแพง แต่ถ้าได้มาดูส่วนผสมวิธีทำจะรู้ครับว่าไม่แพงเลย และมันก็สนุกด้วยนะครับ ถ้าพี่ว่างก็ลองมาทำสิครับผมจะสอนให้ฟรีเลย" 

"ไม่ชอบทำ ไม่ชอบกินของหวานๆ " 

"เชอะ!! อย่ามาง้อให้สอนทีหลังละกันคราวหน้าถ้าอยากทำผมไม่สอนฟรีแล้วนะครับ" 

ผมปิดปะตูรั้วหน้าบ้าน ปิดทีวี เพราะด้านนอกเริ่มมียุง ผมย้ายไปอ่านหนังสือต่อในห้อง ส่วนอีกคนเข้าไปนอนคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องก่อนแล้ว  

"พี่ไปไม่ได้ " 

[แต่หนูอยากเจอพี่นี่คะ] 

"ไว้พรุ่งนี้นะ " 

[จริงน้าาา] 

"ครับ" 

[สัญญานะคะ] 

"สัญญาครับ" 

[รักพี่รามนะคะ] 

 

ผมได้ยินเสียงคุยโทรศัพท์ดังรอดประตูออกมา ผมผลักประตูเข้าไปพี่เค้าก็วางสายพอดี แต่มันก็ดังขึ้นอีก 

Rrrrrr...Rrrrrrr 

Rrrrrrr 

"ว่าไง" 

[มาห้องกู]  

"ไปทำเหี้ยอะไร" 

[แดกเหล้า]  

"ไม่ไป!" 

[ได้ไงวะมากันครบทีม ขาดมึงคนเดียวเลย]  

"ยายเค้าฝากให้กูอยู่เป็นเพื่อนน้องมัน" 

[ทำมาเป็นคนดี ไอ้สัส! มาเถอะน่า2-3ชม.ค่อยกลับ น้องมันอยู่คนเดียวได้อยู่แล้ว แค่ไม่กี่ชั่วโมง]  

"อยู่คนเดียวได้ไหม" พี่รามหันกลับมาถามผมให้เพื่อนถือสายรอ 

"ได้ครับ ไปเถอะครับไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนผมหรอก ผมอยู่คนเดียวได้ ยายแกขี้ห่วงผมแบบนี้ประจำ" 

[ว่าไงมาได้ไหม] 

"เออๆเดี๋ยวกูไป" 

หลังจากวางสาย ก็หันมาหาผม ดูพี่รามจะกังวลที่ยายฝากผมไว้ 

"จะรีบกลับ" 

"ครับ" 

"พี่!! ทำไมถอดกางเกงตรงนี้ละครับไปหลังผ้าม่านสิ" ผมหันหน้าหนีแทบไม่ทันคนบ้าอะไรอยากถอดตรงไหนก็ถอด 

"จะอายอะไรผู้ชายเหมือนกัน" เค้าใช้คำพูดของผมมาย้อนผม ผมพูดอะไรไม่ออกได้แต่นั่งก้มหน้า น่าอายจริงๆ  

"ปิดประตูให้ดีๆ ใครเคาะห้ามเปิด" 

"คร้าบบบบบ" 

ที่กลับมาเร็วก็เพราะยายคงขอไว้สินะ ยายไม่อยากให้ผมนอนคนเดียว ถึงคนในชุมชนจะเป็นคนที่รู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ยายกลัวคนที่มาจากข้างนอก ยายเป็นห่วงผม บางครั้งผมจึงเลือกที่จะไปนอนบ้านเอื้อเพราะอยากให้ยายสบายใจ  

 

03.00 น. 

 

ก๊อก..ก๊อกกกก 

"อุ่น~" 

"อุ่น~~" 

ผมลืมตาตื่นตกใจไม่รู้ว่าดึกแค่ไหน แต่เสียงเรียกชื่อผมยานฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่เป็นเสียงพี่รามแน่ๆผมจำได้ดี ผมเปิดประตูเห็นคนที่บอกว่าจะรีบกลับยืนโอนเอนอยู่หน้าห้อง ผมค่อยๆพยุงคนเมาเข้ามานอน เสื้อผ้าเหม็นกลิ่นบุหรี่กินหล้ากลิ่นแรงขนาดนี้ไม่น่าเรียกว่ากิน น่าจะเรียกอาบมากกว่า 

"ขอโทษน้า~พวกมันไม่ห้ายยยกลับจริง~ๆน้า~" 

"ครับๆ ถอดเสื้อนะครับผมเช็ดตัวให้ ตัวมีแต่กลิ่นเหล้า" 

