email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาท่านอ๋อง6 : หรูจิ้งเป็นอะไรไป

ชื่อตอน : ชายาท่านอ๋อง6 : หรูจิ้งเป็นอะไรไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 656

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2562 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาท่านอ๋อง6 : หรูจิ้งเป็นอะไรไป
แบบอักษร

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา นางเองก็มักจะถูกส่งเข้าไปอยู่กับพระสนมหรูบ่อยๆ ไป๋ลี่จิงรู้สึกสงสารพระสนมจึงยอมเข้าไปอยู่กับนาง แต่นานวันเข้านางก็เริ่มรู้สึกว่า จ้าวชิงถีตั้งใจจะส่งนางเข้าไปอยู่กับสนมหรู ส่วนตัวเขาต้องไปทำอะไรที่ให้นางรู้ไม่ได้แน่ๆ นางเกือบจะโง่ตามเขาแล้ว หากเสี่ยวซีไม่มาบอกนางว่าท่านอ๋องกลับบ้านดึกดื่นทุกวัน อ้อ! นางกับเสี่ยวซีสนิทกันอย่างรวดเร็วเพราะด้วยอายุที่ใกล้เคียงกัน และด้วยนิสัยของเสี่ยวซีที่ชอบประจบ เวลานางสั่งอะไรเสี่ยวซีก็ยอมทำตามนางหมด นางจึงถือว่ามีเสี่ยวซีก็มีประโยชน์อยู่บ้าง 

นางนั่งกินอาหารเย็นหลังจากที่เพิ่งคิดวิธีเขาคืนเขาได้สำเร็จ หลังจากนั้นนางจะแอบหนีกลับไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อตรวจงานเสียหน่อย นางเป้นห่วงมาหลายวันแล้ว 

ยามเฉิน (7:00-8:59) 

เป็นเวลาที่นางจะต้องเข้าวังเพื่อเข้าเฝ้าสนมหรู แต่วันนี้จ้าวชิงถีได้รับข่าวจากเสี่ยวซีว่าชายาของเขานั้นไม่สบายเกิดปวดท้องขึ้นมาเสียอย่างไม่รู้สาเหตุ เขาจึงให้นางนอนพักผ่อนที่เรือนของนาง วันนี้จึงยังไม่ต้องเข้าวังก็ได้ แล้วหลังจากนั้นเขาก็ออกจากตำหนักไปทำงานขอวตัวเอง  

"ท่านอ๋องเสด็จออกไปแล้วเพคะหวางเฟย" เสี่ยวซีเข้ามารายงานคนที่แกล้งปวดท้องนอนอยู่บนเตียง 

"ไปแล้วหรอ...ดีเลยเสี่ยวซีเจ้ามาช่วยข้าแต่งตัวเร็ว" นางรีบลุกขึ้นจากเตียงทันที  

"หวางเฟยจะไปไหนหรือเจ้าคะ" เสี่ยวซีก็นึกว่านางคงอยากพักสักวันจึงช่วยนางโกหกท่านอ๋องไป แต่นี่นางลุกขึ้นไปแต่งตัวด้วยชุดธรรมดาๆ ทำเหมือนนางจะออกไปไหน 

"หวางเฟยจะไปไหนหรือเจ้าคะ"  

"ไปดูโรงเตี๊ยม" นางตอบก่อนจะรวบผมขึ้นอย่างง่ายๆ 

"ไม่ได้เจ้าค่ะ หวางเฟย" 

"ข้าให้เจ้าเลือกว่าเจ้าจะไปกับข้าแล้วข้าซื้ออาหารอร่อยๆให้เจ้ากิน หรือเจ้าไปฟ้องท่านอ๋องแล้วเราไม่ต้องคุยกันอีกเลย" ลี่จิงหันมาพูดจาขู่สาวใช้ของตน 

"หวางเฟย"  

"ข้าให้เวลาเจ้าคิดสามวิ หนึ่ง..." นางเร่ง เสี่ยวซีทำหน้าไม่ถูก 

"สอง..."  

