Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่2

คำค้น : #เด็กข้างวัด #รามอุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.6k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2562 19:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่2
แบบอักษร

~ราม~ 

 

 

 

 

ผมตื่นขึ้นมาในบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้หลังเล็ก ที่ผมบอกครึ่งปูนครึ่งไม้ไม่ใช่บ้าน2ชั้น ที่ชั้นล่างเป็นปูนชั้นบนเป็นไม้นะครับแต่เป็นบ้านชั้นเดียว ที่บางด้านก็เป็นปูนบางด้านก็เป็นไม้ต่างหากละครับ มันดูไม่เหมือนบ้านจริงๆ ไม่มีรั้วรอบขอบชิด มี2ห้องจะเรียกห้องก็ไม่เชิง มีเพียงไม้บางๆกั้นอยู่ 

ตอนนี้ผมนอนพักอยู่ในห้องของเด็กที่ชื่ออุ่น ห้องไม่กว้างมาก มีหน้าต่าง2บาน ไม่มีเหล็กดัดมีแต่มุ้งลวด เฟอร์นิเจอร์มีตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือที่เป็นโต๊ะเตี้ยๆ ไว้สำหรับนั่งพื้น ไม่มีทีวีในห้อง แต่ผมเห็นว่ามีทีวีหลังเล็กอยู่ด้านนอก ไม่มีแอร์มีแต่พัดลม ที่นอนก็เป็นฟูกเล็กๆ สำหรับนอนคนเดียว หมอนผ้าห่มแค่นั้น แต่ต้องชมห้องสะอาดมาก ไม่มีฝุ่นเลยข้าวของทุกชิ้นวางอย่างเป็นระเบียบ 

ส่วนด้านหน้าบ้านมีหลังคายื่นออกไปพื้นปูด้วยไม้ค่อนข้างกว้าง ไม่มีฝาเป็นที่โล่ง มีโต๊ะตัวใหญ่กว้าง แต่ไม่สูงมากนักน่าจะไว้นั่งทำขนม เพราะผมเห็นใบตองวางไว้เรียงราย ห้องน้ำก็ไม่ได้อยู่ในตัวบ้าน ต้องเดินอ้อมไปด้านหลังซึ่งติดกับบ้านคนอื่น นี่มันชุมชนแออัดชัดๆ แต่ก็ชั่งเถอะตอนนี้ไม่มีที่ไปจริงๆ 

ย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อเช้า ผมนั่งรถจากบ้านผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไปนอนด้วย แต่เขตนี้ผมไม่คุ้นเคย ผมเลยต้องลงรถเพื่อมาต่อรถสายอื่น แต่แม่งดันซวยเจอคู่กัด แม่งมาเป็นสิบสู้ไปก็ตายเปล่า หนีก่อนเดี๋ยวค่อยไปรวมพรรคพวกกลับไปเอาคืนวันหลัง แต่ผมก็พลาดโดนมันฟันเข้าที่ไหล่แต่ไม่ถึงกับล้ม เพราะถ้าล้มก็คงตายแน่นอน ผมวิ่งไปแอบใต้โต๊ะขายขนมหวาน โชคผมยังดี ที่ผมเจอคนใจดี ทั้งที่2ยายหลายกลัวจนหน้าซีดตัวสั่น แต่ก็เลือกที่จะช่วยผม 

 

ผมนั่งมองคนตัวเล็ก ชั่งเจรจาที่นั่งทำแผลให้ตัวเล็กจริงๆ ครับสูงแค่ไหล่ผมไม่น่าเกิน160 เพราะผมสูง185 เด็กนั่นตาโต ผิวขาวอมชมพูขาวจนมองเห็นเส้นเลือด ปากชมพูจางๆ ด้วยหน้าตาผิวพรรณของเด็กอุ่น ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเด็กในสลัม น่าจะเป็นลูกผู้ดีมีเงินซะมากกว่า ทรงผมเหมือนทรงกะลาคอบฟังดูอาจจะคิดว่าตลก แต่เปล่าเลยครับ เด็กนั่นน่ารักมาก เวลายิ้มมีลักยิ้มนิดๆ มีเขี้ยวเล็กๆทั้ง2ข้าง ถ้าไม่ติดว่าเป็นพันธ์เดียวกับผม เด็กนั่นเสร็จผมแน่ๆ(แค่คิดก็ชั่วแล้ว) 

