Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่1

คำค้น : #เด็กข้างวัด #รามอุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.5k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2562 19:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1
แบบอักษร

 [อุ่น] 

  

  

  

  

เร็วว.....เร็วววว..... 

จับมัน!  

จับมันให้ได้ จับได้เมื่อไหร่จะกะทืบแม่งให้จมดินเลย สัส!!  

  

  

*เสียงกลุ่มคนวิ่งไล่ตะโกนร้องด่าเสียงดัง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดนัดข้างวัดตอนเช้าๆต่างพากันวิ่งหลบเพราะกลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย* 

*วัยรุ่นกลุ่มใหญ่ที่มีมากกว่า10คนพร้อมอาวุธทั้งมีดทั้งไม้วิ่งไล่คนๆเดียว ทำให้"อุ่น"เด็กชายตัวเล็กที่ไม่เคยพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ได้แต่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่หน้าร้านของตัวเอง แต่ก็พยายามทำตัวให้นิ่งและปกติที่สุด ไม่อยากแสดงพิรุธให้ใครๆได้รู้ว่าใต้โต๊ะวางขายขนมหวานของตัวเองมีบางสิ่งแอบซ่อนอยู่* 

 

ผมเหลือบมองใต้โต๊ะวางขนมเป็นระยะ ไม่ใช่ว่าไม่กลัวแต่ความกลัวที่มีต่อกลุ่มพวกเด็กอันธพาล ก็ไม่เท่ากับกลัวว่าคนตัวโตที่หลบซ่อนอยู่จะเป็นอะไรไปซะก่อน เพราะดูจากบาดแผลที่ไหล่เลือดยังคงไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา อาจจะไม่มากแต่ก็เปียกชุ่มเสื้อช็อปจนเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปนับครึ่งชั่วโมง ผมก็ยังไม่กล้าให้พี่เค้าออกมา

 

"เจ้าอุ่นพาพี่เค้าเข้าไปหลบในบ้านก่อนไปลูก ยายกลัวว่าพวกมันจะย้อนกลับมา"ยายแจ่มรีบเดินกลับมาบอกหลานรัก หลังจากเดินไปดูลาดเลาหน้าถนนในซอยหน้าวัดมาแล้ว

"ยายอยู่คนเดียวได้เหรอครับ อุ่นกลัวมันย้อนกลับมา"ผมเป็นห่วงยายถ้าเกิดอะไรขึ้นมายายจะหนีทันได้ยังไง

"ไปเถอะเร็วๆเลย เดี๋ยวยายดูร้านเอง"

"..."

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า~ถ้ามันย้อนกลับมาทำอะไรยาย คนทั้งตลาดช่วยยายได้อยู่แล้ว รีบไปเถอะ"ยายต้องย้ำอีกรอบเมื่อเห็นผมยืนนิ่งไม่ยอมขยับ แต่อย่างที่ยายพูดก็ถูกคนในตลาด เป็นคนที่รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับยายของผม ไม่มีทางที่ทุกคนจะเพิกเฉยแน่

"ก็ได้ครับ"

ผมตัดสินใจดึงแขนข้างที่ไม่มีแผลของคนเจ็บขึ้นมาคล้องที่คอผม เพื่อช่วยรับน้ำหนักตัวของคนเจ็บ ไม่อยากให้พี่ล้มลงเพราะเสียเลือดไปมาก

"แล้วเราก็อาบน้ำแต่งตัวไปเรียนเลย ไม่ต้องออกมาช่วยยายเก็บร้านแล้ว เดี๋ยวจะไปเรียนสาย"

"ไม่เป็นไรครับยาย เดี๋ยวอุ่นออกมาช่วยครับ จะให้ยายเก็บคนเดียวได้ยังไงของตั้งเยอะ และยายไม่ต้องห่วงอุ่นด้วยยังไงอุ่นก็ไม่สายแน่นอนครับ" ผมหันไปตอบยายเสร็จ ก็รีบพยุงคนเจ็บเข้าไปในบ้าน

"ไหวไหมครับพี่ค่อยๆ เดินนะเดี๋ยวจะลื่นตกคลองไปซะก่อน" ที่ผมบอกแบบนั้นเพราะทางที่เดินเข้าบ้าน ต้องเดินลัดเลาะกำแพงวัดไปเรื่อยๆ เวลาเดินต้องระวังเพราะอีกด้าน มันเป็นคลองน้ำดำพลาดตกขึ้นมามีหวังได้ตายเพราะแผลติดเชื้อมากกว่าจะตายเพราะบาดแผลที่ไหล่ 

