Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่3

คำค้น : #เด็กข้างวัด #รามอุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.5k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2562 19:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3
แบบอักษร

 ~อุ่น~ 

 

 

 

 

ผมนั่งรอเอื้ออยู่หน้าคณะของตัวเอง เอื้อบอกให้รอจะแวะมารับ จะเป็นแบบนี้แทบทุกวัน ถ้าเอื้อกับผมเลิกเรียนเวลาใกล้กัน รถที่บ้านเอื้อจะมารอรับอยู่แล้ว มีเพื่อนรวยก็ดีแบบนี้แหละครับ 

วันนี้ที่เอื้อบอกให้รอก็เพราะว่าอยากรู้เรื่องคนแปลกหน้าที่มาพักอยู่บ้านผม เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าไม่มีทางที่เอื้อจะไม่รู้ เด็กบ้านเอื้อคงรายงานแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมบ้าง 

"เล่าเรามาให้ละเอียดเลย" เอื้อพูดขึ้นทันทีที่ผมเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง 

"เมื่อเช้ามีวัยรุ่นไล่ตีกันมา แล้วพี่คนที่โดนไล่เค้ามาหลบใต้แผงขนมเราๆเลยช่วยไว้" 

"อันนี้เรารู้อยู่แล้วไหมละ" 

"มันก็มีแค่นี้แล้วเอื้ออยากจะรู้อะไร"ผมยิ้มกวนอีกคน 

"ก็นายนั่นเป็นใคร? มาจากไหน? แล้วไล่กลับไปหรือยัง?" 

"เค้ามาจากไหนอุ่นยังไม่ได้ถาม แล้วเรื่องกลับหรือยังเราไม่รู้แต่เมื่อเช้าตอนเราออกมาเค้ายังนอนพักอยู่"ผมบอกไปตามความจริง เพราะดูท่าทางคนถามจะอยากรู้มาก 

"ใครก็ไม่รู้ไว้ใจได้ยังไง อุ่นนะชอบใจดีกับคนอื่นไปทั่ว" 

"พี่ราม" 

"อะไร? "เอื้อถามกลับอย่างงง เพราะอยู่ๆผมก็เอ่ยชื่อคนที่ไม่ได้อยู่ในประเด็นที่คุยกัน 

"คนที่เจ็บชื่อพี่รามอยู่วิศวะปี3รุ่นพี่ม.เดียวกับพวกเราไม่ใช่ใครที่ไหนก็ไม่รู้" 

"จริงเหรออุ่น" 

"อืม จริงสิ อุ่นเคยโกหกเอื้อที่ไหน" 

"ยิ่งเป็นนายนั่นยิ่งอันตรายเข้าไปใหญ่เลย ไม่น่าไว้ใจอุ่นรู้หรือเปล่าวว่านายนั่น...." 

"พี่ราม~"ผมรีบเตื่อนอีกคนที่พูดไม่เพราะ 

"พี่รามนั่นแหละร้ายจะตาย เรื่องต่อยตีก็มีบ่อยมากทั้งในม.นอกม.เรื่องผู้หญิงนี่ยิ่งเยอะควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าเราเป็นห่วงอุ่นไม่อยากให้เข้าใกล้เลย" 

"เอื้อเราเป็นผู้ชายนะเผื่อเอื้อจะลืม" ผมพูดหันไปยิ้มกับคนขี้ห่วง 

"จ้ะ! ผู้ชายที่น่ารักกว่าผู้หญิงอ่ะนะ" 

"เอื้อก็พูดเกินไป"เอื้อจะชอบพูดเว่อร์แบบนี้ตลอดคนในม.น่ารักเยอะแยะ อุ่นไม่ใกล้กับคำว่าน่ารักสักนิด 

"ไม่รู้ละวันนี้เราจะไปส่งอุ่นถึงในบ้านเลย จะไปดูด้วยว่านายพี่รามนั่นไปหรือยัง" 

"ตามใจ แต่โทรฯ บอกคุณหญิงท่านด้วยเดี๋ยวท่านเป็นห่วง" 

"อุ่นโทรฯบอกให้เราหน่อยสิ เราโทรฯทีไรม๊าชอบถามโน่นนี่เยอะแยะ ถ้าลูกรักอย่างอุ่นโทรฯรับรอง จ้าๆๆอย่างเดียว" 

