ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เตรียมตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2562 07:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เตรียมตัว
แบบอักษร

"เฮือก!!...แฮ่กๆๆ"

 

ผมสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายที่แสนน่ากลัว ก่อนจะนอนหอบหายใจอย่างเหนื่อย ตอนนี้ร่างกายของผมเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ผมยกแขนขึ้นมาปิดตาก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะมีน้ำใสๆไหลออกมาไม่หยุด

 

ปึงๆๆ

 

"ไอต่าร์ มึงตื่นยังว่ะ!!"

 

ปึงๆๆ

 

ผมได้ยินเสียงเพื่อนเรียกก็รีบลุกขึ้นยืนเช็ดน้ำตาก่อนจะวิ่งไปเปิดประตูทันที

 

แอ็ด....

 

พอผมเปิดประตู ก็เห็นมาร์กมันยกขาข้างหนึ่งค้างไว้อยู่ ทำท่าเหมือนมันกำลังจะถีบประตู ดีนะที่วิ่งมาเปิดทัน...ไม่งั้นคงต้องมีเสียเงินค่าทำขวัญบ้างแล้วล่ะ

 

"ดีนะที่มึงมาเปิดประตูก่อน เพราะถ้ามึงยังไม่เปิดล่ะก็ ประตูห้องมึงได้พังแน่"มันพูดพร้อมกับยกขาลงก่อนจะเดินมาหาผม

 

"มึงเป็นอะไร"

 

"ห๊า...อ-เออ...ก็เปล่านิ ไม่ได้เป็นอะไร"

 

"มึงไม่ต้องมาแหล...ตามึงแดงก่ำขนาดเนี่ยะ! ดูก็รู้ล่ะว่ามึงร้องไห้"

 

ผมไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ยืนเงียบฟังมันพูดเท่านั้น

 

"บอกมา..ใครทำมึงร้องไห้"มาร์กถามผมด้วยเสียงแข็งจนผมรู้สึกตกใจอยู่แปปนึง ตั้งแต่ที่คบมันเป็นเพื่อน เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ได้ยินมันพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้

 

"คือว่า...เราเข้าห้องกันก่อนเถอะ ยืนคุยตรงนี้มันไม่ค่อยสะดวกนะ"

 

พอผมพูดจบ มาร์กก็ดันตัวผมเข้าห้องพร้อมกับปิดประตูล็อกห้องให้เสร็จสรรพ ก่อนจะเดินจูงมือพาผมไปนั่งที่โซฟาทันที

 

"มึงเล่ามาเดี่ยวนี้...เล่ามาให้หมด"มาร์กพูดพร้อมกับส่งสายตาคาดคั้นมาจนผมรู้สึกเกร็งไปหมด

 

"คือว่าผมฝันร้ายนะ"

 

"ฝัน? ฝันอะไรของมึงว่ะถึงได้ร้องไห้จนตาแดงขนาดนี้น่ะ"

 

"ผมฝันว่า....ว่าโลกของเราถูกซอมบี้บุกโลก กัดกินผู้คน...ร่วมถึง...."

 

ผมไม่ได้พูดต่อ...เพียงแต่หันไปมองคนที่นั่งข้างๆผม ก่อนที่น้ำตามันจะไหลออกมาอีกครั้ง

 

"ต่าร์"

 

มาร์กคงรู้ดีว่าที่ผมพูดมันหมายถึงอะไร จึงดึงผมเข้าไปกอด พร้อมกับตบหลังปลอบผมเบาๆ

 

"มันก็แค่ฝัน...อย่าไปคิดมากสิ"

 

"ไม่ใช้...มันเกิดขึ้นจริงนะมาร์ก"

 

ผมผละออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายทันที มันเกิดขึ้นจริงและก็เหลือเวลาอีกไม่มากด้วย ทั้งชีวิตนี้เขาไม่เหลือใครแล้ว พ่อแม่ก็ไม่มี เหลือก็แต่มาร์กเท่านั้นที่คอยอยู่เคียงข้างผม ผมจะไม่ปล่อยให้เขาต้องเป็นอะไรอีกแน่นอน

 

"แล้วมึงแน่ใจได้ไงว่ามันคือเรื่องจริง?"