 

*อุ่นพาคนตัวโตเดินไปจนถึงบ้านหลังเล็ก ที่มีสภาพทรุดโทรม แต่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก ดูก็รู้ว่าคนพักอาศัยใส่ใจเรื่องความสะอาดมากขนาดไหน*

 

"ถึงบ้านผมแล้วครับ" 

ผมรีบเก็บใบตองที่ตากตามโต๊ะ ตามเก้าอี้เพื่อไม่ให้เกะกะคนเจ็บที่เดินตามเข้ามานั่งบนโซฟาตัวเก่า

"พี่นั่งตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวผมไปเอาอุปกรณ์มาทำแผลให้ครับ"

"อืม"

ผมรีบเดินเข้าไปหยิบกล่องอุปกรณ์ทำแผลออกมาจากในห้องนอน ผมเป็นเด็กขี้โรค และยายก็แก่มากแล้วเพราะฉะนั้นบ้านผมจะไม่เคยขาดสิ่งเหล่านี้

"พี่ช่วยผมถอดเสื้อหน่อยได้ไหมครับผมกลัวโดนแผล" 

อีกคนไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ขยับแขน ตามที่ผมบอก

"เสื้อพี่เปื้อนเลือดเยอะมากเลย"

"..."

"เจ็บมากไหมครับ"

"ไม่"ตอบสั้นๆ พร้อมกับยืนแขนตรงเพื่อให้ผมช่วยถอดเสื้อได้ง่ายขึ้น

ผมเอาอุปกรณ์ทำแผล ออกมาจัดเตรียมไว้ด้านหน้า การทำแผลเบื้องต้นถึงยังไม่ได้เรียนแต่ผมก็พอมีความรู้อยู่บ้าง เพราะฉะนั้นเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ผมทำได้

"แสบหน่อยนะครับ"

"อืม"

ผมเริ่มเช็ดทำความสะอาด คราบเลือดที่รอบบริเวณปากแผลให้สะอาด แล้วตามด้วยน้ำเกลือล้างแผลอีกรอบ ใส่ยาสำหรับแผลสด คนเจ็บยังคงนั่งนิ่งไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็นเลยสักนิด

"พี่ครับแผลมันค่อนข้างลึก ผมว่าพี่ไปหาหมอดีกว่าไหม มันน่าจะต้องเย็บปิดปากแผลนะครับ"ผมบอกให้คนเจ็บฟังเพราะแผลมันค่อนข้างลึกเลือดก็ออกเยอะแต่ดูเหมือนพี่เค้าไม่สนใจที่ผมพูดด้วยซ้ำ "ผมจะทำแผลห้ามเลือดเบื้องต้นไว้ก่อนนะครับ เสร็จพี่ค่อยไปโรงพยาบาลอีกที"

"ไม่ต้องหรอกแผลแค่นี้ไกลหัวใจ ทำๆไปเถอะ" พี่เค้าพูดออกมาแบบนั้นแล้วผมจะไปทำอะไรได้

ผมนั่งทำแผลไปแบบเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก ทำแผลเสร็จแล้วผมก็ปิดปากแผลด้วยผ้าบางอีกรอบ ส่วนคนเจ็บก็หลับตาเอนไปตามพนักพิงโซฟานั่งเงียบๆเหมือนเดิม

"เสร็จแล้วครับ"

"ขอบใจ"

"ไม่เป็นไรครับ"

"จะไม่ถามหน่อยเหรอ"

"?"ผมหันไปมองหน้าอย่างงงๆว่าอีกคนหมายถึงอะไร

"ว่าฉันเป็นใคร?มาจากไหน?ทำไมถึงถูกไล่ตีมา?"