"เดี๋ยวตีเลยไปว่าท่าน" 

"..."คนโดนดุยังยิ้มหน้าระรื่น 

"อืมๆเราโทรฯให้ก็ได้" 

เอื้อรักและหวงผมมาก เราโตมาด้วยกัน ของใช้สำหรับเด็กบางอย่างผมก็ใช้ต่อจากเอื้อ บางอย่างคุณหญิงท่านก็จะซื้อให้ผมด้วย เราสองคนจะได้ไม่แย่งกัน ยายจะเล่าให้ผมฟังตอนผมเล็กๆ ยายจะจับผมลงรถเข็นเพื่อนำผมมาเลี้ยงใกล้แผงขายขนมที่อยู่หน้าวัดทุกวัน แม่เอื้อก็จะมาอุ้มผมไปเลี้ยงที่บ้านไปเล่นกับเอื้อ บ้านเอื้ออยู่ไม่ห่างจากวัดมากนักเดินแป้ปเดียวก็ถึง เราสองคนเลยสนิทกันมาก แม้กระทั้งวันเกิดผมก็ใช้วันเกิดวันเดียวกันกับเอื้อเพราะวันเกิดผมจริงๆไม่มีใครรู้ 

เอื้อเป็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาน่ารัก ตัวเล็กนิดเดียวแต่หัวใจใหญ่มาก ไม่กลัวใคร ใครห้ามแกล้งผม ถ้าแกล้งเอื้อก็จะบอกป๊าให้จัดการ ด้วยบารมีพ่อเอื้อ ผมก็พลอยสบายไปด้วยไม่มีใครกล้ามายุ่ง เด็กในชุมชนจะรู้ดี และลุงป้าน้าอาในชุมชนก็จะเกรงใจคุณท่านกับคุณหญิงกันมากเพราะท่านเป็นคนดีช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริต คนในแวดวงข้าราชการทหารจะรู้จักท่านเป็นอย่างดี 

"เอื้ออย่า!วิ่งเดี๋ยวล้ม"เห้อออออ..บอกไม่ฟังเลย 

"ยายจ๋า สวัสดีค่ะ" พอเดินไปถึงหน้าบ้านเสียงเรียกยายก็ดังขึ้น 

"สวัสดีครับยาย"ผมเดินนำหน้าเอื้อก็จริงแต่คนที่วิ่งตามหลังมาเสียงนำไปก่อนแล้ว 

"เบาเสียงหน่อยลูกพี่เค้านอนอยู่ อ้าว~เอื้อมาด้วยเหรอลูกมาๆเข้ามาก่อน" 

"คิดถึงยายจังเลยค่ะ"พูดจบพร้อมกอดเอวยายแน่น 

"อะไรคะยาย นายนั่นยังไม่ไปอีกเหรอคะ" 

"จุ๊จุ๊ ทำพูดไม่น่ารักเลยค่ะ" 

"..." 

"พี่เค้าเดือดร้อนมา อะไรที่เราพอช่วยได้เราก็ควรช่วย ไม่ใช่เฉพาะพี่เค้านะคะไม่ว่าใครที่เค้าหนีร้อนมาพึ่งเย็นถ้าเราช่วยได้เราควรยื่นมือเค้าไปช่วย เอื้อเข้าใจที่ยายพูดไหมคะ" 

"เข้าใจแล้วค่ะ เอื้อขอโทษนะคะยาย" 

"ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะแค่หนูเอื้อเข้าใจที่ยายพูดก็พอแล้ว เด็กดีของยาย" ยายลูบผมเอื้อเบาๆ"ยายมีขนมให้เด็กดีด้วยนะ" 

"ขนมอะไรคะ" 

"ตาโตเลย"ผมร้องแซวคนกินเก่ง 

"อุ่นอย่าแซวเรา" 

"ตะโก้เผือกค่ะ" 

"อูย~กำลังอยากกินพอดีเลยค่ะขอบคุณนะคะ หนูรักยายที่สุดในโลกเลย" คนชอบกินขนมหวานตาโต เข้าไปออดอ้อนยายไม่หยุด 

"ผมก็รักที่สุดเหมือนกันครับ"ผมก็ไม่ปล่อยให้เอื้อได้อ้อนคนเดียวจะขาดหลานรักอย่างผมได้ยังไง 

"55555มาๆกอดๆทั้งคู่เลย"เราสามคนกอดกันกลม ชีวิตของผมมีความสุขแบบนี้แหละครับ 

"อุ่นเอาตะโก้ใส่กล่องไปฝากคุณท่านทั้งสองด้วยนะลูก" 

"ครับยาย เอื้อนั่งกินขนมรอไปก่อนนะอุ่นไปเอาขนมใส่กล่องให้" 

"จ้ะ!" 