 

"ผมไม่ได้ฝันแบบนี้แค่ครั้งเดียว เวลาผมหลับทีไร ผมก็จะเห็นเหตุการณ์ที่แสนน่ากลัวแบบนั้นทุกที แล้วก็...."

 

"แล้วอะไร"

 

"เหมือนผมจะได้อะไรบางอย่างมาด้วยนะ"

 

"มันคืออะไรล่ะ มึงเล่ามาให้จบสักทีดิ กูก็นั่งลุ้นอยู่เนี่ยว่าคืออะไร"

 

ผมเงยหน้าไปมองมาร์กว่าควรจะบอกดีไหมนะ...เรื่องที่เขามีพลัง แล้วถ้าจะบอก ควรพูดว่าอะไรดี

 

ผมยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาตรงหน้าเขา ก่อนจะปล่อยพลังสายฟ้าออกมาบนฝ่ามือ

 

"ต่าร์ มึงทำได้ไงน่ะ มายากลรึไงว่ะ"มาร์กทำท่าเอื้อมมือจะไปสัมผัสมันเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นของจริงรึเปล่า ผมเห็นแบบนั้นจึงรีบหยุดปล่อยพลังทันที

 

"มาร์กทำแบบนั้นมันอันตรายนะ เดี่ยวก็ตายหรอก"ผมหันไปพูดเสียงดุๆใส่คนข้างๆพร้อมกับทำหน้าเหมือนคนกำลังโมโหใส่เขาที่ทำอะไรไม่คิดแบบนั้น

 

"ของจริงหรอว่ะ"

 

ผมไม่ตอบแต่ยังคงส่งสายตาดุๆใส่คนตรงหน้าอยู่

 

"อ่าๆ...กูขอโทษล่ะกัน ก็กูไม่รู้นี่ว่ามันคือของจริงนะ ว่าแต่...มึงไปได้มาอย่างไง"

 

"ตั้งแต่ที่เริ่มฝันถึงเรื่องนั้นนะ"

 

"แล้วมันจะเกิดขึ้นตอนไหน มึงรู้รึเปล่า"

 

".......อีกสามอาทิตย์"ผมเงียบก่อนจะตอบ

 

"งั้นหรอ...อีกสามอาทิตย์สินะ...เห้ย!!!..ทำไมมันเร็วแท้ว่ะ"มาร์กได้ยินคำตอบผมก็เริ่มหน้าเครียดขึ้นมา ใช้ว่าเขาจะเชื่อร้อยเปอร์เซนต์ เพียงแต่เขาคิดว่าคนที่บอกเรื่องนี้ ไม่น่าจะพูดอะไรเล่นๆได้

 

"ผมว่าจะไม่ไปมหาลัยแล้วล่ะ"

 

"ทำไม?"

 

"ผมจะใช้เวลาที่เหลือ...เตรียมของอะไรอีกหลายๆอย่าง...ผมว่าต่อให้เรียนไปมันก็คงไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ"

 

"งั้นกูก็จะไม่ไป"

 

"ทำไมล่ะ"ผมกำลังลุกขึ้นเดินไปเตรียมตัวอาบน้ำ ก็ต้องหยุดชะงักทันที

 

"เดี่ยวกูจะไปกับมึงด้วย คงไม่ว่าอะไรใช้มั้ย"

 

"อ...อ่า"ผมตอบก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำทันที

 

ปึง!

 

ผมเดินมานั่งที่ขอบอ่างอาบน้ำก่อนจะเปิดดูค่าสเตตัสของตัวเอง

 

สเตตัส

 

ชื่อ กีต่าร์

 

อายุ 21 ปี

 

สถานะ ผู้ใช้พลังพิเศษ (ระดับสูง)

-สายฟ้า

-เล่นแร่แปลธาตุ(พลังเสริม)

 

อาวุธที่ติดตั้ง

-ดาบคู่(ระดับสูง)

-ปืนสั้น(ระดับสูง)

 

'จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่ที่ได้ปืนมาก็ไม่เคยได้ใช้เลยแหะ ไอเรามันก็ยิ่งปืนไม่ได้ด้วยสิ'

 

ผมนั่งคิดอยู่สักพักก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบอาบน้ำแต่งตัวทันที

 