"ขอบจาย~.....อุ่น~จาย~ดีที่สูด~เลย~~ อุ่น~น่าร้าก~ที่สูด~" 

"พูดบ้าอะไรเนี้ยเมาแล้วพูดมากจังครับ น่ารักอะไรเล่า~" แล้วเราจะมาเขินคนเมาทำไม 

ผมเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ ส่วนช่วงล่างคงไว้สภาพเดิมเพราะแค่มองผมยังไม่กล้าเลย ส่วนคนเมาก็พูดไปบ่นไปเรื่อยฟังแทบไม่รู้เรื่อง  

"ขอโทดๆ น้า~" 

"ครับๆ ผมรู้แล้วนอนนะครับจะเช้าแล้วนะ" ไม่ถึง5นาทีเสียงหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ คนเมาหลับแล้ว คนไม่เมาก็ต้องรีบนอน เพราะตี5ต้องตื่นมาทำกับข้าวไปใสบาตร ฟังพระท่านเทศน์ รับศีลรับพรเสร็จก็พายายกลับบ้าน 

 

 

~ราม~ 

 

 

 

 

ผมตื่นขึ้นมาด้วยอาการเมาค้าง ปวดหัวแทบระเบิด ผมมองหาคนที่นอนร่วมห้องกันก็ไม่เจอ ผมเดินออกไปด้านนอก ก็ไม่มี แต่ที่สำรับกับข้าวมีกระดาษโน๊ตแปะอยู่ 

"ถ้าหิวกินก่อนได้เลยครับ" 

"สั้นจัง! ไปไหน กลับเมื่อไหร่ น่าจะบอกกันบ้าง"ผมมองไปที่นาฬิกาที่แขวนไว้ที่ผนัง 10.00แล้วน้องไปไหน ผมเปิดดูกับข้าวที่อีกคนทำไว้ให้ มีผัดผัก น้ำพริกปลาทู ผักลวกสารพัดผักที่ผมไม่รู้จัก แรกๆ ที่มาอยู่ที่นี่ผมกินไม่เป็นเลย แต่พอได้ลองมันก็อร่อยดี และยิ่งน้ำพริกปลาทู ที่น้องทำเองอร่อยมากครับ อาหารฝีมือของคนตัวเล็กถูกปากผมแทบทุกอย่าง รสชาดเดียวกับที่ผมชอบรสจัดแต่ต้องไม่เผ็ด ไม่หวาน  

ผมนั่งกินข้าวคนเดียวเงียบๆ ไม่รีบไม่ร้อนเพราะวันนี้เป็นวันหยุด จริงๆ ที่นี่ก็น่าอยู่เหมือนกัน สองคนยายหลานเวลาอยู่ด้วยกัน ทำขนมด้วยกัน ทำความสะอาดบ้านด้วยกัน จัดตรงโน้นตรงนี้อยู่เรื่อยๆ ผมไม่เคยเห็นสองคนยายหลานได้พักเลย และท่าทางที่แสดงออกมาไม่ได้มีความเหนื่อยล้าเลยเห็นแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ยิ่งวันไหนที่มีเด็กผู้หญิงร่างป้อมๆ มาด้วยอีกคน วันนั้นทั้งวันจะได้ยินแต่เสียงเจื้อยแจ้ว อ้อนคนตัวเล็กที อ้อนคนแก่ที ยิ่งกับอุ่นเธอแทบจะไม่ห่างเลยจนบางทีผมก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ ไม่ใช่อะไรนะครับรำคาญตา เดี๋ยวซบเดี๋ยวกอด ป้อนโน้นนี้อยู่เรื่อย จนตอนนี้หุ่นเริ่มเหมือนกันละ 'กลมบล็อค' 

บางครั้งผมก็แปลกใจตัวเองที่เดี๋ยวนี้ทำอะไรแปลกแบบไม่ทันคิด อย่างตอนที่เห็นคนตัวเล็กนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำ ผมเคยบอกไปแล้วใช่ไหมครับว่าห้องน้ำที่อยู่ด้านนอกตัวบ้านและอยู่ด้านหลังด้วย นั่นหมายถึงว่าจะต้องเดินอ้อมมาและคนด้านนอกก็สามารถมองเห็นได้ ผมทำไมต้องรู้สึกโมโห แสดงออกว่าไม่พอใจจนน้องทำหน้างง ซึ่งผมก็งงตัวเองเหมือนกัน  