เอื้อกลับเลยไหมเราจะไปส่ง เพราะเดี๋ยวเราจะเลยไปซื้อของมาเตรียมทำขนมไว้ขายพรุ่งนี้ด้วยเลย"เห็นเอื้อกินขนมหมดก็เลยลองถามดู 

"กลับก็ได้แต่อุ่นต้องสัญญากับเราก่อน ห้ามไปสนิทกับนายพี่รามนั่น" 

"เราสัญญา พอใจหรือยัง" 

"พอใจที่สุด"ผมยิ้มกับคำพูดน่ารักของเอื้อ"เราแค่เป็นห่วงอุ่น" 

"เรารู้" 

เราสองคนหันมามองหน้ากันและส่งยิ้มให้กัน 

 

ผมจะกลับจากตลาดฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ยายบอกผมให้ซื้อกับข้าวมาให้พี่รามด้วยเพราะดูท่าทางจะกินกับข้าวบ้านๆ แบบผมไม่ค่อยได้ ผมซื้อกุ้งสดมาด้วยว่าจะทำต้มยำให้พี่รามกับต้มจืดมะระยัดไส้ ของโปรดยายด้วย เห็นยายเล่าให้ผมฟังว่าพี่รามกินกับข้าวแบบผมไม่ค่อยเป็น แต่ก็ไม่กล้าพูดพี่คงเกรงใจ ผมก็เลยกะจะทำให้พี่ลองกินฝีมือผมสักหน่อย กว่าผมจะทำกับข้าวเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบ1ทุ่มแล้ว 

"ยายครับมาทานข้าวครับ"ผมเดินไปเรียกยายที่ห้อง 

"เรียกพี่เค้าหรือยัง" 

"กำลังจะไปเรียกครับ" 

ผมเดินไปที่ห้องๆผมที่ให้อีกคนนอนพัก 

"พี่..พี่ราม"ผมเรียกก่อนจะเปิดประตูเข้าไป"อ้าว~ตื่นแล้วหรอครับ" 

"ตื่นนานแล้ว" 

"ตัวก็ไม่ร้อนแล้วนี่ครับ" ผมพูดพร้อมกลับเอื้อมมือไปแปะที่หน้าผากของอีกคน 

"อืม...หายแล้ว" 

"พี่ไปล้างหน้าล้างมือ แล้วออกมากินข้าวพร้อมกันครับ" 

 

"พอกินได้ไหมราม เจ้าอุ่นมันทำเองเลยนะ"ยายถามพี่ราม หลังจากตักข้าวใส่ปากได้สองสามคำ 

"อร่อยครับ " 

"อยากทานอะไรบอกเจ้าอุ่นได้ มันทำกับข้าวเก่ง " 

"ยายก็พูดไปผมไม่ได้ทำกับข้าวเก่งซะหน่อย"ผมเขินนะอยู่ๆยายชมผมขึ้นมาดื้อๆ กับข้าวที่ผมทำคงมีแต่ยายเท่านั้นแหละที่บอกว่าอร่อย 

"ทานเยอะๆนะราม อุ่นด้วยนะลูก" 

"ขอบคุณครับ/ครับ" 

"วางไว้เลยพี่เดี๋ยวอุ่นเก็บเอง"ผมบอกคนที่ทำท่าจะเอาจานไปเก็บ 

"..." 