"มาร์ก...ผมมีเรื่องที่อยากจะให้ช่วยหน่อยน่ะ"ผมวิ่งออกมาจากห้องน้ำตรงไปหาเพื่อนของตนที่ยังนั่งเล่นโทรศัพย์รออยู่

 

"เรื่องอะไรที่ทำให้มึงรีบจนลืมเช็ดผมให้แห้งว่ะ"มันพูดพร้อมกับชี้นิ้วมาที่หัวของผมที่ตอนนี้มันยังมีน้ำหยดลงมาจากปลายผมเป็นระยะๆ

 

"แหะๆๆสงสัยจะรีบไปหน่อยน่ะ"ผมได้แต่หัวเราะแห้งๆกับความสับเพร่าของตัวเอง

 

"มานี่...เดี่ยวกูทำให้"มันดึงผมให้ไปนั่งระหว่างขามันก่อนจะหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดให้อย่างเบามือ

 

"ด..เดี่ยวสิ ให้ผมนั่งข้างๆก็ได้"ผมทำท่าจะลุกขึ้น แต่ก็โดนคนตัวใหญ่ดึงให้กลับมานั่งลงเหมือนเดิม

 

"อยู่นิ่งๆดิ"

 

"(.///.)"ทำไมมันรู้สึกแปลกๆยังไงชอบกลนะ

 

"แล้วมีเรื่องอะไรที่จะคุยกับกูล่ะ" มันถามผมหลังจากที่เห็นผมนั่งเงียบหน้าแดงอยู่จึงรู้ว่าเป็นอะไร ก็ยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะหุบลงเพื่อไม่ให้คนที่นั่งข้างหน้าหันมาเห็น

 

"คือว่า...อยากให้ช่วยสอนฝึกยิ่งปืนหน่อยน่ะ"

 

พ่อแม่ของมาร์กมีบริษัทที่ผลิตอาวุธอย่างถูกต้องตามกฏหมาย คอยส่งอาวุธให้กับทหารในประเทศและนอกประเทศ จนมีอำนาจมากมาย

 

ผมยังจำได้ดี ตอนที่พ่อแม่ผมเสีย ก็ได้พ่อแม่ของมาร์กเนี่ยแหละที่คอยช่วยเหลือผมตลอด แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าวันหนึ่งพวกท่านทั้งสองก็ต้องจากไปด้วยอุบัติเหตุ ตอนนี้มาร์กจึงกลายเป็นเจ้าของธุรกิจทั้งหมด เพียงแต่ตอนนี้เขายังเรียนอยู่จึงให้คุณปู่บริหารดูงานแทนเขาจนกว่าจะเรียนจบ

 

"ได้...เดี่ยวกูสอนเอง แล้วจะไปตอนนี้เลนรึเปล่า"

 

"ผมว่าจะไปที่ที่หนึ่งก่อนนะ"

 

"ที่ไหนหรอ"

 

"พอไปถึงเมื่อไร เดี่ยวผมบอก"ผมยื่นมือไปหาคนข้างหลัง ก่อนที่พวกเราจะจับมือกัน ผมเพ่งสมาธิไปที่มิติส่วนตัว ที่ผมเพิ่งได้มา ก่อนที่ร่างกายของพวกเราทั้งสอง จะโดนดูดเข้าไปอยู่ที่ใดที่หนึ่ง

 

วูบ...

 

ตอนนี้พวกเราทั้งสองได้เข้ามาอยู่ในที่ๆหนึ่ง มันเป็นเหมือนทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ตรงหน้าผมมีโกดังหลังใหญ่หลังหนึ่ง ข้างหลังผมมีน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากถูเขาลูกหนึ่งที่สูงเฉียดฟ้า น้ำในน้ำตกใสมากมันเป็นประกายสวยงามเมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ ลมที่พัดมาอ่อนๆพร้อมกับอากาศบริสุทธิ์ จนต้องหายใจเข้าปอดแบบเต็มๆทีหนึ่ง

 

"ที่นี่คือที่ไหนว่ะ?" มาร์กมองดูรอบๆอย่างตกใจเพราะอยู่ๆตัวเขาก็มาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้

 