และผมมีเรื่องจะสารภาพอีกอย่าง ทุกคืนที่ผมไปเที่ยว ผมจะต้องรีบกลับก่อนเด็กนั่นจะตื่น ผมชอบมองเวลาหลับ ทำไมผมชอบมองและทำไมผมต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงนั่งมอง ก็แค่เด็กตัวขาวๆ นอนหลับ ดวงตาที่ตอนตื่นกลมโตสดใสชวนมอง ยามหลับกลับน่ามองไม่แพ้กันขนตางอนยาว จมูกเล็กๆ เสียงหายใจเข้าออกช้าๆ ริมฝีปากอิ่มสดชั่งน่ามอง ก็แค่น่ามอง แค่นั้นจริงๆ เพราะสำหรับผมต้องผู้หญิงสิสวยเปรี้ยวหน้าอกตูมๆ สะโพกผาย สวยเปรี้ยวนี่แหละสเป็คผม ไม่ใช่ตัวกลมๆ แบบนี้ 

 

12.30.น

"ไปวัดมาเหรอ" ผมถามเด็กอุ่นและเดินเข้าไปพยุงยายเข้าบ้าน

"ครับ ไปรับยาย "

"ราม กินข้าวหรือยังลูก"ยายถามผมด้วยท่าทีเป็นห่วง

"เรียบร้อยแล้วครับ ยายละครับ"

"ยายกับเจ้าอุ่นเรียบร้อยมาจากวัดแล้ว"

"นี่ลูกอะไร" ผมมองดูลูกอะไรไม่รู้ที่เด็กอุ่นหิ้วมาพร้อมกับสำภาระมากมาย ปิ่นโต มุ้งครอบกันยุงหลังใหญ่ ถุงผ้า

"ลูกตาลครับ "

"เอามาทำอะไร"

"เอามาทำขนม พี่เคยกินไหม"

"ไม่เคย ไม่รู้จัก"ผมเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก และไม่น่าจะเคยกิน

"วันนี้ผมจะทำให้พี่ชิม หากินยากนะครับเพราะเดี๋ยวนี้ต้นตาลเริ่มหายากยิ่งในเมืองแบบนี้ยิ่งไม่ต้องหวังเลย นี่ที่ได้มาเพราะหลวงตาท่านปลูกไว้หลังวัด สุกหล่นจากต้นเมื่อไหร่ ทุกคนในระแวกนี้ก็จะได้ชิมขนมตาลแท้ๆ กัน"

"ทำแจกเหรอ"

"ได้ไงละครับขายสิ แต่ว่าไม่ต้องไปนั่งขายเพราะคนสั่งจองไว้หมดแล้วครับ"

ผมนั่งมองเด็กอุ่นทำขนมจนเพลินตา ตั้งแต่ปลอกลูกตาล คั้นเอาแต่เนื้อตาลกรองเอาแต่เนื้อล้วนๆ เพื่อผสมกับแป้ง น้ำตาลฯ แล้วนำใบตองที่ทำเป็นกระทงไว้สำหรับใส่ขนมเพื่อนำไปนึ่ง กลิ่นหอมของตาลคลุ้งไปทั่ว พอใกล้สุกเด็กอุ่นก็เอามะพร้าวที่ขูดไว้มาโรยหน้าขนม น้องบอกว่า ขนมตาลไม่ได้มีรสมันของกระทิ การที่เราใช้มะพร้าวโรยทับ เวลากินจะได้ครบทุกรสหวาน มัน กลมกล่อม และที่ผมได้กินก็เป็นแบบที่น้องคุยไว้จริงๆ

 

"อร่อยมากครับ" 

 

 

 

ขนมตาล เป็นขนมไทยดั้งเดิม เนื้อขนมมีลักษณะเป็นแป้งสีเหลืองเข้ม นุ่ม ฟู มีกลิ่นตาลหอมหวาน ขนมตาลทำจากเนื้อตาลจากผลตาลที่สุกงอม แป้งข้าวเจ้า กะทิ และน้ำตาล ผสมกันตามกรรมวิธี ใส่กระทงใบตอง โรยมะพร้าวขูด และนำไปนึ่งจนสุก เนื้อลูกตาลยีที่เป็นส่วนผสมในการทำขนมตาล ได้จากการนำผลตาลที่สุกจนเหลืองดำ เนื้อข้างในมีสีเหลือง มีกลิ่นแรง ซึ่งส่วนมากจะหล่นจากต้นเอง มาปอกเปลือกออก นำมายีกับน้ำสะอาดให้หมดสีเหลือง นำน้ำที่ยีแล้วใส่ถุงผ้า ผูกไว้ให้น้ำตกเหลือแต่เนื้อลูกตาล(ขอบคุณข้อมูลจากGoogle) 

 

 

 

 

///จบตอนที่4/// 

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ 

ฝาก #เด็กข้างวัด #รามอุ่น ด้วยนะคะ 

ขอบคุณทุกๆคอมเม้น,ทุกๆกำลังใจเลย 

ความคิดเห็น