คนตัวโตเอ่ยถามผมเบาๆ และลืมตาขึ้นมามองผมเหมือนรอคำตอบ

"เรื่องพี่เป็นใครผมคงไม่ต้องถาม เพราะก้าวแรกที่ผมเหยียบเข้าเขตรั้วมหาลัย ชื่อเสียงของพี่ก็ดังให้ได้ยินแล้วครับ"เหมือนคำตอบผมจะดูน่าสนใจ ทำให้พี่ขยับนั่งตัวตรง

"ส่วนเรื่องมาจากไหน? ผมไม่จำเป็นต้องรู้นี่ครับเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่ ผมไม่ควรสอดรู้สอดเห็น และทำไมถึงมีเรื่องต่อยตี อันนี้เดาได้ไม่ยากนะครับทะเลาะ? คู่อริ? ผมเดาถูกไหม" พูดจบผมก็หันไปยิ้มแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวโตกว่า

"ชื่อราม เรียกพี่รามก็ได้"

"ครับ!!? "ผมงงกับคำพูดของพี่เค้า แต่ดูเหมือนอีกคนไม่ใส่ใจ

"เสร็จแล้วใช่ไหม"

"ครับ เออและนี่ก็ยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบ พี่กินเลยนะครับเพราะอีกไม่นานพี่จะเริ่มปวดแผล"

"วางไว้ก่อน"

"ทานเถอะครับ นะ อย่าทำให้คนอื่นเป็นห่วงเลย"

ไม่พูดอีกตามเคย แต่ก็หยิบยาโยนเข้าปากตามด้วยน้ำจนหมดแก้ว"พอใจรึยัง?"

"ที่อยากให้กินก็เพราะเป็นประโยชน์ต่อตัวพี่เอง โตแล้วต้องดูแลตัวเองอย่าทำให้คนอื่นเป็นห่วง ถ้าตัวเองยังดูแลให้ดีไม่ได้ ต่อไปพี่จะไปดูแลคนอื่นได้ยังไง" ผมยิ้มส่งไปให้ แต่อีกคนกลับทำหน้ายักษ์ใส่ อ่า~เหมือนกำลังจะโดนโกรธยังไงไม่รู้

"ขอโทษครับถ้าไม่พอใจที่ผมพูด ผมไม่ได้จะสอนนะ แต่ผมไม่ชอบเลยที่เห็นพี่เจ็บ เออ....หมายถึงไม่ชอบเห็นคนเจ็บนะครับ"

"ก็ไม่ได้ว่าอะไร"

 "พี่จะนอนตรงนี้หรือเข้าไปนอนพักในห้องนั้นก็ได้นะครับห้องผมเอง นอนตรงนี้คนเดินผ่านไปมาเยอะ เดี๋ยวพี่จะนอนไม่หลับเอานะ"

"อืม"

"พี่หิวไหมครับ"

"ไม่"

"ถ้าพี่ยังไม่หิวผมจะไปช่วยยายเก็บร้านก่อนนะครับ พี่นอนพักไปเลย ตื่นมาค่อยกินข้าวผมจะเตรียมข้าวไว้ให้" ผมหันหลังเพื่อจะเดินออกจากบ้าน เพื่อไปช่วยยายเก็บร้าน แต่ก็ถูกอีกคนใช้แขนอีกข้างที่ไม่มีบาดแผลรั้งข้อมือของผมไว้ก่อน

"ครับ? "

"ขอบใจ"

"ไปเป็นไรเลยครับ เรื่องเล็กน้อย ผมไปนะ" ผมยิ้มให้พี่เค้าแล้วรีบเดินออกมา

สำหรับผมมันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เรื่องแค่นี้มันไม่ได้ลำบากอะไร แต่ตรงกันข้ามผมกับรู้สึกมีความสุข ที่ได้ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน คนเราอยู่ในโลกใบเดียวกัน อะไรที่สามารถช่วยเหลือกันได้ก็ควรทำ การช่วยเหลือคนอื่นไม่จำเป็นเลยที่ต้องมีมากกว่าถึงจะช่วยคนได้ การแบ่งปัน การช่วยเหลือ น้ำใจซื้อหาไม่ได้ด้วยเงิน

ผมชื่อ โอบอุ่น แก้วละมัย เป็นหลานยายแจ่มแม่ค้าขายขนมหวาน มีบ้านอยู่ข้างวัด บ้านของผมอยู่ในชุมชนที่แฝงตัวอยู่กลางเมืองใหญ่ เมืองที่ใครๆก็ใฝ่ฝันอยากเข้ามาอยู่ อยากเข้ามาทำตามความฝัน 

ผมอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด ที่ดินเป็นของวัดครับ ที่ๆหลวงตาท่านให้คนยากคนจนได้เข้ามาอาศัยปลูกสร้างที่พัก ในชุมชนข้างวัดที่ผมอยู่ไม่ได้ใหญ่มาก มีประมาณ 30ครอบครัว รอบๆชุมชนมีคนอาศัยอยู่ค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่จะมีแต่คนรวยบ้านหลังใหญ่โต มีโรงเรียน มีวัดเป็นจุดศูนย์กลาง และเป็นศูนย์รวมใจด้วยครับ

วัดที่ผมพูดถึงเป็นวัดใหญ่ มีหลวงตาใจดีที่คอยสั่งสอนอบรมเด็กๆในชุมชน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คนที่พักอาศัยในระแวกนี้ได้ทำมาหากิน ท่านได้แบ่งพื้นที่เปิดเป็นตลาด ให้ชาวบ้านได้มาจับจองค้าขาย พืชผัก อาหารสด อาหารแห้ง เสื้อผ้าข้างของเครื่องใช้ฯ 

ผมกับยายก็เป็นอีกหนึ่งครอบครัว ที่มาอาศัยพื้นที่ขายขนมที่นี่ด้วยเหมือนกัน หลวงตาท่านให้ตั้งร้านฟรีครับไม่เสียค่าเช่า ท่านบอกว่าช่วยเหลือชาวบ้านให้ได้มีรายได้ จะได้ไม่ต้องตกงาน เดือดร้อนจนต้องไปทำเรื่องผิดกฎหมาย

แต่พวกพ่อค้าแม่ค้า ก็จะเอาเงินใส่ซองทำบุญถือว่าช่วยวัดจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้วัด เพราะเช้ามืดหลวงตา ท่านก็เปิดไฟให้แสงสว่าง แก่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าทุกเช้าอยู่แล้ว หลวงตาท่านเป็นพระสายนักปฏิบัติ ทุกคนที่รู้จักท่านจะเลื่อมใสศรัทธาในพระคุณเจ้ามาก

ตอนนี้ผมอายุ18แล้วครับ ศึกษาอยู่มหาลัยxxx ปี1คณะแพทย์ ผมเป็นเด็กเรียนดี ไม่ได้อวยตัวเองนะครับ ดูได้จากที่ผมได้รับทุนมาตลอด ตั้งแต่ประถม มัธยม จนถึงมหาลัย

ด้วยความขาดแคลนของครอบครัว การได้รับทุนมันจึงเป็นวิธีเดียว ที่ผมสามารถช่วยแบ่งเบาภาระให้กับยายได้ ผมจึงตั้งใจเรียน ขยันหาความรู้ใส่ตัวเอง ถ้าวันไหนผมว่างผมก็จะยืมหนังสือจากห้องสมุดมาอ่าน ถือเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเรียนกับอาจารย์

การใช้เงินก็สำคัญนะครับ ของบางอย่างมันไม่ได้จำเป็นกับชีวิตประจำวัน ผมก็จะไม่ซื้อเลยครับ ยิ่งเรื่องเสื้อผ้าใส่จนขาดจนเปื่อยถึงจะซื้อใหม่ จนบางครั้งก็จะเป็นยายด้วยซ้ำที่หาซื้อมาให้

ครอบครัวที่ผมพูดถึงก็คือยายครับ ยายคือครอบครัวเพียงคนเดียวของผม ยายไม่ได้มีลูกมีหลานที่ไหนอีก จริงๆแล้วผมไม่ใช่หลานแท้ๆ ของยายหรอกครับ ยายเก็บผมมาเลี้ยง แต่ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะทุกวันนี้ผมมีความสุขมาก..มากจนล้นเลยครับ พอพูดถึงตรงนี้ก็อดที่จะมองข้ามเรื่องนี้ไปไม่ได้เลย

 

ฮือๆ ๆ ....ฮึก..ฮือๆ ๆ  

ฮือๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ... 

"ยายจ๋าใครๆ ก็บอกว่าอุ่นเป็นเป็นเด็กที่ไม่มีใครเอาไม่มีใครต้องการ เป็นเด็กที่ยายเก็บมาจากถังขยะ มันเรื่องจริงหรือเปล่าครับฮือ...ฮือออๆ ๆ อุ่นไม่มีพ่อไม่มีแม่จริงๆ เหรอครับ ฮืออๆ ๆ" ผมร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดยาย 

"อุ่นเอ้ยยยยยอยู่กับยายอุ่นมีความสุขไหมลูก" ยายไม่ตอบคำถาม แต่เลือกที่จะถามกลับแทน 