ผมชื่อราม เรียนอยู่ปี3วิศวะ มีพี่ชาย1คนชื่อธาม ครอบครัวผมรวยมากครับ มีหน้ามีตาในวงสังคม ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรม ร้านค้ามากมาย แต่ทุกคนไม่ต้องสงสัยว่ารวยแบบไหนขึ้นรถสาธารณะ รวยแบบไหนไม่มีที่ซุกหัวนอน ดูจากสายที่ผมเลือกเรียน กับธุรกิจทางบ้านทุกคนพอเดากันออกไหมครับ ว่าทำไมผมถึงดูจนต๊อกต๋อย 

ผมทะเลาะกับพ่อรุนแรงมาก ทางที่ผมเลือก กับทางที่พ่ออยากให้ผมเดิน มันคนละทางกันจริงๆ คำพูดสุดท้ายจากพ่อคือถ้าทำตามใจตัวเอง ก็ต้องดูแลตัวเอง และด้วยความหยิ่งจองหอง ก็เลยออกจากบ้านมาอยู่กับเพื่อน 

ช่วงปีแรกๆ ก็มีแม่ที่คอยแอบช่วยเหลือมาตลอด แต่พ่อดันมาจับได้และสั่งห้ามแม่ช่วยเหลือผมเด็ดขาด แม่ก็เลยต้องวานพี่ธามช่วยคอยดูแลบ้าง แต่พี่ธามก็เห็นด้วยกับพ่อผมเลยตกกระป๋อง แต่ผมไม่สน ไม่คลานกลับไปง้อแน่นอน ช่วงนี้ก็อาศัยนอนกับเพื่อนบ้าง นอนกับสาวๆบ้างยืมเงินเพื่อนบ้าง สาวเลี้ยงบ้างเพราะทุกคนรู้ว่าบ้านผมรวย ยังไงก็ได้เงินคืนกันทุกคนแน่นอนขึ้นอยู่กับว่าผมกับพ่อใครจะใจแข็งกว่าใคร 

ผมมีเพื่อน3คนไอ้แว่นไอ้ม่อนไอ้กล้า 2ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผมจะไปนอนกับไอ้แว่นเพราะมันอยู่คอนโด แต่ก็เกรงใจมันเพราะมันมีน้องชายอีกคนที่อยู่ด้วย 

ไอ้ม่อนบ้านมันก็ลำบากอยู่แล้วพ่อแม่หาเช้ากินค่ำ ไหนจะน้องมันอีกหลายคนที่นอนก็แทบจะไม่พอผมก็เลยไม่ค่อยจะไปรบกวนมัน 

ไอ้กล้าบ้านรวยแต่พ่อมันเป็นนักการเมือง เข้มงวดกับลูกกลัวแต่จะเป็นข่าวไปนอนบ้านมันทีไรก็จะโดนด่ากระทบอยู่บ่อยๆ จนบ้างทีไอ้กล้ามันทนไม่ไหว ก็อดที่จะเถียงกลับไปไม่ได้ พ่อแม่มันก็เลยไม่ค่อยชอบผม ผมก็เลยไม่อยู่กลับใครเป็นหลักแหล่ง 

ผมใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นแบบจัดเต็มมาก เหล้ายา ผู้หญิง ไม่เคยขาด ส่วนใหญ่ก็เคยๆ แล้วทั้งนั้นรู้งานแค่มองตาก็พาขึ้นเตียง ผมคิดว่าทุกวันนี้ผมมีความสุขดีแล้ว ผมคิดแบบนี้จริงๆทำไมต้องมีครอบครัว ทำไมต้องยอมรับฟังความต้องการของคนอื่นทั้งๆที่มันเป็นชีวิตของเรา ไม่มีครอบครัวก็ไม่เห็นเป็นไร ยิ่งคนรักยิ่งไม่มีความจำเป็นเลย 