"มันคือมิติส่วนตัวของผมเอง พวกเราเข้าไปดูโกดังดีกว่า...ว่ามีอะไรบ้าง"พูดจบผมก็เดินนำไปทันที พอผมเปิดเข้าไป ก็เห็นเครื่องมือทำสวนต่างๆ แถมยังมีรถไถ่ รถเกี่ยวข้าว และยังมีเครื่องสีข้าว เครื่องผลิตแป้ง น้ำตาล และอะไรอีกต่างๆ

 

"ผมว่าพวกเราซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกในนี้ดีไหมครับ"ผมหันไปถามคนข้างๆที่กำลังเดินไปเช็คเครื่องต่างๆว่ายังใช้งานได้อยู่รึเปล่า

 

"กูก็คิดเหมือนกัน แล้วเราสามารถนำสัตว์เขามาเลี้ยงได้เปล่า"

 

"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เดี่ยวผมไว้ลองทำดู"

 

หลังจากนั้น ผมกับมาร์กก็เดินดูรอบๆกันสักพัก จึงตัดสินใจออกมาจากมิติเพื่อที่จะไปซื้อของเตรียมเอาไว้

 

ไลน์~

 

เสียงข้อความในมือถือผมดังขึ้นจึงเปิดดู

 

น้ำ.

 

ผมเกือบลืมไปสนิทเลย ว่าตอนนี้ผมยังคบกับน้ำอยู่

 

"ใครส่งอะไรมาหรอว่ะ ทำไมหน้ามึงดูเครียดแท้"มาร์กเห็นผมอ่านข้อความแล้วอยู่ดีๆก็หน้าเครียด จึงอดไม่ได้ที่จะถาม

 

"อ่า...ไม่มีอะไรหรอก"ผมปิดเครื่องก่อนจะยัดโทรศัพย์ลงในกระเป๋าทันที ตอนนี้ผมยังไม่อยากจะติดต่อหรือเจอหน้าน้ำ อาจเป็นเพราะว่าผมยังคงกลัวอยู่ กลัวที่จะเจอเธอ...

 

 

 

 

ณ. ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

 

"ไอต่าร์ ของแค่นี้พอเปล่าว่ะ"มาร์กจูงรถเข็นที่ใส่ลังบรรจุเครื่องปรุงต่างๆไว้หลายกล่องมาทางผมที่กำลังเลือกของอยู่ ตามด้วยลูกน้องของมันอีกหลายคนที่กำลังจูงรถเข็นและถือของมากมายตามมาติดๆ

 

"แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วล่ะ เดี่ยวไว้ค่อยสั่งทางโรงงานมาเพิ่มก็ได้...หรือว่าเราจะซื้อเครื่องมาไว้ในมิติจะได้ผลิตเอาเอง"

 

"ถ้ามึงคิดว่าแบบไหนดีก็เอาแบบนั้นล่ะกัน เรื่องเงินก็ไม่ต้องห่วง เดี่ยวกูจ่ายเอง"มาร์กไม่ค่อยถนัดกับการเลือกของสักเท่าไรจึงหันหน้าไปสั่งให้ลูกน้องทั้งหลายเอาของไปเก็บที่รถก่อนเพราะกลัวจะถือกันไม่ไหวกัน

 

"นายน้อยซื้อของไปเยอะขนาดนี้ทำไมหรอครับ" กานต์ มือขวาของมาร์กที่มีฝีมือด้านการต่อสู้เป็นอันดับต้นๆ เดินตามผู้เป็นนายมาซื้อของมากมายกับคนรัก(?)ของเขาจนอดไม่ได้ที่จะถาม

 

"บอกไปพวกมึงก็ไม่เชื่อหรอก"

 

"อ้าว...ก็นายน้อยไม่พูด แล้วจะรู้ได้ไงว่าพวกผมจะไม่เชื่อล่ะคร้าบ" นัท มือซ้ายของมาร์กอีกคนที่เป็นคนกวนบาทานิดๆเเต่ฝีมือไม่ธรรมดา เอยพูดออกมาซึ่งก็มีกานต์กับการ์ดคนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของนัท

 

"ไว้ถึงเวลาแล้วเดี่ยวกูบอก"มาร์กขี้เกียจมายืนเถียงกับมือซ้ายของมันจึงตอบแบบส่งๆไป ก่อนจะเดินไปหาผมที่กำลังเลือกของอยู่

 

 

"ต่าร์!"