"มีครับ มีความสุขมากที่สุดเลย"ผมในวัย10ขวบเงยหน้าขึ้นจากอกผู้เป็นยาย พร้อมกับตอบคำถามด้วยแววตาที่แสนรัก 

"ถ้าอุ่นตอบแบบนี้ยายก็มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง แต่อุ่นต้องเปิดใจ ลองฟังให้จบแล้วคิดตามนะลูก"ผมได้แต่มองหน้ายายอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ยายพูด 

"เรื่องที่อุ่นได้ยินมาเป็นเรื่องจริงลูก" 

"ฮึกๆๆ" 

วันนั้นยายออกไปซื้อของมาทำขนมขายแต่เช้า ยายยืนรอรถสองแถวเพื่อไปตลาด แต่จู่ๆหูก็ได้ยินเหมือนเสียงอะไรขยับ ยายมองหาตั้งนาน จนรู้ว่าเสียงมันมาจากกล่องใบนั้นข้างๆถังขยะ ยายเปิดดูตอนแรกยายตกใจมาก แต่ตอนนั้นในหัวยายมีความคิดเดียว คือจะเอาเด็กตัวน้อยๆกลับมาที่บ้านให้ได้ คิดได้แบบนั้นยายจึงรีบอุ้มกล่องแล้วกลับเข้าบ้านทันที กลับมาถึงบ้านยายรีบเปิดกล่องออก เพราะกลัวเด็กตัวน้อยๆ จะขาดอากาศหายใจ เปิดออกมายายเจอกับตากลมโตที่มองยายตาไม่กระพริบ ไม่ร้องไห้โยเยเลย มือของเด็กตัวน้อยๆ ไขว่ขว้าแล้วจับมาที่นิ้วของยายเด็กคนนั้นกำมันไว้แน่น นาทีนั้นยายคิดแค่ว่าเด็กตัวน้อยคนนี้ คือของมีค่าที่สุดที่ฟ้าส่งมาให้ยาย" 

"อุ่นคือความรัก" 

"อุ่นคือครอบครัวคนเดียวที่ยายมี" 

"อุ่นโกรธยายไหมลูกที่เอาอุ่นมาเก็บไว้กับตัว โดยไม่ได้ตามหาพ่อแม่แท้ๆให้ หรือเปิดโอกาสให้คนมีเงินรับอุ่นไปเลี้ยง ชีวิตอุ่นจะได้ดีกว่านี้ ยายขอโทษนะลูก" 

**ตอนนั้นผมมองหญิงชรา ที่กล่าวคำขอโทษ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา ผมรู้สึกผิดขึ้นมาจับหัวใจ นี่ผมเอาเรื่องไร้สาระอะไรมาทำให้คนๆนี้มีน้ำตา คนที่เลี้ยงดูผมมาด้วยรักสุดหัวใจ คนที่ปกป้องดูแลผมจากเด็กขี้โรคที่ใครๆไม่ต้องการ ตั้งแต่จำความได้ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรเลย ยายให้ผมทุกอย่างความรักความอบอุ่นที่เต็มจนล้น ผมผละออกจากออกยายแล้วก้มลงกราบเท้า พร้อมกับน้ำตาที่ไหลนองหน้าไม่ต่างจากผู้เป็นยาย** 

"ยายไม่ต้องขอโทษเลยครับ อุ่นต่างหากที่ต้องขอโทษ อุ่นขอโทษครับยาย อุ่นไม่ควรคิดน้อยใจเสียใจ ในโชคชะตาของตัวเองเลย เพราะทุกวันนี้มีแค่ยายมันก็สุขจนล้นแล้ว ล้นจนอุ่นต้องแบ่งปันความรักความสุขให้คนรอบข้างได้ด้วยซ้ำ" 

"ยายคือทั้งชีวิตของอุ่น" 

"ยายคือครอบครัวเพียงคนเดียวที่อุ่นมี" 

"อุ่นรักยายที่สุดเลยครับ" 

หลังจากนั้นเรา2คนยายหลานก็กอดกันร้องไห้ แต่น้ำตาที่ไหลออกมา ไม่ใช่น้ำตาที่มาจากความเสียใจความน้อยใจในโชคชะตาอีกแล้ว แต่มันเป็นน้ำตาแห่งความรัก และความอบอุ่นที่มีให้กัน แต่หลังจากที่เราคุยกันจบ ยายก็ทิ้งท้ายว่า 