แล้วนี่ยาแก้อักเสบครับ" ผมยื่นน้ำตามไปให้ อีกคนก็รับไปดื่มจนหมดแก้ว 

"ขอบใจ" 

"ไม่เป็นไรเลยครับ ถ้าพี่จะอาบน้ำ เสื้อผ้าผมเตรียมไว้ให้อยู่บนที่นอนแล้วนะครับ "พี่รามฟังผมบอกเสร็จก็เดินกลับเข้าห้อง พี่รามเป็นคนพูดน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมอึดอัดอะไร 

ส่วนผมกับยายก็เตรียมอุปกรณ์ทำขนม นวดแป้ง ทำไส้ขนม กวนผงวุ้นฯ ขนมพวกฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุนขนมพวกนี้ยายผมเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว ที่ต้องทำเพิ่ม ก็มีขนมชั้น2สี (สีเขียวได้มาจากน้ำคั้นจากใบเตยสดสีม่วงคั้นจากดอกอัญชัญ) วุ้นกระทิมะพร้าวอ่อน 

"ยายไปนอนเถอะครับที่เหลืออุ่นทำเองครับเหลือไม่เยอะแล้ว" 

"อืม...เราก็รีบนอนด้วยละ ที่เหลือเช้าค่อยมาทำต่อ" 

"ครับ"ผมรีบเก็บข้าวของ อันไหนรอห่อ อันไหนรอนึ่ง ผมจัดหมวดหมู่ให้มันง่ายต่อการนำออกไปจัดการต่อตอนเช้า เช้ามืดจะได้ไม่ยุ่งมาก งานก็เสร็จเร็ว อะไรที่ทำแล้วสามารถแบ่งเบาภาระให้ยายได้ผมก็จะทำ ยายจะได้มีเวลาพักเพิ่มมากขึ้น 

ผมค่อยๆ เดินย่องให้เงียบที่สุดกลัวพี่เค้าจะตื่น เอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่โต๊ะอ่านหนังสือตัวเตี้ย เพื่อทบทวนบทเรียนที่เรียนมาของวันนี้ 

"ทำไมยังไม่นอน" 

"ผมทำให้พี่ตื่นหรอครับ"ผมตกใจกับเสียงทักของอีกคน 

"เปล่า ยังไม่หลับ แล้วเราละทำไมยังไม่นอนดึกแล้วนะ"พี่รามถามขึ้นอีกรอบ คงเป็นเพราะเห็นผมเปิดหนังสือเรียน 

"ยังนอนไม่ได้ครับ" 

"ขยันมากไปก็ไม่ดีนะ" พี่เค้าหยิบสมุดเลคเชอร์ของผมขึ้นมาเปิดดู 

"แต่ผมคิดว่าขยันมากเป็นสิ่งที่ดีครับ" 

"..."อีกคนเงียบผมเลยพูดต่อ 

"ถ้าเราสามารถแบ่งเวลาของงานที่รับผิดชอบในแต่ละอย่างแต่ละช่วงเวลาได้ดีก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร" 

"ยายบอกเรื่องพี่หรือยัง"พี่รามเปลี่ยนเรื่องหนีผมเฉยเลย 

"บอกแล้วครับ" 

"เราอึดอัดหรือเปล่า " 

"ไม่อึดอัดครับ พี่ทำตัวตามสบายเลยไม่ต้องเกรงใจผม"ผมบอกไปตามตรงผมไม่ได้อึดอัดจริงๆผมก็ทำอะไรๆตามปกติที่ผมเคยทำ 

"คงไม่ได้กลับมานอนทุกวัน" 

"ครับ"ผมตอบได้แค่นั้น เพราะผมคิดว่ามันคงเป็นแค่ประโยคบอกเล่า 

"เราเคยไปเที่ยวผับไหม" 

"ไม่เคยครับ ผมไม่ชอบ" 

"ไม่เคยไปรู้ได้ไงว่าไม่ชอบ ที่นั่นมีทุกอย่างเลยนะ เหล้า เพื่อน ผู้หญิงฯมันเป็นวิธีคลายเครียด เวลาเรียนหนักมันก็ต้องมีเวลารีแล็กซ์บ้าง" 

"เหล้าเป็นสิ่งมอมเมา ใครที่กินเข้าไปทำให้สติและความยับยั้งชั่งใจลดลง แล้วถ้าขาดซึ่งแล้วสติ ปัญหาที่จะตามมามีอีกมากมาย ที่สำคัญผิดศีลข้อ5ด้วยครับ ส่วนเพื่อนผมก็มีครับ โดยที่ผมไม่ต้องไปผับไปบาร์ เรื่องผู้หญิงยิ่งแล้วใหญ่ ก่อนที่เราจะมีอีกคนเข้ามาในชีวิต ดูแลตัวเองได้ดีหรือยัง? เรียนจบหรือยัง? หาเงินใช้เองได้หรือยัง? และ..." 