สำหรับผมเซ็กส์(น่าจะ)สำคัญกว่าความรัก 

เซ็งๆๆนอนทั้งวันเลย โครตเบื่อ!แต่ก็ไม่รู้จะไปไหน แขนก็ยังเจ็บดีที่คนตัวเล็กให้กินยาแก้อักเสบกันเอาไว้แล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นผมคงไข้ขึ้นแน่ ไม่ติดที่แผลผมคงไปหาเหล้ากิน 

เห้อ~~โทรศัพท์ก็ไม่รู้หล่นหายตอนไหน ติดต่อเพื่อนก็ไม่ได้ ต้องหาทางส่งข่าวไปบอกแม่เรื่องโทรศัพท์อีก เอาวะ! พรุ่งนี้ค่อยไปเจอพวกมัน วันนี้พักให้เต็มที่สักวัน 

 

ก๊อก.....ก๊อก..... 

"ครับ" 

"ตื่นแล้วเหรอลูก หิวหรือยัง? 

"..." 

"ยังเจ็บแผลอยู่หรือเปล่า? ไหนยายดูหน่อยตัวร้อนมั้ย" หญิงชราก็เอื้อมเอาหลังมือมาแปะที่หน้าผากผม "ยังอุ่นๆอยู่เลย ไปล้างหน้าล้างตาก่อนไปลูก ห้องน้ำอยู่หลังบ้านเจ้าอุ่นมันบอกหรือยัง" 

"บอกแล้วครับ" 

"ไปเถอะ ยายจะเตรียมกับข้าวไว้ให้" 

ผมเดินออกจากห้องเดินอ้อมไปห้องน้ำหลังบ้าน ผมมองดูรอบๆ อันตรายเหมือนกันนะ คนตัวเล็กอยู่รอดปลอดภัยมาได้ยังไง ยิ่งถ้าตอนมืดๆยิ่งน่ากลัว ใครมาดักฉุดจะทำยังไง 

"รีบมากินข้าวลูก เจ้าอุ่นมันเตรียมไว้ให้แล้ว จะได้กินยา" 

"ขอบคุณครับ" 

"ไม่เป็นไรเลยลูก กับข้าวแบบนี้กินได้ไหม" ผมมองลงไปที่โต๊ะมีปลาทู มีน้ำพริกผักต้ม มีต้มจืด 

"ทานได้ครับ"ผมตอบออกไปทั้งๆ ที่คงกินได้แค่ต้มจืด แค่เห็นผักผมก็เบือนหน้าหนีแล้ว 

"แล้ว..เออ......" 

"เรียกยายเหมือนเจ้าอุ่นมันก็ได้ลูก" 

"ครับยาย แล้วยายทานหรือยังครับ"ผมถามเพราะข้าวในหม้อยังไม่มีรอยตักเลย 

"กินก่อนเลย ยายรอกินพร้อมเจ้าอุ่นมันตอนนี้ยังไม่ค่อยหิว " 

"ครับ"ผมนั่งกินข้าวไปเงียบๆ มองคนแก่นั่งทำขนมมือเป็นระวิง แต่ก็ดูคล่องแคล่วจนผมเผลอมองบ่อยๆ 

"ถ้าทางพ่อหนุ่มจะเป็นลูกผู้ลากมากดีนะ ดูหน้าตาผิวพรรณก็ดี" 

"ผู้ดีตกยากนะครับ หึหึ.." ผมหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ แล้วก็นั่งทานข้าวต่อและยายก็ไม่ได้ถามอะไรผมต่อผมนั่งกินข้าวจนอิ่ม แล้วกินยาแก้ปวดแก้ไข้ที่ยายมาวางไว้ให้ 