"ไปเจ้าค่ะ บ่าวจะไปกับหวางเฟย"  

"ดีมาก...มาแต่งตัวให้ข้าเร็ว" ไป๋ลี่จิงยิ้มออกมา นางรู้ว่าเสี่ยวซชอบอาหารมากเพียงใด เพียงแค่นางเอาอาหารมาล่อเท่านั้นแหละนางจะสั่งให้เสี่ยวซีทำอะไร นางก็ยอม 

 

ไป๋ลี่จิงกับเสี่ยวซีกำลังเดินกลางถนน นางซื้อขนมและอาหารอร่อยๆให้เสี่ยวซีอย่างที่นางพูด ก่อนที่ทั้งสองจะเดินมาถึงหน้าดรงเตี๊ยมของตระกูลไป๋ เสี่ยวซีตื่นเต้นยิ่งนัก เป็นครั้งแรกที่นางได้ออกมาเดินถนนเช่นนี้ ยิ่งเห็นว่าโรงเตี๊ยมของหวางเฟยของนางยิ่งใหญ่ขนาดไหนนางยิ่งตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ 

"โรงเตี๊ยมของหวางเฟยใหญ่มากเลยเจ้าค่ะ" 

"เสี่ยวซีข้าบอกว่าอย่างไรเจ้าลืมแล้วหรือ" ไป๋ลี่จิงเตือนสาวใช้ของนางทันที 

"อ้อ! ข้าต้องเรียกท่านว่าคุณหนูเจ้าค่ะ" เสี่ยวซียิ้มเก้อ เวลานางตื่นเต้นนางมักจะลืมทุกอย่างสิ้น 

"ดูสิใครมา"  

เสียงทักทำให้ไป๋ลี่จิงและเสี่ยวซีหันไปมองพร้อมกัน บุรุษอาภรณ์เขียวหน้าตาเย่อหยิ่งคนหนึ่งถือพัดเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมทักนางทั้งสอง เสี่ยวซีมองบุรุษผู้นี้ด้วยสายตาอึ้งๆต่างกับลี่จิงที่ไม่ได้รู้สึกอะไรสักนิด 

"หลี่หรูจิ้ง..."  

"ไป๋ลี่จิง...ไม่สิต้องเรียกว่าพระชายา" หลี่หรูจิ้งเอ่ย ถึงแม้น้ำเสียงจะดูหยอกนางแค่ไหน แต่นางคงไม่รู้ว่าเขาแฝงความเสียใจเอาไว้ด้วย  

เขาเหมือนคนโง่ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนางเลย เขาไม่รู้เลยว่านางกำลังจะแต่งงาน เมื่อเขารู้เขาก็อยากสารภาพกับนางว่าเขารักนางมานานแล้ว เขาอยากจะไปแย่งนางมาจากเจ้าบ่าวที่ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่พอเขารู้ว่าชายผู้โชคดีคนนั้นเป็นใคร เขาถึงรู้ว่าเขาไม่คู่ควรกับนางมากเพียงใด บุรุษที่นางจะแต่งด้วยนั้นเป็นถึงชิงอ๋อง ยิ่งรู้เขาก็ยิ่งเจ็บปวด หากเขารีบบอกนางให้ไวกว่านี้ นางคงได้เป็นของเขาแล้ว คงไม่ต้องกลายมาเป็นคนที่เขาเอื้อมไม่ถึงแล้วเช่นนี้ 

"เลิกหยอกข้าได้แล้ว วันๆเจ้าไม่มีงานมีการทำหรืออย่างไร มาทำอะไรที่นี่" ไป๋ลี่จิงรีบถามทันที 

"พอดีว่าไป๋เหลียนที่ข้ารู้จักหายไปไหนก็ไม่รู้ ข้าจึงแค่มาหาเขาเท่านั้น เจอท่านก็ดีแล้ว ฝากไปบอกพี่ชายท่านด้วยว่าข้าคิดถึงเขา" หลี่หรูจิ้งบอกก่อนจะเดินออกไป 

ลี่จิงรีบดึงแขนเสื้อเขาให้หันกลับมาทันที นางยังไม่เข้าใจที่เขาพูดเลย เขาก็รู้ว่านางกับไป๋เหลียนเป็นคนๆเดียวกัน เขาพูดเช่นนี้เขาหมายความว่าอย่างไร เสี่ยวซีที่เห็นก็รีบดึงชายเสื้อของลี่จิงเพื่อเตือนนางว่าทำกิริยาไม่เหมาะสมเช่นนี้ 