 

"!!!"

 

ผมได้ยินเสียงคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่ และก็ไม่อยากเจอด้วย จึงหันหน้าไปมองที่ต้นเสียง

 

"น้ำ...มาทำอะไรที่นี่งั้นหรอ"ผมหันมามองน้ำก่อนจะเหลือบไปเห็นคนที่ยืนข้างหลังเธอซึ่งก็ไม่ใช้ใครอื่นใคร....เบส

 

"พอดีน้ำมาเที่ยวเล่นน่ะ"

 

"กับเบส?...งั้นหรอ ทำไมไม่มากับเพื่อนล่ะ"

 

"ก็น้ำทักไปหาต่าร์แล้วนิ...แต่ต่าร์ก็ไม่อ่าน แถมปิดเครื่องอีก เห็นเบสว่างๆเลยชวนมาเที่ยวด้วย ส่วนเพื่อนของน้ำก็ไม่มีใครว่างสักคน"

 

น้ำหาข้ออ้างมาพูดกับผม ในขณะที่ตาของเธอมองไปที่มาร์กสลับกับกานต์และนัทที่ยืนข้างๆผม ด้วยสายตาที่ยั่วยวน พร้อมกับยิ้มหวานมาให้

 

ถ้าเป็นคนอื่นคงมองดูว่า น่ารัก แต่สำหรับผมไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกว่า น่ารังเกียจ

 

"นี่ต่าร์ เราไป..."

 

ฟึบ!

 

ในขณะที่เธอกำลังเอื้อมมือมาจับมือผม ผมก็สะบัดมือเธอทิ้งอย่างแรง

 

"ต่าร์!! แกเป็นบ้าอะไร สะบัดมือน้ำทำไมว่ะ?"เบสวิ่งเข้ามาจับมือน้ำพร้อมกับดูว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ก่อนจะหันมาพูดตวาดเสียงดังใส่ผม

 

"ก็เปล่านิ...ผมก็แค่...รู้สึกขยักแขยงน่ะ"

 

ผมพูดออกไปพร้อมกับมองทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงและสายตาที่เย็นชา เบสกับน้ำได้ยินผมพูดแบบนั้นก็สะดุ้งตกใจ เพราะตั้งแต่ที่คบกับผมมาหลายปี พวกเขาไม่เคยเห็นผมเป็นแบบนี้

 

"เราเลิกกันเถอะน้ำ"

 

"!!!"

 

พอผมพูดจบ ก็เดินหนีออกมาจากตรงนั้นทันที ไม่สนใจเสียงเรียกของน้ำที่ดังมาจากข้างหลัง ผมเดินมาหลบตรงมุมๆหนึ่งก่อนที่ดวงตาของผมจะมีน้ำใสๆไหลออกมา

 

 

ตอนนี้ผมได้เสียเพื่อนที่ไว้ใจไปแล้วคนหนึ่ง

 

 

เสียคนที่คิดว่าจะได้อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า

 

 

ผมเป็นคนเลือกที่จะตัดพวกเขาออกไปจากชีวิต แต่ทำไมต้องเสียใจด้วยล่ะ ผมเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้มาก

 

ในระหว่างที่ผมกำลังแอบยืนร้องไห้อยู่ ก็ได้มีมือของใครบางคนมาวางไว้บนหัวของผม

 

 

 

"มาร์ก"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ไรท์ลืมบอกเรื่องระดับพลัง งั้นขอพูดตรงนี้แทนนะ

 

พลังของมนุษย์มี

-ระดับต่ำ

-ระดับกลาง

-ระดับสูง

-ระดับอัศวิน

-ระดับพระเจ้า

มนุษย์จะมีสัตย์เวทย์เป็นของตัวเองตามสายพลังของตัวเองที่มี โดยจะมีได้ก็ต่อเมื่อมีพลังถึงระดับสูงเท่านั้น แต่นายเอกของเรายังไม่ได้ทำการอันเชิญนะ

 

 

พลังของซอมบี้ก็จะคล้ายๆของมนุษย์

-ระดับต่ำ

-ระดับกลาง

-ระดับสูง

-ระดับบอส

-ระดับมาร

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่อ่านจนจบตอนค่ะ ^•^

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว