email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาท่านอ๋อง5 : เข้าเฝ้าฮ่องเต้

ชื่อตอน : ชายาท่านอ๋อง5 : เข้าเฝ้าฮ่องเต้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 723

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2562 16:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาท่านอ๋อง5 : เข้าเฝ้าฮ่องเต้
แบบอักษร

 

ยามเหม่า (7:00-8:59) 

ร่างบางของไป๋ลี่จิงค่อยๆขยับตัวบนเตียงผ้าไหมนุ่ม นางลืมตาขึ้นก่อนจะมองไปรอบๆห้อง เมื่อคืนนางเผลอหลับไปหรอกหรือ แล้วเหตุใดเขาจึงไม่ปลุกนาง นางมองไปรอบห้องที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าไหมสีแดงแต่ก็ไม่เห็นจ้าวชิงถีแล้ว นางจึงคิดไปเองว่าเมื่อคืนเขาคงจะปล่อยให้นางนอนคนเดียวในห้องแล้วแอบหนีไปที่ไหนสักแห่งเพราะเสื้อผ้าอาภรณ์ที่นางใส่เมื่อคืนยังอยู่เหมือนเดิม เหอะ! นางล่ะสมเพชตัวเองยิ่งนัก สุดท้ายเมื่อแต่งกับคนที่ไม่ได้รักกัน ก็คงจะต้องเผชิญกับเรื่องเช่นนี้แหล่ะมั้ง 

เสียงประตูเปิดเข้ามา ไป๋ลี่จิงรีบชะเง้อหน้าออกไปมอง เห็นสาวใช้สองคนเดินเข้ามาในห้องท่าทางกิริยาดูก็รู้ว่าถูกสั่งสอนมาอย่างดีจากภายในวัง 

"หวางเฟยตื่นแล้วหรือเพคะ" นางในคนหนึ่งท่าทางจะอายุน้อยกว่านางนิดหน่อยเดินเข้ามาย่อตัวเคารพนางตรงหน้าเตียงนอน 

"เจ้า...เป็นใคร"  

"หม่อมฉันชื่อเสี่ยวซีเพคะ ท่านอ๋องทรงเห็นว่าหวางเฟยไม่มีบ่าวรับใช้ติดตัว จึงรับสั่งให้หม่อมฉันมารับใช้หวางเฟยเป็นส่วนตัวเพคะ หากหวางเฟยมีอะไรจะรับสั่งก็บอกหม่อมฉันได้ตลอดเพคะ" บ่าวรับใช้อย่างเสี่ยวซีรีบแนะนำตัว 

"ขะ...ข้าไม่เป็นไร ไม่เอาสาวใช้ก็ได้"  

"ไม่ได้เพคะ มันเป็นกฎที่หวางเฟยต้องมีบ่าวรับใช้เพคะ..."  

"กฎๆๆ เอางั้นก็ได้ เสี่ยวซีข้าต้องทำอะไรบ้าง" เหตุผลที่นางไม่ได้อยากแต่งกับเชื้อพระวงศ์ สาเหตุหนึ่งเพราะนางไม่ชอบการอยู่ในกฎระเบียบเท่าไรนัก แต่ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ นางก็จะยอมงอให้บ้างแล้วกัน 

"วันนี้หวางเฟยต้องเสด็จไปเข้าเฝ้าไทเฮากับท่านอ๋องเพคะ"  

"อืม..." อันที่จริงนางก็พอจะรู้เรื่องพวกนี้จากซังกงมาบ้าง ตอนที่นางยังต้องเรียนมารยทแบบรวบรัดเมื่อหลายวันก่อน 

เสี่ยวซีพานางมาอาบน้ำอบน้ำหอม และจัดการแต่งอาภรณ์ให้นางอย่างสวยงาม ชุดผ้าไหมเนื้อดีที่แม้ในร้านค้าแพรของนางยังไม่มีขาย นางล่ะทึ่งในความวังหลวงมาก บางทีนางก็อยากได้ผ้าแพรที่ดีแบบนี้มาขายบ้าง นางคงจะได้กำไรน่าดู 

"หวางเฟยงามมากเลยเพคะ" เสี่ยวซีเอ่ยชมอย่างห้ามไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ18เช่นนี้ แม้ว่านางทำงานในวังเห็นสนมมากมายสวยๆงาม แต่นางยังไม่เคยเห็นใครงามได้เท่าชายาของท่านอ๋องเลยสักคน ชุุดอาภรณ์สีชมพูที่ภูกปักด้วยด้ายสีแดงลวดลายดอกมู่จิ่น (ดอกชบา) ช่างขับให้ไป๋ลี่จิงยิ่งงามขึ้นอีกเป็นร้อยเท่า 

"เจ้าก็พูดเกินไป" ร่างบางที่นั่งอยู่หน้าคันฉ่องเอ่ย นางไม่เห็นว่าการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลายชั้นมันดีเช่นไร เครื่องประดับมากชิ้นที่ประดับอยู่บนผมของนางก็หนักมากจนนางไม่อาจโยกย้ายศรีษะได้สดวกเลยสักนิด 

"ไม่เกินเพคะ หวางเฟยเป้นสตรที่งามที่สุดเท่าที่หม่อมฉันเคยพบมาเลยเพคะ" ได้ทีเสี่ยวซีก็รีบเอาใจนาง ลี่จิงได้แต้ส่งยิ้มแห้งๆไปให้นาง 

 

ไป๋ลี่อิงเดินออกมาจากเรือนของนาง นางเพิ่งจะได้สังเกตุเองว่าตำหนักบูรพาของจ้าวชิงถีสวยงามมากเพียงใด บรรยากาศร่มรื่น รอบๆเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด บางชนิดก็เป็นสมึนไพรได้ ถือว่าท่านอ๋องคนนี้ก็หาได้ละเลยเรือนของตัวเองเท่าใดนัก 

"ท่านอ๋อง พระชายามาแล้วพ่ะย่ะค่ะ" 

จ้าวชิงถีที่ยืนรอนางอยู่นานจึงหันไปมองตามคำที่องครักษ์ว่า เพียงหันไปเห็นนางที่เดินออกมาจากเรือนเท่านั้น เขายืนอึ้งในความงามของนางทันใด สตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นชายาของเขาช่างงามยิ่งนัก เขาไม่คิดเลยว่านางจะงดงามได้ถึงเพียงนี้ ใบหน้าขาวนวลของนางยามที่แสงแดดอ่อนๆสาดกระทบยิ่งดูผ่องใส รีมฝีปากบางสีชมพูงามนั้นดูน่าลิ้มลองยิ่งนัก ยิ่งทำให้เขาอดนึกถึงคืนนั้นไม่ได้ 

ระหว่างทางที่นางเดินข้ามสะพานข้ามสระบัวมานั้น ร่างบางก็หยุดมองไปที่บุรุษในศาลาตรงกลางสระบัวพอดี เขากำลังมองมาที่นาง ใบหน้ายิ่งสงบดูซ่อนความร้ายกาจไว้ภายใน หากแต่ว่าถึงจะดูเป็นอย่างนั้น นางเองก็อดที่จะมองใบหน้าอันหล่อเหลานั้นไม่ได้ ยิ่งนางมองนางก็ยิ่งรู้สึกถลำลึกขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมองนางยิ่งรู้สึกคุ้นใบหน้าของเขา เขาเป็นสามีของนางจริงๆหรือ ทำไมนางถึงรู้สึกว่านางเคยเจอเขามาก่อนนะ 

"หวางเย่" ไป๋ลี่จิงเดินเข้าไปย่อเข่าเคารพสวามีของนาง พยายามเก็บอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองต่อหน้าเขา อย่างไรเสีย นางก็รู้ว่าการแต่งงานของเขากับนางต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังอยู่แล้ว ผู้ชายเช่นนี้นางจะไม่ปล่อยใจให้เด็ดขาด 

 

หลังจากขึ้นเกี้ยวเตรียมเข้าวังมาแล้ว ตอนนี้ทั้งสองอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้และไทเฮาแล้ว ลี่จิงรู้สึกอึดอัดและเกร็งเล็กน้อย มิใช่แค่นั้น นางยังต้องเผชิญกับสายตาหลายๆคู่ที่มองมาที่นาง  

"หวางเฟย...เจ้ารู้สึกไม่สบายหรือเปล่า" ไทเฮาทรงเห็นเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้น นางรู้ดีว่าพระชายากำลังเผชิญกับสายตาของชายาของอ๋องท่านอื่นๆ นางผิดเองที่วันนีเชิญพวกเขามา สตรีที่จิตใจริษยาพวกนี้กำลังมองนางอย่างไร ไทเฮาย่อมรู้ดี  

"หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วงเพคะ" ไป๋ลี่จิงนึกของคุณไทเฮานักที่ช่วยหันความสนใจของชายาคนอื่นๆที่จ้องมาที่นางอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ  

"ชายาของเจ้างดงามยิ่งนักชิงอ๋อง" ไทเฮาเอ่ย 

"ขอบพระทัยไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ" ชิงถีโค้งหัวรับ 

"ข้าเองก็เพิ่งเห็นนางครั้งแรก ไม่คิดว่าตระกูลไปจะมีบุตรสาวที่งดงามเช่นนี้" ฮ่องเต้รับสั่งพร้อมกับยิ้มออกมา 

"ตรัสเกินไปแล้วเพคะ" ลี่อิงโค้งตัวน้อมรับ นางเพิ่งเห็นพระพักตร์ฮ่องเต้เป็นครั้งแรก นางสามารถบอกได้ตามตรงเลยว่าจ้าวชิงถีและฮ่องเต้นั้นมีใบหน้าที่คล้ายกันมากอยู่หลายส่วน อาจเป็นเพราะมีบิดาคนเดียวกัน แต่หากมองดีๆจ้าวชิงถีเองมีใบหน้าที่เข้มกว่าฮ่องเต้ ส่วนฮ่องเต้นั้นอาจมีใบหน้าที่อ่อนโยนมากกว่า เพราะอาจได้จากไทเอามามากอยู่พอควร แต่นางไม่รู้หรอกว่าแม้ใบหน้าจะอ่อนโยนแต่หากตรองบัลลังก์ได้แข็งแกร่งขนาดนี้ ใบหน้ากับนิสัยคงต้องแยกให้ชัดเจนแล้ว 

"เช่นนี้ข้าก็วางใจแล้ว ชิงอ๋อง...เจ้ามีสมบัติที่วิเศษเช่นนี้ เจ้าจงสงวนรักและดูแลนางให้ดี พระชายา เจ้าแต่งเข้ามาเป็นชายาของชิงอ๋องแล้ว เจ้าจงรักและเคารพ เทิดทูนบูชาเขา จงอยู่ในโอวาทของเขา ให้พวกเจ้าเป็นหยินและหยางเคียงคู่กันไปจวบจนชั่วนิรันดร์" 

"ขอบพระทัยฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ" ทั้งสองก้มหัวลงรับพรจากเจ้าแผ่นดินด้วยหัวใจที่ถ่อม 

 

หลังจากที่รับพรจากฮ่องเต้และไทเฮาเสร็จแล้ว ทุกคนก็คุยกันอีกสักพักจึงได้ขอตัวลากลับ ไป๋ลี่จิงเดินพ้นประตูก็ถอนหายใจออกมา นางรู้สึกอึดอัดต่อสายตาของชายาท่านอ๋องคนอื่นๆยิ่งนัก กิริยาของนางทำให้จ้าวชิงถีอดหัวเราะออกมาไม่ได้ 

"ข้ามีอะไรให้น่าขำนักหรือ" นางรีบหันไปต่อว่าเขาทันที 

"เจ้าต้องหัดชินกับสายตากดดันและวาจาฉอเลาะเช่นนี้ได้แล้วนะ"  

"เหอะ...ราชวังนี้มีสิ่งใดที่ดีงามบ้าง ข้าก็เห็นแต่สายตาอิจฉาริษยา ขนาดข้าไม่ได้เป็นอนุของพวกเขา พวกนางก็มองข้าราวกับว่าข้าไปทำเรื่องเลวร้ายมาอย่างนั้นแหละ" นางว่าอย่างไม่พอใจเท่าใดนัก 

"เจ้าไม่รู้หรือว่าเพราะอะไร" จ้าวชิงถีก้มลงมาถามนาง ใบหน้าเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้นางระแวง แต่ความอยากรู้ของนางมีมากกว่าความระแวง 

"อะไรเพคะ"  

"เพราะเจ้างดงามมากกว่าพวกนาง...และเจ้าเป็นชายาของข้า" จ้าวชิงถีตอบก่อนจะยิ้มออกมา 

"ข้า..." ไป๋ลี่จิงไปต่อไม่เป็น นางกำลังค้างกับคำพูดของเขา เขากำลังชมนางอยู่รึเปล่าหรือเขาแค่พูดไปเท่านั้น "เรื่องนั้นข้าไม่สน แต่ทำไมเรื่องที่ข้าเป็นชายาท่านถึง..."  

"เพราะแต่ไหนแต่ไรมา ข้าได้รับความโปรดปรานจากไทเฮาและฝ่าบาทมาโดยตลอดต่างจากท่านอ๋องคนอื่นๆ ยิ่งข้าแต่งชายาพวกเขาก็ยิ่งไม่พอใจ" จ้าวชิงถีตอบออกมาตามตรง 

"ท่านเนี่ยน่ะหรือได้รับความโปรดปราน" นางไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง แต่เหมือนนางก็ไม่ได้เข้าใจผิดเพราะดูทีแล้วไทเฮากับฝ่าบาทก็โปรดปรานเขาเป็นพิเศษเช่นกัน 

"เจ้าไม่เชื่อหรือ"  

"ไม่นี่เพคะ"  

"เช่นนั้นเราก็ไปกันเถอะ" เขาว่าก่อนจะจับข้อมือของนางขึ้นมาจับหลวมๆ 

"ไปไหนเพคะ" 

"เดี๋ยวเจ้าก็รู้" เขาว่าก่อนจะเดินนำนางไป ไป๋ลี่จิงได้แต่เดินตามเขามาอรื่อยๆเท่านั้น ทั้งสองเดินมาถึงตำหนักหนึ่งที่ข่อนข้างจะโดดเดี่ยวพอควร แต่นางในและเหล่าองครักษ์ก็คอยอยู่เวรอย่างแน่นหนา 

"ท่านอ๋อง" นางกำนัลคนหนึ่งรีบเดินออกมาต้อนรับจ้าวชิงถี 

"เข้าไปรายงานที" เขาบอกกับนางกำนัลนางนั้น 

"เพคะ" 

"หวางเย่ ท่านพาข้ามาทำอะไรที่นี่เพคะ" ไป๋ลี่จิงอดสงสัยไม่ได้ ถึงแม้ที่นี่จะไกลจากตำหนักอื่นๆแต่สภาพรอบด้านเป็นธรมชาติสวยงามยิ่งนัก ตำหนักนี้คงเป็นตำหนักที่น่าอยู่มากๆตำหนักหนึ่ง 

"พาเจ้ามาเข้าเฝ้าแม่ของข้า"  

ไป๋ลี่จิงสีหน้าฉงน นางไม่เคยรู้ว่าเขายังมีมารดาอยู่ นางคิดว่าเขาคงนับถือไทเฮาเป็นมารดา หรือคนที่นางกำลังจะไปเข้าเฝ้านี้จะเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดของเขา 

"ข้าไม่รู้มาก่อนว่าหวางเย่..." 

"ข้าไม่ทันได้บอกเจ้าเอง" เขาบอกแล้วยิ้มให้ 

ตอนนั้นเองที่นางกำนัลคนนั้นเดินออกมาเชิญทั้งสองเข้าไปในตำหนัก ไป๋ลี่จิงเดินตามจ้าวชิงถีเข้าไป ในตำหนักข่อนข้างเย็นนิดหน่อย นางสัมผัสได้ถึงความเศร้าสร้อยแปลกๆ 

"พระสนม ท่านอ๋องและพระชายาเสด็จมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ"  

"ให้พวกเขาเข้ามา" น้ำเสียงรับสั่งเหมือนคนที่กำลังเจ็บไข้ไร้เรี่ยวแรง ไป๋ลี่จิงเดินตามเข้าไปอีก ผ่านฉากบังลมเข้าไป นางถึงเห็นสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าซีดและเศร้าสร้อยจ้องมองมาที่นาง คราแรกที่นางเห็นนางก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ  

"เสด็จแม่" ชิงถีก้มหัวทำความเคารพ นางจึงรีบย่อเข่าทำความเคารพเช่นกัน 

"เข้ามานี่สิ" นางเรียกให้ทั้งสองเข้าไปใกล้ ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นสวมกอดบุตรชายของนาง "เจ้ามาเยี่ยมแม่เสียที ครานี้เจ้าพาชายาของเจ้ามาด้วย" นางว่าก่อนจะยิ้มออกมา 

"พ่ะย่ะค่ะ"  

หลังจากนั้นทั้งสามก็นั่งคุยกัน ถามถึงสารทุกข์สุกดิบของแต่ละคน และดูเหมือนไป๋ลี่จิงจะโดนสนมหรูถามมากที่สุด หากแต่นางไม่ได้รู้สึกอึดอักสักนิด ตรงกันข้ามนางกลับพูดคุยกับพระสนมราวกับเป็นแม่ลูกกันเอง ความอึดอัดไม่มีระหว่างนางกับมารดาสามีเลยสักนิด จ้าวชิงถีที่นั่งฟังทั้งสองคุยกันเงียบๆแอบดีใจที่ทั้งสองคุยกันถูกคอ ต่อไปเขาคงจะต้องพานางมาหามารดาของเขาบ่อยๆเสียแล้ว 

ความคิดเห็น