"เจ้าเป็นอะไรของเจ้าน่ะหรูจิ้ง...เจ้าโกรธข้าที่ไม่บอกเจ้าเรื่องงานแต่งหรือ"  

"ข้าไม่มีสิทธิ์โกรธท่านหรอก ข้าไม่อยากถูกแขวนคอตายนะ" หรูจิ้งหันมายิ้มขี้เล่นใส่นาง 

"เจ้าไม่โกรธข้าใช่มั้ย" ลี่จิงค่อยคลายกังวลลงหน่อย 

"ไม่โกรธๆ ท่านสบายใจเถอะ ท่านแต่งงานแล้วคงไม่ค่อยมีอิสระเท่าไหร่แล้ว ยิ่งแต่งกับท่านอ๋องคนนั้นแล้วด้วย ท่านก็อย่าทำอะไรตามใจตัวเองมากล่ะเดี๋ยวท่านจะโดนลงโทษเอาได้" หนูจิ้งว่าก่อนจะยิ้มให้นาง "ข้าไปล่ะ" เขาว่าก่อนจะหันหลังให้นางแล้วเดินออกไป ปล่อยให้ลี่จิงยืนมองอย่างนั้น 

ทำไมนางถึงรู้สึกว่าเขาแปลกๆไป ปกติเขาไม่เคยบอกอะไรนางเช่นนี้ มีแต่จะแช่งนางแต่วันนี้เขามาพูดเช่นนี้ เขากำลังไม่สบายหรือเปล่านะ 

"หวางเฟย" เสี่ยวซีเรียกให้ลี่จิงได้สติหลังจากมองชายหนุ่มคนเมื่อครู่เสียนาน 

"หืม..."  

"ท่านไม่เข้าไปหรือเจ้าคะ"  

"อ้อ...เข้าไปกันสิ" นางว่าก่อนจะเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมพร้อมเสี่ยวซี พวกนางหาได้รู้ไม่ว่าทุกการกระทำของตนกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด  

 

หอสดับเดือน 

"ขอเหล้าเพิ่มอีก" เสียงมัวเมาของหรูจิ้งโวยวายเมื่อเหล้าในมือของเขาหมดลง เสี่ยวเอ้อร์ในร้านรีบนำเหล้ามาเติมให้เขาทันที หรูจิ้งเจ็บปวดใจยิ่งนักที่นางสัมผัสไม่ได้เลยว่าเขารักนางมากแค่ไหน สุดท้ายจึงจบลงด้วยการมาหาเหล้าดับความทุกข์ใจของตัวเอง 

ตอนนั้นเองที่เขาเห็นใครบางคนกำลังเดินลงบันไดมาพร้อมกับหญิงคณิกา หรูจิ้งจำหน้าบุรุษผู้นั้นได้ขึ้นใจ เขาคือคนที่แย่งคนรักของเขาไป แล้ววันนี้กลับมาหาหญิงคณิกาแล้ว เขาเจ็บปวดใจยิ่งนัก หรูจิ้งเดินโซซัดโซเซเข้าไปตัดหน้าจ้าวชิงถีทันที 

"ท่าน!!!" เขาชี้หน้าจ้าวชิงถีทันที อาเจินที่เดินยืนข้างๆรีบเข้ามาขวางทันที 

"บังอาจนัก เจ้ากล้าชี้ท่านอ๋องเช่นนี้เจ้าไม่กลัวตายหรือ" อาเจินเตือน 

หรูจิ้งมองใบหน้าที่ไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธของจ้าวชิงถีแล้วหัวเราะออกมา บุรุษผู้นี้ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก มีเพชรเม็ดงามอยู่ในมือแท้ๆแต่กลับมาหาหญิงคณิกา  

"หึ! ข้าไม่กลัว...หากข้าตายข้าก็จะได้ไม่ต้องมารับรู้เรื่องเลวๆของท่านก็เท่านั้น" หรูจิ้งหัวเราะเยาะ 