"อย่าโกรธ อย่าเกลียดผู้ให้กำเนิดนะลูก เพราะท่านอาจมีเหตุผล ที่ท่านไม่สามารถเลี้ยงดูอุ่นได้จริงๆ" ยายบอกว่าดูจากกล่องที่เอามาทิ้ง เป็นกล่องหนาปูผ้าอย่างดี ตัดกล่องด้านข้างเป็นรูเล็กๆ เพื่อผมได้หายใจสะดวกขึ้น ผมฟังแล้วได้แต่หันไปยิ้มกับยาย 

**บางครั้งการจากลาอาจไม่ใช่เพราะเกลียด หรือไม่ได้รัก แต่เป็นเพราะรักเพราะห่วงใยมากต่างหาก** 

"อุ่นไม่โกรธพวกท่านหรอกยาย เพราะถ้าท่านไม่นำอุ่นมาทิ้ง อุ่นคงไม่ได้เจอกับนางฟ้าแสนสวยใจดีคนนี้ ผมพูดเสร็จแล้วชี้ไปที่ยาย แล้วเรา2คนยายหลานก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมๆกัน 

"แกล้งชมคนแก่ เพราะอยากกินขนมละสิ" 

"เบื่อคนรู้ทัน" 

ฮ่าๆๆๆๆ 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆ 

ผมสัญญากับตัวเองไว้ว่า ผมจะไม่มีวันทำให้คนๆ นี้เสียน้ำตาอีก แค่ครั้งนี้ก็มากเกินพอแล้ว 

  

------------- 

ทุกๆเช้าเรา2ยายหลานต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาทำขนม เพราะขนมบางอย่างก็ต้องขายร้อนๆ บางอย่างทำไว้ก่อนนอนได้ ขนมยายเป็นขนมไทยสูตรโบราน ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ตะโก้เผือก ขนมชั้น วุ้นมะพร้าวใบเตย ฯลฯ  

ทุกคนในซอยจะชอบขนมของยายมาก ขายดีครับขายหมดทุกวัน บางวันก็มีออเดอร์เพื่อไปตามงานบ้าง ส่วนใหญ่จะได้ออเดอร์มาจากทางวัด จากทางบ้านเอื้อ เพราะทางพ่อเอื้อเป็นนายทหาร และคุณหญิงท่านก็เอ็นดูผมเหมือนลูกหลาน  

ผมเป็นนักเรียนทุนก็จริง แต่เรียนแพทย์ค่าใช้จ่ายนอก มันก็ดูจะเยอะจนบางครั้งผมก็โกรธตัวเองที่เลือกคณะนี้ ผมไม่อยากให้ยายลำบากมากไปกว่านี้อีกแล้ว แต่ยายก็ไม่ยอมอยากให้ผมเป็นหมอ จะได้ช่วยคนที่เค้าลำบากคนที่ขาดแคลน 

บางครั้งถ้าขาดเหลือก็จะไปรบกวนบ้านเอื้อ แต่เรา2ยายหลานจะต้องพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุด ถ้าไม่ขาดจริงๆเราก็ไม่อยากไปรบกวนใคร ส่วนใหญ่ความช่วยเหลือ ก็จะมาจากครอบครัวของเอื้อคอยดูแลผมกับยายมาตลอด บุญคุณมากมายไม่รู้ชาตินี้จะชดใช้หมดหรือเปล่า ที่ตอบแทนได้ตอนนี้ก็คือเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเอื้อเท่านั้น 

ลืมบอกอีกอย่าง ที่ยายได้สิทธิ์เป็นคนดูแลผม ก็เพราะยายไปขอให้พ่อแม่เอื้อช่วย ยายจึงมีสิทธ์ในฐานะผู้ปกครองผมแต่เพียงผู้เดียว 

ยายแก่ลงทุกวัน เริ่มเจ็บเริ่มป่วยบ้างแล้ว ผมไม่อยากให้ยายเหนื่อยมากไปกว่านี้ ผมกลัวๆว่ายายจะทิ้งผมไป เพราะเราเหลือกันแค่2คนยายหลาน ชีวิตที่เหลือของผมไม่มียายไม่ได้จริงๆ  

  

 

 

***///***  

  

 

///จบตอนที่1/// 

ขอบคุณคอมเม้น 

ขอบคุณคนอ่าน 

ขอบคุณกำลังใจ 

ความคิดเห็น