"พ่อหนุ่มกินเสร็จไม่ต้องเก็บนะเอาฝาชีครอบไว้ก็พอ"ผมกินเสร็จก็เอาฝาชีครอบไว้อย่างที่ยายบอก 

"ยายฉีกใบตองทำไมครับ" ผมเห็นยายนั่งฉีกใบตองผมเลยลงไปนั่งดูข้างๆ 

"เตรียมทำขนมไว้ขายพรุ่งนี้จ้ะ" 

"ทำแบบนี้ทุกวันหรอครับ" 

"ทุกวัน เว้นเฉพาะวันพระ เพราะยายต้องไปวัด" 

"..." 

"จะกลับบ้านเลยไหมหรือจะรอให้แผลหายก่อนค่อยกลับ ยายไม่ได้ไล่นะแค่ถามดู"ยายพูดเร็วคงกลัวผมคิดมาก ทำให้สิ่งที่ผมจะพูด เริ่มไม่กล้า 

ผมนั่งอ้ำอึ้งอยู่นาน 

"เป็นอะไรลูก ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า" 

ทุกคำพูดผมสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่อาทร ห่วงใย ความอบอุ่นในแววตาของหญิงชรา อะไร?คือความรู้สึกพวกนี้ที่ผมได้รับจากคนที่เพิ่งเจอกันไม่ถึง24ชั่วโมง ใจที่มันแข็งกะด้างอ่อนยวบยาบอย่างน่าใจหาย มีด้วยเหรอคนที่ไม่เคยรู้จักจะให้ความช่วยเหลือ จะทำให้เรารู้สึกอบอุ่นหัวใจได้ถึงเพียงนี้ 

"เออ..ถ้าผมจะขอพักอยู่ที่นี่ก่อนได้ไหมครับ" 

"ได้สิลูก" 

"ผมพักด้วยได้จริงๆเหรอครับ"ที่ผมถามเพราะผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ใจดีจนผมงง 

"ทำไมจะไม่ได้ละ" 

"ผมแค่แปลกใจ" 

"ทะเลาะกับที่บ้านมาเหรอลูก" 

"..."ผมไม่รู้จะตอบยังไง 

"ไม่เป็นไรนะไม่ต้องตอบยายก็ได้ อยู่ให้สบายใจเถอะ สบายใจแล้วค่อยกลับ ยายก็ไม่รู้ว่าเรามีปัญหาอะไร อยากบอกอยากเล่ายายยินดีรับฟัง เรื่องบางอย่างคนแก่ๆ ก็ให้คำปรึกษาได้นะ แต่ตอนนี้อย่างหนึ่งที่ยายบอกได้ 'คนที่รักเราและหวังดีกับเรามากที่สุดก็คือคนในครอบครัว'อย่ามองเหรียญแค่เพียงด้านเดียว" 

ผมอธิบายความรู้สึกหลังฟังยายพูดไม่ได้ มันมีความรู้สึกหลายอย่างตีกันวุ่นไปหมด

"พักเถอะลูกเดี๋ยวเจ้าอุ่นมันก็มาแล้ว ยายจะให้มันเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยนจะได้ถอดชุดนี้ไปซัก"

"ขอบคุณครับ"

"ไม่เป็นไรๆตามสบายนะ"

ผมมองหญิงชราที่ยิ้มให้แล้วเดินหันหลังกลับเข้าไปในห้อง ไม่บีบคั้น ไม่ถามหาเหตุผล ในแววตาของทั้ง2คนยายหลาน มันเหมือนกัน มันมีพลังมากมายอยู่ในนั้น

ความอบอุ่นนี่สินะความเหมือนของยายหลานคู่นี้ แต่พอมาคิดๆ ดูผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย ผมรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย รู้อยู่อย่างเดียวคือ หาที่พักได้แล้วโว้ยยยยย..... 

 

 

 

 

 

 

///จบตอนที่2/// 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน #เด็กข้างวัด นะคะ 

ความคิดเห็น