"เจ้า!!" อาเจินเตรียมชักดาบ แต่จ้าวชิงถีก็ห้ามเอาไว้ก่อนจะเดินมาหาหรูจิ้งที่อาการเมามายมากแล้ว 

"เจ้าคงจะเป็นหลี่หรูจิ้งล่ะสิท่า" หรูจิ้งมีท่าทีตกใจนิดหน่อยที่เขารู้จักชื่อ 

"ใช่..." จ้าวชิงถียิ้มออกมุมปาก ก่อนจะถอนหายใจออกมา  

"เจ้ากลับไปเสียเถอะ" 

"หึ อย่ามาทำเป็นคนดีหน่อยเลย...ข้าล่ะสงสารนางจริงๆท่านมันดีตรงไหนกัน นางถึงได้เลือกท่านได้" หรูจิ้งหัวเราะเยอะแต่เสียงนั้นแฝงไปด้วยความเจ็บปวด 

"แล้วข้าไม่ดีตรงไหนอย่างนั้นหรือ" เขาเองก็อยากรู้นัก ทำไมถึงได้มีบุรุษที่อาวรณ์ชายาเขาได้ขนาดนี้ 

"หึ...สตรีที่รักท่าน ช่างโง่ยิ่งนัก" เขาพูดก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างน่าสมเพช แล้วหันหลังเดินกลับไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงฟุบไปบนพื้น 

"หึ..." จ้าวชิงถีหัวเราะออกมา บุรุษผู้นี้ช่างเก้บอารมณ์ไม่เก่งเอาเสียเลย แต่เขาก็นับถือชายาตัวเองยิ่งนักที่นางมองไม่ออกเลยว่าเขารักนางมากเพียงใด 

"เพราะรักมาก...ถึงได้เจ็บมาก ข้าจะพาเขาไปพักเอง" ลั่วหลานเดินเข้ามาประคองหรูจิ้งขึ้น นางสงสารบุรุษผู้นี้จับใจยิ่งนัก 

"อาหลาน" อาเจินเดินเข้าไปจะขวาง แต่จ้าวชิงถีก็ห้ามเอาไว้ก่อน 

"เจ้าพาเขาไปเถอะ ข้าจะกลับแล้ว" จ้าวชิงถีว่าก่อนจะเดินออกไปจากหอสดับเดือน อาเจินได้แต่เดินตามนายของตนออกมาอย่างงงๆเท่านั้น 

 

ลั่วหลานหยิบผ้าเช็ดหน้าของนางที่จุ่มน้ำเย็นมาเช็ดใบหน้าของหรูจิ้ง ความเย็นทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย กลิ่นของสุราคลุ้งเต็มห้องของนาง  

นางเพิ่งมองใบหน้าของเขาอยู่นาน พลางนึกถึงคราวที่เขาและนางพบกันครั้งแรก ตอนนั้นนางกำลังเดินอยู่บนถนนคนเดียว ตอนนั้นม้าของกองปราบปรามกำลังวิ่งไล่ตามคนร้าย นางซึ่งไม่รู้เรื่องไม่ทันได้หลบทาง ม้าพวกนั้นเกือนเหยียบนางตายคาถนนแล้ว หากว่าชายที่อยู่ในร้านขายยาไม่เข้ามาช่วยนางเอาไว้ก่อน นางมองเขากอดเขาแน่นด้วยความกลัว เขากอดนางแน่นเช่นกัน พวกเขากลิ้งมาที่ข้างทางพร้อมกับขบวนม้าที่วิ่งผ่านไป นางจดจำใบหน้าของเขาได้ดีทุกอย่าง เขาคือผู้มีพระคุณของนางและนางก็รักเขามาจนทุกวันนี้  

"เจ้าเด็กโง่" เสียงละเมอพึมพำเบาๆ นางรับรู้ได้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน เขาเจ็บปวดนางเจ็บยิ่งกว่า เขาจำนางไม่ได้ หรืออาจจะไม่เคยมีนางอยู่ในใจกันเลย ลั่วหลานถอนหายใจออกมากั้นน้ำตาตัวเองเอาไว้ก่อนจะค่อยๆเช็ดตัวให้เขา 

ความคิดเห็น