"พอๆ ๆ เราหลอกด่าพี่อยู่หรือเปล่า" 

"เปล่านะใครจะกล้าละครับ ผมแค่พูดในมุมของผมเท่านั้น วิธีคลายเครียดมีตั้งหลายวิธีทำไมพี่รามเลือกวิธีแบบนี้ละครับ" 

"..." 

"เปลี่ยนคำถามก็ได้ครับ ทำไมชอบสถานที่แบบนั้นเหรอครับ" 

"ก็ชอบ เวลาเซ็งๆ เหล้าผู้หญิงเพื่อนมันก็ช่วยเราได้ดี" 

"แล้วถ้าเซ็งทำอย่างอื่นไม่ได้เหรอครับ อ่านหนังสือ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ไปช่วยงานที่วัดก็ได้ มีอีกเยอะแยะเลย" 

"เออๆนอนเถอะ" พี่เค้าพูดแล้วมองหน้าผมอย่างเซ็งๆ ส่วนผมก็ได้แต่ส่งยิ้มไปให้ 

"แล้วพรุ่งนี้พี่จะไปเรียนไหมครับ" 

"ไป" 

"งั้นนอนเถอะครับ ตอนเช้าผมจะเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ ฝันดีครับพี่ราม" 

"อืม....ฝันดี" 

 

นี่ก็อาทิตย์หนึ่งแล้วที่ผมมีคนแปลกหน้ามาพักด้วย พี่รามกลับมานอนที่นี่เกือบทุกคืน แต่ก็กลับดึกพ่วงด้วยอาการมึนเมามาแทบทุกวัน คงไปที่ๆพี่รามบอกว่าชอบ เสื้อผ้าเหม็นแต่กลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่ แต่พี่เค้าก็ลากสังขารไปเรียนได้ทุกวัน ทุกเช้าผมก็จะวางเงินไว้บนโต๊ะในห้อง เพราะผมรู้ว่าพี่แกคงไม่มีเงิน และยายก็สั่งไว้ด้วย ยายบอกว่าอะไรที่พอช่วยได้ก็ช่วยกันไป อย่างเช้านี้พี่เค้าออกไปตั้งแต่เช้าคงมีเรียนเช้าพี่ไม่ได้บอกผมก็ไม่ได้ถาม แต่งตัวฉีดน้ำหอมกลิ่นให้คลุ้งไปทั่วห้อง เดินโชว์ความหล่อให้สาวน้อยสาวใหญ่ระแวกนี้ได้มองกันตาละห้อย 

ส่วนผมกับพี่เค้านอนห้องเดียวกันทุกคืนก็จริง แต่คุยกันแทบนับคำได้ เพราะกว่าพี่เค้าจะกลับผมก็หลับไปแล้ว เช้ามาผมก็ต้องรีบตื่นมาทำขนมไม่มีเวลาได้คุยได้ทักทายกัน พี่เค้าตื่นมาก็อาบน้ำแต่งตัวไปเรียนเลย ส่วนเรื่องเสื้อผ้าก็เป็นผมที่เตรียมให้ทั้งหมด 

ผมแอบได้ยินพี่รามคุยกับยาย ว่าหาที่อยู่ได้แล้วจะย้ายไปอยู่กับเพื่อนช่วงปลายเดือนก็ประมาณอีก2อาทิตย์ ผมเอามือขึ้นมาทุบเบาๆ ที่หน้าอกด้านซ้ายทำไมรู้สึกวูบโหวงขึ้นในใจแปลกๆ 

ทำไมแค่รู้ว่าพี่รามจะไปผมถึงรู้สึกแบบนี้นะ? 

ถึงมันไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่ผมรู้สึกปลอดภัย นอนหลับสนิททั้งคืน ไม่ต้องตื่นผวากลางดึก ตื่นขึ้นมาก็เห็นมีคนนอนข้างๆ วันไหนพี่ไม่กลับมานอนผมก็สะดุ้งตื่นแทบทั้งคืน ทำไม? ทั้งๆ ที่แต่ก่อนผมก็นอนคนเดียวมาตลอด บางทีผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน 

วันนี้เรา2ยายหลานไม่ต้องไปตั้งร้าน เพราะเพื่อนของแม่เอื้อสั่งขนม เพื่อไปเป็นของหวาน ในงานสมาคมอะไรสักอย่างผมก็จำชื่อไม่ได้ สั่งมาเยอะมาก ทุกๆ ปีจะใช้พวกขนมหวานพวกเค้ก แต่ปีนี้ทางแม่ของเอื้อเสนอขนมหวานของไทยไปและก็โชคดีเป็นของผมกับยายเพราะเค้าเลือกขนมไทย ผมกับยายทำกันแทบไม่ทัน แต่ก็มีคนคอยช่วย ก็เอื้อไงจะใครละ รายนี้กลัวผมกับยายจะเหนื่อยก็เลยเอาคนงานที่บ้านมาอีก2คน เอื้อนั่งบ่นแม่ตัวเองว่าสั่งอะไรเยอะแยะ 555555เอื้อของผมก็เป็นแบบนี้แหละครับ 

 

โครมมมมมมม!!  

ยาย!! 

ผมรีบทิ้งของในมือ รีบวิ่งไปหายายทันที 

"ยายครับ ยายเป็นอะไร"ฮึกๆ 

"ยายไม่เป็นไรลูก ยายแค่หน้ามืด อย่าร้องไห้สิอุ่นเอ้ยยย ยายไม่เป็นไรจริงๆ " 

"ยายไปพักนะครับ ไม่ต้องทำแล้วที่เหลือ อุ่นกับเอื้อจะทำเองนะครับ..นะครับ" 

"ก็ได้ๆ " ยายเอื้อมมือที่เหี่ยวย่นมาเช็ดน้ำตาให้ผม 

"ยายเป็นอะไรนะอุ่น"เอื้อเดินเข้ามาหาอย่างตกใจที่เห็นผมพยุงยายไปนั่ง 

"ยายแค่หน้ามืดนะหนูเอื้อ เจ้าอุ่นมันขี้ตกใจ ยายไม่เป็นไรจริงๆ เชื่อยายสิ" ยายพูดขึ้นอีกรอบเพราะผมเอาแต่นั่งจ้องหน้ายาย 

"งั้นเราส่งขนมรอบนี้เสร็จ ยายไปหาหมอกับอุ่นนะ" 

"นั่นนะสิ ไปอาหมอเถอะนะคะ ไปเช็คดูบ้าง อุ่นกับหนูจะได้สบายใจ" 

"ไม่ไป เป็นแค่นี้จะไปทำไมเสียดายสะตุ้งสตางค์ ไปๆทำขนมกันได้แล้วจะได้รีบไปส่ง" 

"พูดเรื่องหาหมอยายก็เป็นแบบนี้ทุกที" 

"..." 

"..." 

"ยายไม่หาหมอที่ไหนทั้งนั้น ยายจะรอให้หมออุ่นรักษา" 

"ยายอย่ามาเปลี่ยนเรื่องเลย ผมเพิ่งไปเรียนได้ไม่ถึงเดือน" 

"ยายอุ่นมันเขิน แก้มแดงใหญ่เลยฮ่าๆๆๆ หมออุ่นๆ ...หมออุ่นๆ .." 

"หยุดแซวเราเลยนะเอื้อ" 

ฮ่าๆๆๆ 

ฮ่าๆๆๆ 

ยิ่งเห็นผมอาย เอื้อกับยายก็ยิ่งพากันขำ เรื่องหาหมอของยายก็โดนพับเก็บไปอีกรอบ ยายจะไม่ชอบหาหมอ ไม่สบายก็หายากินเองทุกครั้ง จนบางครั้งเป็นหนักต้องขอให้แม่ของเอื้อมาช่วยพูดและพาไปหาหมอยายถึงยอม ผมเป็นห่วงยายไม่อยากให้ป่วยเลย 

 

 

 

 

 

///จบตอนที่3/// 

ฝากติดตาม #เด็กข้างวัด ด้วยนะคะ 

ขอบคุณทุกๆคอมเม้นและกำลังใจ 

ความคิดเห็น